ข้อสอบ MIT คณะดุริยางศิลป์ ม.มหิดล รอบแรกครับ(เท่าที่จำได้)  
 
คือผมไปสอบมาครับ มีคำถามอยู่ 15 ข้อได้

ผมพอจำๆได้บ้าง ไงก็ตอบๆกันดูนะครับ อยากได้คำตอบ แหะๆ

1.สาย headphone เป็นสาย balance หรือไม่ เพราะอะไร

2. เสียงจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเท่าไหร่ใน อุณหภูมิ 28 องศาเซลเซียส

3.จงบอกหลักการทำงานของ ไดนามิค ไมโครโฟนมาอย่างละเอียด

4.ไมค์ มีหน้าที่อะไร และมีกี่ Polar Pattern

5.ย่านความถี่ที่ดังที่สุด ที่คนเราได้ยินเท่ากันทุกคนคือเท่าไหร่

6.Active Studio Monitor แบบ Bi-Amplifier ออะไร มีหลักการทำงานยังไง จงอธิบายอย่างละเอียด

7.จงบอกคุณสมบัติของ คอนแดนเซอร์ ไมค์โครโฟนมา 2 ข้อ

8.ในทัศนะของคุณ ซาวเอ็นฯคือใคร

9.อะไรคือแรงบันดาลใจที่จะมาเรียนสาขานี้

ผมจำได้เท่านี้หล่ะบ ถ้านึดออกจะเอามาไห้ลองทำไหม่อีก ยังไงก็ลองตอบกันดูนะครับ








Tang_BC      30 ก.ย. 52   เวลา 18:13:00       พิมพ์   แจ้งลบ   ส่งหาเพื่อน    IP = 202.149.25.241
 


  คำตอบที่ 1  
 
เอ๊ะ! สมัยมัธยม โรงเรียนผมไม่มีสอนนะ ^0^

   pngsathorn      1 ต.ค. 52   เวลา 12:00:00   IP = 58.8.101.47
 


  คำตอบที่ 2  
 
1. เป็นเพราะต้องมีเพื่อเป็นการส่งสัญญานแบบ stereo
2. คิดว่าประมาณ480.2เมตรต่อวินาที
3. ใช้หลักการให้แรงดันกระทบไดอะแฟรม ขยับขดลวดกับคอยล์แม่เหล็ก แปลงพลังงานเสียงเป็นพลังงานไฟฟ้าส่งไปยังอุปกรณ์อื่นๆ
4. แปลงพลังงานเสียงเป็นพลังงานไฟฟ้า เพื่อถ่ายทอดเสียงออกไป
polar pattern 4 แบบ
omni,cardioid,hyper cardioid,figuer 8
5. 20-20,000Hz ไม่ควรเกิน 85dB
6. active คือมี cossover กับ ampในตัว bi amp คือ ใช้ cossover กับ amp ภายนอก
7.ให้รายละเอียดได้ดี และมีคุณภาพเสียงที่ดีกว่า dynamic มาก
8. ผู้มีน่าที่จัดการเสียง ให้ได้คุณภาพที่ควรจะเป็นตามประเภทงานนั้น เช่น งานบันทึก
mix master หรือ live
9. ตอบตามสบายครับ


   satirapay   2 ต.ค. 52   เวลา 1:49:00   IP = 125.24.5.224
 


  คำตอบที่ 3  
 
ลองเฉลยดูครับจบมาได้จะปีและ

   satirapay   2 ต.ค. 52   เวลา 1:51:00   IP = 125.24.5.224
 


  คำตอบที่ 4  
 
ผมตอบตรงๆเลยนะครับว่าข้อสอบอยากเกินไป ถ้าจบม.6หรือ ปวช.ไปสอบผมมั่นใจ100เปอร์เซน
ว่าไม่มีใครสอบผ่าน นอกจากว่าจะไปติวเพื่อสอบเลย เพราะหลักสูตรมัธยมและปวช.แทบไม่เจอเรื่อง
พวกนี้จะมีก็เรื่องเสียงเดซิเบลเท่านั้น
ผมงงทางมหาลัยว่า ต้องการคนที่รู้เรื่องพวกนี้แล้วเข้าไปเรียน หรือ ต้องการคนที่ยังไม่รู้เรื่องพวกนี้แต่สนใจที่จะรู้เข้าไปเรียนกันแน่ ถ้าผมเป็นคนออกข้อสอบผมคงให้คนที่สอบได้แสดงความคิดในเรื่องคณะที่จะเข้าเรียนมากกว่าและความสนใจไอเดียสร้างสรรและทำไมถึงเรียนคณะนี้และดูความสนใจที่จะเรียนคณะนี้มากกลั่ว
ดีกลั่วที่จะให้นักเรียนไปติวแล้วท่องจำเป็นนกแก้วนกขุนทองท่องข้อสอบเพื่อสอบผ่านแล้วได้เรียน
วัดกันตรงความรู้หลักสูตร มัธยมและปวช.จะดีกลั่ว ใครผ่านก็ไปศึกษาเริ่มจาก 0 ใหม่อยู่ดี

ความเห็นส่วนตัวกับระบบการศึกษาไทยครับ

   kapomkabee      2 ต.ค. 52   เวลา 9:55:00   IP = 113.53.95.193
 


  คำตอบที่ 5  
 
ไม่รู้ว่าผมเข้าใจว่าเป็นข้อสอบเข้ามหาลัยเปล่าครับ
สมัยผมมีแต่เอ็นทราน

   kapomkabee      2 ต.ค. 52   เวลา 9:59:00   IP = 113.53.95.193
 


  คำตอบที่ 6  
 
ใช่ครับคุณ kapomkabee ถ้าสำหรับการเรียนทั่วๆไปคงจะยากอยู่
ผมจบมาได้ปีนึงแล้ว ถ้าย้อนไปสมัยผมสอบก็ต้องไปติวพิเศษ เหมือนกัน
ที่จริงแล้วก็ยังมีคำถามเดิมๆอยู่เช่น
-จงบอกหลักการทำงานของ ไดนามิค ไมโครโฟนมาอย่างละเอียด
-ไมค์ มีหน้าที่อะไร และมีกี่ Polar Pattern (polar pattern นี่เพิ่มเข้ามา)
-จงบอกคุณสมบัติของ คอนแดนเซอร์ ไมค์โครโฟนมา 2 ข้อ
-ย่านความถี่ที่ดังที่สุด ที่คนเราได้ยินเท่ากันทุกคนคือเท่าไหร่
-ในทัศนะของคุณ ซาวเอ็นฯคือใคร
สมัยผมยังมี
MIDI คืออะไร,เสียงจะเดินทางจากจุด A ไป B ที่มีระยะทาง ? ด้วยความเร็ว เท่าไหร่ เวลา เท่าไหร่ เป็นต้น

แต่ผมเข้าใจนะครับว่าข้อสอบยากเพื่อให้คนที่มีความตั้งใจจริงเข้าไปเป็นนักเรียนของสถาบัน เพื่อพัฒนาคุณภาพของการเรียนการสอนให้ดีขึ้นไป
ส่วนผมจบมาแล้ว บอกได้ครับว่าข้อสอบนี้ยังง่ายอยู่ถ้าได้เข้าไปเรียนจริงๆ
ก็อยากให้รุ่นน้องต่อๆที่อยากเข้าไปเรียนเตรียมข้อมูล อ่านหนังสือให้มากๆครับ
เพราะคิดว่าในปีต่อๆไปข้อสอบเค้าก็จะพัฒนาไปตามยุคสมัยหนะครับ
เพราะงานลักษณะนี้มันจะเปลี่ยนไปตาม การพัฒนาของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ด้วยครับ
ขอบคุณกีต้าร์ไทย


   satirapay   2 ต.ค. 52   เวลา 10:17:00   IP = 125.24.5.224
 


  คำตอบที่ 7  
 
ไช่ครับ นี่คือข้อสอบ สอบตรง เฉพาะผู้ที่สอบสาขา MIT

เอ่อ ส่วน polar pattern นี่ ที่แรกผมตอบไป 4 เหมือนกันครับ

แต่พอมาอ่านจริงๆมันมีตั้ง 7

   Tang_BC      2 ต.ค. 52   เวลา 14:35:00   IP = 202.149.25.225
 


  คำตอบที่ 8  
 
คุณ tang_BC สามารถที่จะตอบ 7 หรือ 4 ก็ได้ครับ
omni,cardioid,hyper cardioid,figuer 8 4 อันนี้เป็น polar แบบ มาตรฐานที่ใช้บ่อย
ส่วน subcardioid,supercardioid,shotgun อีก 3 อันเป็นรูปแบบที่ถูกพัฒนามาจาก 4 อันที่ผมตอบไปครับ
เช่น figuer 8 ที่ถูกยืดออกไป ก็จะกลายเป็น แบบ shotgun ครับ
ขอบคุณกีต้าร์ไทย


   satirapay   2 ต.ค. 52   เวลา 22:58:00   IP = 125.24.5.106
 


  คำตอบที่ 9  
 
ความคิดผมนะ เค้าต้องการให้เราเตรียมพื้นฐานมาแร้วส่วนนึง

เพื่อการศึกษาต่อในด้านนี้โดยตรง


   สมาชิกแบบพิเศษ      resolute      8 ต.ค. 52   เวลา 5:29:00   IP = 124.120.17.83
 


  คำตอบที่ 10  
 
มันยากนะคับแต่ท้าทายดีสำหรับคนที่อยากเอาจิงเอาจัง ขอบคุณสำหรับความรู้คับ

   bowling_rw      22 ต.ค. 52   เวลา 1:18:00   IP = 202.149.25.234
 






ตั้งกระทู้ Login ก่อน Click ที่นี่

any comments, please e-mail   webmaster@guitarthai.com (นายดู๋ดี๋)
All Rights Reserved (C) Copyright 1999 - 2005