interview.gif (1095 bytes) พี่กอล์ฟ ทีโบน (นครินทร์ ธีระภินันท์)   (ตอนที่ 2),  (Effect)
b.gif (218 bytes)

 

b1.gif (219 bytes)
  Guitar Thai : พี่มีหลักในการ Improvisation อย่างไรบ้างครับ
พี่กอล์ฟ : ในหลักของการ Improvisation มีหลักอยู่ 3 ระบบคือ Digging Technic, Flowing และ Aimming
ใน Digging ก็จะเป็น Blue Style แบบประเภท Kenny Burrell , George Benson ใน Flowing ก็จะเป็นแบบ
Bobby Broom, Rodney Joe, Pat Matino. Aimming แบบ Pat Matweny ส่วน Approach ของคน
Improvisation มันจะมาจากการฟัง เช่นถ้าเราฟังเครื่องเป่าเราจะเรียนรู้เรื่องของ Space มันก็จะมา Applyใน
เรื่องของการ Improvise ได้ แต่ผมจะเป็นทั้ง 2 อย่างคือ Flow กับ Digging แต่จะอยู่ใน Concept ของการ
เลือกใช้ในสิ่งที่อึดอัด Scale ที่อึดอัด แต่บางครั้งก็เป็นการ Aiming นะเพระใน Point ของ Choice ของพวก
Half tone หรือ Whole Tone เนี่ย คือเราเลื่อน จุด A ไปจุด B น่ะคือเหมือนเราอยู่ที่จุด A เราจะวิ่งไปที่จุด B จริงๆ
เหมือนมั่วนะ (ฮ่า ฮ่า 555555) แต่มันมี Concept ของการมั่วมันจะเป็น Chomatic Concept คือ Connect line
ยังไงให้มันตกที่ Inside แต่มันจะมี Out ประเภทนึงที่ Out ประเภทที่ผิดเลยคือมันไม่สามารถที่จะวิ่งสลับที่ตัว
Tonality ของ Chord ได้คือมันเหมือนยางยึดน่ะเหมือนกับมีเสายึดอยู่แล้วมัดคนๆ นึงไว้ แล้วเค้าเดินหนีออกไป
สักพักได้แรงดึงของยางยืดมันก็จะดึงไอ้คนนี้กลับไปที่เสาใหม่ได้ คือมันเหมือนหลักของการ Out เลยคือทำยังไง
ก็ได้ให้มันมี Swing ของเรื่องตัวตกตัวยก แต่มันจะมี Out บางประเภทที่ Out แล้วผิดเลย เพราะว่าไม่มี Focus
ในการวิ่งกลับเข้าไปหา แล้วใช้ Concept ของการ Out ใน Rhythmic ที่อยู่ใน Strong Beat น่ะผมมีตำราที่ผม
ฝึกอยู่เล่มหนึ่งสอนให้มองทุกอย่าง เป็นแนวนอนหมด อันนี้ช่วยได้เยอะมากเลยนะเหมือนเปิดอีก โลกนึงเลยนะคือ
เมื่อเวลามองทุกอย่างเป็นแนวตั้ง เนี่ย เราจะพบว่ามันเป็น Block system แต่มันจะทำให้เราจำได้ง่ายมากแต่ถ้า
มองเป็นแนวนอนมันจะไม่เป็น Block และ Concept ของการมองในแนวนอนเป็น Melody โน้ตในแนวตั้ง 3 ตัว
จะเป็น Chord แต่โน้ต 2 ตัวเป็นคู่เสียง คือถ้าเราเป็นคนมองแนวตั้ง (Vertical) มันจะไม่มี Melodic มันจะเป็น
เทคนิค แต่ถ้ามองแบบแนวนอนมันจะเป็น Melodic คือคิดยังไงก็ต้องเป็น Melody มันไม่มี Lick นอกจากจะนิ้ว
ยาวเหมือนกับ Allan Holdswoth พอทุกอย่างคล่องก็จะนำเอาทั้ง 2 อย่างมาผสมกัน ทั้งหมดนี่คือหลักที่ผม
ใช้ในการ Improvisation

Guitar Thai : พี่กอล์ฟมีแบบฝึกหัดที่จะแนะนำให้กับเพื่อนๆ ชาวกีตาร์ไทยบ้างไหมครับ
พี่กอล์ฟ : ไม่รู้จะดีหรือเปล่า คือเหมือนกับผมเป็นคนแก่ แล้วจะไปสอนใครคือมีน้อยคนที่จะเข้าใจในสิ่งที่ผม
พยายามเล่นอยู่น่ะ นอกจากได้เห็นได้ฟัง ก็เอ้อ มันก็มันส์นะมันก็มีอะไรแต่ในแง่ ของ Guitar Hero จุดนั้นผม
ไม่ได้ Develop ในเรื่องของความเป็น Guitar Hero ผม Develop ในเรื่องของ Skill ของการคิดคือคิดได้
ถึงจะนำเอาเทคนิคมา Support กับสิ่งที่คิดนะ แต่ในขณะเดียวกันมันก็ไม่ได้ทอดทิ้งเทคนิคน่ะมันก็จะได้มาเอง
เพียงแต่เรา Approach สิ่งที่เราคิดอีกอย่างและสิ่งที่มีประโยชน์มากคือทำทุกอย่างให้ช้าที่สุด ให้ได้ยินทุกอย่าง
ชัดๆ เพราะความช้าเนี่ยมันไม่ผิด และทุกอย่างเวลา Speed เร็วขึ้นมันจะมีการเรียนการทำผิดซ้ำ แต่ถ้าเราฝึกทุก
อย่างด้วยความเร็วที่ผิดแล้วมันจะซ้ำที่ผิดตลอด ผิดแล้วก็ต้องเล่นใหม่ตลอด คือเราจะทำให้วิธีเรียนรู้เป็นแบบ
Learning , Plactice, Perform, Learning นี่ก็คือสมมติว่า เราต้องการเรียนรู้นำ Melody ของ
Saxophone มาเล่นแต่ทางนิ้วของ Melody มันยากมากจำกัดส่วนของมันให้ได้แล้วนำมาซ้อมใช้เวลาในการจำ
15 นาทีโดยหาความเป็นไปได้ทั้งหมดที่จะเป็นไปได้ในคอกีตาร์ แล้วก็ซ้อมจากช้าที่สุด โดยจะนำเอา Melody
เช่น Now The Time มาลงตัวอย่างของ Example Variation โดยเอา Line มา Develop อะไรได้บ้าง
now0.gif (2795 bytes)
now.gif (1878 bytes)
now05.gif (2765 bytes)
now1.gif (4035 bytes)
now2.gif (3277 bytes)
(นี่เป็นลายมือของพี่กอล์ฟเองเลยนะครับ)

Guitar Thai : นอกจากกีตาร์ แล้วพี่เล่นเครื่องดนตรีชิ้นไหนได้อีกด้วยครับ
พี่กอล์ฟ : ก็มี Piano แต่ที่พี่ชอบมากก็คือ Bass อยากเป็นมือ Bassมาก เพระว่าถ้าลองฟังดูจริงๆเนี่ย
Bass เป็นคน Lead Harmony คือเหมือนกับ การ Slash Chord น่ะ ไอ้ประเภท E/C ลองเป็นคนเล่น
Bass ดู แล้วลองเปลี่ยน Root ดูซิมัน จริงๆ

Guitar Thai : เวลาที่พี่จะเริ่มแต่งเพลง ซักเพลงนึงพี่เริ่มจากอะไรครับ?
พี่กอล์ฟ : มันมีหลายเจตนามากเลยนะ คือบางทีก็เริ่มจาก Chord บางทีก็ Melody แล้วแต่อารมณ์เลยนะ
บางทีมันมี Melody อยู่ในหัวหน่อยก็เอามาพัฒนาขึ้นมาหน่อยมันจะแตกต่างจากการเป็นมือปืนตามห้องอัด
มาก เพราะผมเป็นมือปืนที่ไม่ดีเลยนะ คือผมไม่สามารถผลิต Line Soloที่ใช้ในเพลง Pop - Rock ทั่วๆไป
ได้คือผมไม่ชอบคือใครที่มาจ้างผมน่ารู้ว่าผมเล่นยังไงน่ะ เพระบางที่ถ้ามันเปลี่ยนเราโดยเราไม่ใช่มืออาชีพ
แบบ พิเชษฐ์ หรือแบบคนอื่นๆที่สั่งได้ไง ซึ่งผมทำไม่ได้ ผมจะทำได้เป็นบางเจ้าเท่านั้นแหละ แต่พอมาเป็น
งานของตัวเองเนี่ยผมจะวางโครงสร้างของการ Solo เยอะมากต้องคิดเยอะมาก แต่ถ้าเราแต่งเพลง POP
เพลงพวกที่ทำให้ขายเนี่ยจะเค้น บางทีก็เครียดเหมือนกัน เหมือนกับมันไม่ถูกใจ มันก็ดัดแปลงไปเรื่อยแต่ตอน
นี้เวลาผมจะแต่งเพลง POP เนี่ยผมจะแต่งคู่กับ โหน่ง (คุณโหน่งเป็นหนึ่งในทีมงานของบริษัทหัวลำโพง เป็น
อดีตสมาชิกวง ละอองฟอง) เพราะว่าถ้าเราทำคนเดียวมันเหมือนเราเห็นแก่ตัวไป แต่ถ้ามีคนอื่นมาร่วมด้วยเนี่ย
มันจะมีคนที่ไม่ชอบอยู่ด้วยซึ่งมันเป็นผลที่ดี แต่ถ้าเป็นงานของ T-Bone ผมจะวางเรื่องของ Harmony
ชัดเจนมากจะเป็นแบบ Advance Hamony แบบ Bm9, G13 ใช้ประเภท Tension Chord เยอะๆ อยู่บน
พื้นฐานของพวกเร็กเก้ พอเรามีจุดนี้เราก็จะได้ Melody ใหม่ๆ แล้วก็จะมาวางโครงสร้างในช่วง Solo ว่าจะใช้
Mode อะไร Melody ก็จะเกิดจากการที่เราฮัมด้วย มันจะไม่เค้นสบายๆ ยกเว้นพวกเพลงบรรเลง นั่นจะเป็น
แบบตอนนี้ผมชอบPhygian major ผมจะทำ Scale แขก ผมก็จะวางว่ามันต้องเป็นอย่างนี้ๆ ผมเองก็เคย
ทำเพลง ที่ฝืนความรู้สึกตัวเองเช่นตอนที่ทำให้กับบริษัทคนอื่น คือเค้าจะให้โจทย์มาว่าเพลงนี้ต้องขายนะ คือทำ
ให้ขายมันทำได้ไม่ยากนะ แต่ตัวเองรู้สึกว่า แค่คิดแค่นี้ตัวเองก็แย่แล้ว เหมือนกับเรากลืนน้ำลายตัวเอง เคยมี
ความกดดันพวกนี้เยอะ คือแบบทำยังไงมันก็ไม่ขาย มันก็ขายได้เท่านี้ คือโดยธรรมชาติของเรามันเป็นคนที่เรา
ไม่ต้องมีความกดดันทางเรื่องความคิดสร้างสรรค์ ปล่อยให้มันเตลิดไปก่อนแล้วค่อย Scope มามันจะมีบาง
คนบางประเภทที่ต้องวางฟอร์มให้เพื่อจะคิด แต่บางคนเป็นแบบไม่มีฟอร์ม คิดก่อนแล้วค่อยมาทำให้เป็น
ฟอร์ม ผมเป็นแบบอย่างหลัง พอผมไปอยู่ในบริษัทที่วางฟอร์มมาให้จะไปสู่เขาได้ไง มันเหมือนกับฆ่าตัว
เองเลย ผมทำไม่ได้ แบบว่ามันคือข้อบกพร่องในตัวเองน่ะ นอกจากเราต้องสร้างเนื้อสร้างตัว อาจจะมีเรื่อง
ของการสอยเพลงชาวบ้านน่ะคือ เศรษฐกิจมันทำให้คนขายตัวกันเยอะ

Guitar Thai : ปัจจุบันพี่มี Guitar กี่ตัวอะไรบ้าง?
พี่กอล์ฟ : มี Parker 2 ตัวเป็นรุ่น Nitefly กับ Classic, Tom anderson 2 ตัว Fender รุ่น Stevie Ray
Vaughan, Steve Klien 1 ตัว ESP 1 ตัว ตัวนี้แก็ปใช้เล่นอยู่เป็นรุ่น Vintage โดยคอเป็นของ Warmonth
แล้วก็ Gibson Classic Premium plus สี Sherry Sunbert ตอนนี้ผมชอบ Parker มากเสียงมันดีมาก
คอเป็นไม้แต่ตัว Fingerboard เป็น Fiber ตัว Fret เป็น Stanles เสียงมันดีมาก เสียงมันจะไม่เหมือนพวก
Fender นะ ผมไม่มี Fender จนกระทั่งไปเจอ SRV. เนี่ยแหละเสียงมันโคตรอ้วนเลยนะ มันใช่เลย Tom Anderson
นี่เป็นกีตาร์ที่ดีมากเลยนะ ถ้าใครมีตังค์และต้องการเล่นกีตาร์ที่มัน Overall จริงๆ นะคุ้มมาก

Guitar Thai : อยากให้พี่ช่วยบอกวิธีการต่อ Effect ที่ใช้ครับ
พี่กอล์ฟ : ของผมมันง่ายมากเลยนะ เหมือนมี Amp ตัวนึงเข้า Effect Loop Send จาก Amp เข้า Input เข้า
Effect Output จาก Effect เข้าที่ Return เพราะว่ามันไม่ฟุ้ง คือผสมต่อ Output Preamp เข้า Power และ
Output เข้าที่ Speaker เลย แล้วข้างหลัง Preamp มันจะมี Send กับ Return ก็ Send จาก Preamp
(พี่กอล์ฟใช้ Pramp , Power, Speaker ของ Mesa Boogie ทั้งชุดใช้ Effect ของ T.C Electronic และ
Effect Loop ของ Lexicon) เข้า Input ของ T.C. Electronic และ Output ของ T.C. Electronic เข้าที่
Lexicon กลับมาที่ Return ของ Preamp ผมจะปรับที่ Preamp Mesa เสียงกลางเยอะมาก อ้วนมาก แล้วผม
ใช้ Speaker แบบ Close speaker แบบ Closed มันเลยยิ่งอ้วนหน้าเข้าไปใหญ่เลย ใช้แต่เสียง Clean กับ
เสียงแตก Effect ก็ใช้แค่ Reverb กับ Delay เองนะ ผมจะปรับ Gain ที่ Preamp ประมาณ 2ครึ่ง เสียงแหลม
ประมาณ 6ครึ่ง กลางประมาณ 4ครึ่ง เบสประมาณ 4 แต่มันก็ขึ้นอยู่กับ Amp กีตาร์ด้วยนะ ที่กีตาร์ผม ไม่ได้ปิด
Tone นะ ยกเว้นเป็นเพลงที่มัน Jazz มากๆ คือทุกครั้ง ที่เล่นมันจะไม่เหมือนกันหรอก เช่น แอมป์ที่เป็นหลอดถ้า
เราเปิดปุ๊บเล่นปั๊บมันจะไม่เหมือนกับตอนที่เปิดทิ้งไว้สักครึ่งชั่วโมง แล้วมาเล่น แต่ สำหรับในภาค Studio บาง
ครังผมจะใช้อีกชุดเป็น Preamp Mesa Triaxis พ่วงกับ Lexicon, Power Mesa น่ะ ผมว่า Preamp Mesa
Boogie มันเป็น Preamp ที่ดีที่สุดในโลกเลยนะตามความคิดของผม Tone เสียงมันดีมาก เล่น Jazz ก็ดี
Fuision ก็ได้

Guitar Thai :มือกีตาร์ทั้งไทยและเทศที่พี่ชื่นชอบมีใครบ้างครับ รวมถึงนักดนตรี, นักร้องด้วยครับ
พี่กอล์ฟ : คนไทยก็ผมชอบอาจารย์น้อย (อานนท์ ศิริสมบัติวัฒนา) ชอบมาก พิเชษฐ์ เครือวัลย์ ก็ดีนะเล่นดี
ชัดเจนดี อัสนีก็ชอบ เขาคิดดี เป็นคนที่ Solo แล้วมี Melody ไม่ต้องเร็วเลย พี่โปรดก็ชอบเล่นดี Pop The Sun
นี่มันส์มากเขาจะแบบได้ดีในทางนั้นเลยแบบเต็มร้อยเลยคนนี้ที่ต้องชมเพราะไอ้เทคนิคกับการคิดมันคู่กันเลยนะ
เทคนิคสมบูรณ์คิดดี และที่น่านับถือคือมีความพยายามคือเรียนด้วยตัวเอง พูดน้อยต่อยหนัก ส่วนฝรั่งก็ชอบ
Bill Frisellไม่ชอบ จอห์น เมคราฟลิน ที่เล่นกับ มาหาวิษณุ ออเคสตร้า แต่ชอบตัว Composition ของ
มหาวิษณุ นะตื่นเต้นดี แล้วก็ ชอบอาจารย์ผม David Fiuczynzki, Brandon Ross/Jazz มากๆ ชอบ
Jim Hall, ถ้าทาง Blues ชอบ Stevie Ray เพราะมันถูกใจน่ะ มือกลองชอบ Dennis Chamber มือเบส
ชอบ จาโค่ ก็มันส์ Dave Holland คงประมาณนี้ นักร้องชอบ ธาริณี ทิวารี, ดัชมาฮาล, บิลลี่ ฮอลิเดย์
ส่วนมากนักร้อง Jazz เป็นส่วนใหญ่

Guitar Thai : อัลบัมที่ชื่นชอบล่ะครับ?
พี่กอล์ฟ : ชอบ Silly Fool คนที่ร้องนำชื่อโต เก่งมาก คือเซนท์ร้อง เมโลดี้ดีมากเลยแล้ว Band Support
ดีเป็นอัลบัม ที่ลงตัวมาก ขอบวง Korn โหดดี Nine Inch nail ก็ชอบ Plodigy ก็ขอบ แล้วพวก Acidjazz
พวก Drum&bass ถ้าเป็น Jazz ก็พวกรุ่น โบราณเลย Mile Davis, จอห์น โคเทรน, Hasidic Newwave,
Torsos

Guitar Thai : พี่มีอะไรจะฝากถึงมือกีตาร์หรือผู้ที่สนใจทางดนตรีมั้ยครับ ?
พี่กอล์ฟ : ก็ขอให้อดทนซ้อมเยอะๆ มองโลกในแง่ดีมากๆ เปิดโลกทัศน์ให้กว้างถ้าไม่ชอบก็ฟังด้วยความรู้สึก
อื่นไม่ว่าดีหรือไม่ดีผิดหรือถูกมันจะมีสิ่งที่เป็นครูให้เราได้เสมอเช่นไม่ชอบทำไมถึงไม่ชอบ ต้องมีเหตุผลเสมอ
และสิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้น่ะไม่รู้ว่าใครจะโกรธหรือเปล่านะ คนที่เป็นนักเรียนดนตรีในประเทศไทยเขาอยู่แต่ใน
ประเทศไทยคนที่เป็นครูเนี่ย สำคัญมาก เรียนผิดเรียนถูกเนี่ยขึ้นอยู่กับครูหมดเลยนะ คุณเกลียดหรือคุณชอบ
อะไร แล้วถ่ายทอดให้เค้ามันก็เหมือนกับคุณไปปลูกฝังให้เค้าในทัศนคติที่แบบคนใจแคบ ควรจะเปิดให้ Clean
ที่สุดก็จะเป็นครูสอนให้เค้าเป็นอย่างที่เค้าจะเป็นไปไม่ใช่เอาแบบฝึกหัดในหนังสือมาแล้วก็บอกว่าดีแล้วให้ฝึก
เข้าไป มีเด็กที่เอาค่าขนมจากการที่ไปโรงเรียนประหยัดมาใช้ในการเรียนกีตาร์ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีนะ แต่คนที่เป็น
ครูคุณเอาเงินเค้ามาฉะนั้นการที่จะให้อะไรเค้าต้องให้อย่างถูกต้องด้วยสิ่งที่จะให้คือโลกทัศน์การมองว่าเค้าจะ
เติบโตกับสิ่งนี้ได้อย่างไร ซึ่งส่วนใหญ่หากินกันเกินไปซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของอีโก้ คนสอนที่คิดว่า กูเจ๋ง
น่ะพอนึกแค่นี้ก็จบแล้วจริงๆแล้วโรงเรียนไม่ได้ทำให้คนเก่งนะ เป็นเหมือนกับหนังสือเล่มนึงเท่านั้น คนจะดีไม่
ดีมันอยู่ที่ตัวเองมากกว่า ถ้ามีระเบียบกับตัวเองฝึกฝนเยอะๆ ก็ดีเองครับ แต่การฝึกฝนมันก็ต้องมีสิ่งที่
Creative ด้วยเหมือนเรียนวาดรูปในโรงเรียน ศิลปะในประเทศไทย ต้องวาดให้เหมือนก่อน ซึ่งมันผิดน่าจะ
เหมือนเด็กนะ คิดอะไรเมื่อเห็นสื่งนี้ ภาพเหมือนของคุณเป็นอย่างไรตรงนั้นน่าจะมีค่ากว่าเยอะแต่โรงเรียนศิลปะ
ชอบสอนให้คน Copy เพราะคิดว่าการ Copy มันจะเป็นพื้นฐานของทุกอย่างแต่มันจะปิดทุกอย่างของภาคการ
สร้างสรรค์ เพราะเมื่อไหร่แหกคอกจะรู้สึกผิดทันที เหมือนกับการเรียนดนตรีน่ะ


ถ้าเพื่อนๆ พี่พี่น้องๆ ชาวกีตาร์ไทยทุกท่านสนใจอยากชมฝีมือการแสดงสด ของพี่กอล์ฟ ก็ไปที่ Saxophone
อนุสาวรีย์ ชัยสมรภูมิทุกวันอาทิตย์ตีหนึ่ง กับวงทีโบนได้ครับ

 
 

เรามาดูแผนผังการต่อ Effect ของพี่กอล์ฟได้ Click ที่นี่