ถ้าเมื่อใดก็ตามที่เราเจอเพลงในทางคอร์ดเหล่านี้ ไอเดียแรกที่ผมจะใช้คือเปลี่ยนให้เป็นคอร์ดสี่เสียงซะ เป็นไอเดียง่ายๆแต่สร้างความเพราะขึ้นมาระดับหนึ่ง เราก็จะได้
Fig.2
II Amaj7 I F#m7 I Dmaj7 I E7 II
แต่ยังครับยังมีอะไรที่ทำให้ดูเท่ห์ไปกว่านั้นอีก ในกรณีที่อยากสร้างความตะลึงเพิ่มมากขึ้นผมจะคิดให้มันเป็นคอร์ด 9 ทั้งหมด ที่นี่แหละครับซาวด์แจ็สจะเริ่มมาอย่างทันที จะสังเกตุได้ว่าทุกอย่างเหมือนเดิมทางคอร์ดเดิมแต่ซาวด์เปลี่ยนไปเยอะมาก
Fig.3
II Amaj9 I F#m9 I Dmaj9 I E9 II
ทีนี้อันสุดท้ายที่จะได้คาเร็กเตอร์ของความเป็นแจ็สเพิ่มขึ้นไปอีก เอาแบบที่ว่าเล่นเมื่อไหร่เพื่อนต้องเหลียวหลังมองอย่างแน่นอน คุณจะกลายเป็นคนสำคัญในหมู่เพื่อนๆเลยก็ว่าได้ เรื่องของแจ็สนั้นอันหนึ่งที่ละเลยไม่ได้ก็คือความต่อเนื่องของเสียง อันนี้มักจะใช้ในคอร์ดส่งนั้นก็คือคอร์ด V ในกรณีนี้คอร์ดส่งคือคอร์ด E7 ผมจะเพิ่ม tension เข้าไปในคอร์ดตัวหนึ่งแต่จะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงครับ นั้นก็คือตัว b9 เราก็จะได้คอร์ด E7b9 มาเพิ่มในเพลงต่อจากคอร์ด E9 อีกหนึ่งคอร์ดในบาร์เดียวกันโดยจะออกมาเป็นดังนี้ครับ
Fig.4
II Amaj9 I F#m9 I Dmaj9 I E9 E7b9 II
จากตัวอย่างสุดท้ายนั้นจะเห็นได้ว่าเพลงธรรมดาหนึ่งเพลงจะกลายเป็นเพลงที่ดูหรูหราขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะบาร์สุดท้ายที่มีตัวโน็ตที่ต่อเนื่องกันจากโน็ต 9 ลงมาครึ่งเสียงเป็น b9 ด้วยความต่อเนื่องจากตรงนี้จะสามารถใช้เป็นเอกลักษณ์ในตอนท่อนส่งของเพลงเช่น ท่อนอินโทรในบาร์สุดท้ายก่อนเข้าท่อน A หรือจะเป็นท่อนก่อนจะเข้าท่อน hook
หรือเราอาจจะใช้ตระกูลคอร์ด 7 เช่น Amaj7 , F#m7 และ Dmaj7 กับคอร์ดอื่นๆมาก่อนแล้วค่อยมาลงคอร์ด E เป็นคอร์ด 9 และ b9 ในบาร์เดียวกัน ในตอนก่อนส่งเพื่อเน้นให้เพลงมีเสน่ห์เล็กน้อยแต่พองามก็ได้ครับ ยังไงก็ลองดูฟอร์มคอร์ดที่ให้มานำไปลองหัดจับเล่นและปรับประยุกต์กับเพลงอื่นบ้างก็ได้ครับ