Untitled Document


 Main Menu
  Home
  login / Member
  Chord Expert
  Articles
  Webboard
  Classifieds
  Review & Test
  Music News
  Event
  Cools Links
  Download
 
  About Us

6046
 About Thinking :     About Thinking / Music In Movies Part I    28 มิ.ย. 49    Acid Head

ครั้งนี้ผมจะรวบรวมหนังที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับดนตรีมาแนะนำไปให้หาดูกันให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะส่วนหนึ่งที่ตั้งใจเขียนบทความนี้ขึ้นมาก็เพราะผมยึดตัวเองเป็นหลัก เพราะตอนที่หาหนังสไตล์นี้ดูนั้นค่อนข้างจะหาดูยากพอตัวไม่ค่อยได้คำแนะนำหรือมีไกด์ให้เห็นซักเท่าไหร่ พอมีโอกาสก็เลยอยากจะนำมาเผยแพร่ให้ทุกๆคนได้ดูและรู้จักกันครับ เอาเป็นว่าเริ่มต้นกันเลยดีกว่า

1 .Crossroad
ประเดิมกันด้วยเรื่องแรก อย่าเพิ่งตกใจครับว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่ Britney Spears เล่น เพียงแค่ชื่อเหมือนกัน แต่เนื้อเรื่องแตกต่างกันริบลับคับ และเรื่องนี้ถ้าไม่พูดถึงไม่ได้แน่นอน เพราะเปรียบเป็นเหมือนประวัติศาสตร์ของคนดนตรีทุกคนเลย ตัวหนังพูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับ เด็กน้อยคนหนึ่งที่เดินอยู่บนเส้นทางของคนคลาสสิกแต่กลับสนใจในดนตรีบลูส์โดยเฉพาะบทเพลงที่หายไปของ Robert Johnson มือกีต้าร์บลูส์ที่เป็นตำนานไปแล้ว

ตัวหนังยังได้นำเรื่องที่เป็นตำนานว่า ถ้าขายวิญญาณให้ซาตานไปแล้วจะได้เป็นสุดยอดฝีมือของนักดนตรี ( เป็นตำนานที่เล่าต่อกันมาว่า Robert Johnson เก่งขึ้นมาได้ก็เพราะเขาแลกความเก่งกับวิญญาณ ) เพราะฉะนั้นตัวเอกของเรื่องจึงต้องไปขอซื้อวิญญาณของนักดนตรีคนหนึ่งที่เคยเป็นลูกวงของ Robert Johnson คืน โดยต้องไปติดต่อกับซาตานที่สี่แยก Crossroad แล้วสัญญาดังกล่าวที่จะได้วิญญาณของคนนั้นๆคืนก็คือ ต้องไปดวลกีต้าร์กับลูกน้องซาตานที่รับบทโดย Steve Vai นั้นเอง ฉากเด่นต้องยกให้ตอนท้ายเรื่องครับที่มีการดวลกีต้าร์กันระหว่างพระเอกและ Steve Vai เป็นฉากที่สุดจะคลาสสิกอีกหนึ่งเรื่องครับ รับรองได้ว่าปั่นกันกระจาย งานนี้ได้ดู Steve Vai เล่นพลาดด้วยครับ สำหรับคนอื่นๆที่ไม่ใช่คอเพลงอาจจะดูหน้าเบื่อไปซักนิด เพราะเนื้อเรื่องกว่าจะดำเนินมาจนถึงไฮไลต์ตอนท้ายนั้นนานพอตัว เป็นบทพูดซะเยอะครับ แต่สำหรับคนดนตรีแล้วหนังเรื่องนี้เหมือนตำนานดนตรีดีๆนี่เองครับ

 

2. The Red Violin
เนื้อเรื่องของหนังเรื่องนี้กล่าวถึงการเดินทางผ่านยุคสมัยต่างๆถึง 300 ปีไวโอลีนตัวหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยความรักและศรัทธาของช่างทำไวโอลีนที่เลื่องชื่อลือนามคนหนึ่งในยุคสมัยนั้น ซึ่งตั้งใจทำไวโอลีนตัวนี้ให้กับลูกที่กำลังจะเกิด แต่แล้วเขาก็ต้องเสียลูกสาวและภรรยาไปทั้งคู่ในตอนคลอดเพราะแม่เสียเลือดมาก และเขาจึงนำเลือดของภรรยาและลูกมาผสมกับสีและทาลงไปบนตัวของไวโอลีน และเมื่อไวโอลีนตัวนี้ได้ตกไปอยู่ในมือของผู้เล่นคนไหนก็ตามจะต้องมีอันเป็นไปทุกคนครับ ครั้งแรกที่ได้ดูหนังเรื่องนี้เกิดอาการขนลุกอย่างบอกไม่ถูกครับ สาเหตุหนึ่งก็คงมาจากความเชื่อที่ว่าเครื่องดนตรีทุกเครื่องมีจิตวิญญาณอยู่ข้างในคล้ายกับเครื่องดนตรีของไทยที่มีครู ที่ว่ากันว่าทุกครั้งที่จะทำเครื่องดนตรีไทยขึ้นมาหนึ่งชิ้นคนที่เป็นครูจะต้องใส่ชิ้นส่วนจากอวัยวะของเขาลงไปในเครื่องดนตรีชิ้นนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นเศษเล็บหรือเส้นผม

หนังเรื่องนี้ค่อนข้างจะมีความเป็นดราม่าอยู่สูงมาก และมีความซับซ้อนของบทอยู่เยอะมากเรียกกันว่าต้องให้คอยลุ้นและติดตามกันอยู่ตลอดเวลา 2 ชั่วโมงเลยครับ ต้องค่อนข้างใช้สมาธิกับมันพอตัว เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดอาการงงได้ นับตั้งแต่ไอ้เจ้าไวโอลีนตัวนี้ตกทอดไปยังรุ่นต่อรุ่นจนถึงปัจจุบัน เนื้อเรื่องโยงมาตลอดตั้งแต่ยุคอดีตเลยครับ และเรื่องราวทั้งหมดนั้นจะมาเฉลยเรื่องราวที่ยงทังหมดเอาก็ตอนซัก 30 นาทีท้ายที่เป็นช่วงไคลแม็กสุดๆแล้วของหนังเรื่องนี้ เป็นหนังที่ขึ้นแท่น 5 ดาวเลยครับ อีกทั้งซาวด์แทร็คยังได้รับรางวัลอีกด้วยครับ

 

3. วัยระเริง
เรื่องนี้เป็นหนังไทยครับ ขอย้อนยุคไปซักนิดแต่รับรองได้ว่าเป็นหนังยอดฮิตครับ อีกทั้งยังเป็นหนังที่สร้างชื่อเสียงให้กับ อำพล ลำพูลและวงไมโคร อันเนื่องมาจากพวกเขาได้เข้าไปเล่นในหนังเรื่องนี้ด้วย และก็ไม่สามารถปฎิเสธได้เลยว่าหนังเรื่องนี้นั้นเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างความนิยมที่เพิ่มขึ้นตามมาให้กับวง ไมโคร ที่ขณะนั้นกำลังจะมีอัลบั้มชุดแรกออกมาให้ฟังกัน

เนื้อเรื่องเกี่ยวกับกลุ่มเด็กหนุ่มวัยเรียนที่ต้องการใช้ชีวิตในเส้นทางดนตรี โดยเฉพาะตัวนำของเรื่อง อำพลกับบทบาทมือกลองของวงที่ต้องสร้างความฝันในเส้นทางดนตรีร็อกให้สำเร็จ ความโด่งดังของหนังเรื่องนี้นอกจากความเป็นไอดอลของอำพลแล้ว ส่วนหนึ่งก็มาจากบทเพลงประกอบโดยเฉพาะเพลงยุโรปที่นำเนื้อหาจากหนังสือเรียนภูมิศาสตร์มาเรียบเรียงให้เป็นเพลง กับเนื้อเพลงที่แต่งไว้ว่า “ ยุโรป ทิศใต้ติดน้ำ เหนือก็ติดน้ำ เว้นทิศเเดียวตะวันออกติดเอเชีย ” และอีกหลายๆประโยคที่ครีเอทสุดๆ เรียกว่าทำเอาคนยุคนั้นได้ความรู้กันเป็นแถบ และที่สำคัญหนังเรื่องนี้ยังได้พี่ใหญ่แห่งวงการเพลงไทยอย่าง พี่เต๋อ เรวัต ทีม Butterfly มาทำเพลงและบันทึกเสียงทั้งหมดด้วยครับ แม้ตัวหนังจะเก่าแต่ยังคงความคลาสสิกตามสไตล์หนังไทยที่เต็มไปด้วยมุขตลกแบบหนังไทยแท้ดั้งเดิมครับ ขึ้นแท่นเป็นหนังประวัติศาสตร์ของไทยเลยครับ

 

4.Almost Famous
หนังอีกหนึ่งเรื่องที่สามารถครองใจผู้ชมได้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอเพลงร็อก หนังเรื่องนี้ได้ผู้กำกับชั้นเยี่ยมอย่าง Cameron Crowe (คาเมรอน โครว์) เนื้อหาของเรื่องนั้นเป็นการย้อนนำคนดูกลับไปยังยุครุ่งเรื่องของดนตรีร็อกแอนด์โรลในปี 1973 โดยได้ตัวละครเอก William Millerในวัย 15 ปี

จากแค่เด็กคนหนึ่งที่ได้รับมรดกจากพี่สาวที่มักจะมีปากเสียงกับแม่อยู่เสมอในเรื่องของทัศนะคติที่ต่างวัย จึงทำให้เธอตัดสินใจออกจากบ้านเพื่อไปหาสิ่งที่ตัวเองรักและชอบตามเสันทางของตนเอง และมรดกอันล้ำค่าที่เธอได้ทิ้งไว้ให้กับวิลเลี่ยมนั้นก็คือแผ่นเสียงกองโตที่เต็มไปด้วยอัลบั้มของ Black Sabbath ,Lynyrd Skynyrd,Led Zeppelin,Jimi Hendrix และอีกหลายต่อหลายวง และแผ่นเสียงเหล่านี้เองก็เป็นการสร้างแนวทางและแรงบรรดาลใจต่อวิลเลี่ยมอย่างที่เขาขออุทิศชีวิตให้กับร็อกแอนโรล และวิลเลี่ยมก็ใช้ความสามารถและความรู้ของเขากับร็อกแอนโรลในการเขียนบทความจนกระทั่งไปเข้าตานิตยสารดนตรียักษ์ใหญ่อย่าง Rollin Stone จนดึงเขาไปทำงานเต็มตัว และงานชิ้นใหญ่ที่เขาได้รับคือการที่ทำบทสัมภาษณ์วงร็อกอย่าง Still Water โดยติดตามวงร็อกวงนี้ไปทุกฝีก้าวที่ Still Water จะต้องไปทัวร์

แต่ถึงกระนั้นก็ตามแม้ว่าความรักและศรัทธาที่มีต่อวงนี้จะมีมากขนาดไหน แต่เขาก็ไม่อาจที่จะฝืนเขียนเรื่องปั้นแต่งขึ้นเพื่อทำให้วงดนตรีวงหนึ่งกลายเป็นเทพเจ้าที่มีแต่สิ่งสวยงามไม่ได้ ตลอดเวลาการเดินทางที่เต็มไปด้วยอุปสรรคอย่างมากมายโดยเฉพาะแม่ของเขาที่ไม่เคยเห็นด้วยกับการทุ่มตัวเองเช่นนี้หรือแม้แต่ความรู้สึกที่กำลังจะกลายเป็นสมาชิก Still Water อย่างเต็มตัว แต่การที่วิลเลี่ยมในวัย 15 ย่าง 16 กำลังได้พบคือประสบการณ์อันยิ่งใหญ่ที่ไม่สามารถหาได้ นั้นคือเรื่องของสัจธรรมของชีวิต ครอบครัว ความศรัทธาต่อบุคคลเช่น รัสเซล แฮมมอนด์ (มือกีต้าร์ดาวรุ่งของวง) และเรื่องความรักที่ล้ำค่าต่อสาวน้อย เพนนี เลน (แสดงโดย เคท ฮัดสัน)

หนังเรื่องนี้ถูกกลั่นกรองมาจากชีวิตจริงของ คาเมรอน โครว์ แทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ โครว์ในวัย 16 ปี ทำทุกอย่างในตัวละครวิลเลี่ยมทำ จนในวัยนั้นโครว์สามารถขึ้นมาอยู่ที่ตำแหน่งบรรณาธิการฝ่ายประสานงาน จนกระทั่งเขาผันตัวเองจากนักข่าวมาเป็นคนทำหนังในปัจจุบัน โครว์ถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกของตัวละครแต่ละตัวให้เหมือนมีชีวิตและตัวตนจริงๆได้อย่างแนบเนียน และที่สำคัญในฐานะที่คาเมรอน โครว์เป็นผู้ที่คร่ำหวอดในวงการร็อก ทำให้เรื่องของเพลงประกอบหนังสำคัญไม่แพ้เนื้อเรื่องแต่อย่างใด

5.American Blue Note
หนังเรื่องนี้ค่อนข้างจะเก่าและหาดูยากเอาเรื่องเหมือนกันครับ เพราะเป็นหนังตั้งแต่ปี 1989 ตัวหนังเองก็ไม่ถึงขนาดที่ก้าวขึ้นมาเป็นหนังฟอร์มยักษ์แถวหน้าแต่อย่างใด แต่ความที่เป็นหนังทุนต่ำแต่เน้นไปที่เนื้อหาของคนเฉพาะกลุ่มนี่แหละครับคือเสน่ห์อย่างแรง เพราะความที่มีเนื้อหาสะท้อนชีวิตจริง เนื้อเรื่องเกี่ยวกับวงดนตรีแสตนดาร์ดแจ็สห้าชิ้นที่ประกอบไปด้วย แซ็กโซโฟน , ทรัมเป็ต , เปียโน , ดับเบิ้ลเบส , กลอง กลุ่มเพื่อนที่ร่วมสร้างวงดนตรีขึ้นมาและพยายามทุกวิถีทางที่จะประคับประคองมันให้ตลอดรอดฝั่ง โดยเฉพาะ Jack มือแซ็กโซโฟนผู้เป็นหัวหน้าวง ที่รับบทหนักกับการฝ่าฟันอุปสรรคและปัญหาที่เข้ามา ร่วมถึงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า อีกทั้งยังต้องโอบวงหนึ่งวงไม่ให้มันแตกแยก แต่ท้ายสุดจะเป็นอย่างไรต้องหาดูครับ

 

หนังดำเนินเรื่องอย่างเรียบง่ายตามแบบหนังชีวิตฟอร์มเล็กแบบฉบับอเมริกัน American Blue Note เป็นการนำปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นจริงกับวงทุกวงและทุกสไตล์ไม่เพียงแต่แจ็ส เพลงที่ใช้ประกอบหนังเป็นเพลงแสตนดาร์ดครับฟังได้เรื่อยๆ แต่ตัวเรื่องอาจดำเนินช้าไปซักนิด เพราะเป็นหนังสไตล์ดราม่า แต่ถึงอย่างไรก็เป็นหนังเก่าอีกเรื่องที่น่าดูเช่นกัน

 





6.NANA
จากหนังสือการ์ตูนที่ทำยอดขายถล่มทลายในประเทศญี่ปุ่นถึง 20 ล้านเล่ม จนต้องนำมาเรียบเรียงร้อยถ้อยคำและความรู้สึกออกมาเป็นภาพยนต์โดยฝีมือของ Kentaro Otani ( เคนทาโร่ โอทานิ ) จากตัวละครแรก Nana หญิงผู้มีบุคคลิกอันเข้มแข็งแต่เก็บความรู้สึกที่เปราะบางไว้ลึกๆข้างใน และตัวละครตัวที่สอง Nana หญิงอีกคนที่มีบุคลิกหวานตามแบบฉบับกุลสตรี ทั้งคู่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงแต่เมื่อโชคชะตานำเธอทั้งสองมาอยู่และร่วมทางกันในฐานะเพื่อนร่วมห้อง นั้นหมายความว่าการเรียนรู้นิสัยซึ่งกันและกันก็ค่อยๆพัฒนาเป็นการเติมเต็มความรู้สึกที่ขาดหายแม้ว่าจะไม่มีการเน้นให้เห็นถึงส่วนตรงนี้มากนัก แต่ก็เห็นได้ชัด เรื่องทั้งหมดจะถูกโยงเข้ากับดนตรี โดยที่ตัวละครเอก Nana คนแรกกับความมุ่งมั่นจะมาโตเกียวด้วยการสร้างชื่อเสียงด้วยตัวเองด้วยการเป็นนักร้องเพลงร็อก หลังจากแยกทางกับแฟนหนุ่มนักดนตรีที่เคยร่วมวงกันมาเพราะถูกดึงตัวไปเข้ากับอีกวงร็อกอีกวงหนึ่ง ครั้งนี้ด้วยความรู้สึกเดิมๆของ Nana ที่เคยเป็นและเคยทำมา ประจวบกับมิตรสหายเก่าๆที่เคยเล่นดนตรีมาด้วยกันก็อยากที่จะสานความฝันเหล่านี้ต่อ แม้ว่ามันจะยากเย็นแต่นั้นก็คือความพยายามที่จะต้องก้าวไปให้ได้

แม้จากเนื้อหาในการ์ตูนที่ถูกถ่ายทอดออกมาจะไม่สามารถเก็บรายละเอียดของเนื้อเรื่องทั้งหมดได้ แต่ Kentaro Otani ก็ดึงเอาประเด็นของความรู้สึกที่ค่อยๆปูทางให้คนดูเข้าไปมีอารมณ์ร่วมกับตัวละครโดยผ่านเนื้อหาของชีวิต , ความรัก , ศักดิ์ศรีและความศรัทธาดนตรี ทั้งหมดนี้คือหนังดราม่าดีๆหนึ่งเรื่องนั้นเอง การเดินเรื่องจะค่อยเป็นค่อยไปตามแบบฉบับหนังดราม่าของญี่ปุ่น เน้นการเล่นความรู้สึกของตัวละคร หนังเรื่องนี้ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในประเทศญี่ปุ่นจนทำให้สะท้อนเห็นอีกมุมว่านี่อาจเป็นวิถีทางของวัยรุ่นญี่ปุ่นยุคไอทีที่อยากจะเป็นก็ได้ ที่สำคัญอีกอย่างเพลงประกอบเองก็ไม่ได้ด้อยกว่าตัวหนังเลย เพราะได้ Hyde แห่ง L'Arc-en-Ciel มาดูแลอย่างเต็มตัว และจากความแรงของภาคแรกทำให้มีโครงการทำภาคสองออกมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับคอการ์ตูนไม่น่าพลาดครับ

 

ครั้งนี้ผมขอแนะนำไปเพียงเท่านี้ก่อนครับ ยังไงก็ลองหามาดูกันก่อนแล้วจะมาต่อในภาคต่อๆไปให้ครับ ขอให้สนุกกับการดูหนังครับ


any comments, please e-mail   webmaster@guitarthai.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2009. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket