ทำไมบางคนชอบเรียก"คู่ 5 Perfect" ว่า Power Chord หรือ คอร์ดร็อค?  
 
ทำไมบางคนชอบเรียก"คู่ 5 Perfect" ว่า Power Chord หรือ คอร์ดร็อค

1.ทั้งที่มันก็เป็นแค่"ขั้นคู่"คือมี2Note จะถือว่าเป็นChord ได้อย่างไร

2.คำว่า"Power" อาจจะเพราะเขาคิดว่ามันทรงพลัง
แต่จริงๆคู่ P5, P8 นั้นถือว่าเป็นเสียงที่เปิดโล่ง และบางกว่าคู่ 3,6 เสียอีก(ทั้งตามทฤษฎี และ เสียงที่ได้ยินจริงๆ)
แต่ทำไม คู่3 ,6 ไม่ถูกเรียกว่า Power Chord บ้าง

3.แล้วทำไมเรียก คู่ P5 ว่า"คอร์ดร็อค" ล่ะ?
J.S.Bach ก็ใช้คู่ P5 นะ แบบนี้Bach ก็เล่นคอร์ดร็อคอ่าดิ? ฮ่าๆๆ







redwine1990      30 ธ.ค. 53   เวลา 13:02:00       พิมพ์   แจ้งลบ      IP = 125.25.75.115

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 1  
 
แล้วจะเรียกว่าอะไรดีละ แนะนำด้วย ผมอ่อนครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      chadoy      30 ธ.ค. 53   เวลา 13:17:00    IP = 223.205.92.212
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 2  
 
มันเป็นศัพท์สแลงในดนตรีร๊อค สำหรับกีตาร์มั๊งครับ คงไม่ได้มาจากทฤษฎีหรอก

เหมือนคำว่าgig แปลว่าjobนั่นแหละ

   811      30 ธ.ค. 53   เวลา 13:24:00    IP = 110.168.120.91
 


  คำตอบที่ 3  
 
ขออธิบายคร่าว สำหรับความรู้ที่ผมพอจำได้นะ
Power chord คือ โน๊ต ตัวroot กับตัวที่5 ในสเกลนั้นมาจับรวมกัน ถ้าเราจับแค่ตัว1กับ5 มันจะขาดความเป็นกฏของคอร์ดไป (คอร์ดคือโน๊ต3ตัวขี้นไปมารวมกัน) ดังนั้น ก็เลยต้องมาจับ 1-5-1 หรืออะไรต่างๆก็ว่ากัน

...ส่วนทำไมคู่ 3 กับ คู่6 ทำไมไม่เรียกพาวเวอร์คอร์ด? เค้าไม่นิยมเอามาใช้ในเพลงร็อคกันครับ ใช้มันก็ใช้ได้ แต่มันไม่เสนาะหู แต่1-3-1 นั้นบางวงชอบใช้ลองหาฟังดูนะครับ

...ส่วนทำไมคู่5เรียกว่า พาวเวอร์คอร์ดล่ะ? ผมว่าชื่อนี้มันมีมานานแล้วนะ เสียงของพาวเวอร์คอร์ดนั้นมันให้เสียงที่กระด้าง มีอารมณ์ที่หนักแน่น ดนตรีมันเกิดมาตั้งนานแล้วบนโลกนี้ ที่ไม่แปลก ที่คีตกวี ยุคนั้น จะดึงโน๊ต ต่างๆมาเล่นร่วมกัน เราต้องถามตัวเองดีกว่า เราจะเอาโน๊ตเหล่านั้นมาเล่นยังไง ให้มันเป็นบทเพลงที่ดี

   lonelydog      30 ธ.ค. 53   เวลา 13:30:00    IP = 124.121.9.238
 


  คำตอบที่ 4  
 
คงใช้ต่อๆกันมาจนชิน แล้วเรียกติดปากนะครับ

อีกอย่าง คู่เสียงประเภทนี้ ดนตรี ROCK นิยมนำมาใช้เล่น RHYTHM ซะส่วนใหญ่

เนื่องจาก คู่เสียงนี้ เล่นกับเสียง GUITAR แบบ DISTORTION หรือ OVERDRIVE มันได้เสียงทีแน่น มีพลัง ไม่กัด ขัดหู

คล้ายๆ กรณีเราเรียก ผงซักฟอก ว่า แฟ๊บ หละมั๊งครับ

   chatreeo      30 ธ.ค. 53   เวลา 13:30:00    IP = 58.8.85.164
 


  คำตอบที่ 5  
 
ในdvdสอนของฝรั่งเขาก็เรียกอย่างนั้น (Danny Gill : Rock Guitar in 6 Weeks)

   gulp  30 ธ.ค. 53   เวลา 13:36:00    IP = 180.183.186.137
 


  คำตอบที่ 6  
 
ขออธิบายคร่าว สำหรับความรู้ที่ผมพอจำได้นะ
Power chord คือ โน๊ต ตัวroot กับตัวที่5 ในสเกลนั้นมาจับรวมกัน ถ้าเราจับแค่ตัว1กับ5 มันจะขาดความเป็นกฏของคอร์ดไป (คอร์ดคือโน๊ต3ตัวขี้นไปมารวมกัน) ดังนั้น ก็เลยต้องมาจับ 1-5-1 หรืออะไรต่างๆก็ว่ากัน

...ส่วนทำไมคู่ 3 กับ คู่6 ทำไมไม่เรียกพาวเวอร์คอร์ด? เค้าไม่นิยมเอามาใช้ในเพลงร็อคกันครับ ใช้มันก็ใช้ได้ แต่มันไม่เสนาะหู แต่1-3-1 นั้นบางวงชอบใช้ลองหาฟังดูนะครับ

...ส่วนทำไมคู่5เรียกว่า พาวเวอร์คอร์ดล่ะ? ผมว่าชื่อนี้มันมีมานานแล้วนะ เสียงของพาวเวอร์คอร์ดนั้นมันให้เสียงที่กระด้าง มีอารมณ์ที่หนักแน่น ดนตรีมันเกิดมาตั้งนานแล้วบนโลกนี้ ที่ไม่แปลก ที่คีตกวี ยุคนั้น จะดึงโน๊ต ต่างๆมาเล่นร่วมกัน เราต้องถามตัวเองดีกว่า เราจะเอาโน๊ตเหล่านั้นมาเล่นยังไง ให้มันเป็นบทเพลงที่ดี

lonelydog 30 ธ.ค. 53 เวลา 13:30:00 IP = 124.121.9.238

--------------------------------------------------------------------------------

Chord ต้องมีตั้งแต่ 3 Note ขึ้นไป แต่ชื่อเดียวกันไม่นับเพิ่มนะครับ อย่างเช่น 1-5-1 หรือC-G-C ก็นับเป็น2Note คือ CกับG ครับ ไม่ถือว่าเป็นChordที่มี3Note

   redwine1990      30 ธ.ค. 53   เวลา 13:36:00    IP = 125.25.75.115

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 7  
 
น้องเรดไวน์ครับซีเรียสไปป่าว ครับ อิอิ ^ ^'

เขาเรียก ๆ กันมา ตามจารย์โอ๋อธิบายนั่นแหล่ะ

ในทางดนตรีคลาสสิค ก็เป็นอีกอย่างนึง ซึ่งเรียกว่า คู่ 5 เพอเฟค นั่นแหล่ะ

ส่วนดนตรีร็อก เล่นคู่ 5 ด้วยเสียงดิสทอชั่น จึงกลายเป็นเสียงเพาว์เวอร์ที่ดูทรงพลัง ส่วนคำว่าคอร์ด เขาคงจะใช้เรียกทับศัพท์ไปเลย เพราะว่า เพาว์เวอร์คู่ 5 นั่นน่ะ เมื่อนำมาเล่นรวมวง มันก็กลายเป็น เสียง คอร์ดเพาเวอร์ เสริมความแน่นให้วง เป็นเช่นนี้นั่นแหล่ะ ^ ^

   handmade_v3      30 ธ.ค. 53   เวลา 13:46:00    IP = 180.180.45.10
 


  คำตอบที่ 8  
 
ผมมองกลับกันนะ มันเป็นขั้นคู่ที่ให้เสียงที่หนาที่สุดแล้ว

เพราะจริงๆ โน๊ตทุกตัวจะมี Overtone และ Harmonic ของมันเองอยุ่
และ Overtone และ Harmonic ที่ได้ยินชัดที่สุด ก็คือ ตัว P5 นี่เหละครับ

ลองฟังดีๆ เวลาเล่น C มันเหมือนจะมี G แอบๆอยู่

และพวกขั้นคู่ที่เป็น Perfect เนี่ ยมันมั่นคงครับ พลิกกลับยังไงก็ป็น Perfect เป็นโครงสรา้งที่แข็งแรงครับ มันเลยให้เสียงที่แข็งแรง ชาวร๊อค หรือ อะไรก็ตามที่ต้องซาวด์ แบบนั้น เลยเอามาใช้กัน

ส่วนเรือ่งในทางทฤษฏี เนีย ผมว่ามันเป็นเรือ่งของยุคสมัยครับ

ทฤษฏีที่เราเรียนกันอยุ่ มันเป็น ของดนตรคลาสสิกครับ เค้าเขียนขึ้นมา เพื่ออธิบาย สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นมาในยุคนั้น แต่ดนตรี มันพัฒนาไปเรือยๆ ก็มีคนเขียน ทฤษฎี ตามมาเช่นกัน ทั้งพวก แจ้ส ป๊อป ทั้งหลาย

แต่ยังไม่มีใคร รื้อ ทฤษฎีใหม่ขึ้นมาทั้งระบบครับ ดังนั้น คำว่าคอร์ด มีโน๊ตสามเสียงเนี่ย มันเป็นสิ่งที่เป็นมาหลายร้อยปีแล้ว ถ้ามาเขียนทฤษฎีกันใหม่ ณ​ วันนี้ ปี 2010-2011 คาดว่า คำนิยามของ หลายๆคำ ต้องเปลี่ยนไป แน่ๆครับ



   pete122      30 ธ.ค. 53   เวลา 13:54:00    IP = 203.148.216.166
 


  คำตอบที่ 9  
 
C-G-C ก็ถือเป็นคอร์ดแล้วครับ

   katom      30 ธ.ค. 53   เวลา 13:54:00    IP = 61.7.138.91
 


  คำตอบที่ 10  
 
ก็คงเหมือนที่เราเรียก หมึก ว่าปลาหมึกมั๊ยครับ ลูกเพ่... มันไม่ได้อยู่ตระกูลปลาซะหน่อย. เรียกปลาได้ไง???

แต่ถัาลูกเพ่.. ให้ตังเด็ก แล้วบอกว่า ให้ไปซื้อหมึกให้หน่อย.. ดูซิ ว่ามันจะซื้ออะไรมาให้ลูกเพ่... 5555....

   TONSOLO      30 ธ.ค. 53   เวลา 14:00:00    IP = 182.52.15.27
 


  คำตอบที่ 11  
 
ต่อเนื่องเลยคับ ชอบๆ

   tenttenttent      30 ธ.ค. 53   เวลา 14:02:00    IP = 115.87.71.5
 


  คำตอบที่ 12  
 
...................

   กลิ่นสุวรรณ      30 ธ.ค. 53   เวลา 14:03:00    IP = 223.205.16.120
 


  คำตอบที่ 13  
 
ผมเอามาจาก Wiki นะครับลองอ่านๆดู น่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย

When two or more notes are played through a distortion process which non-linearly transforms the audio signal, additional harmonics are generated at the sums and differences of the frequencies of the harmonics of those notes.[2]

When a normal chord (for example, a major or minor chord) consisting of three or more different degrees of the scale is played through distortion, the number of different frequencies generated, and the complex ratios between them, can cause the resulting sound to be messy and indistinct.[3]

However, in a power chord, the ratio between the frequencies of the root and fifth is simply 3:2 (see interval) . When played through distortion, this leads to the production of harmonics closely related in frequency to the original two notes, producing a more coherent sound. Additionally, the spectrum of the sound is expanded in both directions, producing a richer, more subjectively 'powerful' sound than the undistorted signal. With large amounts of distortion, the fundamental can appear to be an octave lower than the root note of the chord played without distortion, again giving a more bassy and powerful sound.[4]

Even when played without distortion, the simple ratios between the harmonics in the notes of a power chord can give a stark and powerful sound.

Power chords also have the added advantage of being relatively easy to play (see "Fingering" below), allowing fast chord changes and easy incorporation into melodies and riffs.


   Metal Madness      30 ธ.ค. 53   เวลา 14:03:00    IP = 119.46.158.2
 


  คำตอบที่ 14  
 
Theorists are divided on whether a power chord can be considered a chord in the traditional sense, with some requiring a 'chord' to contain a minimum of three degrees of the scale. When the same interval is found in traditional and classical music, it would not usually be called a 'power chord', and may be considered to be a dyad or simply an interval. However, the term is accepted as a pop and rock music term, most strongly associated with the overdriven electric guitar styles of hard rock, heavy metal, punk rock, and similar genres. The use of the term "power chord" has, to some extent, spilled over into the vocabulary of other instrumentalists, such as keyboard and synthesizer players.

Power chords are notated 5. For example, C5 (C power chord) refers to playing the root (C) and fifth (G). These can be inverted, so that the G is played below the C (making an interval of a fourth). They can also be played with octave doublings of the root or fifth note, which will make a sound that is subjectively higher pitched with less power in the low frequencies, but still retains the character of a power chord.

A power chord is neither major nor minor, as there is no third present. This gives the power chord a chameleon-like property; if played within the context of major chords, it will sound like a major chord, but when played with minor chords, it will sound minor.

Although the power chord is associated with a distorted sound, most guitarists would consider that a power chord fingering can be called a power chord whether played through distortion or not.

ตั้งใจอ่านดีๆ น่าจะได้ความรู้ใหม่อยู่อักโข คงคลายไขข้อข้องใจได้อยู่พอสมควร

   Metal Madness      30 ธ.ค. 53   เวลา 14:04:00    IP = 119.46.158.2
 


  คำตอบที่ 15  
 
เป็นคู่ที่ให้ความรู้สึก หนักแน่น กลมกลืน สมบูรณ์ที่สุดครับ

   -`๏’Famp 6 สายสะพายบ่า`๏’-       30 ธ.ค. 53   เวลา 14:08:00    IP = 183.89.101.131
 


  คำตอบที่ 16  
 
จริงด้วยสิ.....สงสัยคงเรียกกันติดปากมากกว่า ครับ..


   The_Myth22      30 ธ.ค. 53   เวลา 14:22:00    IP = 110.49.193.4
 


  คำตอบที่ 17  
 
ผมว่าคุณซีเรียสไปน่ะ ปล่อยวางมั่งก็ได้ งั้นผมเพิ่มข้อ4ให้คุณแล้วกัน

4.ทําไมบางคนจับ ชี้ กับ กลาง

แต่ ทําไมบางคนจับ ชี้ กับ ก้อย

เอ้า ปวดหัวเลย ปัญหาใหญ่เลยน่ะเนี่ย เครียดดดดดดดดดดดดด อิอิ

   FM2008      30 ธ.ค. 53   เวลา 14:29:00    IP = 183.89.116.75
 


  คำตอบที่ 18  
 
ผมคิดว่า คู่ P5 มันดูกลมกลืนก็จริง อย่างที่คุณPete122 พูด มันมี Harmonic Series คล้ายกันมาก Harmonic Series ของ C ก็มี G แอบอยู่

แต่ความคล้ายกันมากๆ มันก็จะทำให้ฟังคล้ายตัวเดียวกัน จึงทำให้เสียงดูเปิดโล่ง

ผมคิดว่าคู่ 3, 6 จะดูหนักแน่นกว่า P5 แค่P5 จะกลมกล่อมกว่า
และในทาง Classic คู่ P5 กับ P8 จะถือว่าเป็นคู่ที่เบาบาง แต่จะนิยมให้คู่ 3, 6 ตกจังหวะสำคัญ เพื่อความเข้มแข็งด้าน Harmony

   redwine1990      30 ธ.ค. 53   เวลา 14:32:00    IP = 125.25.75.115

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 19  
 
เง้อ พิมพ์ผิดซ่ะงั้น 55

   FM2008      30 ธ.ค. 53   เวลา 14:33:00    IP = 183.89.116.75
 


  คำตอบที่ 20  
 
ฮาตามพี่ต้น

   pangchangnoy      30 ธ.ค. 53   เวลา 14:33:00    IP = 223.207.92.78
 


  คำตอบที่ 21  
 
ซีเรียสจังครับ
ทำไมปลาโลมาถึงเรียกว่าปลาทั้งๆที่มันเป็็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม??

   varisk      30 ธ.ค. 53   เวลา 15:05:00    IP = 222.123.76.161
 


  คำตอบที่ 22  
 
ผมว่านะ น้อง Redwine ทางคลาสสิค กับ ทาง Rock มันมีพื้นฐานมาจากกลุ่มโน๊ตเดียวกัน
น้องลองปล่อยวาง สิ่งที่น้องรู้แล้ว มองมันให้เป็นเรื่องง่าย ผมแนะนำให้ฟังเพลง Rock เยอะ ยิ่งฟังยิ่งเยอะเท่าไหร่ ยิ่งดี เพราะมีคนเคยพูดเอาไว้ว่า จำให้ได้ทั้งหมด แล้วลืมมันไปให้หมด แล้วจะเข้่าใจเองครับ ดนตรี Rock มันไม่มีกฏเกณฑ์ซีเรียส เน้นวิญญาณ เน้นอารมณ์มากกว่า จะมานั่งบ้า นั่งวิเคราะห์เพลงนี้อยู่ในคีย์ๆ นี้ๆ คอร์ดนี้ๆ ต้องเป็นไปตาทฤษฏีนั้นๆ ผมบอกได้เลยว่า ฟังเพลงไม่สนุกหรอก !!!

   lonelydog      30 ธ.ค. 53   เวลา 15:08:00    IP = 124.121.9.238
 


  คำตอบที่ 23  
 
รู้ไหมว่านิยามของ ทฤษฏี มันคืออะไร

มันคือสิ่งที่บุคคลตั้งขึ้นมา แล้วไม่มีใครสามารถหักล้างได้ แค่นั้น ไม่มีไรเลย คิดอะไรเยอะแยะ

(สิ่งที่สามารถนำมาหักล้างได้ต้องเป็นที่ยอมรับโดยคนส่วนมาก)

Power chord ก็คือ Power chord เขายอมรับกันทั้งโลก ใครหักล้างได้ผมให้เหยียบหน้าเลย

   mc_carty      30 ธ.ค. 53   เวลา 15:10:00    IP = 1.47.52.219
 


  คำตอบที่ 24  
 
ยึดทฤษฎีมากเครียดครับ.....หมดสนุก......ผมเลยไม่ค่อยชอบเลยไอ้เจ้าทฦษฎีเนี่ย......รู้มากแล้วก็ร้อนต้องปล่อยของ.........^^ (ขำๆ.....)

   dorepop      30 ธ.ค. 53   เวลา 15:12:00    IP = 58.9.125.73
 


  คำตอบที่ 25  
 
Triad - คอร์ด 3 เสียง
Interval - ขั้นคู่
็Harmonize - ประสาน (สงสัยจะคล้ายๆขั้นคู่)
แต่ตอนผมเล่น 2 เสียง ผมก็เรียกคอร์ดนะ... (ให้เบสเล่น รูทให้ อิอิ)

คอร์ดพาวเวอร์ จริงๆ มันก็มี 3 เสียงนั่นล่ะครับ แต่เรานิยมเล่น เสียง 1 กับ 5 มากกว่า
เพราะ ตัวที่ 3 มันดันเป็น โน้ตที่สูงที่สุด.. คือ โดดไปอยู่อีก 1 ออกเตฟ
หรือ เหตุผลสำหรับบางคนก็คือ ขี้เกียจกด เปลืองนิ้ว 55

เลยเป็นสาเหตุทำให้ มีการตั้งสาย ดร็อป D/C/B ต่างๆนาๆเกิดขึ้น เพื่อจะได้กด สาย 3 เส้น
ได้อย่างมันส์มือ สังเกตุสิ พอดร็อปสายแล้ว ไม่เห็นจะมีใครเล่น แค่สาย 56 เลย เล่น 3 เสียงตลอด
เพราะอะไรน่ะเหรอ สำหรับผม คิดว่ามันไม่มันส์นะ ถ้ากด 2 นิ้ว 55
แต่ถ้าขยับไปเล่น คอร์ดในเช่น กดคอร์ด D ใน position A shape (ตำแหน่งที่ทาบบนเฟรต 5 น่ะครับ) ก็จะย้ายไปเล่น 2 เสียงดังเดิมครับ

ทั้งหมดที่ว่ามา ผมศึกษา จากหนังสือ และอินเตอร์เน็ต ไม่ได้บัญญัติขึ้นเอง
และทั้งหมดที่ว่ามาใช้งานได้จริงนะ มิใช่เพียงแค่ทฤษฎี...

แต่อย่างว่า เท่าที่เรียนเลขมายันเรียนจบปริญญา ผมยังไม่เคยได้ใช้งานวิชา สมการกับชีวิตจริงเลยครับ 55

   สมาชิกแบบพิเศษ      jojokke      30 ธ.ค. 53   เวลา 15:13:00    IP = 58.9.176.63
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 26  
 
ผมว่านะ น้อง Redwine ทางคลาสสิค กับ ทาง Rock มันมีพื้นฐานมาจากกลุ่มโน๊ตเดียวกัน
น้องลองปล่อยวาง สิ่งที่น้องรู้แล้ว มองมันให้เป็นเรื่องง่าย ผมแนะนำให้ฟังเพลง Rock เยอะ ยิ่งฟังยิ่งเยอะเท่าไหร่ ยิ่งดี เพราะมีคนเคยพูดเอาไว้ว่า จำให้ได้ทั้งหมด แล้วลืมมันไปให้หมด แล้วจะเข้่าใจเองครับ ดนตรี Rock มันไม่มีกฏเกณฑ์ซีเรียส เน้นวิญญาณ เน้นอารมณ์มากกว่า จะมานั่งบ้า นั่งวิเคราะห์เพลงนี้อยู่ในคีย์ๆ นี้ๆ คอร์ดนี้ๆ ต้องเป็นไปตาทฤษฏีนั้นๆ ผมบอกได้เลยว่า ฟังเพลงไม่สนุกหรอก !!!

lonelydog 30 ธ.ค. 53 เวลา 15:08:00 IP = 124.121.9.238

-----------------------------------------------------------------------------------

ครับผม ขอบคุณมากที่แนะนำครับ จะลองดู ^^

   redwine1990      30 ธ.ค. 53   เวลา 15:20:00    IP = 125.25.75.115

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 27  
 
เขาเรียก Dyad Chord หรือไงเคยอ่านเจอในหนังสือน่าจะเป็น OD
คอร์ด 2 โน๊ต ซึ่งมันน่าจะมาทีหลังทฤษฏีดนตรีคลาสิคมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ที่เขาเรียกคอร์ดร๊อค คงเพราะร็อคเอามาใช้จนเป็นเอกลักษณ์
ก็เรียกๆตามกันมาน่ะครับ มันคงเหมือนคำเรียกชื่อ มีไว้ให้เข้าใจตรงกัน


   bbling      30 ธ.ค. 53   เวลา 15:41:00    IP = 202.29.38.251
 


  คำตอบที่ 28  
 
ขอบคุณครับทุกท่าน สำหรับข้อมูลและความรู้ต่างๆที่โพสให้ผม

   redwine1990      30 ธ.ค. 53   เวลา 15:45:00    IP = 125.25.75.115

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 29  
 
ชาวร็อคเล่นแล้วชอบครับ คู่5

คู่3เสียงมันไม่กลมกลืน ลองเอามาเล่นดูฟังแล้วไม่ค่อยลื่นหูเท่าไหร่

   Mahan      30 ธ.ค. 53   เวลา 15:48:00    IP = 124.121.213.104
 


  คำตอบที่ 30  
 
5555+ ฮาท่านพี่ต้น โซโล แฮะ

   12AX7      30 ธ.ค. 53   เวลา 15:49:00    IP = 203.114.108.118
 


  คำตอบที่ 31  
 
5555+ ฮาท่านพี่ต้น โซโล แฮะ

12AX7 30 ธ.ค. 53 เวลา 15:49:00 IP = 203.114.108.118

----------------------------------------------------------------------------------

ผมก็แอบขำมุขของเขาอยู่เหมือนกัน

   redwine1990      30 ธ.ค. 53   เวลา 15:51:00    IP = 125.25.75.115

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 32  
 
ถามได้น่าคิดดีครับ เข้ามาอ่าน

   plugnaja      30 ธ.ค. 53   เวลา 18:38:00    IP = 183.89.231.86
 


  คำตอบที่ 33  
 
มันเป็นชื่อเล่นหน่ะครับ....เพื่อความสะดวกซะมากกว่า

   สมาชิกแบบพิเศษ      lวสป้าคัulดิม      30 ธ.ค. 53   เวลา 18:57:00    IP = 118.172.102.105
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 34  
 
ถ้าไม่เรียกอย่างนั้นจะเรียกว่าไรดีครับ

มันเป็นเรื่องของชาว Rock !! ฮ่าๆๆๆ

   The_lost_guitar      30 ธ.ค. 53   เวลา 19:03:00    IP = 118.173.232.147
 


  คำตอบที่ 35  
 
ทำไม เรียก ไอนี้ ว่า "แมว" หล่ะครับ

55555555

   เด็กไร้ปริญญา      30 ธ.ค. 53   เวลา 19:36:00    IP = 223.206.145.197
 


  คำตอบที่ 36  
 
ชอบคต 22 มากคร๊าบบบบบบบบบบบบบบบบบ



   เด็กไร้ปริญญา      30 ธ.ค. 53   เวลา 19:37:00    IP = 223.206.145.197
 


  คำตอบที่ 37  
 
.........

   สมาชิกแบบพิเศษ      หนุ่มคัวยหอม      30 ธ.ค. 53   เวลา 19:47:00    IP = 118.174.64.183
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 38  
 
มันคงเหมือน คำว่ากิน,ทาน,รับประทาน มั่น โทษที ไม่รู้เหตุผลจิงๆ
ขำๆนะ

   artprem34  30 ธ.ค. 53   เวลา 21:29:00    IP = 124.120.173.247
 


  คำตอบที่ 39  
 
เหอๆๆ

   redwine1990      30 ธ.ค. 53   เวลา 23:44:00    IP = 125.25.75.115

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 40  
 
เรียกติดปากมาแต่เด็กๆแล้วครับ เพียงแต่จะดูบ้านๆไปนิดนึง แต่ถ้าเข้าใจตรงกันก็ไม่แปลกอะไร




   weejong      31 ธ.ค. 53   เวลา 0:01:00    IP = 124.121.202.101
 


  คำตอบที่ 41  
 
อืม.....ความรู้ทั้งนั้นๆๆๆๆ

   q_arm_bon_jovi_p      31 ธ.ค. 53   เวลา 0:30:00    IP = 124.120.35.216
 


  คำตอบที่ 42  
 
ผมเคยเห็นใน ตำรา Electric Guitar Beginer ของค่าย Alfred
เขาก็เขียนว่า Power Chord นะ
ของบางอย่างเวลาผ่านไปก็มีวิธีเรียกอย่างอื่น และถ้าคนส่วนมากยอมรับมัน
ก็เป็นการยากที่จะไปฝืน

อย่างคอร์ด Cmaj7 เป็นต้น
พนันได้เลยว่าใครๆ ก็เรียกชื่อว่า คอร์ด C Major Seven
แต่ในทางวิชาการแล้วถ้าจะเอาแบบรัดกุมต้องเรียกว่า
คอร์ด C Major / Major7 ซึ่งหมายความว่าเป็นคอร์ด
C Major ที่มีการเติมคู่ 7 Major เขาไปเป็นต้น

   mahngo07      31 ธ.ค. 53   เวลา 1:52:00    IP = 125.24.213.111
 


  คำตอบที่ 43  
 
เสริมนิดนึงนะครับ ผมเคยได้ยินบางคนเค้าพูดว่า " คอร์ดร็อค "

   JJJJ      31 ธ.ค. 53   เวลา 2:01:00    IP = 124.120.229.122
 


  คำตอบที่ 44  
 
มันอยู่ที่อารมณ์จริงๆนะครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      slashdot      31 ธ.ค. 53   เวลา 9:20:00    IP = 182.52.186.141
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 45  
 
บางทีเค้าเติมตัว7ด้วยนะ 1 5 7

   Heavyacousticงงดิ      6 ม.ค. 54   เวลา 12:41:00    IP = 124.122.189.221
 


  คำตอบที่ 46  
 
เรื่องไม่น่าเครียดก็มาเครียดกันนะ เล่นๆไปให้มีความสุขก็พอครับ
ถ้ามันไม่จำเป็นผมว่าอย่าอธิบายความสุขในการเล่นด้วยทฤษฎีเลย

   Slimshady      9 เม.ย. 54   เวลา 3:30:00    IP = 125.26.125.81
 


  คำตอบที่ 47  
 
โอว .. ก็น่าคิดนะครับ แต่สำหรับเรื่องที่ว่าทำไมต้อง ใช้เปน คู่ P5 เพราะ มันสามารถอยู่ได้ในทุกคอร์ดอะครับ ..ไม่ว่าคอร์ดจะเรียงอยู่ใน Progession แบบไหน ..อย่างเช่น อาจจะเปน 6251 ..คุณก็ลองจัด คู่3หรือ6 ดูใน คอร์ดเหล่านั้น .. ออกมาฟังไม่ได้หรอกครับ แต่ลองกลับกัน เป็นคู่ P5 ดู ..มันสามารถใช้คู่นี้ได้กับทุก รูท
แล้วส่วนเรื่องทำไมเรียกคอร์ดร๊อค พาวเวอร์คอร์ดอะไรก็แล้วแต่เนี่ย ..ผมเองก็ไม่รู้หรอกครับ แต่ก็คือรู้ว่า ในทางทฤษฏีดนตรีที่เราเรียนๆกันทั้งหมด ไม่มีมันบรรญัติไว้แน่นอนครับ ..แต่ที่เค้าเรียกแบบนี้ ผมคิดว่ามัน อาจจะมาจากการเล่นคอร์ดในเสียง Distortion หรือ Overdrive แล้ว ..ในกีตาร์ถ้าจับคอร์ดเต็มๆเนี่ย เสียงที่ออกมา มันอาจจะออกมาซ่านเกินไป เค้าจึงพยายามลดโน๊ตให้น้อยลง แล้วก็มาจบที่ P5 ของแต่ละคอร์ดเนี่ยแหละครับ .. แล้วอีกอย่าง การจะจับ โน๊ต 1 3 5 ในคอกีตาร์นั้นก็ ลำบากที่จะจับด้วยครับ ก็นั่นแหละครับ ดนตรีเกิดขึ้นมานานมาก ดนตรีร๊อคเองก็เกิดขึ้นมานานมาก มีคนสงสัย หาอะไรต่างๆมากมาย แต่ที่มันมาจบ ตรง P5 นี้มันก็มีหลายเหตุผลครับ .. แต่ผมคิดว่าจริงๆแล้ว เราสงสัยมันก็ดีนะครับแล้วก็หาคำตอบให้ตัวเอง ..แต่พอเอาเข้าจริงๆ ทำงานจริงๆ ผมก็ไม่ค่อยได้สนใจ ทฤษฏีมากนะครับ เอาเสียงที่เราพอใจดีกว่า ..แล้วทฤษฏีมันจะลองรับเราเองครับ ^^

   Soulzda  28 พ.ค. 55   เวลา 12:28:00    IP = 110.169.155.27
 


 

www.harmonythai.com ร้านขายเครื่องดนตรีออนไลน์

Yamaha Band Project




ตั้งกระทู้ Login ก่อน Click ที่นี่
ผู้ตอบ :
รูปภาพ:  ( ไม่เกิน 150 K )
ข้อความ :
 

any comments, please e-mail   webmaster@guitarthai.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2012. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket