Home | Login | คอร์ด/เนื้อเพลง | Webboard | Classifieds | Music Jobs (หางาน) | TV / Video









  โชคมา ก็ใช้ทำความดี...เคราะห์มี ก็เป็นเครื่องมือพัฒนา + เชิญตรวจวัดความดัน ตรวจวินิจฉัย จ่ายยา ไม่มีค่าใช้จ่าย  
 
สวัสดีครับทุกท่าน อนุโมทนาครับ







rockonyou      29 เม.ย. 55   เวลา 3:13:00       พิมพ์   แจ้งลบ      IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 1  
 
โชคมา ก็ใช้ทำความดี...เคราะห์มี ก็เป็นเครื่องมือพัฒนา

โชคมา ก็ใช้ทำความดี
...เคราะห์มี ก็เป็นเครื่องมือพัฒนา

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)

คนเราอยู่ในโลกแต่มักปฏิบัติไม่ถูกต้องต่อสิ่งทั้งหลายในโลก จึงดำเนินชีวิตไม่ถูกต้อง
สิ่งที่เราเกี่ยวข้องต่าง ๆ นี่ มันก็อยู่ของมันไปตามปกติ ตามธรรมชาติ
แต่เราปฏิบัติต่อมันไม่ถูก วางใจไม่ถูก แม้แต่มองก็ไม่ถูก เราจึงเกิดทุกข์
สิ่งทั้งหลายที่มีอยู่ตามธรรมดามันก็เป็นไป
ถ้าเรารู้ทัน ก็เห็นมันเป็นไปตามกฎธรรมชาติ
แต่ถ้าเราไม่รู้เท่าทัน เรามองไม่เป็น ก็เกิดทุกข์ทันที
แม้แต่เหตุการณ์ความผันผวนปรวนแปรต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของคนเรา
ที่เรียกกันว่า โชคบ้าง เคราะห์บ้าง ศัพท์พระเรียกว่า โลกธรรม
ซึ่งเป็นตัวการสำคัญ ที่ทำ ให้คนดีใจเสียใจ เป็นสุขและเป็นทุกข์ เวลามันเกิดขึ้น
ถ้าเราปฏิบัติไม่ถูกต้อง ที่สุขเราก็แปลงให้เป็นทุกข์
ที่มันเป็นทุกข์อยู่แล้วเราก็เพิ่มทุกข์แก่ตัวเราให้มากขึ้น
แต่ถ้าเราปฏิบัติถูกต้อง ที่ทุกข์เราก็ผันแปลงให้เป็นสุข
ที่มันเป็นสุขอยู่แล้ว เราก็เพิ่มให้เป็นสุขมากยิ่งขึ้น

โลกธรรมคืออะไร โลกธรรมแปลว่า ธรรมประจำโลก
ได้แก่ สิ่งที่เกิดแก่มนุษย์ทั้งหลายตามคติธรรมดาของความเป็นอนิจจัง
ก็คือเรื่อง ลาภ เสื่อมลาภ ยศ เสื่อมยศ สรรเสริญ นินทา สุข ทุกข์
สิ่งเหล่านี้ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า มันมีอยู่เป็นธรรมดา
เมื่อเราอยู่ในโลก เราไม่พ้นมันหรอก เราต้องเจอมัน
ทีนี้ถ้าเราเจอมันแล้ว เราวางใจไม่ถูก
และปฏิบัติไม่ถูก เราจะเอาทุกข์มาใส่ตัวทันที
พอเรามีลาภ เราก็ดีใจ อันนี้เป็นธรรมดา เพราะเป็นสิ่งที่น่าปรารถนา
แต่พอเสื่อมลาภเราก็เศร้าโศก เพราะเราสูญเสีย
ทีนี้ ถ้าเราวางใจไม่ถูก ไประทมตรมใจ
แล้วไปทำอะไรประชดประชันตัวเอง หรือประท้วงชีวิต เป็นต้น
เราก็ซ้ำเติมตัวเอง ทำให้เกิดทุกข์มากขึ้น
อย่างง่ายๆ กว่านั้น เช่น เสียงนินทา และสรรเสริญ
คำสรรเสริญนั้นเป็นสิ่งที่เราชอบใจ พอได้ยินเราก็มีความสุข ใจก็ฟูขึ้นมา
แต่พอได้ยินคำนินทาเราก็เกิดความทุกข์
ทุกข์นี้เกิด เพราะอะไร เพราะเรารับเอาเข้ามา
คือ รับกระทบมันนั่นเอง คือ เอาเข้ามาบีบใจของเรา
ทีนี้ ถ้าเราวางใจถูกต้อง อย่างน้อยเราก็รู้ว่า
อ้อ นี่คือ ธรรมดาของโลก เราได้เห็นแล้วไง
พระพุทธเจ้าตรัสไว้แล้วว่า เราอยู่ในโลก เราต้องเจอโลกธรรมนะ
เราก็เจอจริงๆ แล้ว เราก็รู้ว่า อ้อ นี่ความจริงมันเป็นอย่างนี้เอง
เราได้เห็น ได้รู้แล้ว เราจะได้เรียนรู้ไว้พอบอกว่าเรียนรู้เท่านั้นแหละ
มันก็กลายเป็นประสบการณ์สำหรับศึกษา
เราก็เริ่มวางใจต่อมันได้ถูกต้อง
ต่อจากนั้น ก็นึกสนุกกับมันว่า
อ้อ ก็อย่างนี้แหละ อยู่ในโลกก็ได้เห็นความจริงแล้วว่ามันเป็นอย่างไร
ทีนี้ก็ลองกับมันดู แล้วเราก็ตั้งหลักได้ สบายใจ
อย่างนี้ก็เรียกว่าไม่เอาทุกข์มาทับถมใจตัวเอง
อะไรต่าง ๆ นี่ โดยมากมันจะเกิดเป็นปัญหาก็เพราะเราไปรับกระทบ
ถ้าเราไม่รับกระทบ มันก็เป็นเพียงการเรียนรู้

บางทีเราทำใจให้ถูกต้องกว่านั้น
ก็คือ คิดจะฝึกตนเอง พอเราทำใจว่าจะฝึกตนเอง
เราจะมองทุกอย่างในแง่มุมใหม่ แม้แต่สิ่งที่ไม่ดีไม่น่าชอบใจ
เราก็จะมองเป็นบททดสอบ
พอมองเป็นบททดสอบทีไร เราก็ได้ทุกที ไม่ว่าดีหรือร้ายเข้ามา
ก็เป็นบททดสอบใจและทดสอบสติปัญญาความสามารถทั้งนั้น
ก็ทำให้เราเข้มแข็งยิ่งขึ้น เพราะเราได้ฝึกฝน เราได้พัฒนาตัวเรา
เลยกลายเป็นดีไปหมด ถ้าโชคหรือโลกธรรมที่ดีมีมา เราก็สบาย เป็นสุข
แล้วเราก็ใช้โชคนั้น เช่น ลาภ ยศ เป็นเครื่องมือเพิ่มความสุขให้แผ่ขยายออกไป
คือใช้มันทำความดี ช่วยเหลือเกื้อกูลเพื่อนมนุษย์ ทำให้ความสุขขยายจากตัวเรา
แผ่กว้างออกไป สู่ผู้คนมากมายในโลก
ถ้าเคราะห์หรือโลกธรรมที่ร้ายผ่านเข้ามา
ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ตัวเราจะได้ฝึกฝนพัฒนา
มันก็กลายเป็นบททดสอบเป็นบทเรียน และเป็นเครื่องมือฝึกสติ ฝึกปัญญา
ฝึกการแก้ปัญหาเป็นต้น ซึ่งจะทำให้เราพัฒนายิ่งขึ้นไป
เพราะฉะนั้น ลูกศิษย์พระพุทธเจ้าจึงถือคติว่า ให้มนสิการให้ถูกต้อง
ถ้ามองสิ่งทั้งหลายให้เป็นแล้ว ก็จะเกิดเป็นประโยชน์แก่เราหมด ไม่ว่าดีหรือร้าย
นี้เป็นตัวอย่างวิธีการเบื้องต้น
แต่รวมความง่าย ๆ ก็คือ เราไม่เอาทุกข์มาทับถมตนเอง เป็นหลักข้อที่ ๑


คัดลอกบางส่วนจาก...ความสุขที่สมบูรณ์
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=33163&sid=ccee717a1ab210251f39ed19f6e07cd1

   rockonyou      29 เม.ย. 55   เวลา 3:17:00    IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 2  
 
พุทธศาสนสุภาษิต 1

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=33034&sid=69ce6c4067954cb8fa26e459102f163b



   rockonyou      29 เม.ย. 55   เวลา 3:18:00    IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 3  
 
พุทธศาสนสุภาษิต 2

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=33035&sid=69ce6c4067954cb8fa26e459102f163b


   rockonyou      29 เม.ย. 55   เวลา 3:19:00    IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 4  
 
คติธรรม เรื่องภายในย่อมสำคัญกว่าเรื่องภายนอกตน

อย่าระแวงคนอื่น ยิ่งกว่าระวังตัวเอง
ชีวิตไม่พอกับตัณหา เวลาไม่พอกับความต้องการ

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=32852

   rockonyou      29 เม.ย. 55   เวลา 3:20:00    IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 5  
 
บันทึกธรรม โดยพระราชนิโรธรังสี คัมภีร์ปัญญาวิศิษฏ์(เทส เทสรังสี)

(๗) เมื่อสติตามกำหนดจิต รู้อยู่ทุกอิริยาบถ จิตจะค่อยรวมเข้าเป็นหนึ่ง นั่นคือ ใจ ซึ่งไม่มีการส่งส่ายไปมา มีแต่ผู้รู้เฉย ๆ หรือเรียกว่าธาตุรู้ ก็ได้

(๘) ธาตุรู้เป็นผู้อยู่กลาง ๆ ไม่มีอาการใด ๆ ทั้งหมด ฉะนั้นธาตุรู้จึงไม่มีความรู้สึกดีชั่วอะไร ธาตุรู้นี้ต้องมีสัญญา สังขาร อุปาทาน เข้าไปสัมปยุต ( อ่านความหมายของ สัมปยุต ได้ที่ข้างล่างครับ ) จึงจะเกิดอาการต่าง ๆ ขึ้นมาได้ เช่น สังขารปรุงแต่งดีชั่วหยาบละเอียดต่าง ๆ จึงเกิดขึ้นมา เมื่อสังขารปรุงแต่งแล้ว ปัญญาเข้าไปตรึกตรองในสิ่งนั้น ๆ จึงถอดเอาความดี ความชั่วออกมาตั้งไว้ให้ปรากฏเห็นชัดว่าอันนี้ดีอันนี้ชั่ว

* สัมปยุต *

คำแปล

[สำ-ปะ-ยุด] (มค. สมฺปยุตฺต; สก. สมฺปฺรยุกฺต) ก. เกี่ยวข้อง, ติดต่อ, ประกอบด้วย.

ที่มา : http://guru.sanook.com/search/knowledge_search.php?qID=&wi=&hnl=&ob=&asc=&q=%CA%D1%C1%BB%C2%D8%B5&select=1

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=32452&sid=2fc01267174e4a1df317d8e0a7f84702


   rockonyou      29 เม.ย. 55   เวลา 3:26:00    IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 6  
 
9 วิธีเจริญสติในออฟฟิศ

เรื่องโดย ศรัณยู นกแก้ว


7. สร้างทางเดินแห่งสติ

: ปัญหาอย่างหนึ่งผู้ปฏิบัติธรรมมักใช้เป็นข้ออ้าง
เมื่อการปฏิบัติไม่คืบหน้า คือ ไม่มีเวลา ไม่มีสถานที่จะฝึกฝน
เราจึงขอเสนอเส้นทางเดินแห่งสติในที่ทำงาน
เริ่มตั้งแต่ลานจอดรถ ขั้นบันได ทางเดินไปห้องน้ำ
และที่จะขาดไม่ได้เลยคือ ทางเดินไปห้องเจ้านาย
แม้ทางเดินเหล่านี้จะเป็นระยะทางสั้นๆเพียงไม่กี่ก้าว
แต่หากเราเดินด้วยความรู้สึกตัว มีสติในทุกย่างก้าว ซ้ายก็รู้ ขาวก็รู้
ขึ้นบันไดก็รู้ไม่เผลอคิดฟุ้งซ่าน
ถ้าทำได้อย่างนี้ สติจะไม่อยู่กับเราขณะทำงานก็ให้รู้ไป


8. พักยกด้วยระฆังแห่งสติ

: สำหรับหนุ่มสาวออฟฟิศที่งานยุ่งจนไม่มีแม้แต่เวลาจะดูนาฬิกา
ขอแนะนำให้ใช้บริการระฆังแห่งสติเป็นผู้ช่วย
ระฆังแห่งสตินี้อาจใช้โทรศัพท์มือถือในการตั้งเวลาปลุก
ทุกครึ่งชั่วโมงหรือ 1 ชั่วโมง หรือถ้าจะง่ายกว่านั้น
เพียงคลิกเข้าไปที่ http://www.thaiplumvillage.org
คุณก็จะสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมเสียงระฆังแห่งสติได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
จะต้องให้เตือนทุก 15 นาทีหรือทุกชั่วโมงก็ได้
เคล็ดลับคือ เมื่อได้ยินเสียงระฆังแล้ว
ให้วางมือจากการทำงานและกลับมาอยู่กับลมหายใจทันทีสัก 3 ลมหายใจ
จากนั้นจึงค่อยทำงานต่อ เท่านี้สติก็อยู่กับตัวได้ตลอดทั้งวันแล้ว

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=32813

   rockonyou      29 เม.ย. 55   เวลา 3:28:00    IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 7  
 
ธรรมะ ภูมิคุ้มกันชีวิต (ท่าน ว.วชิรเมธี)

ท่านว.วชิรเมธีพระอาจารย์ท่านบอกว่า
สอนลูกเรื่องธรรมะเป็นเรื่องไม่ยาก แต่ต้องมีเทคนิคเท่านั้นเอง

ศีลข้อ 2 ห้ามลักทรัพย์
ธรรมะข้อ 2 รู้จักแบ่งปัน

คุณแม่ควรบอกลูกว่า การไปขโมยหรือหยิบฉวยเอาของคนอื่นมา
โดยไม่ได้บอกคนที่เป็นเจ้าของคือสิ่งไม่ดี
เรื่องนี้ต้องสอนกันตั้งแต่เด็กนะค่ะ เพราะถ้าไม่สอนตั้งแต่เด็ก
โตมาลูกจะเคยชินและกลายเป็นนิสัย
ขณะเดียวกันนอกจากสอนให้ไม่เอาของคนอื่นแล้ว
ยังต้องสอนให้ลูกรู้จักแบ่งปัน เช่น แบ่งของเล่นให้เพื่อน
มีขนมก็แบ่งเพื่อนกิน โตขึ้นลูกจะเป็นคนซื้อสัตย์
ไม่คดโกงเอาเอาของคนอื่นมาเป็นของตัว

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=32477&sid=513696d5b8f56e3885b9cb5eaf27185e


   rockonyou      29 เม.ย. 55   เวลา 3:30:00    IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 8  
 
ต้องทนทุกข์อยู่ร่ำไป เพราะ...?


ทุกคนอยากได้มิ่งมิตร แต่ก็ไหลตามอารมณ์โกรธ
เกลียด และอิจฉาริษยา

ยากจะมีแก่ใจให้อภัย ไม่ฝึกที่จะพลอยยินดีกับผู้อื่น

เมื่อจิตใจเร่าร้อนเกินทน จึงค่อยมาถามหาวิธีแผ่เมตตา

อยากมีความเยือกเย็น อยากเว้นวรรคจากการรบกับศัตรู


www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=32586&sid=513696d5b8f56e3885b9cb5eaf27185e


   rockonyou      29 เม.ย. 55   เวลา 3:31:00    IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 9  
 
รวบรวมคติธรรมดี ๆ มาให้อ่านกัน...

http://board.palungjit.com/f10/%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%B5-%E0%B9%86-%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99-178960-36.html


   rockonyou      29 เม.ย. 55   เวลา 3:33:00    IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 10  
 
ประเทศไทยโชคดีที่มีในหลวง 24

@ ขอพระองค์จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน @

   rockonyou      29 เม.ย. 55   เวลา 3:35:00    IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 11  
 
แสนคม (ปรัชญาจีน)

• หนังสือทุกเล่มอ่านอย่างละเอียด แบบขบเคี้ยวเพื่อให้ได้เนื้อแท้ของมัน

http://www.baanjomyut.com/library_2/very_sharp_chinese_philosophy/index.html


   rockonyou      29 เม.ย. 55   เวลา 3:36:00    IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 12  
 
เชิญตรวจวัดความดัน ตรวจวินิจฉัย จ่ายยา ไม่มีค่าใช้จ่าย

มูลนิธิบ้านอารีย์ร่วมกับคณะแพทย์แผนตะวันออกมหาวิทยาลัยรังสิต
เชิญทุกท่านร่วมโครงการ“พบแพทย์แผนตะวันออก ครั้ง ที่ 7”
วันอาทิตย์ที่ 6 พ.ค.2555 เวลา 10:00-14:00น.
บริการวัดความดัน ตรวจวินิจฉัย จ่ายยา นวดหัตถเวช
ด้วยหลักแพทย์แผนตะวันออก โดยไม่คิดค่ายา และค่าบริการใดๆทั้งสิ้น
เนื่องจาก การตรวจรักษา อาจมีการนวดโปรดแต่งกายให้สะดวกในการนวดรักษา
กรุณาลงทะเบียน สำรองชื่อล่วงหน้าได้ที่ ห้องสมุดธรรมะบ้านอารีย์
โทรศัพท์ 0-22797838 ,0-26197474

http://board.palungjit.com/f9/%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%8D%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%89%E0%B8%B1%E0%B8%A2-%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A2%E0%B8%B2-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2-337100.html

   rockonyou      29 เม.ย. 55   เวลา 3:39:00    IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 13  
 
ขอบคุณครับ ....

   gula101      29 เม.ย. 55   เวลา 5:48:00    IP = 49.229.242.158
 


  คำตอบที่ 14  
 
ธรรมะ สวัสดี ครับ...

อนุโมทนาครับ ท่าน rockonyou ..

   สมาชิกแบบพิเศษ      peter midi      29 เม.ย. 55   เวลา 6:35:00    IP = 171.5.3.243
สมาชิกแบบพิเศษ  
 
 

www.harmonythai.com ร้านขายเครื่องดนตรีออนไลน์

Yamaha Band Project




ตั้งกระทู้ Login ก่อน Click ที่นี่
ผู้ตอบ :
รูปภาพ:  ( ไม่เกิน 150 K )
ข้อความ :
 

any comments, please e-mail   webmaster@guitarthai.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2012. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket