Home | Login | คอร์ด/เนื้อเพลง | Webboard | Classifieds | Music Jobs (หางาน) | Photo Gallery





  วงการดนตรีไทยหลายปีที่แล้วมีความคิดที่ล้าหลัง ไร้การพัฒนา ไม่เป็นวิทยาศาสตร์  
 
รายงานวิชาสัมมนาดนตรีในศตวรรษที่ยี่สิบ 2 ของณัฐวุฒิ นราวุฒิชัย (Redwine)

งานบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการประพันธ์เพลงในศต.ที่20
ผู้บรรยาย : อ.สมเถา สุจริตกุล

การประชันทางวัฒนธรรมระหว่างวัฒนธรรมตะวันตกกับวัฒนธรรมตะวันออกเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น เมื่อวัฒนธรรมตะวันตกเดินทางมาสู่ผืนดินแห่งชาวตะวันออก แน่นอนย่อมมีทั้งผู้ต่อต้านและผู้ชื่นชอบ แต่เมื่อโลกไร้พรมแดนได้เกิดขึ้น การยอมรับทางวัฒนธรรมต่างถิ่นก็ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนยอมรับได้ในปัจจุบัน แต่กว่าจะถึงวันนี้ก็ได้มีหลายคนที่พยายามสร้างสรรค์งานศิลปะและดนตรีเพื่อเป็นการเชื่อมวัฒนธรรมสองซีกโลกให้รวมเป็นหนึ่งเดียวได้ ซึ่งต้องใช้ความพยายามและความอดทนเพราะในสมัยนั้นถือเป็นเรื่องที่ผิดวัฒนธรรมที่มีมาแต่ดั่งเดิม
อ.สมเถาเป็นท่านหนึ่งที่มีแนวคิดที่จะผสานความเป็นดนตรีตะวันตกกับตะวันออก ในปีค.ศ.1978 ท่านได้รวมกลุ่มกับนักประพันธ์ที่มีความสามารถอีกสองท่านนั่นก็คือ อ.บรูซ แกสตัน และอ.ดนู ฮันตระกูล ทั้ง 3 ท่านได้รวมดนตรีไทยมาผสมกับดนตรีคลาสสิก ทำให้ทั้งสามท่านนี้โดนวิพากย์วิจารณ์ในแง่ลบอย่าง
รุนแรงในหนังสือพิมพ์และสื่อต่างๆมากมาย เช่นเป็นการทำลายวัฒนธรรมไทย ทำลายดนตรีไทย ผิดครู
ดนตรีไทย และอื่นๆ ถึงขนาดที่ว่าอ.สมเถาโดนทางกรมศิลปากรซ่อนเปียโนในวันที่ออกแสดง เพราะการที่นำดนตรีไทยมาผสมผสานใหม่นั้นถือเป็นเรื่องต้องห้ามของสังคมไทยสมัยนั้น ซึ่งคนในสมัยปัจจุบันอาจจะสงสัย ไม่เข้าใจ และมองไม่เห็นภาพว่าการเอาดนตรีไทยมาผสมผสานกับตะวันตกจะเป็นเรื่องที่ร้ายแรงได้อย่างไร สมัยนี้ก็เป็นเรื่องธรรมดา ที่ดนตรีสมัยปัจจุบัน หรือแม้กระทั่งตามสื่อภาพยนต์ โฆษณาของไทยก็ทำกันทั้งนั้น นั่นก็เพราะว่ากลุ่มอาจารย์ทั้งสามท่านได้บุกเบิกและทำลายกำแพงกั้นนั้นได้สำเร็จแล้วนั่นเอง คนรุ่นหลังจึงได้มีดนตรีดังกล่าวฟังอยู่เสมอ ในที่สุดอ.สมเถาท่านไม่สามารถทนต่อแรงกดดันได้ จึงได้ย้ายไปพำนักที่ต่างประเทศ และเลิกทำงานดนตรีไปถึง 15 ปี ส่วนอาจารย์อีกสองท่านได้หันไปทำงานด้าน Commercial music แทน อ.สมเถากล่าวว่าการที่มีคนต่อว่าทั้งเมือง ยังดีเสียงกว่าคนไม่สนใจเลย เพราะอย่างน้อยก็ได้เป็นการสร้างกระแส และจุดสนใจให้เกิดขึ้นได้ ซึ่งผู้เขียนได้มีความเห็นว่าการที่คนไทยคิดว่าการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของดนตรีเป็นเรื่องที่ผิดครูและทำลายวัฒนธรรมนั้นเป็นเรื่องที่ทำให้คนไทยไม่พัฒนา เพราะคนไทยชอบยึดคติที่ว่า “ไม่เชื่ออย่าลบหลู่” เมื่อมีคนที่เกิดข้อสงสัยว่าทำไมเราจึงต้องเล่นดนตรีตามกฏต่างๆที่มีมานานด้วย หรืออยากจะคิดอะไรใหม่ๆนอกกรอบ ก็จะโดนขัดด้วยคำว่าลบหลู่ ไม่สามารถตั้งข้อสงสัยได้ เพราะคนไทยถูกสอนให้เชื่อและท่องจำมากกว่าคิดวิเคราะห์ แม้แต่การขึ้นเพลงด้วยระนาดทุ้มก็ยังถูกกล่าวหาว่าผิดครู ไม่ได้ทำตามแบบแผนที่มีมา ซึ่งคิดแบบนี้ไม่เป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ว่ากฏต่างๆสามารถถูกหักล้างได้เสมอเมื่อมีคนตั้งข้อสงสัยและพิสูจน์ด้วยหลักฐานที่น่าเชื่อถือกว่า ซึ่งดนตรีคลาสสิกนั้นคิดแบบวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีนักประพันธ์ต่างๆได้คิดนอกกรอบและเปลี่ยนแปลงดนตรีอยู่เสมอ ถึงแม้บางครั้งจะถูกกล่าวหาว่าล้ำสมัยเกินไป ฟังยาก หยาบคาย แต่สุดท้ายก็ได้เป็นที่ยอมรับจนกลายเป็นกฏและทฤษฎีดนตรีใหม่ๆจนถึงทุกวันนี้







redwine1990      10 พ.ย. 55   เวลา 16:08:00       พิมพ์   แจ้งลบ      IP = 125.25.38.42

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 1  
 
อันบนเป็นส่วนหนึ่งของรายงานผม ใครอยากอ่านต่อดูคต.ด้านล่างครับ แต่เนื้อหาไม่เกี่ยวกับกระทู้นี้นะ แต่เป็นเรื่องราวหลังจากปฏิวัติจบสำเร็จแล้ว

   redwine1990      10 พ.ย. 55   เวลา 16:12:00    IP = 125.25.38.42

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 2  
 
15 ปีผ่านไป เรื่องราวทุกอย่างลงเอยได้ดี แนวคิดของอาจารย์ทั้งสามในที่สุดก็สามารถเปลี่ยนแปลงความคิดทางวัฒนธรรมดนตรีได้สำเร็จ ก็ถึงเวลาที่อ.สมเถาเห็นว่าควรจะกลับมาประเทศไทยเพื่อทำงานด้านดนตรีต่อ ในระหว่างนี้ได้มีภาพยนต์แนวสยองขวัญหลายเรื่องมาทาบทามให้อาจารย์แต่งเพลงประกอบให้ ซึ่งอาจารย์ได้มีความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำงานเพลงประกอบหนังว่ามันเป็นดนตรีอีกภาษาหนึ่งซึ่งแตกต่างจากการประพันธ์เพลงในรูปแบบซีเรียสมิวสิคที่เรียนตามสถาบัน ฉะนั้นดนตรีประกอบหนังจึงไม่ได้ใช้หลักการและเทคนิคเหมือนกับการประพันธ์เพลงที่เป็นซีเรียสมิวสิค กล่าวคือเทคนิคการแต่งเพลงประกอบภาพยนต์สยองขวัญนั้น น้อยกว่าดนตรีซีเรียสมิวสิคมากเพราะผู้ชมภาพยนต์มิได้สนใจในสาระของตัวดนตรีเท่าไหร่ แต่สมาธิจะจดจ้องอยู่กับเรื่องราวในหนังมากกว่า
อ.สมเถากล่าวว่าแนวคิดของตะวันออกแตกต่างจากตะวันตกในเรื่องของเวลา กล่าวคือชาวตะวันตกจะคิดว่าเรื่องราวในสมัยก่อนเป็นเรื่องที่ห่างไกลกับคนปัจจุบัน ยิ่งย้อนเวลาไปนานเท่าไรก็ยิ่งห่างไกลเท่านั้นซึ่งแตกต่างจากแนวคิดตะวันออกที่เรื่องราวตั้งแต่อดีตไม่เคยไปไหน ไม่คิดว่าห่างไกล แต่คิดว่ายังอยู่รอบๆตัวยังอยู่ในสังคมและวัฒนธรรมตลอดเวลา ยกตัวอย่างเช่น ชาวตะวันตกคิดว่าถ้าจะประพันธ์เพลงก็ต้องพัฒนาต่อยอดจากคนในสมัยก่อนเราหนึ่งลำดับขั้น เช่น อ.สมเถา > Stockhausen > Schoenberg > Bartok >
Wagner >>> Mozart เป็นต้น ถ้าเราแต่งเพลงที่ต่อยอดจากคนที่อยู่ถัดไปเกินระดับขั้นก็จะถูกมองว่าเป็นเรื่องที่แปลกและดูไม่เป็นการแต่งเพลงที่กำลังจะช่วยพัฒนาวงการเพลงในปัจจุบัน แต่แนวคิดของชาวตะวันออกนั้น อดีตและปัจจุบันมิได้ถูกแบ่งแยกกันขนาดนั้น แต่จะผสมกลมกลืนอยู่ในสังคมและวัฒนธรรม ฉะนั้นการที่จะแต่งเพลงโดยใช้ลีลาแบบสมัยโบราณจึงเป็นเรื่องที่ชาวตะวันออกรับได้ และแนวคิดของดนตรีตะวันตกก็คือการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าโดยอาศัยเทคนิคต่างๆ เช่นการดำเนินคอร์ดที่ต้องสร้างพลังไปข้างหน้า และอื่นๆ แต่ตะวันออกไม่จำเป็นต้องคิดถึงการดำเนินไปข้างหน้า ซึ่งดนตรีอาจจะหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหวก็สามารถเป็นไปได้ ซึ่งเรื่องนี้ก็ไปเกี่ยวข้องกับเรื่องของภาษา ซึ่งภาษาต่างประเทศจะโดนกำหนดช่วงเวลาในไวยกรณ์ภาษาเช่นเรื่อง Tense ต่างๆในภาษาอังกฤษ ซึ่งแตกต่างจากภาษาไทยที่ภาษาไทยไม่ว่าจะเป็นเหตุกาณ์ที่เกิดในอดีตหรือปัจจุบันก็จะใช้ประโยคเหมือนกัน ซึ่งไม่มีการแบ่งแยกเวลา
เมื่ออาจารย์กลับมาไทยได้เห็นว่าเห้าหมายแรกของท่านสำเร็จลงไปแล้ว จึงต้องการอยากจะแต่งดนตรีที่แตกต่างจากเดิม ซึ่งดนตรีจะฟังเข้าใจง่ายขึ้น รุนแรงน้อยลง เทคนิคต่างๆเปลี่ยนไป ซึ่งนักฟังบางคนที่เคยรู้จักกับอาจารย์ในอดีตก็คิดว่าจุดยืนอาจารย์นั้นเปลี่ยนไป ซึ่งอาจารย์กล่าวว่าเป็นเพราะจุดยืนเดิมได้ถูกทำให้ลุล่วงไปแล้วนั่นเอง ซึ่งอาจารย์สนใจการแต่งทำนองในไพเราะและเป็นที่จดจำง่ายของผู้ฟังมากกว่าซึ่งยากเท่ากับการแต่งเพลงในแบบที่ซับซ้อน
อ.สมเถาได้อธิบายเกี่ยวกับเพลง “Requiem” ของท่าน เป็นเพลงที่ประพันธ์ขึ้นเพื่อไว้อาลัยการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระพี่นางฯ ใช้เวลาแต่งถึง 3 ปีซึ่งอาจารย์กล่าวว่าเป็นการท้ายทายอย่างมากเพราะเป็นเพลง Requiem ที่แต่งโดยคนพุทธ แต่ต้องใช้ Text เป็นภาษาละตินของศาสนาคริสต์ และต้องต้องแต่งแล้วให้ทั้งคนพุทธและคนคริสตร์ซาบซึ้ง และเป็นสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้น ในขณะเดียวกับก็ยังต้องคงความเป็นแบบแผนเดิมของเพลงประเภท Requiem อีกด้วย เทคนิคที่อยู่ในเพลงอย่างหนึ่งก็คือ คอร์ดที่ใช้โน้ตครบ 12
เสียงแต่จัดวางให้เป็นคอร์ดเมเจอร์ที่ซ้อนกัน และอีกอย่างหนึ่งคือการที่ใช้ความนิ่งซึ่งไร้ความยึดติดเรื่องเวลาซึ่งเป็นแนวคิดของตะวันออก โดยการเล่นคอร์ด G เมเจอร์ซึ่งเปลี่ยนเหมือนกันพระเจ้า โดยคอร์ดนี้จะคงอยู่ตลอด ทำให้ดนตรีไม่รู้สึกเคลื่อนที่ และก็มีแนวร้องต่างๆที่บรรยายถึงเหล่าเทวดา โดยที่แนวร้องเหล่านี้จะใช้โน้ตที่เฉียดไปเฉียดมากับโน้ตในคอร์ด G เมเจอร์แต่จะไม่มีทางไปใช้โน้ตในคอร์ด G เมเจอร์เด็ดขาด ซึ่งบรรยายซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าซึ่งแม้แต่เหล่าเทวดายังสัมผัสไม่ได้ ได้แต่เฉียดไปเฉียดมา โดยจะใช้ Tempo ที่ช้า ส่วนเรื่องทำนองนั้นถ้านำมาเรียงกันจะคล้ายกับทำนองของดนตรีไทยภาคเหนือ แต่อาจารย์ทำให้เป็นสากลโดยการขยายและแยกเล่นเป็นส่วนๆ ซึ่งจะขยับทีลงนิดเหมือนการกำลังก้าวขึ้นบันได

   redwine1990      10 พ.ย. 55   เวลา 16:15:00    IP = 125.25.38.42

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 3  
 
ผมว่านะ เกือบทุกวงการแหละครับ ที่เราล้าหลังไปกว่าชาวบ้านเขาแล้ว ล่าสุดนี่ก็ 3G ไหนจะฟุตบอลไทย การเมืองการปกครอง แต่ก่อนส่งออกข้าวอันดับหนึ่ง เดี๋ยวนี้เป็นไง การศึกษาอีก

   ท่านเซ่อร์      10 พ.ย. 55   เวลา 16:20:00    IP = 101.109.140.2
 


  คำตอบที่ 4  
 
ตอบ ท่านเซ่อร์
ใช่ครับ เห็นด้วย

   redwine1990      10 พ.ย. 55   เวลา 16:28:00    IP = 125.25.38.42

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 5  
 
ทุกที่มีพวกหัวอนุรักษ์จ๋ากะคนหัวสมัยใหม่เสมอล่ะครับ
ังต้องต่อสู้กันไปอีกนาน แหะ แหะๆ

   bbling      10 พ.ย. 55   เวลา 16:31:00    IP = 171.6.217.247
 


  คำตอบที่ 6  
 
คนไทยโดยมากมีนิสัย หูเบา เชื่อคนง่าย อีกทั้งอนุรักษ์นิยม

   roadrunner      10 พ.ย. 55   เวลา 16:34:00    IP = 101.108.174.247
 


  คำตอบที่ 7  
 
ผมเล่นดนตรีเป็น ผมอ่านโน้ตพอได้บ้าง ผมเล่นกีต้าร์ในห้องนอนมีความสุขไปวันๆ สอนเด็กๆเล่นกีต้าร์ เบส กลอง มีความสุขที่ได้ให้ ผมไม่เคยคิดว่าดนตรีแนวนี้ล้าหลัง น่าเบื่อ แนวนี้ไม่ทันสมัย ไม่น่าเล่นดนตรีก็คือดนตรี ไม่เคยให้โทษใคร ลูกทุ่ง หมอรำ ร็อค บูลส์ แจ็ส คลาสสิค เรคเก้ บอสซ่า แทงโก้ และอื่นๆ มันก็คือจังหวะดนตรี เก่งไม่เก่งไม่รู้ แค่ได้เล่นดนตรีแล้วมีความสุขก็พอไม่ใช่หรือครับ

   หนูเชียงใหม่      10 พ.ย. 55   เวลา 16:38:00    IP = 118.172.10.114
 


  คำตอบที่ 8  
 
ตอบ bbling, roadrunner
ครับ คนไทยส่วนมากมีนิสัยอย่างนั้นจริงๆ แต่ผมขอเป็นคนประเภทหัวก้าวหน้า สมัยใหม่ดีกว่าครับ

   redwine1990      10 พ.ย. 55   เวลา 16:39:00    IP = 125.25.38.42

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 9  
 
ตอบ หนูเชียงใหม่
อันนี้อ่านบทความผมหรือยังครับ
คือมันต่างกัน คุณชอบแล้วก็เล่นในห้องนอน ไม่ได้ระรานใคร แต่ในบทความของผมนี่คนหัวเก่าเขาแทบจะเอาเลือดเอาเนื้ออาจารย์ทั้งสามที่เป็นหัวก้าวหน้าเลยนะ

   redwine1990      10 พ.ย. 55   เวลา 16:42:00    IP = 125.25.38.42

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 10  
 
พี่หนูครับ เรื่องราวที่เรากำลังสนทนากัน
คือในดนตรีไทย คำว่าผิดครู หรือการเล่นอะไรที่มันผิดจากเดิม
มันค่อนข้างจะกลายเป็นเรื่องที่ไม่ดีนักน่ะครับ ซึ่งมันไม่เกี่ยวหรอกครับ
ว่าของเก่าหรือของใหม่ดีกว่ากัน เพียงแต่ว่าคนที่เปลี่ยนแปลงมันจะอยู่ในวงการ
ยากเท่านั้นเอง

ไม่ใช่แค่บ้านเราหรอกครับ ฝรั่งก็เป็นในยุคสมัยที่bebopแจ๊สเกิดใหม่ๆ
พวกแจ๊สหัวอนุรักษืก็โจมตี แอนตี้คือกัน


ผมเองไม่คิดว่าของเก่าหรือของใหม่อะไรดีกว่ากัน
ดนตรีมันสวยงามหมดล่ะครับพี่

แต่คนต่างหากที่สร้างกำแพงและเงื่อนไขให้แก่กัน
เท่านั้นเอง



   bbling      10 พ.ย. 55   เวลา 16:53:00    IP = 171.6.217.247
 


  คำตอบที่ 11  
 
ตอบ bbling
ครับ เพราะดนตรีไทยมันเกี่ยวเนื่องด้วยเรื่องความเชื่อของไสยศาสตร์ ศาสนาฮินดูด้วยครับ มันก็เลยเกิดความรุนแรงมากๆ

   redwine1990      10 พ.ย. 55   เวลา 17:03:00    IP = 125.25.38.42

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 12  
 
ผมไม่รู้ลึกขนาดนั้นหรอกครับ พอดีน้องคนนึงเขาเล่นดนตรีไทยสนิทกัน
เลยพอรู้อะไรบ้าง

   bbling      10 พ.ย. 55   เวลา 17:06:00    IP = 171.6.217.247
 


  คำตอบที่ 13  
 
สวัสดีครับ คุณเรดไวน์............

ผมเห็นด้วยครับ

และขอเสริมว่า แทบทุกวงการครับ ไม่ใช่แค่ดนตรีหรอก

ขนาดเรื่องที่พิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาสตร์ หรือแม้แต่ การแพทย์ ก็ยังโดน ฉุดโดนลากครับ



ฝรั่งบางทีก็มี แต่ส่วนมาก มันเป็นเหตุผล ด้านอื่นๆ

แต่ประเทศไทย หลายอย่าง ที่ค้านแบบไม่มีเหตุผล เอาละติจูดตัวเองเป็นหลัก ไม่ยอมรับฟังความเห็นคนอื่น


ถ้าคนอื่นมีคำถาม ขึ้นมา

บางทีแค่ถาม ก็ถูกกล่าวว่า แล้ว ว่าไม่เหมาะสม กาลเทสะ

หรืออะไรก็แล้วแต่

บางทีแค่ตั้งคำถามขึ้นมา ก็หาว่า ตั้งให้ทะเลาะ ตั้งสองความคิดเห็น ตั้งให้เห็นต่าง ปลุกกระแส

หรือบางที หาว่า ออกมาโวยวายด้วยซ้ำไป

มองการถกเถียง เป็นการทะเลาะซะหมด จริงๆแล้ว การถกเถียงหลายอย่าง เกิดประโยชน์ เปิดมุมมองมากมาย

แต่ประเภท ขวาง โดยเฉพาะ บางที่ ไม่ใช่เรื่องของตัวเองเลย

เขาพูดเรื่องอื่น คนอื่น ก็มาเอากับเขาด้วย

แบบนี้พี่โป่ง เขาเรียก มั่วนิ่มครับ ประมาณนั้น

   พายุลูกเห็บ      10 พ.ย. 55   เวลา 17:12:00    IP = 171.4.10.142
 


  คำตอบที่ 14  
 
อือ..มันก็ใช่ตาม จขกท.ว่าอ่ะนะ แต่ในฐานะผมเป็นนายจ้างของพวกนักวิชาการและคนเรียนเก่งๆสูงๆ...บางทีฟังลูกน้องพวกนี้พูดแล้วผมกลับคิดตลกว่าพวกนี้มันกลับมาดูถูกตัวเองซะงั้น...อิอิ..งแต่ตอนนี้หลอกพวกนี้แหละครับให้ความรู้คนโง่ๆอย่างเรา...

   gula101      10 พ.ย. 55   เวลา 17:13:00    IP = 1.4.132.246
 


  คำตอบที่ 15  
 
ตอบ พายุลูกเห็บ
เห็นด้วยเลยครับ แต่ผมไม่เข้าใจสองประโยคนี้อ่ะ อ่านแล้วงงๆ ที่เหลือเห็นด้วยหมด
"แต่ประเภท ขวาง โดยเฉพาะ บางที่ ไม่ใช่เรื่องของตัวเองเลย
เขาพูดเรื่องอื่น คนอื่น ก็มาเอากับเขาด้วย"

ตอบ gula101
อื้มม พี่เป็นนายจ้างพวกนักวิชาการ นักคิดได้แสดงว่าไม่ธรรมดาแล้วล่ะครับ ไม่โง่หรอกครับ

   redwine1990      10 พ.ย. 55   เวลา 17:17:00    IP = 125.25.38.42

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 16  
 
ตอบ ป๋าอ้น
อื้มม หรอครับ ผมไม่เคยดูและไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้เลยครับ ยังเด็กอยู่ ^_^

   redwine1990      10 พ.ย. 55   เวลา 17:20:00    IP = 125.25.38.42

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 17  
 
ยังไงมันถึงจะลงตัวครับ ?

   plugnaja      10 พ.ย. 55   เวลา 17:21:00    IP = 180.183.98.28
 


  คำตอบที่ 18  
 
การถกเถียง ด้วยเหตุผล ของตน และของคนอื่น สร้างประโยชน์ เกิดเรื่องใหม่ๆ ได้ทุกเวลา และมากมาย


แต่การค้าน หัวชนฝา ทำทุกอย่างเพื่อแย้ง กับความคิดคนอื่น เหตุเพราะไม่ตรงกัน กับความคิดตนเอง

ทั้งที่ ค้านสำเร็จ ไม่สำเร็จ ก็ไม่ได้เกิดประโยชน์ใดๆ เป็นเรื่องที่ ตลกดีครับ

แต่มองด้านการพัฒนา มันเป็น ตลกร้ายมากๆ


ถ้าคนไทย ที่มีอำนาจ ทางงความคิดบางคน ปล่อยวาง ออกจากถ้ำเสียบ้าง

บางที พศ นี้ ท่าน ผม หรือ อีกหลายคน อาจจะไม่ได้ แค่มานั่งเถียง หรือแสดงความเห็นกันในเวป แห่งนี้ครับ ผมหมายถึง ไปได้ไกลกว่านี้



อันไหนดีแล้ว ก็รักษาไว้ น่ะดีแล้ว

อันไหนที่มันดี แต่พอโลกมันหมุนไป ก็ต้องปรับปรุง หมุนตามระบบ สุริยะครับ เพราะมันคือความเป็นไป

คนเราชอบบอก พระอาทิตมีขึ้น มีลง จริงๆแล้ว พระอาทิตย์ มันไม่ได้ขึ้นได้ลงหรอกครับ

มันก็อยู่ที่เดิมของมันนั่นแหละ โลกเราต่างหาก ที่หมุนรอบตัวเอง และไป ละติจูดว่า พระอาทิต ขึ้นลง โดยไม่มองว่า ตัวเราเองต่างหาก ที่ หมุนไป แล้วไม่รู้ตัว ไปมองคนอื่นนู่น


คนบางคน ชอบทำตัวเป็นโลก โดยลืมไปแล้วว่า พระอาทิตย์ ต่างหากที่เป็นศูนย์กลาง ของจักรวาล

   พายุลูกเห็บ      10 พ.ย. 55   เวลา 17:22:00    IP = 171.4.10.142
 


  คำตอบที่ 19  
 
ตอบ plugnaja
ยังไงหรอครับ ไม่เข้าใจคำถาม ลงตัวเรื่องไหนครับ เรื่องการเทคนิคการผสม หรือเรื่องกระแสความเชื่อโบราณกับสมัยใหม่ครับ

   redwine1990      10 พ.ย. 55   เวลา 17:23:00    IP = 125.25.38.42

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 20  
 
ตอบ พายุลูกเห็บ
ครับผม ขอบคุณครับที่ให้แง่คิด

   redwine1990      10 พ.ย. 55   เวลา 17:26:00    IP = 125.25.38.42

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 21  
 
ตอบ พายุลูกเห็บ
เห็นด้วยเลยครับ แต่ผมไม่เข้าใจสองประโยคนี้อ่ะ อ่านแล้วงงๆ ที่เหลือเห็นด้วยหมด
"แต่ประเภท ขวาง โดยเฉพาะ บางที่ ไม่ใช่เรื่องของตัวเองเลย
เขาพูดเรื่องอื่น คนอื่น ก็มาเอากับเขาด้วย"


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

อ๋อ อันนี้ ผมพูดเลยไปถึง เรื่องอื่นน่ะครับ อาจจะไม่เกี่ยวกับ บทความตามรายงานของท่าน

ผมพูดถึงคน บางประเภท ที่ทำตัวเอง ไปขวางคนอื่นไปทั่ว ทั้งที่ บางที ไม่รู้เรื่องอะไร กับเขาหรอก ขอให้ได้ขวางไว้ก่อน เหตุผล ช่างมัน ขวางเพราะ นี่ตรูต้องอยู่ฝั่ง พรรคพวกตรู

หรือ ขวางเพราะ ตรูไม่ชอบคนนี้


อะไรแบบนั้นน่ะครับ

ซึ่งมีอยู่ทั่วไป


คนประเภทนี้มักจะ ไม่พอใจ หาก เถียงสู้เขาไม่ได้ หรือขวางไม่สำเร็จ

แล้วก็จะพาลครับ

   พายุลูกเห็บ      10 พ.ย. 55   เวลา 17:26:00    IP = 171.4.10.142
 


  คำตอบที่ 22  
 
ตอบ พายุลูกเห็บ
อ่อครับ คนพวกนี้เขาเรียกว่า "ถุงมือช้าง" ครับ

   redwine1990      10 พ.ย. 55   เวลา 17:27:00    IP = 125.25.38.42

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 23  
 

ตอบที่ 23










ตอบ พายุลูกเห็บ
อ่อครับ คนพวกนี้เขาเรียกว่า "ถุงมือช้าง" ครับ

redwine1990 10 พ.ย. 55 เวลา 17:27:00 IP = 125.25.38.42


+++++++++++

ถุงมือช้าง อันนี้ ผมยังไม่เข้าใจนะ

แต่เดาว่า ถ้าจะให้เข้าใจ ผมต้องไปอ่าน บทความ ช้างเป็นสัตว์กินเลือดใช่มั้ยครับ55555++


แปะไว้ ยังไม่ได้เข้าไปอ่านเลย

อิอิ

   พายุลูกเห็บ      10 พ.ย. 55   เวลา 17:34:00    IP = 171.4.10.142
 


  คำตอบที่ 24  
 
ป๋าอ้นนี่แน่นอนจริงๆ

เอาเรื่อง "สาขาย่อย" ของหนัง Porno vintage มา Fusion กับเรื่อง นี้ ได้ 5555

ปล. ไม่หิวข้าวกันรึไงเนึ่ย???? ห้าโมงฟ่า แว้วววววว



   Spin      10 พ.ย. 55   เวลา 17:34:00    IP = 27.55.145.163
 


  คำตอบที่ 25  
 
ขอโทษท่านจขกทด้วยนะครับ ผมไม่ได้อ่านบทความ(มันยาว อิอิ) ผมไม่ได้อยากเด่นอยากดังหรอกครับ เห็นท่านจั่วหัวอยากนั้น ก็โพสเลยจ้า เจตนาไม่อยากให้มองดนตรีแบ่งแยก อันนั้นดี อันนั้นไม่ดีแค่นั้นเองครับ ถ้าทำให้ท่านขุ่นเคืองก็ขออภัยครับ



   หนูเชียงใหม่      10 พ.ย. 55   เวลา 17:35:00    IP = 118.172.10.114
 


  คำตอบที่ 26  
 
ตอบ หนูเชียงใหม่
ผมไม่ได้ขุ่นเคืองใจอะไรเลยครับ แค่รู้สึกว่าคอนเซปมันไม่ตรงกับเรื่องที่คุย ก็เลยถาม ก็เท่านั้นเองครับ ลองอ่านแล้วมาแชร์กันอีกก็ได้ครับ รับฟังเสมอ

   redwine1990      10 พ.ย. 55   เวลา 17:37:00    IP = 125.25.38.42

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 27  
 
ต้องไปอ่าน ช้างเป็นสัตว์กินเลือดซะแล้ว เดี๋ยวไม่ทันโลก

ช่วงนี้ ออกรบ เชิงปฏิบัติ อย่างเดียว ซะเหนื่อย ไม่ได้ อ่านบทความ หนังสือ หรือ ด้านทฤษฎีเลย

ของพวกนี้ มันต้องควบคู่กันไป เหมือนเหตุและผล ไม่งั้น สมอง จะโตด้านเดียว

แต่ขาด ทักษะ และอัคิว555555555555555555555555566

   พายุลูกเห็บ      10 พ.ย. 55   เวลา 17:39:00    IP = 171.4.10.142
 


  คำตอบที่ 28  
 
ตอบ Spin
นี่ พี่ Spin ไวน์ยังเด็กอยู่น้าาา ไม่เข้าใจเรื่องแบบนั้น >_<" ฮึๆๆ

   redwine1990      10 พ.ย. 55   เวลา 17:40:00    IP = 125.25.38.42

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 29  
 
ตอบ พายุลูกเห็บ
เอาเลยฮะ สนุกดีเรื่องนี้ อยากจะบอก ผมคุยกับยัยอ้อยที่ช่องแชทของเฟสบุ๊คแล้วอ่ะ เขาถุงมือช้างมากอ่ะ

   redwine1990      10 พ.ย. 55   เวลา 17:41:00    IP = 125.25.38.42

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 30  
 
จ้าๆๆๆๆๆ

ยังไงก็ทำเพลงมาให้ฟังอีก เน้อๆๆๆๆๆๆๆๆ

   Spin      10 พ.ย. 55   เวลา 17:49:00    IP = 27.55.145.163
 


  คำตอบที่ 31  
 
ตอบ Spin
เทอมนี้ยังนึกมุขไม่ออกเลย แต่เพลงนั้นก็เหมือนๆหมดมุขยังไงไม่รู้เพราะใส่ซะเต็มที่ ไม่รู้จะคิดทำนองเพราะๆได้อีกหรือป่าว เพราะทำนองเพราะๆที่อยู่ในตัวก็ใส่ไปในเพลงที่แล้วหมดแล้วอ่ะ

   redwine1990      10 พ.ย. 55   เวลา 17:52:00    IP = 125.25.38.42

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 32  
 
คุณจ๊อดหมายถึงผมเปล่า ที่พิมพ์ชะยึดยาวขนาดนี้ คนไม่ตอบ ไม่ใช้ว่ากลัวนะครับ แต่ไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ ท่านจขกทก็ฟังสักนิด แล้วค่อยว่านะครับ คุณจ๊อดคุณก็เบาๆหน่อยนะครับ มันหลายทีก็ไม่ไหว ตราบใดที่ผมไม่โกง ไม่ได้ด่าพ่อ ล้อแม่ใคร คุณก็อย่ามาเป็นพระเอกคีย์บอร์ดกับผมละกัน ความคิดคนเรามันห้ามกันไม่ได้ครับ ในสายตาคุณผมเป็นคนไม่ดี ก็เชิญคุณกับพวกคุณคิดกันไปเลยนะครับ ขอบคุณครับ

   หนูเชียงใหม่      10 พ.ย. 55   เวลา 17:54:00    IP = 118.172.10.114
 


  คำตอบที่ 33  
 
ตอบ หนูเชียงใหม่
ผมไม่เห็นใครว่าคุณเลยครับ เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าครับ

   redwine1990      10 พ.ย. 55   เวลา 17:58:00    IP = 125.25.38.42

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 34  
 
อ้าว คุณจ๊อดคงว่าคนในบทความ เวรแล้ว 555 ขอโทษเน้อ ไอ้เราก็ร้อนตัว อิอิ เขินแย่ ขอโทษคุณจ๊อดน้องรักอีกที ไปละ อายๆๆๆๆๆ มาก อิอิ

   หนูเชียงใหม่      10 พ.ย. 55   เวลา 18:02:00    IP = 118.172.10.114
 


  คำตอบที่ 35  
 
หมดมุกหราๆๆๆๆ

อืมๆๆๆ ลองหาวันหยุดไปเที่ยวตามแหล่งธรรมชาติ พวกน้ำตก หรือพวก ภูเขา ขึ้นดอย

หน้าหนาวนี่แหละ เย็นดึ เช้าๆตื่นมาดู หมอก ดูน้ำค้าง ลมเย็นๆ เซี่ยงชุน ซัก สองเป๊กนะ จี๊ดๆๆๆๆ

แต่ อย่าไปทะเลนะ รัอนเว่อร์....

อาจได้ มุก ใหม่ๆ มา สร้างสรรค์ ผลงานได้นะค่าๆๆๆๆๆ





   Spin      10 พ.ย. 55   เวลา 18:24:00    IP = 27.55.145.163
 


  คำตอบที่ 36  
 
จริงๆมันง่ายมากเลยนะถ้าเปิดใจ
ไอ้จะเดิมๆสุดลิ่มทิ่มประตูก็เป็น
Thai traditional music
ไอ้ที่อยากสร้างสรรค์ใหม่
ก้เป็นThai comtemperaryไปเสีย
มันก็ดีกับทุกฝ่ายนะ
แต่มันเป็นมุมมองของคนรุ่นผม
ไม่ใช่รุ่นปู่ย่าตายาย
รุ่นปู่ย่าตายยาบางคนก็ใจกว้าง
รับสิ่งใหม่ๆเหมือนกันล่ะ
ต่างคนต่างใจ เฮ้อ

   bbling      10 พ.ย. 55   เวลา 19:45:00    IP = 27.130.245.193
 


  คำตอบที่ 37  
 
ดนตรีไทยเป็นของคนไทยทุกคนครับ ไม่ใช่แค่ของครูดนตรีไทยหรือพวกอนุรักษ์นิยม ดนตรีไทยก็เป็นสมบัติของผมด้วย เพราะฉะนั้นผมมีสิทธิ์ที่จะเอาไปผสมหรือยำปนกับอะไรก็ได้ครับ
ถ้าผมเป็นอาจารย์ ผมจะบอกว่าถ้าใครมีปัญหาผมจะให้เขาไปฟังเรื่องสิขสิทธิ์เอาเพลง แต่เขาก็ไม่รับฟังอ่ะครับ เพราะดนตรีไทยไม่ได้ผูกขาดกับใครครับ เป็นของชาวไทยทุกคน

   redwine1990      10 พ.ย. 55   เวลา 20:06:00    IP = 125.25.38.42

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 38  
 
อ้อ พิมพ์ผิด "ฟัง" เปลี่ยนเป็น "ฟ้อง"

   redwine1990      10 พ.ย. 55   เวลา 20:07:00    IP = 125.25.38.42

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 39  
 
เค้าว่ากันมา ผมเกิดทีหลัง ก็คงต้องตามๆผู้ใหย่ไปก่อนครับ


   bbling      10 พ.ย. 55   เวลา 20:20:00    IP = 27.130.245.193
 


  คำตอบที่ 40  
 
"ถก" กันทุกวันเลยนะครับ ฮาาา

   anongangza      10 พ.ย. 55   เวลา 20:46:00    IP = 118.172.174.130
 


  คำตอบที่ 41  
 
ดนตรีไทยคืออะไรครับ เพลงส่วนใหญ่ ก็เอามาจาก มอญ พม่า ลาว ญวณ ทั้งนั้น
ไม่ได้มาจากต้นตอคือไทยแท้ แน่ๆ ครับ เครื่องดนตรีก็ลอกแบบอย่างเค้ามาทั้งนั้น
บางอย่างก็ตู่ว่าเป็นของไทย ของฝรั่งเค้าดีกว่าอยุ่แล้วครับ ทั้งเครื่องดนตรี ทั้งทฤษฎี ใครจะค้านบ้างครับ เพราะฉะนั้น อะไรก็ตามแต่ ต้องคิดในเชิงสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดมูลค่าในสิ่งที่เราเป็นอยู่

   สมาชิกแบบพิเศษ      SaNTaNa_T      10 พ.ย. 55   เวลา 20:50:00    IP = 110.171.82.168
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 42  
 
ตอบ SaNTaNa_T
คือจะคิดว่าไทยได้รับอิทธิพลมาจากชาติเพื่อนบ้านก็ถูกครับ มันไม่มีอะไรเป็นไทยแท้ หรือชาติเราคนล้วนๆหรอกครับ ไม่ว่าจะเป็นดนตรีหรือเรื่องอื่น แต่หลังจากที่เรายืมของเขามา เราก็ได้ดัดแปลงให้เป็นเอกลักษณ์ของเราครับ สังเกตว่าดนตรีของเราไม่เหมือนชาติอื่น แม้แต่เพลงที่ขึ้นด้วยชื่อชาติต่างๆก็ไม่ได้เป็นดนตรีของชาตินั้นๆจริง เช่น ลาวดวงเดือน คนลาวเขาก็บอกว่าไม่ใช่ดนตรีเขา เพลงฝรั่ง...(อะไรซักอย่างจำไม่ได้) ก็ไม่ใช่สำเนียงฝรั่งอะไรเลยครับ เป็นแค่การเอาหลักการ Leading note ของเขามาใช้ (so la ti do)
ฉะนั้นก็นับเป็นดนตรีไทยได้ครับ

แม้กระทั่งเพลงฝรั่ง ดนตรีคลาสสิคก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน คือมีการยืมกันไปมาระหว่างเยอรมัน อิตาลี ฝรั่งเศส ยืมกันตลอดแหละครับตั้งแต่ยุคบาโรกแล้ว ไม่ใช่ว่าฝรั่งเขาจะคิดเองล้วนๆ อย่างเพลงของแฮนเดลนี่ เพลงเขายืมมาจากเยอรมัน ผสมอิตาลี ผสมอังกฤษ แม้กระทั่งบาคก็ยืมสำเนียงอิตาลีกับฝรั่งเศสมาผสมกับสไตล์เยอรมันเดิมจากการที่เคยไปดูนักประพันธ์ชาติต่างๆแล้วเกิดแรงบันดาลใจครับ

การยืมวัฒนธรรมไม่ใช่แค่เอเชียครับ ฝรั่งก็เป็น

   redwine1990      10 พ.ย. 55   เวลา 21:04:00    IP = 125.25.38.42

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 43  
 
ไม่ได้อ่านบทความแต่พอเดาได้ว่าคืออะไรครับ

อ.ผม ท่านนึงเป็น พวก jazz หัวก้าวหน้า บอกว่า ครูดนตรีไทยนั่นแหละฆ่าดนตรีไทยเสียเอง ด้วยการเก็บมันไว้เป็นของโบราณตามพิพิธพันธ์ ครับ

คล้องจองกับ miles Davis แกบอกว่า Jazz จะหายไปเมื่อคนรุ่นใหม่ๆ เอาแต่เล่นในสิ่งที่คนรุ่นเขาหรือก่อนเขาเล่นมา(ใจความประมาณนี้)

   tele_thinline      10 พ.ย. 55   เวลา 21:31:00    IP = 27.130.76.96
 


  คำตอบที่ 44  
 
ถ้าผมเอาระนาดมีตีบรรเลงแนว metal นี่จะผิดครูปะครับ = ='

   Cero      10 พ.ย. 55   เวลา 21:59:00    IP = 14.207.119.235
 


  คำตอบที่ 45  
 
ดนตรีไม่มีรูปแบบ ดนตรีไทยผมไม่ทราบ เพราะไม่ได้ฟังไม่ได้ศึกษามาก

ผมพูดได้แค่ในทางของเจ้ส หลังจากฟังมานานฝึกหัดศึกษามาพอสมควร ผมถึงเข้าใจว่า แจ้สนั้นไม่ใช่แนวดนตรี มันเป็นเพียงวิธีการเข้าใจดนตรีวิธีหนึ่งเท่านั้น

เหมือนเป็นวิธีอธิบาย เพื่อสร้างดนตรีขึ้นมา แต่แท้จริงแล้ว มันไม่มีรูปแบบ ไม่มีฟอร์ม มันเป็นเพียงมุมมองหนึ่งที่เราตีกรอบขึ้นมา เพื่อจะได้มองเห็นอะไรสักอย่างที่ไร้รูปร่างเท่านั้นเอง

ถ้าเรามองดนตรีในมุมของแจ้สแล้ว เราก็เล่นดนตรีออกมาเป็นรูปแบบไหนก็ได้

และผมก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าดนตรีทุกแขนง ไม่ว่าจะคลาสสิค จะไทย จะป๊อบ เมื่อถึงจุดหนึ่งคนเล่นก็คงเห็นฟอร์มของมันจางลงไปทุกที จนหายไป เหลือเป็นเพียงแก่นของมัน

ที่ไม่มีอะไรอื่นนอกจากมุมมองให้เราทำความเข้าใจกับสิ่งที่จับต้องไม่ได้ เราถึงมีเวลาและสมาธิเพ่งไปที่สิ่งที่จิตใต้สำนึกเราต้องการสื่อออกมาผ่านทางเสียง ไม่ใช่เสียพลังงานทั้งหมดไปกับการกังวลว่าเสียงเราจะออกมาในรูปแบบไหน ออกมาเป็น "แนว" ไหน สาระสำคัญของดนตรีอยู่ที่สิ่งที่มันสื่อ ไม่ได้อยู่ที่ฟอร์มของมัน

ดังนั้นการผสมผสาน ดนตรีแนวต่างๆนั้นเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากมันผิดตั้งแต่เราจำแนกดนตรีออกเป็นแนวต่างๆแล้ว

หลายท่านบอกว่าแจ้สคืออิสรภาพทางเสียง

ผมคิดว่าไม่ใช่หรอก ดนตรีคืออิสรภาพทางเสียงอย่างแท้จริง แจ้ส หรือชื่อดนตรีแขนงอื่นๆที่เราเรียกๆกัน ก็แค่มุมมองที่มีต่อดนตรีอย่างหนึ่งเท่านั้นเอง

   Bottomsup      10 พ.ย. 55   เวลา 22:20:00    IP = 208.69.242.75
 


  คำตอบที่ 46  
 
คุณRedwineครับ คุณไหว้พระไหมครับ

   ballkung  10 พ.ย. 55   เวลา 22:26:00    IP = 180.183.180.162
 


  คำตอบที่ 47  
 
ผมว่าไม่ได้ผิดอะไรหรอก ถ้าไม่ได้ไปลบหลู่อาจารย์ แค่นำมาประยุกต์เท่านั้นเอง ถ้าใครจะว่ามองดีมองไม่ดีก็ช่างเถอะอย่าไปสน ถ้าไม่เป็นที่สนใจก็หายไปเองครับ ตีก็ตีอยู่ในรางระนาดเหมือนเดิม ไม่ได้เอาระนาดไปดัดแปลงหรือเอาไปเล่นแผลงซะหน่อย เรื่องกาลเทศะก็ต้องไหว้ครูก่อนเล่นเป็นธรรมดาอยู่แล้วครับ

   khabee123      10 พ.ย. 55   เวลา 22:28:00    IP = 141.0.10.153
 


  คำตอบที่ 48  
 
ครูบาอาจารย์นี้มีจริงครับ เคยไปพิธีครอบครูดนตรีไทยด้วยเห็นกับตาเลย มีคนอยู่หน้าเวทีสวดอยู่ดีๆ จู่ๆก็หัวเราะแบบ สะใจลั่นหอประชุมเลย

   khabee123      10 พ.ย. 55   เวลา 22:30:00    IP = 141.0.10.153
 


  คำตอบที่ 49  
 
เข้ามาอ่านเอาความรู้คับ. ดนตรีไทยผมเล่นแค่ตอนมัธยมอ่ะ. อังกะลุง. มีให้เรียน. แต่ผมชอบ นะคำว่ายืมวัฒนธรรม. ประเทศเพื่อนบ้านมาผสมผสานกันเนี่ย. ชอบจิงๆ. ถ้าผสมดนตรีกันกระหว่่างหมอลำกะคลาสิคนี่ยิ่งน่าสนใจเลย. แต่ถ้าฟีเจอริ่ง. กะประเทศเพื่อนบ้าานนี่. บ่อยแล้วคับอยากฟีจกะทางประเทศยุโรปบ้าง55.

   sweepgod      10 พ.ย. 55   เวลา 22:34:00    IP = 180.183.183.101
 


  คำตอบที่ 50  
 
เวรละ 5555+++


กลับมาอ่าน ว่าจะไม่แสดงละ ไปกันใหญ่55++

คือ

แจ้งพี่หนูก่อน


ผมไม่ได้ว่าพี่ หรือหมายถึงพี่นะครับ.......

พักนี้ ผมไม่ค่อยว่างเข้ามาดูกระทู้อะไรเท่าไหร่ ยุ่งๆน่ะครับ นี่วันนี้ ในรอบสัปดาละมั้ง ที่ได้มาเปิด พอดี เห็นกระทู้ คุณเรดไวน์ เลยเข้ามาดู

และผมก็ได้อ่าน แต่บทความ ของ คุณเรดไวน์นะครับ

แล้วก้แสดงคำตอบ ตามความคิดของผมเอง ต่อบทความคุณเรดไวน์


ผมบอกตรงๆว่า ต่อบทความ จขกท แค่นั้นจริงๆ เพราะว่า ผมยังไม่ได้ อ่าน คต ของใครเลย

เนื่องจาก เดี๋ยวนี้ ผมพยายาม จับเอาแต่ประเด็น ของ จขกท ในแต่ละ กท น่ะครับ


พอกลับมาดู ตอนนี้ เห็นคนตอบเยอะ เลยมาไล่อ่านทีละ คต ตกใจเลย

ไม่ได้ว่าพี่หนูเด้อ

ผมแสดงความเห็นรวมๆ ทั่วไปน่ะครับ

   พายุลูกเห็บ      10 พ.ย. 55   เวลา 22:40:00    IP = 124.121.70.231
 


  คำตอบที่ 51  
 
ตอบ Bottomsup
ครับ ใช่ฮะ อาจารย์ของผมพูดไว้เสมอว่า "จริงๆดนตรีทุกแนวมันก็เกี่ยวข้องกันหมดแหละเพราะโน้ตมันมีแค่ 12 ตัว"

ตอบ ballkung
ครับ ผมศาสนาพุทธครับ ผมไหว้พระรัตนไตย ไม่ได้ไหว้รูปเคารพของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูแบบที่ตั้งบนโต๊ะครอบครู ไม่ได้ไหว้ผีสาง-นางไม้ หรือฤาษี-โยคีนอกศาสนาที่ศาสนาพุทธเราเรียกโยคีพวกนี้ว่า"ปริพาชก"

ตอบ khabee123
ผมศาสนาพุทธครับ นับถือพระรัตนไตย ไม่ได้นับถือเทวดาหรือโยคีผู้วิเศษทางศาสนาพรามหมณ์-ฮินดูครับ พระพุทธเจ้าไม่เคยสอนให้ไหว้ผีสางครับ การไหว้ผีสาง หรือสิ่งลี้ลับเป็นความเชื่อที่งมงายซึ่งมาก่อนพระพุทธศาสนา จากนั้นก็มีผู้ที่สอนในเราเลิกบูชาลัทธิอื่นที่งมงาย เลิกบูชาไฟ เลิกนับถือพราหมณ์-ฮินดู หันมานับถือพระรัตนไตย ท่านผู้นั้นก็คือพระบรมศาสดา พระพุทธเจ้าครับ

ตอบ sweepgod
ครับ บางคนใช้คำว่า "ขโมย" แทนคำว่า "ยืม" ครับ เพราะการยืมแต่ละทีเราก็ไม่เคยขอเจ้าของครับ แล้วก็ยืมแล้วไม่มีคืนด้วยสิเออ ชะละล่า

   redwine1990      10 พ.ย. 55   เวลา 23:13:00    IP = 125.25.38.42

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 52  
 
ส่วนตัวผมไม่ได้ลบหลู่นะครับ ผมก็เข้าร่วมพิธีกรรมนอกศาสนาได้โดยให้เกียรติศาสนาอื่น แต่ก็อย่ามาบังคับให้ผมไหว้และนับถือหรือเชื่อในศาสนาอื่นเลยครับ

พระพุทธเจ้าไม่เคยสอนให้เชื่อในพิธีครอบครูของดนตรีไทย ไม่เคยสอนให้เชื่อพวกพราหมณ์-ฮินดู(นักบวชที่นิยมเชิญมาเพื่อดำเนินพิธีครอบครู) หรือรูปเคารพที่ตั้งบนโต๊ะบูชาครูดนตรีไทย ทรงไม่สรรเสริญผู้ที่ไหว้นับถือผีสาง หรือต้นไม้ผูกผ้าสี หรือพวกอาจารย์ต่างๆที่อ้างว่ามีอิทธิปฏิหาร เพราะฉะนั้นคนพุทธเราไม่จำเป็นต้องไหว้พวกนี้เลยครับ เพราะไม่ใช่ทางแห่งดับกิเลส ไม่ใช่ทางแห่งการหลุดพ้นจากความยึดความอยากหรือความผลักไส ไม่ใช่ทางไปสู่การนิพพานที่แท้จริงครับ

   redwine1990      10 พ.ย. 55   เวลา 23:20:00    IP = 125.25.38.42

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 53  
 
ปล. พิธีกรรมครอบครูของไทยเป็นพิธีทางศาสนาพรหมณ์-ฮินดูครับ ไม่ใช่ศาสนาพุทธครับ ไม่เกี่ยวอะไรกับพระรัตนไตย หรือพุทธศาสนิกชนครับ

   redwine1990      10 พ.ย. 55   เวลา 23:34:00    IP = 125.25.38.42

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 54  
 
ไม่กล้าตอบกลัวโดนลูกหลง

   Heavymetal      10 พ.ย. 55   เวลา 23:42:00    IP = 180.183.53.239

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 55  
 
ได้หน้าอย่าลืมหลังนะ ฮ๊าฟ
อนาคตที่ดีเกิดจากหลายๆอย่่่างและเกิดจากการศึกษาอดีตนะครับ


   jokeryoh  10 พ.ย. 55   เวลา 23:50:00    IP = 119.46.62.120
 


  คำตอบที่ 56  
 
ก็มุดผ้าห่มต่อเพลงกัน ผมไม่เคยเล่นดนตรีไทย
น้องที่เล่นเล่าให้ฟัง
แต่ได้ฟังแบบนี้ มันก็อึ้งล่ะครับ การหวง
วิชามันเป็นการเริ่มจุดจบแบบไม่รู้ตัว
เพราะวันนึงมันจะหายไปตามสังคมที่เปลี่ยนแปลง
มันน่าเสียดายน่ะครับ



   bbling      11 พ.ย. 55   เวลา 0:00:00    IP = 27.130.245.193
 


  คำตอบที่ 57  
 
เห็นด้วยครับคุณ bbling

   redwine1990      11 พ.ย. 55   เวลา 0:20:00    IP = 125.25.38.42

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 58  
 
คนไทยส่านใหญ่หัวอนุรักษ์นิยม แต่คนไทยส่วนใหญ่ไม่ใช่พวกชาตินิยม ติดแบรนด์ ใช้ของนอกของไทยไม่สน อยากเป็นเหมือนชาติอื่นโดยทำตาม แต่ไม่พัฒนาของตน เห็นดีแต่ภายนอกไม่คำนึงถึงภายใน

   taneda      11 พ.ย. 55   เวลา 4:56:00    IP = 49.48.113.8
 


  คำตอบที่ 59  
 
redwine1990 ผมก็ว่าอย่างงั้นหละครับ
คำว่า "ทำลายวัฒนธรรม" คิดว่าไม่เป็นการทำลายนะครับ ดีกว่าไม่มีคนนำดนตรีไทยมาเล่นเท่านั้นเอง เพียงแค่ไม่ได้เล่นเพลงที่นิยมเล่นกันถึงกับผิดครูเลยหรือ? (จริงๆเพลงในดนตรีไทยก็ไม่ใช่เพลงไทย100%หรอกครับ ไทยก็ยืมเขามาทั้งนั้นแหละ เช่นเพลง เขมรไล่ควาย เพลง เขมรโทรโยค ทั้งหลาย) นำมาประยุกต์ก็หาว่าทำลาย ไม่สนใจหาว่าไม่อนุรักษ์ กำแพงทางความคิดนี้ช่างไร้สาระจริงๆครับ

   khabee123      11 พ.ย. 55   เวลา 8:48:00    IP = 141.0.8.60
 


  คำตอบที่ 60  
 
redwine1990 ผมก็ว่าอย่างงั้นหละครับ
คำว่า "ทำลายวัฒนธรรม" คิดว่าไม่เป็นการทำลายนะครับ ดีกว่าไม่มีคนนำดนตรีไทยมาเล่นเท่านั้นเอง เพียงแค่ไม่ได้เล่นเพลงที่นิยมเล่นกันถึงกับผิดครูเลยหรือ? (จริงๆเพลงในดนตรีไทยก็ไม่ใช่เพลงไทย100%หรอกครับ ไทยก็ยืมเขามาทั้งนั้นแหละ เช่นเพลง เขมรไล่ควาย เพลง เขมรโทรโยค ทั้งหลาย) นำมาประยุกต์ก็หาว่าทำลาย ไม่สนใจหาว่าไม่อนุรักษ์ กำแพงทางความคิดนี้ช่างไร้สาระจริงๆครับ

   khabee123      11 พ.ย. 55   เวลา 8:50:00    IP = 141.0.8.60
 


  คำตอบที่ 61  
 
ผมชอบวิถีการนับถือ ศาสนา พุทธ ของท่าน เรดไวน์ มากคับบบ. นั่นล้ะคือแก่น.

   sweepgod      12 พ.ย. 55   เวลา 1:41:00    IP = 118.172.36.124
 


  คำตอบที่ 62  
 
ขอบคุณครับที่มีความคิดเดียวกัน

   redwine1990      12 พ.ย. 55   เวลา 20:31:00    IP = 180.180.177.3

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 63  
 
ความคิดผมนะครับ แล้วแต่คนครับ บางคนก็ยึดติด บางก็ไม่ยึดติด อย่างพ่อผมเป็นนักดนตรีไทยคนนึง ท่านเสียไปแล้วครับ สมัยนั้นก็เล่นที่กรมประชาสัมพันธ์ ออกงานกับพระเทพก็บ่อยพอสมควรครับ แกชอบการประยุกต์มากครับ ผมเคยฟังผลงานของ อ.บรูซ แกสตัน และ เพลงคลาสสิค รวมถึงแนวอื่นๆ(เทป) เมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว ผมยังจำความได้ ตอนนั้น ตอนั้นฟังยังไม่เข้าใจมากเท่าไหร่ แต่รู้สึกชอบมาก เพราะมันต่างจากที่เราเคยได้ยินมา บ้านผมสอนดนตรีไทย ผลเยโดนเสียงดนตรีไทยกรอกหูทุกเช้า เย็น ก่อนนอนตั้งแต่เด็ก เลยพอที่จะแยกออกว่า ประยุกต์กับ ดั้งเดิม ต่างกันเช่นไร เสน่ห์มันอยู่ตรงไหน พ่อบอกว่า การประยุกต์เป็นสิ่งเดียวที่ไม่ทำให้ตาย ไม่สูญหายไปครับ สักวันเราจะเห็นค่าของดั้งเดิมครับ เหมือนเมืองนอกเขายกย่องเพลงtraditional หรือ blues ครับ มันมีน่าหลงใหล อิอิๆๆ ผมให้ความเห็นแบบกว้างๆนะครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      room335      12 พ.ย. 55   เวลา 23:59:00    IP = 171.101.202.109
สมาชิกแบบพิเศษ  
 
 

www.harmonythai.com ร้านขายเครื่องดนตรีออนไลน์

Yamaha Band Project




ตั้งกระทู้ Login ก่อน Click ที่นี่
ผู้ตอบ :
รูปภาพ:  ( ไม่เกิน 150 K )
ข้อความ :
 

any comments, please e-mail   webmaster@guitarthai.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2012. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket