คนป่า - Boy Imagine
ลมพัดทุ่งหญ้าไหวเอน เมฆน่าลมห่มฟ้า ดวงตะวันแหวกม่านเมฆมา ป่าสนปลิวไสว
ข้าล้มตัวลง บนพื้นดินกว้างใหญ่ กองไฟคือผ้าห่ม ครั้งหนึ่งนั้นข้าคือสายลม
ข้าคือคนเสรี
เผื่อลำนำโคลงนั้น พาย้อนคืนวันเก่า ย้ำน้ำคำเถื่อนทำลำเนา ในวันที่เรายังไม่เดียงสา
จนวันที่ท่านอ่านถ้อยแถลง แสดงเจตจำนงค์ท่านมา
เราจึงรู้ในเจตนา ความคิดท่านเรานั้นต่างกัน
ตัวท่านทำงานหาเงิน ส่วนเราทำงานหากิน
เราไม่สะสมเกินเรากิน ท่านว่าเราเกียจคร้าน
ชีวิตเราไม่มี ตารางเวลา นาฬิกาเราคือจักรวาล
ส่วนเวลาท่าน เป็นเงินเป็นงาน ลูกหลานท่านจึงเหน็ดเหนื่อย
และกระโจมของเราก็คือบ้าน เปลี่ยนตามฤดูกาลเคลื่อนไหว
มีแสงแดดสายลมผ่านร่างไป เด็กๆ เราสุขภาพดี
แต่บ้านเรือนท่านสร้างโตใหญ่ หายใจในอากาศตาย
เครื่องจักรกลสร้างสายลมร้าย ท่านจึงไม่วายต้องเจ็บป่วย
ท่านตายแล้วไปสวรรค์ เราตายเราอยู่ในนี้ อยู่ในผืนดินในเถ้าธุลี ในวงปีเปลือกไม้
อยู่ในประกายของใบสน ในสายลมผ่านหุบเขา
ความตายท่านยิ่งใหญ่และโศกเศร้า ความตายของเราเป็นธรรมดา
ท่านพิพาทกันเพราะความรู้ ต่อสู้กันด้วยอักษร
เราพิพาทกันเราไม่ซับซ้อน ตื่นนอนมาเราก็ลืม
ความรู้ท่านยาก และมีมากมาย ความรู้เราง่ายและมีน้อย
ผู้เฒ่าของเราความรู้ยังด้อย กว่าเด็กน้อยของท่านอีกใช่ไหม
ดังนั้นถ้อยคำ ที่ท่านเอ่ยถาม เราจึงมิอาจเข้าใจ
แผ่นดินผืนฟ้าราคาเท่าใด ไม่เคยเข้าใจได้เลย
ก็ผืนฟ้ากว้างลำธารใส ใครเล่าเป็นเจ้าของ
สายลมพัดไกวผู้ใดครอบครอง ท่านจับจองได้โดยสิ่งใด
ผืนดินกลัวท่านกระหาย จึงได้มอบสายน้ำลำธารใส
ผืนดินยังมอบความอบอุ่นให้ ท่านยังต้องการสิ่งใดกันอีก
Advertisment