Main Menu
 Home หน้าแรก
 login / สมาชิก
 BuyerBook
 รายการ TV
  คอร์ด / เนื้อเพลง
  วีดีโอ คลิป
  Webboard
  Classifieds
  ข่าวสารดนตรี
  Review & ทดสอบ
  งานคอนเสิร์ต
  บทความดนตรี
  Cools Links
  Artist Gear
 
  About Us

7534


 Hotshot:     View Change โน้ตเครื่องเป่าแนว jazz มาสร้าง Lick     9/10/2004    อ.โจ้

จะว่าไปแล้ว ถ้าเราจะศึกษาเสียงกีตาร์ Rock 'n' Roll ตั้งแต่ในอดีตมา เราคงหลีกเหลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่รู้จัก ไม่ฟัง หรือไม่ศึกษาถึงทิศทางแห่งประวัติศาสตร์ของบุคคลเหล่านี้ อย่าง Chuck Berry, Jimi Hendrix , Jeff beck ,Edward Van. Joe Sat.ฯลฯ ซึ่งเป็นผลและอธิพลต่อแนวทางการเล่นในโลกของนักกีตาร์ รวมทั้งตัวผมด้วย ผมเคยหยุดคิด.. และวิเคราะห์ถึงวิธีการเล่นของตัวเองดูนะครับ .... ว่าบางที่เราอาจใช้แนวคิด และเทคนิคจากในอดีตมากเกินไป จนทำให้เราไม่เคยทดลองหล่อหลอมแนวคิดเล็ก ๆของเราเองเข้าไปเองบ้าง เพราะบ้างทีเราเล่นเพลงของคนอื่นจนช่ำมาก ๆก็อาจจะเกิดผลเป็น อาการติด Lickฯลฯ หรือแนวคิดของคนอื่นมากเกินไป ในความรู้สึกของผมนะครับ อีกจุดหนึ่งที่ผมสักเกต จากปัญหาของตัวผมเอง ก็คือ เราจะชอบมองจากกีตาร์ไปก่อนเสมอ เช่น Riff มันส์มาก solo กันหูดับ หรือ เทคนิคแปลก ๆ , pattern scale ที่หลากหลาย ฯลฯ ผมรู้สึกว่ามันกลายเป็นภาพที่สะท้อนมุมมองจนกลายเป็นแนวคิดแบบเดียวกัน(โดยเฉพาะเทคนิคกีตาร์rock) ที่ทำให้เรามองกีตาร์เป็น View ที่มีบรรทัดฐานเดียวกัน เช่นต้องเล่นเร็วชัด เทคนิคแพรวพราว เล่นเหมือนแผ่น สุด ฯลฯ ) ผมเรียกอย่างนี้ก็แล้วกันนะครับ จนลืมมองจุดอื่น ๆ ว่าก็มีความน่าสนใจ โดยที่ไม่เกี่ยวข้องกับเสียงกีตาร์เลยก็ได้ ซึ่งมีความแตกต่างในเชิงแนวคิด ที่อยู่รอบ ๆตัวเราเต็มไปหมด ผมคิดว่านักกีตาร์ส่วนใหญ่ มักจะให้ความสำคัญของเสียงกีตาร์เป็นจุดเด่นเสมอ ในการพัฒนาวิธีคิดในการเล่น และการฟัง? เพื่อน ๆลองหันกลับหลังไปนับCD หรือเทปที่บ้าน ดูซิว่ามีชุดไหนที่ไม่มีเสียงกีตาร์บ้าง ?? .... เมื่อก่อนผมก็ไม่เข้าใจว่า "ก็เราเล่นกีตาร์นิ เราก็ต้องฟัง ศึกษางานกีตาร์ซิ " แต่นั้นเป็นจุดหนึ่งของการฝึกและศึกษาในสิ่งที่คนอื่นได้เริ่มทำไปแล้ว ซึ่งบ้างทีอาจไม่ใช่จุดหลักของทิศทาง และแนวคิด ของเราก็เป็นได้ (ในความคิดของผมนะครับ) เราอาจต้องลองเปลี่ยนวิว อื่น ๆดูบ้าง ..บางที่ view เก่า มันซ้ำซากจนเราไม่รู้ตัว แค่เพียงเราลองเริ่มก้าวออกมาจากView เดิม ๆของเราบ้างก็ดีนะครับ อาจเจออะไรที่สนุกขึ้นได้ เช่นลองคิดลูกTapping จากเปียโน หรือลองเอาแบบฝึกของไวโอลินมาฝึก ฯลฯ ซึ่งสิ่งที่ผมเล่ามานี้เพื่อน ๆไม่ต้องซีเรียส นะครับ เป็นแค่มุมมองเล็ก ๆ เพื่อเพื่อน ๆจะได้ประโยชน์บ้าง วันนี้ผมเลยเอา โน้ตเครื่องเป่าแนว jazz มาสร้าง Lick กันดูบ้างครับ เป็นแนวการเปลี่ยน View lick ของคนกีตาร์ที่นิยมทำมาเนิ่นนานแล้วจ๊ะ


Ex.1 Sonny Rollins / Tune-up


Sonny Rollins ตำนาน Virtuoso saxophonist (tenor) ผู้นี้ ทั้ง แนวทางในการimprovise และงานเพลง ที่เต็มไปด้วยการสร้างท่วงทำนอง และ space ที่งดงาม ฯลฯ ในEx.1นี้ผมเอา patternสั้น ๆ (lick) จากการimprovise ในปี 1957 ในเพลง Tune-up ของ Miles Davis Sonny .. ใช้ sound ของ G mixolydian มาสร้างทำนองด้น บนทางเดิน chord Dm7 G7 CMajor7 ( ii7- V7- I) สำหรับแนวคิดการใช้ ทำนองเครื่องเป่าและมาประยุกต์ให้เป็น line guitar นั้น เราควรจะฟัง และทำความเข้าใจในเรื่องของเสียงเครื่องเป่าให้คุ้นเคยก่อน ในมุมมองของผมสำหรับเรื่องเทคนิค เครื่องเป่านั้นใช้ลมในการควบคุมเสียง แต่กีตาร์ใช้ดีด ความแตกต่างในเรื่องสีสัน(tone color) กับเทคนิคของเครื่อง จะมีผลต่ออารมณ์ของท่วงทำนองอย่างชัดเจน ซึ่งเราต้องพยายามจับรายละเอียดตรงนี้เอาเองนะครับ โดยเฉพาะความต่อเนื่องของเสียง และการสร้างประโยค สำหรับ ในห้องแรกเป็น Arpeggio Dm7 เค้าเลือกโน้ตตัว 9 มาแทนroot ผมเลย จัดเป็นรูป sweep (pos.10) กับเทคนิค pull off พร้อมกับการทำเสียงสั้นที่ โน้ต D ผมได้จัดวีธีดีดคร่าว ๆไว้บ้างแล้ว เพื่อจะได้สัมพันธ์กับการดีดaccent โดยเฉพาะใน beat ที่ &4


Ex.2 Miles Davis / So What


สำหรับชื่อนี้คงไม่ต้องกล่าวกันมาก หนึ่งหัวในแถวแห่ง Free jazz ไปจนถึง Fusion jazz ผู้บุกเบิกแนวคิดใหม่ ๆให้กับโลกดนตรีตะวันตก นักกีตาร์ที่เคยได้ร่วมงานกับ ไมลส์ เดวิส ปัจจุบันเป็นระดับหัวแถวกีตาร์แจส์ทั้งนั้น ( John Maclaughlin , john Scofield ฯลฯ) ในมุมมองของผม ไมลส์เป็นนักเล่นที่ มีการแนวทางimprovise ที่คาดเดาได้ยาก แต่เรียบง่าย แบบจิ๊กโก๋ งานเพลง และการเล่นเท็มเป็ต ของเค้าถูกกล่าวถึง และยังเป็นบทเรียนกันอยู่จนถึงปัจจุบัน ผมเลือกเพลง So what ของไมลส์ และท่อนimprovise บางส่วนมาดูกันนะครับ ใน Ex.2นี้เป็นการสร้าง motive สั้น ๆ ใน C Dorian scale (C D Eb F G A Bb) โดยใช้ไอเดียจากคู่ 3rd interval (Major&minor) ขาขึ้นเป็นหลักของแนวคิดนี้ บนchord Cminor7 การaccent เป็นจุดเด่นของเทคนิคในex.2 นี้ ผมเลยลองใช้ pull off มาสร้างความสัมพันธ์กับการดีด accent โดยผมจัดการดีดแบบ free (ไม่จัดเป็นระบบ) โดยเน้นเทคนิคไปตามสีสันของตัวทำนองเป็นหลัก ซึ่งผมลองทำคร่าว ๆให้เพื่อนลองดู ถ้าไม่ชอบเปลี่ยนเองนะจ๊ะ ..อย่าลืมดีดเสียง staccato ด้วยละ เพื่อนๆลองเอาแนวคิดนี้ไปประยุกต์ใช้กับเสียงดนตรีประเภทอื่นดูนะครับ โดยเฉพาะเสียงดนตรีที่อยู่ นอกระบบ ตะวันตก อย่างดนตรีเอเชีย ก็สนุกดี
วิธีการคิด มอง และวิธีการเล่นที่แตกต่างกัน ซึ่งไม่สามารถอธิบายเราได้หมดว่าเค้ามีวิธีในหล่อหลอม และตกผลึกในแนวทางการคิดและเล่นนั้นได้อย่างไร แต่จุดหนึ่ง ผมคิดว่าถ้าเราใช้แนวคิดจาก View เดียวกัน คงไม่พอแน่นอน



any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2015. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket