Main Menu
 Home หน้าแรก
 login / สมาชิก
 BuyerBook
 รายการ TV
  คอร์ด / เนื้อเพลง
  วีดีโอ คลิป
  Webboard
  Classifieds
  ข่าวสารดนตรี
  Review & ทดสอบ
  งานคอนเสิร์ต
  บทความดนตรี
  Cools Links
  Artist Gear
 
  About Us

11877


 Hotshot:     SRV “Hot Texas” (3 Oct.1954 - 27 Aug.1990)    9/17/2006    อ.โจ้ กีตาร์ไทย

เคยมีคำกล่าวที่ว่า ดนตรีบลูส์ นั้นเป็นดนตรีที่สะท้อนความรู้สึก และความเป็นจริงแห่งชีวิตได้อย่าง ยอดเยี่ยม และ B.B. king เคยกล่าวเอาไว้ว่า “ Blues” คือเรื่องของ “Feeling” ซึ่งน่าจะเป็นบทสรุปของ ราชาแห่งบลูส์ ถ้าให้เพื่อน ๆลองนึกถึง บลูส์แมนยุคใหม่ (1980- ปัจจุบัน) ที่ถูกยกย่องให้อยู่เหนือความเป็นเลิศ และมีอธิพลในด้านอารมณ์ และเทคนิคต่อนักกีตาร์ Blues รุ่นหลัง ๆ อย่างชัดเจน สำหรับผม Stevie Ray Vaughan น่าจะเป็นคนแรก ๆ ที่นึกถึง....... Stevie ได้หล่อหลอมเอาความเก่าแบบ tradition blues ในแบบ Muddy water ,Albert king , B.B. ฯลฯ และความร้อนแรงอย่าง Jimi Hendrix , Johnny Winter , The Rolling Stones , Jeff Beck ร่วมทั้ง Jazz ในเทคนิคแบบ Wes Montgomery ฯลฯ ที่ผสมผสานออกมาได้อย่างหมดจดและงดงาม ในแบบของตัวเองบวกกับการกระหน่ำ feel อันเร่าร้อนในแบบ Texas ที่มีกลิ่นอายของ Jimi Hendrix เจือปนอยู่ตลอดเวลา สำเนียงในแบบ Hot Texas บวกกับเทคนิคชั้นยอด และการ improvise ที่ลื่นไหลไปกับอารมณ์เพลง ได้อย่างต่อเนื่องไร้รอยต่อของเค้านั้น เฉียบขาดจริง ๆครับ เรามาดูตัวอย่างกันเลยดีกว่า

EX.1a Bending : whole-step ( extension position )

เทคนิคในการดันสายของ Stevie นั้น เค้าจะชอบดันสายตั้งแต่ ? ไปจนถึง 2 เสียงเต็มเลย ซึ่งกว้างมาก และยังใช้สายเบอร์ใหญ่ .013 .015 .019 .028 .038 .058 ( Eb Tune ) อีกด้วย ตรงนี้ผมขอแสดงคิดนิดหนึ่งนะครับว่า เรื่องการใช้สายเบอร์ใหญ่ ๆนั้น บางที่อาจจะเป็นผลเสียมากว่าผลดี ถ้าเราเข้าใจผิดทำไปตามกระแส หรือแฟชั่นการเล่น บางทีอาจทำให้เสียงบวม หรือ นิ้วบาดเจ็บ ไปเลยก็ได้ ถ้าเราไม่เข้าใจสาเหตุของการปรับแต่ง สำหรับผมมองว่าจุดสำคัญอยู่ที่ตัวเราเองเป็นคนเลือกว่า เราต้องการได้ยินเนื้อเสียง และโทนจาก กีตาร์ของเรา แบบไหน ? อย่างไร ? ทำไม ? มากกว่า ถึงค่อยศึกษาหาประสบการณ์ และทดลอง ถึงสิ่งที่เป็นตัวช่วยอื่น ๆ .. ไม่จำเป็นต้องมองไปที่เรื่องสายอย่างเดียวก็ได้ จะเป็นเรื่อง ปิค , แอมป์ , วิธีเล่น , เอฟเฟค อื่นๆอีกมากมาย Angus young แห่ง Ac/Dc ยังใช้แค่สาย.008 เองแต่เนื้อเสียง และการสั่นสายนั้นสุดยอดจริง ๆ ครับ เพราะเค้าเลือกสายได้เหมาะกับวิธีการสร้างเสียงแบบของตัวเอง. สำหรับ ใน Ex.1 เป็นรูปแบบการดันสายที่ได้รับอิทธิพล จาก Albert king ที่แสดงถึงพลังในการดันสายด้วยนิ้วชี้ ถึง 1เสียงเต็ม บน chord Bm ( B D F# ) เป็นการเล่นแบบ extension position ( B minor box ) ที่เล่นจากตัวนอก chord เกลาเข้าหาตัวใน chord = 4 th ไป 5 th ( E –F# ) และ b3rd - 4 th ( D-E ) และ b3 –tonic ( D –B ) ที่เป็นหางเสียงในแบบ Albert king ที่เป็นจุดเด่นของ lick นี้ เพื่อนต้องใจเย็น ๆ เรื่องการดันสายให้ดี โดยเฉพาะการใช้นิ้วชี้ และพยายามใช้หูฟังให้มากครับ

Ex1b. Bending mix : extension position

ในส่วน Ex.1b extension position ที่เค้าชอบใช้บ่อย เพียงแต่มีการดันสายหลากหลายมากขึ้น ( ? , 1/2 , 1) ผมก็เลยลงให้เพื่อน ฝึกกันให้นิ้วงอกันไปข้างเลยครับ55...... เป็นการสร้างสีสันด้วยวิธีดันสาย ใน box position viii ( A minor ) เพื่อขยายขอบเขตของเสียงบน Dominant7 sound ( A7 – D9 ) ที่ยังใช้นิ้วชี้ ดันสายเป็นหลัก เหมือนเดิม **

Ex.2 Rhythm guitar I & II: Couldn't Stand The Weather :

Couldn't Stand The Weather เป็นทั้งชื่อเพลง และอัลบั้ม ในชุด 2 ของ SRV ในปี 1984 หลังจากจบทัวร์อันสุดแสนทรหด และยาวนานถึง18 เดือน ของชุดแรก Taxas Flood ที่ประสพความสำเร็จแบบท่วมท้น สำหรับ Couldn't Stand The Weather เพลงนี้จะมีการใช้ไอเดียของดนตรี Funk และ R&B เข้ามาผสมผสานใน Rhythm ของเค้าทำให้มีการเล่นในแบบ Syncopation มากกว่าปกติ เรียกได้ว่าเป็น Rhythm ( melodic chord )ยอดเยี่ยมมาก ทั้งในเชิงเทคนิค และ สีสันของท่วงทำนองการเล่นใน Guitar I &II เพราะมันกระชากความรู้สึกได้ดีเหลือเกิน ใน GuitarI: Steive คิดจากโน้ตในกลุ่ม chord from D 7 pos.10 ( D F# A C ) เป็นหลัก และเพิ่มตัว b3 เข้าไปให้เกิดความคลุ่มเครือของ sound ระหว่างเสียงคู่ 3 Major และ 3 minor ร่วมทั้ง b7 ( mixolydian sound ) เป็นเสนห์ของ blues ที่นิยมเล่นกันอยู่แล้ว เพียงแต่จะทำยังไงให้มีชั้นเชิง Stevie การใช้เสียงบอด( mute ) แทนที่ space นั้นทำได้เทห์จริง ๆ การจัดมือขวาค่อนข้างซับซ้อนนะครับ ผมคิดว่าเค้าคงต้องการเน้นโน้ตบ้างตัวให้มี Dynamic& Accent ใน feel แบบที่เค้าต้องการ ร่วมทั้งลงตัวกับวิธีการดีดด้วย จึงมีการจัดรูปแบบการดีด ระหว่าง Alternate กับ down stroke ผสมกันตลอด อีกจุดหนึ่งที่สำคัญคือ Guitar II สร้างจาก D minor Blues scale- 1 b3 4#4 5 7 ( D F G #G A C ) นับเป็น Riff โดดเด่นไม่แพ้ GT.I (แต่เล่นง่ายกว่า GT.I มาก) โดยเน้น space และตัวหยุด rest ที่เกาะกลุ่มกับภาค Rhythm ได้อย่างลงตัว และยังช่วยส่งเสริมให้ GT.I นั้นกระชับมากขึ้น จุดเด่นที่ผมชอบมากก็คือ สามารถใช้ทั้ง GT. I & GT.II เล่นแทนที่กันได้ตลอดเวลา ถ้าอยากจะเล่น พูดแบบง่าย ๆ ในความเข้าใจแบบของผมก็คือ Stevie ได้สร้าง Line Rhythm ในแบบตั้งรับ และรุก ได้อย่างไร้ช่องโหว่จริง ๆ

Ex.3 “ Lenny ” :chord/ melody ( Lovely sound )

ในเมื่อ Jimi Hendrix มี Litter Wing อันงดงาม ..... Lenny. จึงเป็นคำตอบ ในแบบฉบับ อ่อนหวาน ( Ballad ) ของ Stevie Ray Vaughan เพลงนี้เป็นที่ Stevie แต่งให้แฟนสาวชื่อ Lenny ของเค้า โดยใช้เทคนิค ในแบบที่ Hendrix ชอบใช้กับ melodic chord เช่น Parallel chord , barre chord , Slide, hammer –on , pull-off , 1 st inversion ฯลฯ การสั่นหางเสียงของคันโยกแบบ Fender Sound ในเพลง Lenny นั้นไพเราะมาก Stevie เน้นเสียง tonic chord EMajor13 เป็นเสียงหลักในบทเพลง ( E G# D F# C# ) และ ใช้ Parallel chord motion Major6 ( A6- B6- D6- Bb6-A6 )ในการ voice เคลื่อนที่ของกลุ่ม chord ผสมกับการเล่น E Major Pentatonic ที่เน้น relative sound ( C# minor pent. ) ใน Ex .3 ผมจะลงแค่ 6 ห้องนะครับ เป็นช่วง Freely ที่เป็นบทนำ ของเพลง และจุดที่ผมชอบมากในความรู้สึกส่วนตัวนะครับ ก็คือ การควบคุมการเล่น และความรู้สึกของการไหลวนกลับไปมาของอารมณ์ตัวโน้ตในบทเพลงนั้นลื่นและต่อเนื่องมาก ชวนให้ เคลิ้มตาม...

ถึงแม้ว่า Stevie จะจากเราไปก่อนเวลาอันควร ( 3 Oct.1954 - 27 Aug.1990 ) แต่ตำนานเสียงแห่ง Texas ในแบบ Stevie ได้กลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของดนตรีไปแล้ว ที่เห็นกันชัด ๆ ก็ John Mayer นักดนตรีระดับโลกอีกคนที่ เรียกได้ว่ารับ อธิพลจาก Ray Vaughan มาเต็ม ๆ เลยทีเดียว และเครดิตสำคัญที่ผมควรกล่าวถึงก็คือ วง Double Trouble วงคู่บารมีของ Stevie ตั้งแต่ชุดแรกจนชุดสุดท้าย คือ Tommy Shannon ( Bass ) Chris Latytoy ( Drums ) 2 คนนี้สุดยอดมากนะครับ ลองแยกเสียงกีตาร์ของ Stevie ออกดูซิ !! แล้วเจอกันใหม่ครับ




any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2015. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket