มุมมองเรื่องการเปลี่ยน Pickups Guitars ตอนที่ 2  
 
ต่อจากคราวก่อน..อ่านได้ที่... http://www.guitarthai.com/musicboard/question.asp?QID=3788.หลังจากที่เราเข้าใจโครงสร้าง คุณลักษณะของการออกแบบ Pickups ค่าความแรงหรือ OUTPUT และระบบ Active หรือ Passive ของสินค้าทางดนตรีเหล่านี้...จะเห็นว่าในบ้านเรา สินค้าเหล่านี้มีผู้นำเข้ามาจำหน่ายให้เลือกกันมากเหมือนกัน.....นอกจากนี้ยังมีผู้ผลิต Pickups ในบ้านเราเป็นทางเลือกอีกหลายรายอีกด้วย ( ขออนุญาตเอ่ยนามเพื่อเป็นการให้เกียรตินะครับ เช่น NNG , Rint , Real Tone เป็นต้น )

   สมาชิกแบบพิเศษ      BOON BOON!      15 พ.ค. 51   เวลา 16:15:34       พิมพ์   แจ้งลบ      IP = 118.175.187.23
 


  คำตอบที่ 1  
 
รอชมครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      hguitar      15 พ.ค. 51   เวลา 18:35:52    IP = 125.25.119.170
 


  คำตอบที่ 2  
 
ต่อสิครับพี่

ได้ยินว่ามี ยี่ห้อ La อะไรสักอย่างไม่แน่ใจ

   Morpee      15 พ.ค. 51   เวลา 21:37:13    IP = 203.146.222.67
 


  คำตอบที่ 3  
 
Good

   haido      16 พ.ค. 51   เวลา 11:09:04    IP = 203.155.220.235
 


  คำตอบที่ 4  
 
...เอาล่ะ...หากว่าเราสามารถกำหนดแนวที่จะเล่น....เสียงที่ต้องการจากคุณสมบัติของ Pickups ที่เราจะหามาใช้งานได้แล้ว ต่อไปที่สำคัญมากคือการต่อวงจรนั่นเอง.....
โดยทั่วไปวิธีการต่อวงจรสำหรับ Guitar Pickups ไม่ว่าจะเป็นระบบใด มีหลักๆดังนี้
1.ต่อแบบอนุกรม หรือ Series – เป็นการต่อแบบมาตรฐาน ที่โรงงานมักต่อมาแบบนี้และในคู่มือการต่อวงจรจะแนะนำให้เราก่อนวิธีการอื่น .... ข้อดีคือ เราไม่ต้องหาอุปกรณ์เช่นสวิตซ์หรือปุ่มพิเศษมาใช้เพิ่มเติม เสียงที่ได้จะเป็นเสียงที่เต็มที่เท่าที่กำลังของ Pickups นั้นๆ จะให้ได้ และ Tone ที่มันถูกออกแบบมา ก็จะเป็นไปตามที่ผู้ผลิตกำหนด


   สมาชิกแบบพิเศษ      BOON BOON!      16 พ.ค. 51   เวลา 11:10:42    IP = 118.175.187.23
 


  คำตอบที่ 5  
 
2.ต่อแบบขนาน หรือ Parallele – เป็นการต่ออีกแบบหนึ่งซึ่งอาจต้องมีการสลับขั้วสาย เมื่อต้องการผสม Pickups หรือต้องเป็น Pickups ที่มีลักษณะ Reverse winding ของขดลวด ในกรณีที่เป็น Single-coil เพื่อให้ได้เสียงที่ใสขึ้น เมื่อผสมกับ Pickups ตัวอื่นๆ
.........ใน Humbucker บางรุ่นที่มีสายไฟออกมา 4 สาย หรือ 4 Conductors ก็สามารถต่อแบบขนานได้ โดยเราต้องมีสวิตซ์พิเศษ มาใช้งานด้วย.....ซึ่งการที่ Pickups ต่างๆ ที่มีสายไปหลายเส้นนี้เอง เป็นทางเลือกที่ผู้ผลิต เสนอให้เราสามารถพลิกแพลงการต่อวงจร โดยต้องใช้ Switch เพิ่มเติมแบบต่างๆ โดยได้เสียงแตกต่างไปมากขึ้น เช่น Phasing( การสลับเฟส ทางกระแสไฟฟ้าของขดลวด ตามแบบวงจรที่ทำให้ได้เสียงที่ไม่เหมือนเดิม) เป็นต้น
ทางเลือกอื่นที่นิยมกันก็เช่น การใช้ Tri-sound switch แบบต่างๆ เพื่อให้เราสามารถเลือกใช้งาน Humbucker 1 ตัว ได้ 3 แบบ/ 3 เสียงต่างกัน คือ Series -Splitted - Parallele เป็นต้น


   สมาชิกแบบพิเศษ      BOON BOON!      16 พ.ค. 51   เวลา 11:15:53    IP = 118.175.187.23
 


  คำตอบที่ 6  
 
..............ลักษณะทางเสียง เมื่อต่อวงจรในแบบต่างๆกัน เป็นอย่างใด?.......
คงอธิบายยากในการบรรยายด้วยตัวหนังสือ !!!!...เอาเป็นว่า ลักษณะทางเสียงกว้างๆ จะเป็นในแนวที่ ผมยืมคำอธิบายจากข้อมูลที่ผู้ผลิตบางรายอธิบายไว้ดังนี้
1.Series – ให้เสียงที่เต็มพลัง รวมทั้งความสามารถด้าน Tone ที่ออกแบบไว้ จะถูกปลดปล่อยโดยวิธีต่อแบบนี้ เป็นวิธีที่ยอดนิยมที่สุด
2.Parallele – ให้เสียงที่กำลังน้อยกว่า ต่อแบบ Series แต่ข้อดีคือเสียงจะสดใสขึ้น ในกรณีของ Pickup แบบ Single-coil จำเป็นต้องอาศัยการผสมร่วมระหว่าง 2 Pickups จึงจะได้ระบบวงจรขนาน แต่ถ้าเป็น Humbucker ที่มีสายไฟ หลายเส้นก็สามารถทำได้ในตัวเองเลย และสามารถผสมกับ Pickup อื่นได้ด้วย ข้อดีคือการทำงานของ Pickup จะยังคงเป็นแบบ Humbucking อยู่ ซึ่งไม่เหมือนกับการ Splitted coil ซึ่งจะกล่าวต่อไป


   สมาชิกแบบพิเศษ      BOON BOON!      16 พ.ค. 51   เวลา 11:20:48    IP = 118.175.187.23
 


  คำตอบที่ 7  
 
3.Splitted coil – หมายถึงการที่เราตัดการทำงานของขอลวดฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ของ Humbucker Pickup เพื่อให้มันทำงานเป็น Single-coil และมันก็จะได้คุณสมบัติของ Single-coil คือเสียงจี่ มาด้วย ..... ฮิๆๆๆๆๆ!!!!
4.Phasing – ต้องอาศัยสวิตซ์ร่วมกับการผสม Pickups เพื่อให้เกิดการสลับ Phase ไม่ค่อยนิยมนัก เสียงที่ได้จะบางลง และเบาลง แต่มีความโปร่งความใส ที่ต่างกับการต่อแบบอื่นๆ ให้เสียงที่เป็นเอกลักษณ์ ในบางกรณีการผสม Pickups ต่างรุ่น ต่างยี่ห้อ ก็ให้ผลทาง Phase ได้โดยไม่ต้องใช้สวิตซ์เพิ่มก็ได้


   สมาชิกแบบพิเศษ      BOON BOON!      16 พ.ค. 51   เวลา 11:21:59    IP = 118.175.187.23
 


  คำตอบที่ 8  
 
.......เราจะเลือกใช้สายไฟที่จะใช้เดินวงจรภายใน และสวิตซ์ ต่างๆ อย่างใด?.............
“สายไฟ”.....เป็นประเด็นที่ถูกสงสัยและถกเถียงกันมานาน เกี่ยวกับชนิดของสายไฟ เช่นทองแดงธรรมดา,สายเงิน,โลหะผสมอื่นๆเช่นนิคเกิล ,ทังสเตน,ดีบุก
มีหลายมุมมองในเรื่องนี้ เอาเป็นว่าผมจะไม่ให้ความเห็น ว่าอะไรดีกว่ากัน เพราะมันเป็นสิ่งที่ต้องหามาลองกันเอง ผมก็เคยลองหามาใช้เหมือนกัน ( ตามกระแสนิยมช่วงนึง ) โดยมุมมองของผม สายไฟในระบบวงจรกีต้าร์มีหน้าที่เพียงนำพากระแสไฟฟ้า ให้ไหลผ่านวงจรจนครบระบบ ให้มันทำงาน ( มีเสียงดัง ) ได้เท่านั้น แต่ถ้าเราดันคิดลึกไปอีกว่า ความสามารถในการนำกระแสไฟฟ้าของโลหะใด เหนือกว่ากัน มันก็จะไปกังวลกับเรื่องของคุณภาพทางเสียงหรือ TONE ต่อไป ในเรื่องนี้ ควรปล่อยให้เป็นเรื่องของรสนิยมและความอยากลองส่วนบุคคลดีกว่า !!!!!

   สมาชิกแบบพิเศษ      BOON BOON!      16 พ.ค. 51   เวลา 11:23:40    IP = 118.175.187.23
 


  คำตอบที่ 9  
 
สายไฟต่างๆ ในวงจรกีต้าร์มันใช้สั้นนิดเดียว ที่เชื่อมจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง.....ดังนั้นความต้านทานมันจึงน้อยมาก...เมื่อความต้านทานน้อยมาก...ความสูญเสียก็น้อยลง...คำว่าความสูญเสีย อาจรวมถึงกำลังแรงดันของกระแสก็ได้ หรือสัญญาณความถี่บางตัวเช่นทุ้ม-กลาง-แหลม ก็ได้ ในตัวนำบางอย่างความถี่ย่านแหลมผ่านได้ไม่ดีและสูญเสียไป เช่นกรณีที่เราใช้ Capacitor มาต่อกับตัวต้านทานปรับค่าได้หรือ Potetiometor นั่นเอง ทำให้เราได้เสียงทุ้มจาก Pickups ดังที่รู้ๆกัน......และใช้กันมาจนไม่คิดอะไร....ผมเคยเปิดดูวงจรของ PRS ราคาเป็นแสน รวมทั้งกีต้าร์แพงๆระดับโลก เมื่อดูสายไฟที่กีต้าร์เหล่านั้นเลือกใช้ ก็ไม่ใช่สายไฟที่แตกต่างจากที่วงการกีต้าร์ใช้กันเลย นั่นอาจสะท้อนให้เห็นว่า ผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้น ไม่ถือว่าวัสดุที่ใช้ทำสายไฟสั้นๆในวงจรกีต้าร์จะเป็นสิ่งส่งเสริมหรือทำลายเสียงที่กีต้าร์ตัวนั้นๆ จะให้ได้มากมายจนหูมนุษย์ระคายเคือง...หรือว่าพวกเขาไม่รู้เรื่องนี้เลยเหรอว่า โลหะที่ดีที่สุดคืออะไร ที่จะต้องมาใช้กับกีต้าร์ที่พวกเขาผลิตขึ้นมาด้วยความภาคภูมิใจ!!!!!!??????.....

   สมาชิกแบบพิเศษ      BOON BOON!      16 พ.ค. 51   เวลา 11:25:10    IP = 118.175.187.23
 


  คำตอบที่ 10  
 
อีกเรื่องหนึ่งคือขนาดของสายไฟ ต้องเส้นโตๆ ใส้เยอะๆ หรือเส้นบางนิดๆ จะดีกว่ากัน ...สำหรับกีต้าร์แล้ว กระแสไฟฟ้าในวงจรไม่มาก สายไฟเส้นโตๆ เหมาะกับกระแสไฟฟ้าจำนวนวัตต์สูงๆ โดนแรงดันมากๆ ( ไม่เชื่อดูสายไฟฟ้าแรงสูงเทียบกับสายไฟฟ้าในบ้านหรือในรถยนต์สิครับ!!!! ) สายยิ่งมีขนาดโตใส้เยอะๆ เส้นใส้สายไฟโตๆ ก็ยิ่งมีแรงต้านมานมากตามกัน หากคิดดูเราก็จะเห็นว่า นั่นสินะ....สาย”ทองแดง” ที่ใช้พัน Pickups ที่เป็นต้นกำเนิดสัญญาณเสียง ยังเส้นบางนิดเดียวและทำไมไม่ใช้โลหะเงินหรือทองไปเลยล่ะ???? ในเรื่องนี้ผมคิดว่ามันเกินจำเป็นในกีต้าร์ไฟฟ้าของเรามากไปหน่อย ผลก็คือเกิด
”นักกีต้าร์จิตอยู่ไม่สุข” ขึ้นเรื่อยๆ และหาเรื่องเสียเงิน ไปเรื่อยๆ...ก็ไม่ว่ากันครับ มุมมองใครก็ของใคร....( สำหรับเรื่อง POT ต่างๆ..ติดตามใน ตอนที่ 3 เร็วๆนี้ )


   สมาชิกแบบพิเศษ      BOON BOON!      16 พ.ค. 51   เวลา 11:31:08    IP = 118.175.187.23
 


  คำตอบที่ 11  
 
เป็นความรู้ที่เยี่ยมมากเลยครับท่านบูนๆ

   สมาชิกแบบพิเศษ      hguitar      16 พ.ค. 51   เวลา 11:37:31    IP = 125.25.118.179
 


  คำตอบที่ 12  
 
เยี่ยม ครับ เยี่ยม

   cross      16 พ.ค. 51   เวลา 11:38:39    IP = 202.28.183.9
 


  คำตอบที่ 13  
 
เยี่ยมมากเลยครับ ขอบคุณครับ

   bbling      16 พ.ค. 51   เวลา 13:53:28    IP = 203.155.54.248
 


  คำตอบที่ 14  
 
เรื่องสายไฟนี่

ถ้าเป็นสายสัญญาน มันไม่ได้มีแค่เรื่องแรงดันและกระแสครับ

มันมีเรี่องของความถี่ด้วย

สายทองแดงเส้นใหญ่ๆ ตอบสนองเสียงเบสหรือความถี่ต่ำๆได้ดีกว่าสายเงินเยอะ

ความถี่สูงๆ โดยมากจะวิ่งอยู่ถามผิวของสายไฟครับ ส่วนความถี่ต่ำๆ มันมีพลังงานมากกว่า ต้องการพื้นที่มากกว่า ก็มันจะวิ่งเข้ามาอยู่ในแกนของสายด้วย

ทีนี้ ถ้าวงจรทั้งหมด ใช้สายเงินอย่าเดียว มันก็จะ Resonance ที่ความถี่สูงๆซะเป็นส่วนใหญ่ เพราะ
มันตอบสนองความถี่สูงๆได้ดี

ทำไปทำมา เสียงก็เลยใสมาก แต่จะแหลม ใสเป็นแก้วเกินไปรึเปล่า ขึ้นอยู่กับกีต้าร์ตัวนั้น

ถ้ากีต้าร์มันทึบอยู่แล้ว ใช้สายเงิน มันก็จะพอดีกัน

แต่ถ้ามันบางอยู่แล้ว ไปใช้สายเงิน มันก็จะยิ่งบางไปใหญ่

กีต้าร์บางคือไม่มีมวลครับ ไม่มีพวกความถี่ต่ำๆ ยิ่งไม่จัดให้มัน มันก็ยิ่งหายนะสิ


   สมาชิกแบบพิเศษ      DoubleLock      16 พ.ค. 51   เวลา 14:24:23    IP = 58.136.16.151
 


  คำตอบที่ 15  
 
ท่าน Double Lock มาให้มุมมองเรื่องการเลือกสายไฟ อีกมุมนึง.....ดีครับ....เปิดเวที มาร่วมด้วยช่วยกัน......เชิญท่านอื่นๆด้วยนะครับ.....
(ดีนะที่ไม่มีใครต่อว่าเรื่องรูปประกอบ) แง๊วๆๆๆๆๆ

   สมาชิกแบบพิเศษ      BOON BOON!      16 พ.ค. 51   เวลา 15:41:11    IP = 118.175.187.23
 


  คำตอบที่ 16  
 
*ความถี่สูงพละงงานมากกว่าความถี่ต่ำ แต่เดินทางได้ไม่ไกลเท่าความถี่ต่ำไม่ใช่เหรอครับ


น่าจะนะครับ เพราะว่าจำได้ว่าเรียนมาอย่างงั้น ถ้าผิดขออภัยครับผม >๑<

   Shamuu      16 พ.ค. 51   เวลา 18:17:28    IP = 124.120.133.182
 


  คำตอบที่ 17  
 
ความถี่สูงพลังงานมากกว่าความถี่ต่ำ แต่เดินทางได้ไม่ไกลเท่าความถี่ต่ำไม่ใช่เหรอครับ

อันนั้นพลังงานของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไม่ใช่เหรอครับ






   สมาชิกแบบพิเศษ      DoubleLock      16 พ.ค. 51   เวลา 18:26:56    IP = 58.8.58.191
 


  คำตอบที่ 18  
 
อุ๊ยๆ elecrtromacnetic

พี่ครับๆ ถ้าอย่างนั้นผมต้องเลือกสายไฟที่มีหน้าตัดกว้างๆ (สายเส้นใหญ่ไม่มีฝอย) สัญญาณก็จะดีขึ้นใช่ป่าวครับแล้วที่นี้เสียงจี่จะเพิ่มมากขึ้นด้วยหรือปล่าวครับ

   Morpee      19 พ.ค. 51   เวลา 20:11:15    IP = 118.174.94.233
 


  คำตอบที่ 19  
 
*-*

   batterboy      9 ต.ค. 56   เวลา 14:38:56    IP = 171.4.89.106
 




any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com (นายดู๋ดี๋)
All Rights Reserved (C) Copyright 1999 - 2005