มุมมองเรื่องการเปลี่ยน Pickups Guitars ตอนที่ 4 ( จบซะที )  
 
มาถึงตอนจบจนได้........ก่อนอ่านขอให้ทุกท่านไว้อาลัยสงบนิ่งสัก 1 นาที เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้วายชนม์....เฮ้ย!!!!ๆๆๆๆๆๆ..........สับสนๆๆๆ แบบว่าเพิ่งไปเป็นโฆษก งานปอยมาเมื่อกี้......งิๆๆๆๆ....
เอาล่ะครับ...เรามาต่อกัน ด้วยเรื่อง Pickup selector switch กันเลย
* ทำไมต้องมี Pickup selector switch ?
....หากคุณไม่ต้องการ Pickup หลายๆตัวบนกีต้าร์ ก็ไม่จำเป็นต้องมี Pickup selector switch เลย แต่ถ้าคุณต้องการใช้งาน Pickups หลายตัวบนกีต้าร์ล่ะก็.....เจ้าอุปกรณ์นี้จะสำคัญมาก เพราะอุปกรณ์ตัวนี้ มีหน้าที่เหมือนพนักงานสับรางรถไฟนั่นเอง กล่าวคือ มันจะเป็นอุปกรณ์ง่ายๆที่ให้ผลสุดยอดในการเลือกใช้งานหรือผสมการทำงานของ Pickup รวมทั้งการทำงานพิเศษ เช่น Splitted coil ได้ด้วย
* Pickup selector switch มีกี่แบบ ?
....เท่าที่นิยมใช้งาน แบบมาตรฐาน จะมี 2 แบบ ได้แก่
1. Lever or Slide type หรือแบบที่ Fender ใช้ จะมีการออกแบบ ให้เปิดใช้หรือผสมเสียงได้ 3 ทางหรือ 4 ทาง ( ใน Telecaster บางรุ่น) และ 5 ทาง ( หน้าตาเป็นแบบในรูปประกอบ เครดิตรูป จาก Stewmac.com )


   สมาชิกแบบพิเศษ      BOON BOON!      30 พ.ค. 51   เวลา 11:05:39       พิมพ์   แจ้งลบ      IP = 118.175.187.23
 


  คำตอบที่ 1  
 
2. Toggle type หรือแบบที่ Gibson นิยมใช้ จะมีการออกแบบ ให้เปิดใช้งานได้ 2 ทาง หรือ 3ทาง ( ดูรูปประกอบ )

   สมาชิกแบบพิเศษ      BOON BOON!      30 พ.ค. 51   เวลา 11:09:16    IP = 118.175.187.23
 


  คำตอบที่ 2  
 
3. Rotary type หรือแบบ PRS guitars หน้าตาคล้ายๆ Potentiometer ควบคุมโดยการหมุน เป็นเอกลักษณ์ของ PRS ถ้าไม่ชินก็เล่นยากหน่อย เพราะมันไม่เห็นชัดในการปรับว่าอยู่แก๊กไหนแล้ว ( ดูรูปประกอบ )

   สมาชิกแบบพิเศษ      BOON BOON!      30 พ.ค. 51   เวลา 11:11:03    IP = 118.175.187.23
 


  คำตอบที่ 3  
 
* Pickup selector switch แต่ละแบบต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกว่ากัน?
....การเลือก Selector มาใช้กับกีต้าร์ไฟฟ้า ขึ้นกับวัตถุประสงค์ในการผสมเสียงเป็นสำคัญ อย่างไรก็ดี จำนวนของ Pickups ที่เราต้องการให้มีบนกีต้าร์และ Pickups ที่มีสายไฟหลายเส้น ก็เป็นปัจจัยในการเลือกใช้ Selector อย่างมาก
โดยพื้นฐาน เราสามารถใช้ แบบ Toggle 3 ทาง กับกีต้าร์ที่มี 3 Pickups เช่นกรณีของ Gibson Peter Frampton และสามารถใช้ แบบ Lever ในกีต้าร์ที่มี 3 Pickups ได้เช่นกัน โดยการใช้งานจะมีหน้าที่เป็นตัวเลือกเปิดใช้งาน Pickup แต่ละตัวแยกกันเท่านั้น
อีกกรณีหนึ่งคือ เมื่อเราใช้ Selector 3 ทาง กับ 2 Pickups มันจะมีหน้าที่เป็นตัวผสมเสียง 2 Pickups ให้ทำงานร่วมกันได้ด้วย เช่นเดียวกับที่ Fender ปรับปรุง Lever switch แบบ 3 ทาง ให้เป็นแบบ 5 ทาง ทำให้สามารถใช้งานผสม Pickups ได้มากขึ้น
* เราสามารถประยุกต์ ใช้งาน Selector แบบต่างๆ ให้กีต้าร์ของเราได้หรือไม่ ?
......สามารถทำได้ หากจำนวน Pickups และการออกแบบ Coil ของ Pickups ที่เรามีอยู่ ถูกออกแบบรองรับการต่อวงจรที่หลากหลาย ตัวอย่างเช่น การใช้ Mini-toggles 3 ตัวควบคุม Pickups ของ Tom Anderson guitars หรือที่โดดเด่นกรณีของ Steve Morse signature guitar เป็นต้น ( ใครหารูปได้ ช่วยมาต่อยอดให้ทีนะครับ )


   สมาชิกแบบพิเศษ      BOON BOON!      30 พ.ค. 51   เวลา 11:14:19    IP = 118.175.187.23
 


  คำตอบที่ 4  
 
* ในระบบ Active หรือ Passive ต้องใช้ selector switch ที่ต่างกัน เช่นกรณีของ Potentiometer หรือไม่ ?
......โชคดีที่ เราไม่ต้องเสียเงินกับ Selector ที่เฉพาะแบบกับวงจร Active หรือ Passive เราสามารถใช้ Selector ที่ต้องการตามที่เราอยากใช้หรือออกแบบวงจรไว้ ได้ตามชอบ โดยไม่ต้องคำนึงถึงระบบ Active หรือ Passive เลย


   สมาชิกแบบพิเศษ      BOON BOON!      30 พ.ค. 51   เวลา 11:16:15    IP = 118.175.187.23
 


  คำตอบที่ 5  
 
Output jack…..อุปกรณ์ปลายทาง ที่ทุกอย่างจะถูกปลดปล่อยจากกีต้าร์ ......
เอาล่ะครับ...หลังจากที่ หมดเงินไปกับสารพัด Pickups และ อุปกรณ์ควบคุมต่างๆ ....หากไม่มี Output jack เสียงที่ฝันไว้คงไม่ออกมา....เห็นความสำคัญของอุปกรณ์ตัวนี้แล้วใช่ไหม ?
Output jack เป็นอุปกรณ์ที่ไม่วุ่นวายมาก และไม่ค่อยถูกพูดถึงกัน...วันนี้มันคงเลิกน้อยใจได้แล้ว เพราะผมกำลังพูดถึงความสำคัญของมันอยู่ งิๆๆๆๆ.....
โดยทั่วไปที่นิยมใช้ในกีต้าร์ คือ Mono type ซึ่งควรผลิตจากโลหะที่แข็งแรง เพราะมันต้องถูกใช้งานโดยถูกแท่งโลหะ( หัวแจ๊คตัวผู้) แทงเข้าแทงออก บ่อยๆ บางทีตกกระแทกพื้นก็มี
อีกแบบหนึ่งคือแบบ Stereo type ซึ่งจะมีจำนวนขาและขั้วต่อมากกว่าอีก 1 ขา ซึ่งเป็นการนำมาประยุกต์ ใช้สำหรับเป็นตัวช่วยเปิดและปิด การทำงานของ Active Pickup
เราสามารถใช้ Stereo type กับระบบ Passive ได้ แต่ไม่ควรใช้ แบบ Mono type กับระบบ Active เพราะจะมันไม่มีระบบเปิดปิดการทำงานของแบตเตอรี่ที่ไปเลี้ยงวงจร Active


   สมาชิกแบบพิเศษ      BOON BOON!      30 พ.ค. 51   เวลา 11:20:13    IP = 118.175.187.23
 


  คำตอบที่ 6  
 
.....จบเสียที...และแล้ว ชินโนะสุเกะ ก็ได้พบกับเจ้าขาว....เฮ้ย...ผิดบท....
หวังว่าจะเกิดประโยชน์กันบ้างนะเจ้าม่ะฮ่ะ!!!!

   สมาชิกแบบพิเศษ      BOON BOON!      30 พ.ค. 51   เวลา 11:29:00    IP = 118.175.187.23
 


  คำตอบที่ 7  
 
อย่าลืมมาลงอีกนะพี่ ติดตามพี่อยู่ครับผม

   สมาชิกแบบพิเศษ      PJ_PlayBoy      30 พ.ค. 51   เวลา 11:51:30    IP = 124.120.132.183
 


  คำตอบที่ 8  
 
Good topic

   haido      30 พ.ค. 51   เวลา 11:52:28    IP = 118.174.154.100
 


  คำตอบที่ 9  
 
Thank for all of your appreciation on my writing !

   สมาชิกแบบพิเศษ      BOON BOON!      30 พ.ค. 51   เวลา 11:54:52    IP = 118.175.187.23
 


  คำตอบที่ 10  
 
อาจารย์ครับ

ลายดอกไม้นั่นทำยังไงครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      มัจจุราชหูเหล็ก      30 พ.ค. 51   เวลา 12:12:34    IP = 203.146.104.31
 


  คำตอบที่ 11  
 
ติดตามมาตลอดเลยครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      hguitar      30 พ.ค. 51   เวลา 14:09:10    IP = 125.25.149.128
 


  คำตอบที่ 12  
 
ขอบคุณครับ


   สมาชิกแบบพิเศษ      immortal_B      30 พ.ค. 51   เวลา 16:23:11    IP = 58.8.111.85
 


  คำตอบที่ 13  
 
รอบต่อไปมาพักกันด้วย การกลับมาของ"ดูมันทำ" กับสาวๆ Cosplay สุดเจ๋ง

   สมาชิกแบบพิเศษ      BOON BOON!      30 พ.ค. 51   เวลา 19:49:23    IP = 118.172.111.205
 


  คำตอบที่ 14  
 
รอชมทุกกรณี อิ อิ

   สมาชิกแบบพิเศษ      sanjak      2 มิ.ย. 51   เวลา 22:17:41    IP = 117.47.199.26
 


  คำตอบที่ 15  
 
ติดตามอ่านเสมอ.......

   dilute      5 มิ.ย. 51   เวลา 19:03:19    IP = 124.120.74.199
 


  คำตอบที่ 16  
 
ได้รับความรู้ดีคับ

   esy.eye      12 มิ.ย. 51   เวลา 0:41:11    IP = 124.120.95.22
 


  คำตอบที่ 17  
 
เนล...เจ้าม่ะฮ่ะ!!!!!!

   สมาชิกแบบพิเศษ      BOON BOON!      1 ก.ค. 51   เวลา 16:22:37    IP = 125.25.105.248
 




any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com (นายดู๋ดี๋)
All Rights Reserved (C) Copyright 1999 - 2005