Main Menu
 Home หน้าแรก
 login / สมาชิก
 BuyerBook
 รายการ TV
  คอร์ด / เนื้อเพลง
  วีดีโอ คลิป
  Webboard
  Classifieds
  ข่าวสารดนตรี
  Review & ทดสอบ
  งานคอนเสิร์ต
  บทความดนตรี
  Cools Links
  Artist Gear
 
  About Us

17637


 Spot Light :     สัมภาษณ์ วง Jelly Rocket    26 ก.ค. 57    





Interview Jelly Rocket โดย เมตไตรย์ พรหมโชติ

GT : สวัสดีครับ ช่วยแนะนำตัวกันหน่อยครับ
JR : สวัสดีค่ะ ชื่อภัค เล่นคีย์บอร์ดค่ะ ชื่อโม เล่นกีต้าร์ค่ะ ชื่อปั้น ร้องนำค่ะ

GT : Jelly Rocket มีที่มาของวงกันอย่างไรครับ ?
ปั้น : ปั้นกับภัค เรียนโรงเรียนเดียวกันสมัยมัธยมค่ะ แล้วแยกย้ายกันไปเรียนต่อมหาลัย โดยภัคเข้าไปเรียนที่คณะ ดุริยางค์ มหาวิทยาลัยมหิดล เลยไปเจอกับพี่โม
โม : โมกับภัคเจอกัน รู้จักกันคุยกันเรื่องเพลง ว่าชอบฟังเพลงเลยแลกเปลี่ยนเพลงฟังกัน
ภัค : เราสองคนฟังเพลงกันค่อนข้างเยอะค่ะ
โม : ทีนี้ภัคเจอเพื่อนเก่า ชอบร้องเพลงเหมือนกันเลยชวนกันมาเล่น
ภัค : ตอนแรกอยากทำเพลง Cover กันก่อนค่ะ
โม : คือตอนแรกเรามีโทรเจคจะทำเพลง Cover กัน มีเพื่อนเก่าน้องภัคที่ร้องเพลงเลยชวนมาลองทำเพลงด้วยกัน 3 คน เริ่มจากทำเพลง Cover มาก่อน
ปั้น : แต่เพลงที่ Cover ก็ปล่อยลง Youtube ไปก่อนค่ะ
โม : เพลงนี้เราทำกันเป็น Home Studio พอทำกันแล้วน้องภัคก็บอกว่ามีเพลงที่แต่งอยู่ อยากลองทำกันดูมั้ย หลังจากนั้นพวกเราเลยลองเอาเพลงนั้นมาเรียบเรียงใหม่ค่ะ
ปั้น : เราสามคนนั่งคุยกันว่า ลองมาทำให้มันดูจริงจังกันดูมั้ย ?
โม : เลยมาเป็น Jelly Rocket ค่ะ

GT : แล้วที่มาของชื่อ Jelly Rocket มาได้ยังไงครับ ?
ภัค : คือภัคชอบทานไอศครีม Rocket Jelly ค่ะ พอดีคิดชื่อวงกันอยู่เลยถามว่า ชื่อ Jelly Rocket ดีมั้ย มันดูอร่อยดีนะ

GT : แล้วเพลงที่นำมา Cover เป็นเพลงอะไรครับ ?
JR : Cover มาแค่เพลงเดียวค่ะ เพลง Empire State Of Mine ของ Alicia Keys ค่ะ

GT : วิธีการทำงานมีการแบ่งหน้าที่กันอย่างไร ในการเตรียมเพลงและการซ้อมครับ ?
ภัค : ภัคจะเป็นคนแต่งเพลง และก็ทำโครงดนตรีมาบ้างนิดหน่อย อัดใส่ Logic แล้วก็ส่งให้เพื่อนในวงค่ะ
โม : คือในส่วนแรกเราทำเหมือนเป็น Demo กันก่อนค่ะ จากภัควางท่อนเนื้อร้อง และทำโครงทำนองคอร์ด มาก่อน แล้วโมค่อยมาคิดในส่วนของกีต้าร์ ภัคคิดในส่วนของคีย์บอร์ด เหมือนทำเป็นเดโม่ไกด์มาก่อนตอนแรก ปั้นก็จะมาช่วยคิดเรื่องคอรัสเพิ่มตรงนี้ดีมั้ย พอเสร็จแล้วเรื่อง Production ในการอัดเพลง ก็จะเอาไกด์มาอ้างอิงในการอัดจริงค่ะ พออัดเสร็จแล้วโมก็จะเอามามิกซ์เองค่ะ แต่ในทุกขั้นตอนการมิกซ์ โมก็จะส่งให้เพื่อนๆเช็คกัน ร่วมกัน Produce ด้วยกันค่ะ ถ้าทุกคนฟังแล้วพอใจถึงจะปล่อยเพลงค่ะ





GT : ในการทำงานวงมีปัญหาในการทำเพลงบ้างรึไม่ครับ ?
โม : ส่วนใหญ่ขั้นตอนการทำงานจะไม่ค่อยมีการทะเลาะกันค่ะ
ปั้น : อาจเป็นเพราะเราพูดคุยกันตรงๆด้วยค่ะ เหมือนว่าถ้าไม่ชอบกันตรงนี้ก็จะบอกกัน
โม : เหมือนเพราะรู้ว่า แต่ละคนชอบฟังเพลงแบบไหนด้วยค่ะ ขั้นตอนการทำเพลงส่วนตัวโมคิดว่าไม่มีปัญหา ก็เพราะว่าแต่ละคนพูดกันตรงๆ และรู้ว่าแต่ละคนชอบกันแบบไหน และเวลาไม่ชอบก็บอกกันเพราะอะไร ทุกคนจะคุยกันด้วยเหตุผล ช่วยกันคิดตาม และแก้ปัญหาค่ะ
ภัค : ส่วนของมือกลองและเบส พวกเรามีคนที่มองกันไว้อยู่แล้ว โดยพวกเรา 3 คนมองเห็นตรงกันเลยไม่มีปัญหาอะไร
ปั้น : คือเราแต่ละคนจะมีรสนิยมการฟังเพลงที่เหมือนกันและต่างกันอยู่บ้าง เวลาเราเลือกคนเล่นมาต้องเป็นคนที่ใช่
ภัค : เรามองแล้วว่าพี่สองคนนี้ฟังเพลงเข้าใจพวกเรา และสามารถเข้ากับพวกเราได้ค่ะ
ปั้น : ต้องเลือกคนที่คุยกันได้ด้วย และเห็นแนวทางตรงกับแนวทางของวงเรา
โม : ความจริงพี่สองคนนี้มีวงอยู่แล้ว ซึ่งโมเคยเห็นพี่เค้าเล่นแล้วรู้สึกชอบเลยชวนให้มาช่วยเล่นให้หน่อยค่ะ

GT : มีศิลปินที่เป็นแรงบันดาลใจที่มีอิทธิพลต่อการทำเพลงได้แก่ใครบ้างครับ ?
ภัค,ปั้น : คือเราจะชอบกันคนละแนว
ภัค : อย่างภัคกับพี่โมจะชอบเหมือนกัน แต่ปั้นจะฟังอีกแนวหนึ่ง อย่างภัคจะชอบ The Naked and Famous
โม : ของโม จะเป็นพวก Haims , Chvrches
ปั้น : ของปั้นจะเป็นพวก Electronic , R&B , House อย่างเช่น Sam Smith ซึ่งสุดท้านมันก็เอามารวมกันได้
โม : ซึ่งมันก็จะมีวงพวก Swimdeep ที่มันเป็น dream pop ด้วยแล้วก็จะมีความเป็นร๊อคและRemix อยู่ในนั้น อาจจะ ดูต่างกันแต่เรามาค่อยๆปรับมันให้โอเค เพราะไม่มีวงใดวงหนึ่งที่เป็น Reference เลยอาศัยวิธีการแจม และ arrange กันไปเรื่อยๆจนทุกคนลงตัว เลยได้ซาวนด์ใหม่ๆค่ะ
ปั้น : เหมือนบางทีเราจะมีซาวนด์เป็นร๊อคหนัก หรือ ลอยๆหน่อยค่ะ

GT : แต่ละคนมีการฝึกซ้อมอย่างไรบ้าง ?
ภัค : คือภัคจะเรียนดนตรีโดยตรงอยู่แล้ว เลยไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ ด้วยความที่ภัคเรียนแจ๊ซด้วย มันก็เลยได้ฝึกเรื่อง สเกลต่อเนื่อง เรื่องคอร์ดมันก็เลยจะแม่นอยู่แล้ว มันกลายเป็นชีวิตประจำวัน แต่พอมาเล่นร๊อคก็อาศัยฟังเพลง แล้วก็ดูว่าเค้าชอบเล่นแบบไหนกันบ้าง แล้วก็เอามาแกะเพลง แต่การแกะเพลงช่วยได้เยอะเลยค่ะ
โม : เรื่องการซ้อมของโม โมจะประมาณว่า ด้วยความที่เล่นและแกะเพลงdream theatre มันก็เลยได้พวกลูกเทคนิคบ้าง แต่พอมาทำวงก็จะอาศัย ซ้อมส่วนตัวในเพลงนั้นๆ จำท่อนให้ได้ จำลูกให้ได้ จำเพลงให้ได้ เล่นให้ได้ พอเสร็จแล้วก็ไปซ้อมวงก็จะโอเค เวลาแก้อะไรมันก็เลยง่าย ของโมมีแค่นี้ค่ะ
ปั้น : ของปั้นด้วยความที่ก่อนหน้านี้ ไม่ค่อยได้มีโอกาสทำอะไรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดนตรี แต่พอได้เข้ามาทำอะไรตรงนี้ ตั้งแต่ตอนทำวงอีกวงนึง ( วงที่ไว้เล่นร้านอาหารกับภัค มือคีย์บอร์ด ) ก็จะช่วยได้มาก เรื่องครีเอทีฟมากขึ้น เรื่องความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น และด้วยความที่เราซ้อมกันบ่อยด้วยจึงไม่ค่อยมีปัญหาเวลาซ้อมคนเดียว

GT : ด้วยความที่เป็นวงที่มีแค่สามชิ้น มีวิธีอย่างไรที่ทำให้เวลาเล่นดูแน่นขึ้น ?
JR : เรามีแบ๊คอัพค่ะ เรามีมือเบสและกลองที่อยู่ในใจเรา
โม : เหมือนเรียกพี่เค้ามาช่วยเล่นให้ตามเดโม่ที่คิดมา และวงเราก็ไม่มีการใช้ MD ส่วนใหญ่เราจะวางแพลนตั้งแต่ตอนโปรดิวซ์ แล้วว่า ทำอย่างนี้ แล้วจะเล่นสดได้รึเปล่า ภัคเป็นคนคิดมาก่อนหน้านี้ แล้วว่าคิดมาอย่างนี้แล้ว สามารถเล่นสดได้
ภัค : เหมือนไม่อยากให้อัด แล้วคนฟังเพลงแล้วมันดรอป ภัคก็เลยพยายามคิดไลน์ มาก่อนหน้านั้น





GT : อุปกรณ์ของแต่ละคนที่ใช้ในการแสดงสดและการ Recording ใช้อะไรกันบ้างครับ ?
ภัค : ภัคใช้อันเดียวเลย Roland Juno G แบบว่า 2 นาทีพร้อมเลย
โม : ของกีต้าร์ จะใช้แค่ Fender Highway 1 เอฟเฟคจะเป็น POD LINE 6 เป็น Distortion ส่วน Delay และ Reverb จะเป็น Hardwire Rexicon R-7 ส่วนDelay เป็นของ T – Rex Reptile
ปั้น : ของปั้นมีไมค์ กับ เอฟเฟค ไมค์จะเป็น Telefunken M 80 แล้วส่วนเอฟเฟคเป็น Telecon Voice live touch 2 ค่ะ

GT : ทำไมถึงเลือกใช้เอฟเฟคกีต้าร์พวกนี้ครับ ?
โม : จริงๆ โมแค่รู้สึกว่าอย่าง POD Line 6 มันสามารถควบคุมซาวนด์ ในทุกๆเวทีให้เหมือนกัน เพราะโม direct out แล้วAux ไปเข้า Return ข้างหลังแอมป์ แล้วปรับให้เป็น DI เพราะจะได้ไม่ต้องห่วงเรื่องประเภทของแอมป์ที่ใช้ มันจะสามารถควบคุมซาวนด์ได้ทุกเวที ให้ใกล้เคียงกันที่สุพดแล้วก็บอร์ดเอฟเฟค มันเล็กโมขี้เกียจแบกบอร์ดใหญ่ แล้วรู้สึกว่ามันครบแล้วในการใช้ในเรื่องเสียงแตกก็ได้จาก Line 6 ซึ่งมันสามารถเซฟ Preset ของแต่ละเพลงได้ด้วย Delay , Reverb โมก็ใส่เพื่อให้มันไม่แห้งเกินไป จริงๆก็อยากได้มากกว่านี้ เช่น Axe Effect เป็น rack preset หัวแอมป์ ซึ่งในขั้นตอนการอัดโมก็ใช้ Axe Effect มาใช้ในการอัดค่ะ

GT : ช่วยพูดถึงเพลง ” How Long “ หน่อยครับว่ามีที่มาอย่างไรครับ ?
ภัค : ตอนแต่งเพลงนี้กรุงเทพน้ำท่วม แล้วภัคต้องไปอยู่สัตหีบ แล้วมันไม่ค่อยมีอะไรทำ
ปั้น : จริงๆ เนื้อเพลงจะชัดมากว่าพูดถึงการคิดถึงใครสักคน หรือไม่ได้เจอคนๆนึงมานาน

GT : ทำไมเพลง “ How Long “ ถึงเป็นภาษาอังกฤษครับ ?
JR : ไม่ได้คิดไว้ตอนแรกค่ะว่าต้องเป็นภาษาอังกฤษ แค่นั่งเล่นกีต้าร์อยู่ในห้องแล้วฮัมออกมา อาจจะเป็นเพราะเป็นคนที่ฟังเพลงสากลมากกว่าด้วยมั้งคะ แล้วภัครู้สึกว่าการแต่งเพลงภาษาไทยค่อนข้างยากในเรื่อของวรรณยุกต์และสระ

GT : ในเพลง “ How Long “ มีการใช้ Synth ที่ดูโดดเด่นมีการdesign ซาวนด์หรือวิธีการเล่นอย่างไรบ้างครับ ?
ภัค : ตอนแรกแต่งเพลงจากกีต้าร์ เสียงกีต้าร์มันเลยอยู่ในหัว มันเหมือนมีอยู่แล้ว แล้วก็ให้พี่โมช่วยคิด
โม : มันต้องมีจุดเด่นจุดสนใจของเพลง แต่พวกเราก็ไม่ได้คิดอะไรมาก อย่างไลน์กีต้าร์ของโม โมก็ถามน้องภัค ว่าน้องอยากได้ประมาณไหน ก็จะตกลงกันอย่างน้องภัคก็บอกมาอยากได้กีต้าร์น้อยๆ ขึ้นกีต้าร์ก่อนอย่างเดียวแล้วค่อยๆมาท่อนสาด คือคุยกันแค่นั้แล้วก็จะกลับไปอัด พอทำแล้วก็อัดส่งไปให้ฟังกัน คือไม่ได้คิดอะไรมากมาย

GT : ในด้านของการบันทักเสียง มีการ set อุปกรณ์ กันอย่างไรบ้างครับ ?
โม : เริ่มจากการอัดกลองก่อน โดยเรามี track demo แล้ว ก็ตัดกลองที่เขียน แล้วให้มือกลองมาอัดกลองโดยมือกลองจะทำการบ้านมาก่อนแล้ว โดยเราอัดกลองกันที่ Minorus Studio อยู่แถวบางเลน เวลาอัดกลองโมก็จะคุยกับเพื่อนที่ทำหน้าที่ Micing ว่าอยากได้กลองแบบนี้ ช่วยจัดการให้หน่อย เค้าจัดการให้ แล้วอัดกลองเสร็จก็อัดกีต้าร์แล้วถึงจะอัดเบส โมรู้สึกว่าอยากให้กีต้าร์เป็นหลัก เพื่อให้เบสเล่นได้กว้างขึ้น แล้วถึงเป็นคีย์บอร์ดแล้วร้อง อย่างกีต้าร์โมก็เซ็ตให้เข้า Axe Effect แล้วReturn ไปออกแอมป์ด้วบ แล้วก็ต่อ Direct in ด้วย มีอยู่ประมาณนี้ Amp ที่ใช้ก็เป็น Mesa Mark 5 กับ Cabinet ของ Mesa เหมือนกัน เบสก็เข้า DI ของ Avalon ส่วนคีย์บอร์ดก็เข้า DI ของ Avalon เหมือนกัน ส่วนการร้องโมให้เข้าPre-amp Compressor ในตัวของ Avalon เหมือนกันกับ API อะไรประมาณนี้ Pre- Amp ที่ใช้ในขั้นตอนอัดก็จะมีแค่ Avalon กับ API เท่านั้นค่ะ

GT : ใช้เวลาในการอัดนานไหมครับ ?
โม : พวกเราชิลมากค่ะ แบบอาทิตย์นี้อัดกลองนะ วันนึงพอได้กลองมา โมก็มาbalance ซาวนด์กลอง เพื่อให้ตัวเองฟังตอนอัด เสร็จแล้วโมก็ไปอัดกีต้าร์ อีกอาทิตย์นึงแล้วก็หาวันที่มือเบสว่างมาอัด ไม่ได้อัดยาวๆ

GT : Jelly Rocket มีการมองอนาคตของวงไว้อย่างไรบ้างครับ ?
ปั้น ,โม : ในตอนนี้ก็ยังไม่ได้คิดอะไรมาก ขอแค่ได้ทำซิงเกิ้ลที่สองก่อนค่ะ แค่คิดว่าอยากได้ความเป็นแบนด์ อยากออกซิงเกิ้ลซัก 4-5 เพลงก่อน ให้ได้จุดยืนตัวเองก่อน เหมือนให้คนฟังช่วยตัดสิน ถ้าเรามีเพลงออกไปอีกพวกคุณยังโอเคกับเพลงของเรามั้ย
ภัค : มันเหมือนไม่ได้มีเป้าอะไรขนาดนั้น เหมือนอยากทำก็ทำ มีคนฟังก็อยากทำอีก หรือเล่นสดก็อยากไปสนุกด้วยกันค่ะ

GT : ทางวงมีแพลนการทำอัลบั้มเต็มบ้างรึยังครับ ?
ภัค : ตอนนี้ก็มีเพลงที่แต่งไว้บ้างแล้วค่ะ ยังไงก็รอฟังกันนะคะ

GT : มีมือกีต้ารในดวงใจบ้างมั้ยครับ ?
โม : โมจะชอบ naked and famous คือไม่ได้ชอบกีต้าร์ฮีโร่อะไรขนาดนั้นแล้ว อาจจะเป็นซาวนด์ของวง สกิลของคนนี้ มากกว่า ยกตัวอย่าง เช่น Haim , London Grammar , Swimdeep , Sky Ferreira ถ้าเมื่อก่อนก็จะแกะ John Patrucci เล่นพวก Dream Theatre บ้างค่ะ แต่ตอนนี้จะชอบเป็นพวกซาวนด์มากกว่า

GT : ช่วยแนะนำอัลบั้มที่แต่ละคนอยากจะแนะนำให้ผู้อ่านมีวงไหนบ้างครับ ?
ปั้น : ปั้นไม่ได้ชอบเป็นอัลบั้มค่ะ แต่จะชอบเป็นเพลงๆมากกว่า
ภัค ,โม : ภัคชอบ Naked and Famous อัลบั้ม Passive me Aggressive You ค่ะ

GT : ส่วนงานที่สามารถติดตามกันได้ของวงตอนนี้มีงานไหนบ้างครับ ?
JR : วันที่ 26 กรกฏาคมนี้ มีเล่นที่งาน conflakes ที่ Say Sense Factory ค่ะ

GT : ช่วยฝากผลงานและช่องทางการติดต่อกับทางวงกันหน่อยครับ?
ปั้น : มี facebook ของ Jelly Rocket ที่ https://www.facebook.com/JELLYROCKET?fref=ts ค่ะ
แล้วก็ยูทูบ ที่ http://www.youtube.com/channel/UCTsICEGwa6nv_sqmM30_F9g
ภัค : ก็ขอฝากเพลง How Long ด้วยนะคะ อยากให้ฟังกันบ่อยๆ ฟังกันเยอะๆ แล้วก็มาเชียร์มาสนุกกันค่ะ










any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2015. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket