Home | Login | คอร์ด/เนื้อเพลง | Webboard | Classifieds | Music Jobs (หางาน) | TV / Video









(เพจ: โรงเรียนกีตาร์ไทย)


(เพจ: Guitarthai.com)
  รางวัลที่ ๑  
 
รางวัลที่ ๑ : อาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ


รางวัลที่ ๑
อาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ


สมาคมพระพุทธศาสนาแห่งหนึ่ง
ประกาศชักชวนประชาชนทั่วไปให้ส่งข้อเขียนเรื่อง

“ถ้าข้าพเจ้าจะเปิดเผยความปรารถนา หรือคำอธิษฐาน”

ไปที่สมาคมฉบับของใครดีที่สุดจะได้รับรางวัล

แต่รางวัลนั้นก็แปลกอยู่
คือแทนที่จะเป็นเงินเป็นทองหรือของที่ระลึก
กลับเป็นว่าข้อเขียนของผู้นั้นจะได้รับการพิจารณาจัดพิมพ์
ในวารสารของสมาคมที่ออกเป็นประจำนั้นส่วนหนึ่ง
อีกส่วนหนึ่งจะจัดพิมพ์เป็นใบปลิว
หรือจุลสารสำหรับแจกแก่ประชาชน

เพราะฉะนั้นรางวัลดังกล่าวนี้
ก็คือการได้มีส่วนช่วยกันบำเพ็ญประโยชน์แก่คนทั่วไป
ซึ่งทางสมาคมถือว่าสูงกว่าการได้เงินทองหรือสิ่งของ

ข้อกำหนดนั้นมีว่า
ถ้าท่านจะตั้งความปรารถนาใดๆ หรืออธิษฐานจิตเพื่ออะไร
ในฐานะที่เป็นพุทธศาสนิกชน และถ้าท่านจะเปิดเผยความปรารถนา
หรือคำอธิษฐานนั้นให้คนอื่นได้ทราบบ้างก็ขอให้เขียนมาเป็นข้อๆ
ไม่เกิน ๑๐ ข้อ และจะอธิบายเหตุผลประกอบความปรารถนาแต่ละข้อ
หรืออธิบายคลุมทั้งหมดก็ได้
แต่คำอธิบายทั้งหมดนั้นจะต้องไม่ยาวเกิน ๑ หน้ากระดาษ

คนที่ได้ทราบประกาศนี้พากันสนใจ
ที่เห็นว่าเป็นการประกวดไม่ซ้ำแบบใคร
และมีทีท่าว่า เป็นคำสอนไปในตัวของสมาคมพระพุทธศาสนาแห่งนั้น

ตั้งแต่เริ่มประกาศให้ประชาชนรู้ คือเป็นคำสอนแบบให้คิดเอาเอง
ใครคิดเป็นก็ได้รับคำสอนมากใครคิดไม่เป็นหรือคิดไม่ออก
ประกาศนั้นก็ไม่เห็นพิษเป็นภัยอะไร
แต่กลับให้สติที่จะช่วยกันบำเพ็ญประโยชน์สาธารณะ
โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนด้วยซ้ำ

กรรมการสมาคมปรึกษากันว่า
ผู้ส่งข้อความเข้าประกวดถ้ามีถึง ๑๐ คน ก็นับว่าน่ายินดีเป็นอย่างยิ่งแล้ว
แต่กลับปรากฏว่า มีผู้ส่งข้อความเข้าประกวดอย่างมากมายเกินที่คาดคิดไว้

คณะกรรมการของสมาคมต้องตรวจข้อเขียนที่ส่งมาประกวดนั้นอย่างเคร่งเครียด
ในจำนวนข้อเขียนหลายร้อยฉบับ

มีอยู่ฉบับหนึ่งที่เขียนส่งมาเฉพาะคำแสดงความปรารถนาหรือคำอธิษฐาน
รวม ๑๐ ข้อ ไม่มีคำอธิบายประกอบ
ในการนี้ผู้ส่งมากล่าวว่า เห็นว่าคำอธิษฐานเหล่านี้ชัดเจนอยู่ในตัวแล้ว
จึงไม่จำเป็นต้องเขียนอธิบายเพิ่มเติมอีก
เว้นไว้แต่ตอนท้ายคำอธิษฐานได้กล่าวสรุปไว้เพื่อให้เห็นว่า
ตัวผู้เขียนยังไม่ดีพอ จึงต้องมีหลักไว้เตือนตัวเอง
และที่แปลกก็คือเป็นคำอธิษฐานเพี่อคุณธรรมมากกว่าการขอทรัพย์สมบัติใดๆ

คณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ ตัดสินให้ข้อเขียนของผู้นั้นได้รางวัลที่ ๑
แต่ก็ไม่สามารถทราบได้ว่าผู้นั้นเป็นใคร เพราะมิได้ให้ชื่อและที่อยู่กำกับไว้ด้วย

ข้อเขียนที่แสดงถึงความปรารถนาหรือคำอธิษฐาน ๑๐ ประการนั้นมีดังต่อไปนี้


rockonyou      4 พ.ย. 53   เวลา 2:29:00       พิมพ์   แจ้งลบ      IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 1  
 
๑. ขออย่าให้ข้าพเจ้าเป็นคนคิดจะได้ดีอะไรอย่างลอยๆ นั่งนอนคอยแต่โชควาสนา
โดยไม่ลงมือทำความดีหรือไม่เพียรพยายามสร้างความเจริญก้าวหน้าให้แก่ตน
ถ้าข้าพเจ้าจะได้ดีอะไร ก็ขอให้ได้เพราะได้ทำความดีอย่างสมเหตุสมผลเถิด

   rockonyou      4 พ.ย. 53   เวลา 2:31:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 2  
 
๒. ขออย่าให้ข้าพเจ้าเป็นคนลืมตน
ดูหมิ่นเหยียดหยามใครๆ ซึ่งอาจด้อยกว่าในทางตำแหน่ง
ฐานะการเงินหรือในทางวิชาความรู้

ขอให้ข้าพเจ้ามีความเห็นอกเห็นใจคนอื่นให้เกียรติแก่เขาตามความเหมาะสม
ในการติดต่อเกี่ยวข้องกันเถิด
อย่าแสดงอาการข่มขู่เยาะเย้ยใครๆ ด้วยประการใดๆ เลย
จะติดต่อเกี่ยวข้องกับใครๆ ก็ขอให้มีความอ่อนโยนนุ่มนวล สุภาพเรียบร้อยเถิด

   rockonyou      4 พ.ย. 53   เวลา 2:32:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 3  
 
๓. ถ้าใครพลาดพลั้งลงในการครองชีวิต
หรือต้องประสบความทุกข์ ความเดือดร้อน เพราะเหตุใดๆ ก็ตาม
ขออย่าให้ข้าพเจ้าเหยียบย่ำซ้ำเติมคนเหล่านั้น
แต่จงมีความกรุณาหาทางช่วยให้เขาลุกขึ้น
ช่วยผ่อนคลายความทุกข์ร้อนให้แก่เขาเท่าที่จะสามารถทำได้


   rockonyou      4 พ.ย. 53   เวลา 2:34:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 4  
 
๔. ใครก็ตามถ้ามีความรู้ความสามารถขึ้นมาเท่าเทียม
หรือเกือบเท่าเทียมข้าพเจ้าก็ดี มีความรู้ความสามารถ
หรือมีผลงานอันปรากฏดีเด่นสูงส่งอย่างน่านิยมยกย่องยิ่งกว่าข้าพเจ้าก็ดี
ขออย่าให้ข้าพเจ้ารู้สึกริษยา หรือกังวลใจในความเจริญของผู้นั้นเลยแม้แต่น้อย

ขอให้ข้าพเจ้าพลอยยินดีในความดี
ความรู้ความสามารถของบุคคลเหล่านั้นด้วยความจริงใจ
ช่วยส่งเสริมสนับสนุนและให้กำลังใจแก่คนเหล่านั้น
อันเข้าลักษณะการมีมุทิตาจิตในพระพุทธศาสนา
ซึ่งตรงกันข้ามกับความริษยา

ขออย่าให้เป็นอย่างบางคน
ที่เกรงนักหนาว่าคนอื่นจะดีเท่าเทียมหรือดียิ่งกว่าตน
คอยหาทางพูดจาติเตียน
ใส่ไคล้ให้คนทั้งหลายเห็นว่าผู้นั้นยังบกพร่องอย่างนั้นอย่างนี้
ขอให้ข้าพเจ้ามีน้ำใจสะอาด
พูดส่งเสริมยกย่องผู้อื่นที่ควรยกย่องเถิด

   rockonyou      4 พ.ย. 53   เวลา 2:35:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 5  
 
๕. ขอให้ข้าพเจ้าเป็นผู้มีน้ำใจเข้มแข็งอดทน
อย่าเป็นคนขี้บ่น ในเมื่อมีความอยากลำบากอะไรเกิดขึ้น
ขอให้มีกำลังใจต่อสู้กับความยากลำบากนั้นๆ
โดยไม่ต้องอ้อนวอนให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์มาช่วย
ขออย่าเป็นคนอ่อนแอเหลียวหาที่พึ่งเพราะไม่รู้จักทำตนให้เป็นที่พึ่งของตนเลย
ขออย่าให้ข้าพเจ้าเป็นคนชอบได้อภิสิทธิ์ คือสิทธิเหนืออื่น
เช่นไปตรวจที่โรงพยาบาล ก็ขอให้พอใจนั่งคอยตามลำดับ
อย่าวุ่นวายจะเข้าตรวจก่อน ทั้งที่ตน

ไปถึงทีหลังเลย ในการสอบแข่งขันเพื่อคัดเลือกใดๆ
ขออย่าให้ข้าพเจ้าคิดหาวิธีลัดหรือวิธีทุจริตใดๆ
รวมทั้งขออย่าได้วิ่งเต้นเข้าหาคนนั้นคนนี้
เพื่อให้เขาช่วยให้ได้ผลดีกว่าคนอื่น ทั้งๆ ที่ข้าพเจ้าอาจมีคะแนนสู้คนอื่นไม่ได้เถิด

   rockonyou      4 พ.ย. 53   เวลา 2:36:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 6  
 
๖. ถ้าข้าพเจ้าทำงานในที่ใด
ขออย่าให้ข้าพเจ้าคิดเอาเปรียบหรือคิดเอาแต่ได้ในทางส่วนตัว

เช่น เถลไถลไม่ทำงาน รีบเลิกงานก่อนกำหนดเวลา
ขอจงมีความขยันหมั่นเพียร
พอใจในการทำงานให้ได้ผลดี ด้วยความตั้งใจ และเต็มใจ
เสมือนหนึ่งทำงานให้แก่ตนเอง เพื่อประโยชน์ของตนเองฉะนั้นเถิด

อันเนื่องมาแต่ความไม่คิดเอาเปรียบในข้อนี้
ถ้าข้าพเจ้าเผอิญก้ำเกินข้าวของของที่ทำงานไปในทางส่วนตัวได้บ้าง
เช่น กระดาษ ซอง หรือเครื่องใช้ใดๆ

ขอให้ข้าพเจ้าระลึกอยู่เสมอว่าเป็นหนี้อยู่ และพยายามใช้หนี้คืนด้วยการซื้อใช้
หรือทำงานให้มากกว่าที่กำหนด เพื่อเป็นการชดเชยความก้ำเกินนั้น
ข้อนี้รวมทั้ง ขอให้ข้าพเจ้าจงอย่าเอาเปรียบชาติบ้านเมือง
เช่นในเรื่องการเสียภาษีอากร

ถ้ารู้อยู่ว่ายังเสียน้อยไปกว่าที่ควรหรือที่กฎหมายกำหนดไว้
ขอให้ข้าพเจ้ามีความตั้งใจที่จะชดใช้แก่ชาติบ้านเมืองอยู่เสมอ
เมื่อมีโอกาสตอบแทนได้เมื่อไร ขอให้รีบตอบแทนโดยทันที

เช่น ในรูปของการบริจาคบำรุงโรงพยาบาล บำรุงการศึกษา
หรือบริจาคเพื่อสาธารณะประโยชน์อื่นๆ
แบบบริจาคให้มากกว่าที่รู้สึกว่ายังเป็นหนี้ชาติบ้านเมืองอยู่เสมอ

และในข้อนี้ขอให้ข้าพเจ้าปฏิบัติแม้ต่อเอกชนใดๆ
ขออย่าให้ข้าพเจ้าคิดเอาเปรียบหรือโกงใครเลยแม้แต่น้อย
แม้จะซื้อของ ถ้าเขาทอนเงินเกินมา ก็ขอให้ข้าพเจ้ายินดีคืนให้เขากลับไปเถิด
อย่ายินดีว่ามีลาภ เพราะเขาทอนเงินเกินมาให้เลย


   rockonyou      4 พ.ย. 53   เวลา 2:38:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 7  
 
๗. ขออย่าให้ข้าพเจ้ามักใหญ่ใฝ่สูง
อยากมีหน้ามีตา อยากมีอำนาจ อยากเป็นใหญ่เป็นโต
ขอให้ข้าพเจ้าใฝ่สงบ มีความเป็นอยู่อย่างง่ายๆ
ไม่ต้องเดือดร้อนในเรื่องการแข่งดีกับใครๆ

ทั้งนี้เพราะข้าพเจ้าพอจะเดาได้ว่าความมักใหญ่ใฝ่สูง
ความอยากมีหน้ามีตา ความอยากมีอำนาจ และอยากเป็นใหญ่เป็นโตนั้น
มันเผาให้เร่าร้อน ยิ่งต้องแข่งดีกับใครๆ ด้วย ก็ยิ่งทำให้เกิดความคิดริษยา
คิดให้ร้ายคู่แข่งขัน ถ้าอยู่อย่างใฝ่สงบ มีความเป็นอยู่อย่างง่ายๆ ก็จะเย็นอกเย็นใจ
ไม่ต้องนอนก่ายหน้าผากถอนใจ เพราะเกรงคู่แข่งจะชนะ
ไม่ต้องทอดถอนใจเพราะไม่สมหวัง

ขอให้ข้าพเจ้ามีความเข้าใจซาบซึ้งในพระพุทธภาษิตที่ว่า

“ผู้ชนะย่อมก่อเวร ผู้แพ้ย่อมอยู่เป็นทุกข์
ละความชนะความแพ้เสียได้ ย่อมอยู่เป็นสุข”

ดังนี้เถิด แต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่า

เมื่อใฝ่สงบแล้ว ข้าพเจ้าจะต้องอยู่อย่างเกียจคร้าน
ไม่สร้างความเจริญทั้งทางโลกและทางธรรม
ข้าพเจ้าทราบดีว่าพระพุทธศาสนามิได้สอนให้คนเกียจคร้านงอมืองอเท้า

แต่สอนให้มีความบากบั่นก้าวหน้าในทางที่ดี
ไม่ว่าทางโลกหรือทางธรรม
และความบากบั่นก้าวหน้าดังกล่าวนั้น
ไม่จำเป็นต้องผูกพันอยู่กับความทะยานอยากหรือความมักใหญ่ใฝ่สูงใดๆ
คงทำงานไปตามหน้าที่ให้ดีที่สุด ผลดีก็จะเกิดตามมาเอง


   rockonyou      4 พ.ย. 53   เวลา 2:39:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 8  
 
๘. ขอให้ข้าพเจ้าหมั่นปลูกฝังความรู้สึกมีเมตตา ปรารถนาดีต่อผู้อื่น
และมีกรุณาคิดจะช่วยให้ผู้อื่นพ้นทุกข์
ซึ่งพระพุทธเจ้าแนะนำให้ปูพื้นจิตใจด้วยเมตตากรุณา ดังกล่าวนี้อยู่เสมอ

จนกระทั่งไม่รู้สึกว่ามีใครเป็นศัตรูที่จะต้องคิดกำจัดตัดรอนเขาให้ถึงความพินาศ
ใครไม่ดีใครทำชั่วทำผิดให้เขาคิดได้ กลับตัวได้เสียเถิด อย่าทำผิดทำชั่วอีกเลย

ถ้ายังขืนทำต่อไป ก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้
เขาจะต้องรับผลแห่งกรรมชั่วของเขาเอง

เราไม่ต้องคิดแช่งชักให้เขาพินาศ
เขาก็จะต้องถึงความพินาศของเขาอยู่แล้ว
จะต้องแช่งให้ใจเราเดือดร้อนทำไม

ขอให้ความเมตตาคิดจะเป็นสุข และกรุณาคิดจะช่วยให้พ้นทุกข์
ซึ่งข้าพเจ้าปลูกฝังขึ้นในจิตนั้น จงอย่าเป็นไปในวงแคบและวงจำกัด
ขอจงเป็นไปทั้งในมนุษย์ และสัตว์ทุกประเภท
รวมทั้ง สัตว์ดิรัจฉานด้วย

เพราะไม่ว่ามนุษย์หรือสัตว์เหล่านั้น
ต่างก็รักสุขเกลียดทุกข์ รู้จักรักตนเองปรารถนาดีต่อตนเองด้วยกันทั้งสิ้น

   rockonyou      4 พ.ย. 53   เวลา 2:40:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 9  
 
๙. ขอให้ข้าพเจ้าอย่าเป็นคนโกรธง่าย
ต่างว่าจะโกรธบ้าง ก็ขอให้มีสติรู้ตัวโดยเร็วว่ากำลังโกรธ
จะได้สอนใจตัวเองให้บรรเทาความโกรธลง

หรือถ้าห้ามใจให้โกรธไม่ได้
ก็ขออย่าให้ถึงกับคิดประทุษร้ายผู้อื่น
หรือคิดอยากให้เขาถึงพินาศ ซึ่งนับเป็นมโนทุจริตเลย

ขอจงสามารถควบคุมจิตใจให้เป็นปกติได้โดยรวดเร็ว
เมื่อมีความไม่พอใจหรือความโกรธเกิดขึ้นเถิด
และเนื่องมาจากความปรารถนาข้อนี้

ขอให้ข้าพเจ้าอย่าเป็นคนผูกโกรธ
ให้รู้จักให้อภัยทำใจให้ปลอดโปร่งจากการผูกอาฆาตจองเวร
ขอให้มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

โดยรู้จักเปรียบเทียบกับตัวข้าพเจ้าเองว่าข้าพเจ้าเองก็อาจทำผิด พูดผิด คิดผิด
หรืออาจล่วงเกินผู้อื่นได้ ทั้งโดยมีเจตนาและไม่เจตนา

ก็ถ้าข้าพเจ้าเองยังทำผิดได้
เมื่อผู้อื่นทำอะไรผิดพลาดล่วงเกินไปบ้าง ก็จงให้อภัยแก่เขาเสียเถิด
อย่าผูกใจเจ็บหรือเก็บความรู้สึกไม่พอใจนั้นมาขังอยู่ในจิตใจ ให้เป็นพิษเป็นภัยแก่ตัวเองเลย

   rockonyou      4 พ.ย. 53   เวลา 2:41:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 10  
 
๑๐. ขอให้ข้าพเจ้ามีความรู้ความเข้าใจและสอนใจตัวเองได้
เกี่ยวกับคำสอนของพระพุทธศาสนา ทั้งทางโลกและทางธรรม

กล่าวคือ พระพุทธศาสนาสอนให้รู้จัก
สร้างความเจริญแก่ตนในทางโลก และสอนให้ประพฤติปฏิบัติ
ยกระดับจิตใจให้สูงขึ้นให้มีปัญญาเข้าใจปัญหาแห่งชีวิต
เพื่อจะได้ไม่ติดไม่ยึดถือ มีจิตใจเบาสบายอันเป็นความเจริญในทางธรรม

ซึ่งรวมความแล้วสอนให้เข้ากับโลกได้ดี ไม่เป็นภัยอันตรายแก่ใครๆ
แต่กลับเป็นประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ
แต่ก็ได้สอนไปในทางธรรมให้เข้ากับธรรมได้ดี

คือให้รู้จักโลก รู้เท่าทันโลก
และขัดเกลานิสัยใจคอให้ดีขึ้นกว่าเดิม
เพื่อบรรลุความดับทุกข์ ความพ้นทุกข์

ขอให้ข้าพเจ้ามีความเข้าใจดีทั้งทางโลกทางธรรม
และ ปฏิบัติจนให้ถูกต้องได้ทั้งสองทาง

รวมทั้งสามารถหาความสงบใจได้เอง
และสามารถแนะนำชักชวนเพื่อนร่วมชาติร่วมโลก
ให้ได้ประสบความสุขได้ตามสมควรเถิด

ความปรารถนาหรือคำอธิษฐาน รวม ๑๐ ประการของข้าพเจ้านี้
ข้าพเจ้าตั้งไว้เพื่อเป็นแนวทางเตือนใจหรือสั่งสอนตัวเอง
เพราะปรากฏว่าตัวข้าพเจ้าเองยังมีข้อบกพร่อง
ซึ่งจะต้องว่ากล่าวตักเตือน คอยตำหนิตัวเองอยู่เสมอ

ข้าพเจ้าจึงคิดว่า ถ้าได้วางแนวสอนตัวเองขึ้นไว้เช่นนี้
เมื่อประพฤติผิดพลาดก็อาจระลึกได้
หรือมีหลักเตือนตนได้ง่ายกว่าการที่จะนึกว่าข้าพเจ้าดีพร้อมแล้ว
หรือเป็นบุคคลที่สมบูรณ์แล้ว ซึ่งนับเป็นความประมาทหรือลืมตัวอย่างยิ่ง



[COLOR=green]ที่มา : รางวัลที่ ๑ เป็นเรื่องลำดับที่ ๒๙ ใน “ลีลาชีวิต” ,
หนังสือรวมเรื่องสั้นอิงหลักธรรม ๓๐ เรื่อง ของอาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ ใน
[url=http://www.kanlayanatam.com/sara/sara96.htm]

http://board.palungjit.com/f14/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-%E0%B9%91-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%9E-%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E-263579.html

ปล. ใครจะนําคําอธิษฐานนี้ไปอธิษฐานหลังจากการสวดมนต์ทุกวันคงจะดีไม่น้อยครับ อนุโมทนาครับ

   rockonyou      4 พ.ย. 53   เวลา 2:43:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 11  
 
รวบรวมคติธรรมดีๆมาให้อ่านกัน...


การปฏิบัติธรรมที่ดี คือการปฏิบัติตัวเหมือนนักเดินทาง คือเข้าใจแผนที่ดี
มีทุนพร้อม ทางเดินชีวิตในโลกหน้า ไม่ต่างกับการเดินทางในโลกนี้
เราต้องอ่านแผนที่เป็น และมีเสบียงคือบุญพร้อม


ธรรมโอวาท ท่านเจ้าคุณพระอุดมญาณโมลี(หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป)
วัดโพธิสมภรณ์ อ.เมือง อุดรธานี


http://board.palungjit.com/f10/%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%B5-%E0%B9%86-%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99-178960-38.html


   rockonyou      4 พ.ย. 53   เวลา 2:48:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 12  
 
รวบรวมคติธรรมดีๆมาให้อ่านกัน...

http://board.palungjit.com/f10/%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%B5-%E0%B9%86-%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99-178960-38.html


   rockonyou      4 พ.ย. 53   เวลา 2:49:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 13  
 
เมียดี 4 แบบ (ปรมาจารย์ภาษาไทย ขุนจงจัดนิสัย)

เมียดีเสมอน้อง

อย่างหนึ่งนั้นน่าปราณี
นุชช่างภักดีต่อผัว
อ้อนออดพรอดฝากเนื้อตัว
เกรดชั่วเกรงผิดคิดแคลน
ห่อนหยาบห่อนหยาบคร้ามเกรง
ยำเกรงอารีดีแสน
รู้หลีกชั่วกลัวแคลน
หากแค้นห่อนคลายอารมณ์
ผัวอ่อนหล่อนอวยเออตาม
เผื่องามเผื่อรักศักดิ์สม
นางดังดุจน้องปองชม
เกลียวกลมควรอยู่คู่ครอง

http://www.baanjomyut.com/10000sword/women_poem/02.html


   rockonyou      4 พ.ย. 53   เวลา 2:51:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 14  
 
กระตุกใจ..ให้ฉุกคิด

http://board.palungjit.com/f9/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%88-%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%89%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94-265011.html


   rockonyou      4 พ.ย. 53   เวลา 2:53:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 15  
 
จิตอ่อนไหวง่าย

   rockonyou      4 พ.ย. 53   เวลา 3:00:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 16  
 
วิหารธรรมที่ทรงอยู่มากตลอดพรรษาและทรงสรรเสริญมาก


ภิกษุทั้งหลาย
! ถ้าพวกปริพพาชกเดียรถีย์อื่น จะพึงถาม
เธอทั้งหลายอย่างนี้ว่า “ท่านผู้มีอายุ ! พระสมณโคดมทรงอยู่
จำพรรษาส่วนมาก ด้วยวิหารธรรมไหนเล่า ?” ดังนี้. ภิกษุ
ทั้งหลาย ! เมื่อพวกเธอถูกถามอย่างนี้แล้ว พึงตอบแก่พวก
ปริพพาชกเดียรถีย์อื่นเหล่านั้น อย่างนี้ว่า “ท่านผู้มีอายุ !พระผู้มีพระภาคทรงอยู่จำพรรษาส่วนมาก ด้ววิหารธรรมคือ อานาปานสติสมาธิ แล” ดังนี้.
ภิกษุทั้งหลาย
! ในกรณีนี้ เราเป็นผู้มีสติอยู่ หายใจเข้า,

มีสติอยู่ หายใจออก
; เมื่อหายใจเข้ายาว ก็รู้สึกตัวทั่วถึงว่า

“
เราหายใจเข้ายาว” ดังนี้, เมื่อหายใจออกยาว ก็รู้สึกตัวทั่วถึงว่า

“เราหายใจออกยาว” ดังนี้.
ภิกษุทั้งหลาย
! เมื่อใครจะกล่าววิหารธรรมใดโดยชอบ ว่า
เป็นอริยวิหารก็ดี พรหมวิหารก็ดี ตถาคตวิหารก็ดี, เขาพึงกล่าว
โดยชอบ ซึ่งอานาปานสติสมาธินั้น ว่าเป็นอริยวิหาร พรหมวิหาร

ตถาคคตวิหาร.
ภิกษุทั้งหลาย
! ภิกษุทั้งหลายเหล่าใดยังเป็นเสขะ มีวัตถุ
ประสงค์แห่งใจอันยังไม่บรรลุแล้ว ปรารถนาอยู่ซึ่งโยคักเขมธรรมอันไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าอยู่; อานาปานสติสมาธิ อันภิกษุเหล่านั้นเจริญทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะ.
ภิกษุทั้งหลาย
! ส่วนภิกษุทั้งหลายเหล่าใดเป็นอรหันต์
ขีณาสพ มีพรหมจรรย์อันอยู่จบแล้ว มีกิจควรทำอันกระทำแล้วมีภาระหนักอันปลงลงแล้ว มีประโยชน์ตนอันตามบรรลุแล้ว มีสัญโญชน์ในภพอันสิ้นแล้ว หลุดพ้นแล้วเพราะรู้ด้วยปัญญาโดยชอบ ; อานาปานสติสมาธิ อันภิกษุเหล่านั้น เจริญทำให้มากแล้ว ก็ยังเป็นไปเพื่อการอยู่เป็นสุขในปัจจุบันด้วย เพื่อสติสัมปชัญญะด้วย.

บาลี มหาวาร. ส°. ๑๙/๔๑๒/๑๓๖๔,

ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ที่อิจฉานังคลไพรสณฑ์ ใกล้เมืองอิจฉานังคละ


http://board.palungjit.com/f63/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8D%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81-259905.html

   rockonyou      4 พ.ย. 53   เวลา 3:12:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 17  
 
มนุษย์เป็นอันมาก ได้ยึดถือเอาที่พึ่งผิดๆ


มนุษย์ทั้งหลายเป็นอันมาก ถูกความกลัวคุกคามเอาแล้วย่อมถือเอาภูเขาบ้าง ป่าไม้ที่ศักดิ์สิทธิ์บ้าง สวนศักดิ์สิทธิ์บ้างรุกขเจดีย์บ้าง ว่าเป็นที่พึ่งของตนๆ
: นั่นไม่ใช่ที่พึ่งอันทำความเกษมให้ได้เลย, นั่นไม่ใช่ที่พึ่งอันสูงสุด; ผู้ใดถือเอาสิ่งนั้นๆเป็นที่พึ่งแล้ว ย่อมไม่หลุดพ้นไปจากทุกข์ทั้งปวงได้

ส่วนผู้ใดที่ถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งแล้วเห็นอริยสัจทั้งสี่ด้วยปัญญาอันถูกต้อง
คือ เห็นทุกข์,เห็นเหตุเป็นเครื่องให้เกิดขึ้นของทุกข์, เห็นความก้าวล่วงเสียได้
ซึ่งทุกข์, และเห็นมรรคประกอบด้วยองค์แปดอันประเสริฐ ซึ่งเป็นเครื่องให้ถึงความเข้าไปสงบรำงับแห่งทุกข์: นั่นแหละคือที่พึ่งอันเกษม, นั่นคือที่พึ่งอันสูงสุด, ผู้ใดถือเอาที่พึ่งนั้นแล้ว
ย่อมหลุดพ้นไปจากทุกข์ทั้งปวง ได้แท้.

( -
ธ. ขุ. ๒๕/๔๐/๒๔. )


http://board.palungjit.com/f63/%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81-%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%B6%E0%B8%94%E0%B8%96%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9E%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%86-258822.html

   rockonyou      4 พ.ย. 53   เวลา 3:39:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 18  
 
รับสมัครบวชพระถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


เริ่มรับสมัครตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สนใจติดต่อที่มูลนิธิธรรมอิสระ
เบอร์ 034-204823,034-204815

ร่วมทำบุญ : โอนเงินมาที่ ชื่อบัญชี วัดอ้อน้อยธรรมอิสระ
บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 358-2-20289-2
ธ.นครหลวงไทย สาขากำแพงแสน


กำหนดการบรรพชา - อุปสมบทหมู่ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2553





กำหนดการบรรพชา - อุปสมบทหมู่
ถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2553

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2553
ปิดรับสมัคร
วันที่ 19 พฤศจิกายน - 2 ธันวาคม 2553
เข้าพิจารณาความประพฤติและซ้อมขานนาค ณ

วัดอ้อน้อย
วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม 2553
09.00 น. ปลงผมนาค
11.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
16.00 น. พิธีอาบน้ำนาค
18.00 น. พิธีทำขวัญนาค โดย ชินกร ไกรราช ณ อาคารฐานพระ
19.30 น. เทศน์สอนนาค โดย หลวงปู่พุทธะอิสระ
20.00 น. พิธีมอบผ้าไตร


วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม 2553
06.30 น. พิธีขอขมาญาติ
07.00 น. พิธีบรรพชาหมู่จำนวน 184 รูป
08.30 น. พิธีอุปสมบท ณ อุโบสถวัดอ้อน้อย และวัดต่างๆ
09.00 น. แสดงธรรม โดย หลวงปู่พุทธะอิสระ
11.00 น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์
18.30 น. เจริญพระพุทธมนต์เย็น / ธรรมะจากพระไตรปิฎก
20.30 น. เข้าที่พัก


วันอาทิตย์ 5 ธันวาคม 2553
05.00 น. เจริญพระพุทธมนต์เช้า
08.00 น. ตักบาตรโลหะ เพื่อนำไปหล่อเศียรพระมหาพุทธพิมพ์ พระนาคปรก 9 เศียร
09.00 – 16.00 น. ตรวจรักษาโรค / อบรมวิถีจิต โดย คณะสงฆ์วัดอ้อน้อย
17.00 น. พิธีหล่อเศียรพระมหาพุทธพิมพ์ พระนาคปรก 9 เศียร “ปกเกล้า ปกแผ่นดิน”
18.30 น. เจริญพระพุทธมนต์เย็น
19.10 น. กล่าวราชสดุดี
19.19 น. พิธีจุดเทียนชัยถวายพระพร / การแสดงพลุเฉลิมพระเกียรติ
19.45 น. พิธีแจกมหาทาน 884 ครอบครัว



วันที่ 6 ธันวาคม 2553
พระภิกษุ - สามเณรออกธุดงค์ไปยังสถานศูนย์ธรรมชาติบำบัด ทองผาภูมิ



วันที่ 10 – 12 ธันวาคม 2553
คณะฆราวาสเข้าอบรมวิชาปราณโอสถ ณ ศูนย์ธรรมชาติบำบัดทองผาภูมิ
วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม 2553
พระภิกษุ - สามเณรเดินทางกลับสู่วัดอ้อน้อย



วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม 2553
18.00 น. พิธีมอบวุฒิบัตร
วันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม 2553
07.00 น. ปัจฉิมโอวาท และพิธีลาสิกขา
11.00 น. เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ
----------------------------------------------------

หมายเหตุ : ข้อมูล ณ วันที่ 28 ก.ย.53 กำหนดการอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
แก้ไขล่าสุด (วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2010 เวลา 11:54 น.)

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : วัดอ้อน้อย (ธรรมอิสระ)

http://www.dharma-isara.onoi.org/

http://board.palungjit.com/f106/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%96%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A8%E0%B8%A5%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B9%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7-265088.html
_________________

   rockonyou      4 พ.ย. 53   เวลา 3:53:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 19  
 
ขอบคุณครับ.....

   gula101      4 พ.ย. 53   เวลา 6:02:00    IP = 125.26.228.100
 


  คำตอบที่ 20  
 
ขอบพระคุณครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      YUNEGuitar      4 พ.ย. 53   เวลา 8:21:00    IP = 119.31.7.20
สมาชิกแบบพิเศษ  
 
 

Bigtone.in.th Online Music Store

Yamaha



ตั้งกระทู้ Login ก่อน Click ที่นี่
ผู้ตอบ :
รูปภาพ:  ( ไม่เกิน 150 K )
ข้อความ :
 

any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2015. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket