Home | Login | คอร์ด/เนื้อเพลง | Webboard | Classifieds | Music Jobs (หางาน) | TV / Video









(เพจ: โรงเรียนกีตาร์ไทย)


(เพจ: Guitarthai.com)
  ลุง-ป้า แคนาดา ใจป้ำถูกหวย300ล้าน บริจาคเรียบ!!  
 
ข่าว: ลุง-ป้า แคนาดา ใจป้ำถูกหวย300ล้าน บริจาคเรียบ!!


12 พ.ย. 53 ข่าวความใจบุญสุดใจป้ำครั้งนี้กลายเป็นที่ฮือฮาขึ้นมาทันที่ประเทศแคนาดา เมื่อ นายอัล เลน วัย 75 อดีตช่างเชื่อม กับนาง ไวโอเล็ต ลาร์ก สองสามีภรรยาผู้ใจบุญได้บริจาคเงินให้กับการกุศลกว่า 300ล้านบาท
ให้ กับโบสถ์ หน่วยดับเพลิง สุสาน และกาชาด รวมทั้งโรงพยาบาลที่คุณป้าไวโอเล็ตกำลังรักษาโรคมะเร็ง หลังทั้งคู่ถูกรางวัลลอตเตอรี่คว้าเงิน 336 ล้านบาท โดยทั้งคู่ได้ปรึกษาและตัดสินใจเก็บเงินเพียง 5 ล้านบาทไว้ใช้เท่านั้น
โดย คุณลุงอัล เลน ได้กล่าวว่า “เราพอใจกับความเป็นอยู่ของทุกวันนี้อยู่แล้ว และเราไม่มีแผนจะทำนั่นทำนี่ อีกทั้งเราไม่ใช่คนชอบท่องเที่ยว ไม่ใช่นักท่องราตรี เราไม่ใช่พวกชอบเข้าผับเข้าบาร์ ถึงแม้เราไม่ใช่เศรษฐี แต่เราก็มีเงินพอที่จะใช้ชีวิตในวัยเกษียณ เราเป็นแค่สองตายายในบ้านชนบทพื้นๆ” คุณลุงใจบุญกล่าว

เรียบเรียงข่าวโดย Mthai News

http://news.mthai.com/world-news/93940.html/comment-page-1#comments

ปล. ลุงกับป้าใจกว้างมากๆครับ ขอให้เจริญรุ่งเรืองตลอดไปครับ



rockonyou      14 พ.ย. 53   เวลา 2:57:00       พิมพ์   แจ้งลบ      IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 1  
 
ล้างใจให้ปลอดโปร่งโล่งสบาย

ล้างใจให้ปลอดโปร่งโล่งสบาย (Health Plus)

เก็บกวาดสิ่งที่รกสมองออกไปให้หมด ถึงเวลาที่คุณจะคืนพื้นที่ให้สมอง เพื่อให้เกิดความปลอดโปร่งโล่งสบาย

นอนไม่หลับเพราะงานกองสุมหัว หงุดหงิดเพราะต้องรอคิวนาน แม่สามีเอาเรื่องชวนปวดหัวมาให้ สารพันปัญหาเหล่านี้ ทำให้สมองของคุณหนักอึ้ง ถึงเวลาที่คุณต้องจัดระเบียบสิ่งที่อยู่ในหัวของคุณ หาวิธีทำจัดต้นเหตุแห่งความเครียดที่อยู่กับคุณเป็นอาจิณ แล้วคุณจะรู้สึกมีความสุขมากขึ้น และหากไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงไหน เรามีคำตอบมาให้...

ความเครียดแบบที่ 1 มีงานรัดตัวจนกระดิกกระเดี้ยไม่ได้ สุดท้ายงานก็ไม่เสร็จสักอย่าง!

ทางแก้

"แจกแจงงานทั้งหมด จัดลำดับความสำคัญของงานที่ต้องทำก่อนหลัง" ดร.แคตติ มอสส์ อายุรแพทย์กล่าว "เขียนความคิดต่าง ๆ ในหัวลงบนกระดาษ จะได้มีที่ว่างในหัวของคุณมากขึ้น เมื่อคุณเขียนรายการงานที่ต้องทำแล้ว ให้โยนสิ่งที่สุมอยู่ในหัวคุณทิ้งไปซะ จากนั้น เริ่มลงมือทำงาน ถึงตรงนี้ให้ถามตัวเองถึงงานที่ต้องทำ "คุณจำเป็นต้องทำงานนี้จริงหรือไม่" แล้วคุณจะแปลกใจที่หลายครั้งคำตอบที่ได้ คือ "ไม่" จะเห็นว่า การแจกแจงรายการงานที่ต้องทำในครั้งแรก คือการสร้างพื้นที่ว่างให้สมอง แต่การแจกแจงรายการในครั้งที่สอง คือรายการงานที่ต้องทำจริง ซึ่งไม่ควรมีเกินกว่า 10 รายการ

ความเครียดแบบที่ 2 ฉันกังวลเรื่องงานอยู่ตลอดเวลา!

ทางแก้

แม้จะรู้ดีว่าวิตกกังวลใจไปก็ไร้ประโยชน์ แต่เราทุกคนก็อดไม่ได้ ถามตัวเองดูสิว่า ความวิตกกังวลเปลี่ยนอะไร ๆ ให้ดีขึ้นได้หรือไม่ หากได้ก็จงวิตกกังวลต่อไป หากไม่ได้ จงหายใจเข้าลึก ๆ นับ 1 ถึง 10 นึกถึงแต่เรื่องที่มีความสุข เผชิญความวิตกกังวลด้วยความเบิกบาน

"ความ เบิกบานใจเป็นพื้นฐานของการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ทำให้คุณรู้จักมองความทุกข์ได้เข้าถึงอย่างรอบด้าน โดยให้ความสำคัญกับมันน้อยลง" ลิซ ทักเกอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความเครียดกล่าว วางแผนทำกิจกรรมที่สร้างความสุขให้ตัวเองอย่างน้อยวันละหนึ่งอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการคุยกับเพื่อน เดินเล่นในสวนสาธารณะ กินอาหารอร่อย ๆ ที่ภัตตาคาร หรือแม้แต่การอาบน้ำอย่างสบายใจด้วยสบู่ หรือแชมพูกลิ่นหอมสดชื่น

ความเครียดแบบที่ 3 ฉันไม่กล้าปฏิเสธเวลามีคนมาขอความช่วยเหลือจากฉัน มันทำให้ฉันแทบบ้าตาย!

ทางแก้

ถึงเวลาที่พลังอำนาจของคำว่า "ไม่" เข้ามามีบทบาท ซึ่งตรงข้ามกับความเชื่อของคนส่วนใหญ่ การเซย์โนไม่จำเป็นต้องก่อให้เกิดผลลบเสมอไป หากคุณชอบพูดคำว่า "ได้ค่ะ" กับทุกเรื่อง แล้วต้องมานั่งเครียดกับเรื่องพวกนี้ในภายหลัง คงถึงเวลาที่คุณต้องเรียนรู้ที่จะปล่อยวางภารกิจต่าง ๆ ลงบ้าง รวมถึงรู้จักตอบปฏิเสธ เริ่มจากการตอบปฏิเสธใครสักคนอย่างน้อยวันละครั้ง แต่อย่าใช้น้ำเสียงเกรี้ยวกราดอธิบายเหตุผลที่ต้องปฏิเสธ โดยพูดทำนองว่า "วันนี้ฉันคงช่วยทำไมได้ แต่ถ้าเป็นอาทิตย์หน้าไม่มีปัญหา" มาดูสิว่าเกิดอะไรขึ้นต่อไป พวกเขาอาจไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่นแทน ไม่ช้าคุณจะรู้สึกมั่นใจ และกล้าที่จะตอบปฏิเสธในเวลาที่จำเป็น คุณจะเริ่มสังเกตพบว่าความรู้สึกของคุณดีขึ้น การตอบปฏิเสธทำให้คุณมีพลังอำนาจและสุขุมเยือกเย็น



ความเครียดแบบที่ 4 หงุดหงิดร้อนใจอยู่เรื่อย!

ทางแก้

อดโมโหไม่ได้เวลาที่แม่สามีติว่า อาหารที่คุณทำรสชาติไม่เป็นสับปะรด หรือพูดใส่อารมณ์กับสามี เวลาที่คุณเห็นเขาทิ้งผ้าเช็ดตัวบนเตียง หรือเถียงกับน้องสาวด้วยเรื่องเดิม ๆ ว่าใครติดหนี้ใคร ถ้าเหล่านี้คือปัญหาของคุณ มีวิธีแก้ง่าย ๆ คือ หายใจลึก ๆ 5 ครั้ง นับ 1 ถึง 10 หรือมิฉะนั้นก็เดินออกจากห้องไปเลย แล้วเดินกลับเข้ามาใหม่เมื่ออารมณ์เย็นลง จากนั้นจัดการกับปัญหาด้วยอารมณ์ขัน โดยพูดว่า "ละอายใจจังที่แม่ไม่ปลื้มอาหารที่หนูทำ ถ้างั้นไปซื้ออาหารปรุงสำเร็จมาทานกันดีไหมคะ" หรือ "บอกฉันหน่อยได้ไหมว่า นิสัยอย่างไหนของฉันที่คุณไม่ชอบ ถ้าฉันเลิกทำนิสัยแบบนั้น คุณก็ควรเลิกทำนิสัยแบบนี้" หรือพูดว่า "เราเลิกทะเลาะกันด้วยเรื่องแบบนี้เถอะ เปลี่ยนเรื่องพูดดีกว่า...เอ่อ งานใหม่ของเธอเป็นยังไงบ้าง"

การแก้เผ็ดที่ดีที่สุดคือการทำใจให้เย็น พยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองในเวลาที่คนอื่นควบคุมอารมณ์ของตนไม่ได้ แล้วคุณจะรู้สึกเหมือนเป็นผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะ มากกว่าเป็นวัยรุ่นใจร้อน แต่ถ้ายังรู้สึกเครียดหรือหงุดหงิดไม่หาย เลสลี่ เคนตัน กูรูด้านสุขภาพแนะให้ลองทานโสมซึ่งมีสรรพคุณช่วยบำบัดความเครียด "นำรากโสมตากแห้ง 25 กรัมผสมกับชา 1 ถ้วย ดื่มแก้เครียด"

ความเครียดแบบที่ 5 ฉันติดรายการข่าว ชอบฟังเรื่องกอสซิปขาดไม่ได้เลย ทำยังไงให้สมองปลอดโปร่งไม่เครียดกับข่าวที่รับฟังมาทั้งวัน!

ทางแก้

การหยุดพักไม่รับข่าวสารจากหนังสือพิมพ์ หรือทีวีสักหนึ่งวัน จะทำให้คุณรู้สึกสบายใจขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แทนที่จะเอาแต่นั่งเสพข่าว คุณน่าจะเอาเวลาไปจัดการกับข้าวของที่วางระเกะระกะซึ่งทำให้บ้านรกดีกว่า ถามตัวเองดูสิว่า การเสพข่าวสารเป็นกลวิธีหลีกหนีจากความวุ่นวาย ทำให้คุณได้พักผ่อนสมองจริงหรือไม่

ขั้นต่อไปคือ การดีท็อกซ์สิ่งแวดล้อมรอบตัว การเก็บกวาดห้องให้เป็นระเบียบคือการทำจิตใจให้ปลอดโปร่ง ไม่สับสนวุ่นวาย เริ่มจากประกาศวันทิ้งขยะ ซึ่งเป็นวันที่คุณจะสำรวจข้าวของที่ไม่ใช้ เก็บกระดาษทุกแผ่นมัดรวมกัน ดูว่ากระดาษแผ่นไหนเป็นเอกสารสำคัญหรือต้องโยนทิ้ง ลบอีเมล์ขยะทิ้ง และลบอีเมล์แอดเดรสของคุณออกจากลิสต์รายชื่ออีเมล์ เวลากรอกข้อมูลแบบฟอร์มใด ๆ ในเว็บไซต์ ให้ทำเครื่องหมายที่ช่อง "ไม่" รับข้อมูลเสริมใด ๆ และอย่าให้อีเมล์แอดเดรสของคุณกับเว็บไซต์ใด ๆ หากไม่จำเป็น


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
เคล็ดลับสุขภาพ คลายเครียด ล้างใจให้ปลอดโปร่ง

http://health.kapook.com/view17865.html

http://board.palungjit.com/f9/%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2-265498.html



   rockonyou      14 พ.ย. 53   เวลา 2:59:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 2  
 
รวบรวมคติธรรมดีๆมาให้อ่านกัน...


http://board.palungjit.com/f10/%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%B5-%E0%B9%86-%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99-178960-38.html


   rockonyou      14 พ.ย. 53   เวลา 3:00:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 3  
 
คติธรรม 20 พระอาจารย์


๙. หลวงปู่ฝั้น อาจาโร

เราเป็นผู้ก่อกรรมก่อเวร ก่อภัย ไม่มีใครก่อให้ ไม่ใช่เทวบุตร เทวธิดาสร้างให้ พี่น้องสร้างให้ บิดามารดาสร้างให้ เราสร้างเอง


http://board.palungjit.com/f63/%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1-20-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%8C-261049.html

   rockonyou      14 พ.ย. 53   เวลา 3:02:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 4  
 
อาจาโรวาท : รวมคำสอนสำคัญหลวงปู่ฝั้น อาจาโร


หลวงปู่ฝั้น อาจาโร

๓๖.จงเอาพระเป็นที่พึ่ง ที่ระลึก ที่กราบที่ไหว้

๓๗.เมื่อจิตสงบนิ่งแล้วเราอย่าไปหา ไปหาแล้วมันเป็นตัณหา


http://board.palungjit.com/f63/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%97-%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%9D%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%A3-218769.html


   rockonyou      14 พ.ย. 53   เวลา 3:11:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 5  
 
FW: คำของปราชญ์จีน‏

๒๑
" ผู้ที่รู้จักคนอื่นเป็นคนฉลาด.....ผู้ที่รู้จักตัวเอง เป็นคนมีสติ.."

"เล่าจื้อ"

๒๒
" การตกระกำลำบากเป็นมหาวิทยาลัยชั้นสูงในการฝึกฝนยอดคน..!!"

"เหลียงฉี่เชา"

๒๓
" สิ่งที่ตัวเราไม่ชอบ ...จงอย่าทำกับคนอื่น.."

"ขงจื้อ"

๒๔.
" คนที่ทำได้อาจพูดไม่ได้...คนที่พูดได้อาจทำไม่ได้.!!"

"ซือหม่าเชียน"

๒๕.
" คนเราหนีไม่พ้นความตาย...แต่ความหมายการตายนั้น
ไม่เหมือนกัน...
บ้างมีค่าหนักกว่าขุนเขา...บ้างไร้ค่าเบากว่าขนนก...!"

"ซือหม่าเชียน"


FW: คำของปราชญ์จีน‏ : มติชนออนไลน์

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1289038650&grpid=01&catid=no

http://board.palungjit.com/f6/fw-%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%8D%E0%B9%8C%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99%E2%80%8F-266000.html

จบ

   rockonyou      14 พ.ย. 53   เวลา 3:15:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 6  
 
สุดยอดเลยครับ

   Guitar Ameture      14 พ.ย. 53   เวลา 3:17:00    IP = 202.57.134.212
 


  คำตอบที่ 7  
 
โคลงกลอน-สอนใจ


ความรู้เปรียบคู่ด้วย กำลัง กายเฮย
สุจริตคือเกาะบัง ศาสตร์พ้อง
ปัญญาประดุจดั่ง อาวุธ
กุมสติต่างโล่ห์ป้อง อาจแกล้วกลางสนามฯ

"รัชกาลที่6"


http://www.baanjomyut.com/10000sword/thaipoem/khon/page1.html


   rockonyou      14 พ.ย. 53   เวลา 3:18:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 8  
 
ธรรมมะหลวงพ่อทูล วัดป่าบ้านค้อ


ธรรมะหลวงพ่อทูล วัดป่าบ้านค้อจังหวัดอุดรธานี

11. รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส เป็นแม่เหล็กใหญ่ของโลก จะดึงให้มาเกิดอีก ตัวแก้คือปัญญา อยู่กับโลกแต่ไม่ติดกับสิ่งเหล่านี้

12. เรามาเกิดก็เพื่อมาสร้างบารมี ให้สมกับมาสร้างบารมี เราจะไม่ผูกพันสิ่งใด ใดในโลก ไม่ยึดติดกับของสิ่งใด

13. ความคิดจะเป็นเข็มทิศให้กับใจตัวเอง เมื่อเราคิดทางไหนบ่อย ๆ ใจก็จะไปทางนั้น ถ้าคิดเรื่องโลกบ่อย ๆ ใจก็จะไปทางโลก

14. ถึงของสิ่งนี้เป็นของเราก็จริง ให้เป็นเพียงสมมุติว่าเป็นของเรา อีกสักวันหนึ่งก็ไม่เป็นของเรา

15. การทำสมาธิอย่าหวังเอาความสงบ ถ้าสงบก็อย่าหลงความสงบ เมื่อจิตถอนจากความสงบก็คิดต่อ อย่าห่วงความสงบ อย่าหลงความสงบ ทำสมาธิเพียงให้เกิดความตั้งใจมั่น


http://board.palungjit.com/f63/%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B9%E0%B8%A5-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%AD-84096.html


   rockonyou      14 พ.ย. 53   เวลา 3:20:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 9  
 
สร้างเมืองไทยน่าอยู่ใน 999 วัน watchdog.co.th

   rockonyou      14 พ.ย. 53   เวลา 3:22:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 10  
 
สุจิณฺโณรำลึก

คัดลอกจากหนังสือชื่อเดียวกัน
จัดพิมพ์เป็นธรรมทาน
เนื่องในงานพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ
เทศน์ของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ
ณ วัดดอยแม่ปั๋ง
กัณฑ์ที่ ๒


๑๐ ธันวาคม ๒๕๑๕
.......เทศน์ภายในเลยมันจึงเหมาะ ถ้าเทศน์ภายนอกนี่มันคล้ายกับแผนที่ตำรับตำรา พอปานกับเครื่องกระจายเราต้องเทศน์ภายใน
.......จะเอาอย่างใดอีก ตำรับตำราทางบ้านท่านฟังมาเต็มที่แล้ว จะฟังก็ในกายเท่านั้นแหละ ทีนี้ ให้ภาวนาเอากายเป็นมรรค เอากายเป็นผล จะพากันละอุปาทานทั้ง ๕ อนิจจังทั้ง ๕ ทุกขังทั้ง ๕ อนัตตาทั้ง ๕ ละรูปธรรม นามธรรมนี้ วางได้มันก็เป็นธรรมนั่นแหละ วางไม่ได้มันก็ยึดเอารูปธรรมนามธรรมเป็นตนเป็นตัว มันก็เป็นธรรมเมาอยู่นั่นเอง
พิจารณา สังขาร นามรูป ที่มันเป็นอยู่อย่างนี้ อนิจจังทั้ง ๕ ทุกขังทั้ง ๕ อนัตตาทั้ง ๕ อุปาทานทั้ง ๕ มีรูปูปาทานักขันโธ เป็นอุปาทานที่หนึ่ง เวทนูปาทานักขันโธเป็นอุปาทานที่สอง สัญญูปาทานักขันโธ เป็นอุปาทานที่สาม สังขารูปาทานักขันโธ เป็นอุปาทานที่สี่ วิญญูปาทานักขันโธ เป็นอุปาทานที่ห้า ครั้นค้นคว้าอยู่ในธาตุสี่ ขันธ์ห้า วางธาตุสี่ ขันธ์ห้านี้ได้แล้วละก็ ภาวนาสงบดี ครั้นเวทนาดับลง สัญญาดับลง สังขารดับลง วิญญาณดับลง รูปธรรมส่วนสมมติเป็นดิน เป็นน้ำ เป็นลม วางได้แล้วมันก็สบาย จิตก็สงบลง
ชำระศีลห้าของตนให้บริสุทธิ์ ทางตานี่ก็เป็นศีลประเภทหนึ่ง ทางหูก็เป็นศีลประเภทหนึ่ง นำความผิดออกจากตา ออกจากหู ออกจากจมูก ออกจากลิ้น ออกจากกาย ทั้งสี่ ทั้งห้านี้แหละ ศีลทั้งห้าก็อันนี้แหละ นำความผิด ความยินดียินร้ายออกจากจิตใจของตนให้บริสุทธิ์หมดจด ทำให้เป็นไป จะเอาพุทโธเป็นบริกรรมก็เอา หรือจะเอาธัมโมเป็นบริกรรม เป็นมรรคภาวนาก็ได้ เคยทำกันมาแล้วกระมัง
ครั้นได้พุทโธ พุทโธ นี้เป็นอารมณ์ของจิตใจอยู่เป็นนิจ เวลาเอาเข้าหนักเข้า หนักเข้า ลมมันก็สงบได้เหมือนกัน แต่รักษาไว้อย่าให้เป็นธรรมเมา พุทโธ พุทโธ นี่นะ พุทโธ พุทโธ กลายเป็นธรรมเมา ธัมโม ธัมโม มันไม่เป็นธัมโม มันกลายเป็นธรรมเมาไปเสีย สังโฆ สังโฆ พวกนี้เป็นอารมณ์ของใจ ให้ดิ่งอยู่เป็นอันหนึ่ง นาน ๆ เข้าจิตใจก็สงบลงเป็นสมาธิได้เหมือนกันนั่นละ
รักษา ธรรมเมานี้ไม่ให้เกิด อดีตธรรมเมา อนาคตธรรมเมา อดีตที่ล่วงแล้วมันนำมาหเป็นธรรมเมา อนาคตยังไม่มาถึงก็เป็นธรรมเมา ถ้าจิตดิ่งอยู่ปัจจุบันมันจึงเป็นธัมโม อดีต อนาคตเป็นธรรมเมาแล้วจงรักษาดี ๆ มีสองอย่างเท่านั้นแหละ มันเป็นธรรมเมา นอกจากจิตดิ่งอยู่ปัจจุบันนี่เป็นธัมโม มันไม่หมุนตามสังขาร มาหมุนตามสมมติ แล้วมันก็ใช้ได้
นี่ก็พิจารณา จะเอาพุทโธเป็นมรรคก็ได้ มรรคภาวนาหรือจะเอากายเป็นมรรค พิจารณากาย สังขาร นาม รูป อันนี้ใช้ชำนิชำนาญบุราณท่าน หรือสมัยนี้ก็เหมือนกัน กุลบุตรทั้งหลายที่มาบวชบรรพชาเพศ อุปัชฌาย์ท่านสอน กายนี่แหละเป็นมรรค เกสา โลมา นขา ทันตา ตโจ ตโจ ทันตา นขา โลมา เกสา อนุโลม ปฏิโลม ทั้งเบื้องบนพิจารณาแต่เล็บเท้าขึ้นมาถึงปลายผม เบื้องต่ำพิจารณาตั้งแต่ปลายผมถึงเล็บเท้า นี่แหละเป็นมรรค เอากายเป็นมรรค ต่อเมื่อใดวางหมดแล้ว ไม่ยึดรูปธรรม นามธรรมเป็นตนเป็นตัว สัญญาก็สงบลง สังขาร ความปรุงแต่ง ความเกิด ความดับ โทษ ทุกข์ ภัย อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ดับลง วิญญาณ ความรู้ รู้ดี รู้ชั่ว รู้บุญ รู้บาป รู้ผิด รู้ถูก ก็ดับลงหมด แล้วมันก็จิตสงบลงได้
ครั้นการ รักษาธรรมเมานี่หนา มันมีอดีตอนาคตหุ้มมา อดีตมันเคยได้รู้ ได้เห็น จากเคยได้คุยกัน ว่าเล่นกัน เวลาตั้งจุดพุทโธ พุทโธ มันจะกลายเป็นธรรมเมาไปเสียนี่ ครั้นเผลอก็เป็นธรรมเมาไปแล้ว เมาคิดโน่น คิดนี่ อดีตที่เคยเห็นก็นำมาคิดเป็นธรรมเมาไปแล้วนั่น พุทโธที่จะเอาเป็นบริกรรม จะเอาเป็นอารมณ์ของใจก็ไม่ได้ มันเป็นธรรมเมาไปแล้ว มันปรุงไป แต่งไป เกิดไปดับไปในทุกสิ่งทุกอย่างนั่นแหละ จึงรักษาธรรมเมาไว้
อดีต ก็เป็นธรรมเมาอันหนึ่ง อนาคตก็เป็นธรรมเมาอันหนึ่ง จิตดิ่งอยู่ในปัจจุบัน รู้ปัจจุบัน ละปัจจุบัน ตัดตัณหา ตัดกิเลส ตัดมานะทิฐิ ตัดความยึดมั่นถือมั่นของตนให้เสร็จลง แล้วก็สงบได้ รักษาแต่ธรรมเมาอันเดียวนี่แหละ ให้มันเผลอก็เป็นธรรมเมาละ ครั้นไม่เผลอ พุทโธ พุทโธ ดิ่งอยู่ นั่นแหละเป็นอารมณ์ของใจ เป็นมรรคของใจ เป็นที่พึ่งของใจก็ได้ อยู่ที่ รักษา ตัวเดียวเท่านั้นแหละ ทำให้ติดไป เก็บดิ่งอยู่เป็นนิจ ทำอย่างนั้นก็ใช้ได้ละ
.....สัน ทิ ทิฐิไปเปล่า ๆ นั้นก็เป็นธรรมเมาแล้วนะ ไม่ให้คิด ไม่ให้นึกมัวหลงเมายศ เมาเกียรติไปนั่นเป็นธรรมเมา อกุสลาธัมเมา กุสสาธัมเมา มันตั้งอยู่นั่นแหละ อัพยากตธัมเมา เป็นที่พิจารณากำหนดให้จิตดิ่ง ให้จิตสงบดี มันก็ใช้ได้ ครั้นสาวเข้าไปให้ถึงอกุสสลาธัมเมานี้ ความหลง ความโลภ ความโกรธ มันเกิดขึ้นละก็ มันเกิดกิเลส ก็ตัวนั้นแหละตัวหลง ตัวโลภ ตัวโกรธนั่นแหละ ตัวราคะ ตัดกิเลสตัณหา ความเจ็บความไข้ เป็นเหง้าเป็นโคนแห่งกิเลสทั้งหลาย กิเลสทั้งห้า ตัณหานับได้ เป็นอยู่ที่เจตนา ตัณหานี้ ความพอใจมันก็เป็นกิเลส ความหลง ความโลภนี่แหละมันเกิดขึ้น ระงับความหลง ความโลภ ความโกรธ ราคะกิเลสนี้ตัดออกหมดแล้ว ดับหมดแล้ว ความหลงความโลภนี้ เราก็รู้แจ้งได้นี่นา วิญญาภิสังขาร อวิญญาภิสังขาร ส่วนอันเป็นกุศล อกุสสลธัมมานี้ เราละได้ วางได้นี่นา ปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร แต่งให้เป็นบุญ เป็นกุศล แต่งให้เป็นทานไปได้นี่ อกุสลาธัมมา นี่มันแต่งมาให้โลภ ให้โกรธ ให้หลง แต่งมาให้ราคะ ให้กิเลสบังเกิดขึ้นแก่จิตใจของเรา เมื่อมาละมันให้หมดได้ มันก็เป็นธัมโม ครั้นละไม่ได้มันก็เป็นธรรมเมา
อกุสสลาธัม เมานี่เมาโลภ เมาหลง เมาโกรธไปทุกแห่งทุกหนนั่นแหละ เป็นเจ้าเป็นนายของกิเลสทั้งหลาย กิเลสตัณหา ภยายโอฆะ กามโอฆะก็อันนี้ ภวโอฆะ ทิฐิโอฆะ ก็อันเดียวกันนี้แหละ อวิชชาโอฆะ ดับหมู่นี้ได้หมด ก็เออสบายอกสบายใจ บริกรรมพุทโธไว้ให้สงบเป็นอารมณ์เดียว ทำให้เคยละก็ไม่ได้เชียวละ มันกลายเป็นธรรมเมา มันเคยเมา มันเมาคิด อดีตนั่นแหละมันคิดขึ้น ปรุงขึ้น แต่งขึ้นในเรื่องของสังขาร ความเกิด ความดับ โทษ ทุกข์ ภัย อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เรื่องของสังขาร เข้ากับสภาพแล้วละก็ เออ เป็นธรรมเมาละคราวนั้น ให้พิจารณากายนี้ให้มากยิ่ง ๆ ในขันธ์สมมติ เป็นดิน เป็นน้ำ เป็นไฟ เป็นลม ธาตุทั้งสี่ที่ยึดอยู่นี้ เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ นี้เป็นนามธรรม นามธรรมเกิดขึ้นแล้วมันลืมตัวนะ มันไม่รู้หรอก สังขารน่ะ นามธรรมอันนี้มันปรุงทีแรก ปรุงทั้งบาป ปรุงทั้งบุญ ปรุงทั้งผิดทั้งถูก ทั้งดี ทั้งชั่ว ถ้าไปหลงตามก็เป็นธรรมเมาละ ครั้นไม่หลงก็เป็นธัมโม
เมื่อ ละความโกรธ ความหลงสิ้นไปหมดแล้ว อันนี้ก็เป็นธัมโมอยู่เป็นนิจ ส่วนพิจารณา สังขาร นาม รูปนั้นคงแค่เป็นเหตุที่ว่ากุสลาธัมมา อกุสลาธัมมา พยากตาธัมมา อพยากตาธัมมา
กุสลาธัมมา กุศลธรรม อกุสลาธัมมา อกุศลธรรม นี้เราแต่งเอาได้ แต่งให้เป็นบุญ แต่งให้เป็นบาป แต่งไม่ให้โลภ แต่งไม่ให้หลง แต่งไม่ให้โกรธ แต่งไม่ให้ราคะกิเลสบังเกิดขึ้น ใช้ได้ ครั้นแต่งไม่ได้ ก็ตกอยู่ใต้อำนาจของความหลงความโลภละก็ ใช้ไม่ได้ละ เขาแต่งเราหนา ครั้นในแต่งเราละก็ เราเดือดร้อนหนา ความหลง ความโลภ ความโกรธ นี่เราแต่งได้ ปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร ปุญญาภิสังขารเราแต่งให้เป็นบุญกุศลได้ อปุญญาภิสังขารเราแต่งบาปให้เกิดแก่จิตใจของเราได้ มันก็จะเป็นธรรมเมาอยู่เป็นนิจละ เข้าใจแล้วนะ
ทำ เรื่อย ๆ สมควรแล้วละ เอาหนักเกินไปเป็นธรรมเมานะ ธรรมเมานี่ลำบากหนา มันเอาเรื่องมาแต่ดึกดำบรรพ์โน่น เวลามันตั้งขึ้นมันเกิดมาแต่ไหนไม่รู้มัน ธรรมเมานี่มันสำคัญ พอเผลอขึ้นมาแล้ว มันเมาคิดเมา นึกไปเสียแล้ว เอาละ สมควร
อย่าเอามากมายเลย เอาทีละน้อย ให้มันรวมเข้า รวมเข้าเถอะ รวมเข้าแล้วเป็นเอกัคคตาได้เป็นดีนะ ชาวกรุงเทพฯ เขามาบ่อยนี่นา
(จากเทปบันทึกเสียงของ คุณสมพร ขัมภรัตน์)




ที่มา: ประตูสู่ธรรม
http://www.dharma-gateway.com


http://board.palungjit.com/f131/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%93%E0%B8%BA%E0%B9%82%E0%B8%93%E0%B8%A3%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%B6%E0%B8%81-55424.html

   rockonyou      14 พ.ย. 53   เวลา 3:32:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 11  
 
ใกล้ตายจึงนึกถึงพระ(หลวงปู่แหวน สุจิณโณ)
มีทุกข์มาถึงจึงนึกถึงพระศาสนา


บรรดาสัตว์ทั้งหลายนั้น
เมื่อไม่มีทุกข์มาถึงตัว มักไม่เห็นคุณพระศาสนา
มัวเมาประมาท ปล่อยกายปล่อยใจ
ให้ประพฤติทุจริตผิดศีลธรรมอยู่เป็นประจำนิสัย
เห็นผิดเป็นถูก เห็นกงจักรเป็นดอกบัว
ต่อเมื่อได้รับทุกข์เข้า ที่พึ่งอื่นไม่มีนั่นแหละ
จึงได้คิดถึงพระ คิดถึงศาสนา แต่ก็เป็นเวลาที่สายไปแล้ว


http://board.palungjit.com/f131/%E0%B9%83%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0-%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%99-%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%93%E0%B9%82%E0%B8%93-56099.html


   rockonyou      14 พ.ย. 53   เวลา 3:34:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 12  
 
ขอบคุณครับ....

   gula101      14 พ.ย. 53   เวลา 5:48:00    IP = 125.26.203.108
 


  คำตอบที่ 13  
 
ใจบุญจิงๆ

   Nattius      14 พ.ย. 53   เวลา 6:05:00    IP = 125.27.52.8
 


  คำตอบที่ 14  
 
เก็บไว้ 5 ล้านเองเรอะ

ใจบุญมาก



   สมาชิกแบบพิเศษ      solomon1994      14 พ.ย. 53   เวลา 6:34:00    IP = 125.26.201.90
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 15  
 
สุดยอดเลยครับ ขอบคุณมากครับ

   plugnaja      14 พ.ย. 53   เวลา 9:37:00    IP = 110.164.249.134
 


  คำตอบที่ 16  
 
อยากเป็นหลานป้าจัง

   สมาชิกแบบพิเศษ      นาจเอกมัย      14 พ.ย. 53   เวลา 11:09:00    IP = 125.24.209.5
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 17  
 

300 ล้านบาท !!! ไม่น่าเชื่อว่าคนแก่อายุขนาด 60-70 ปี ยังมีโอกาสได้รับของขวัญชิ้นใหญ่จากสวรรค์ที่มองเห็นผู้มีจิตใจเปี่ยมด้วยความเมตตา เหมือนสวรรค์ต้องการผ่องถ่ายรางวัลผ่านคนดีเท่านั้น เพื่อให้คนดีไปช่วยเหลือคนอื่น ๆ ต่อไป

   KCMG      15 พ.ย. 53   เวลา 11:29:00    IP = 125.24.198.180
 
 

Bigtone.in.th Online Music Store

Yamaha



ตั้งกระทู้ Login ก่อน Click ที่นี่
ผู้ตอบ :
รูปภาพ:  ( ไม่เกิน 150 K )
ข้อความ :
 

any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2015. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket