Home | Login | คอร์ด/เนื้อเพลง | Webboard | Classifieds | Music Jobs (หางาน) | TV / Video









(เพจ: โรงเรียนกีตาร์ไทย)


(เพจ: Guitarthai.com)
  ผู้นำ...ที่น้ำใจงาม ผู้นำที่น้ำใจงาม  
 
ผู้นำ...ที่น้ำใจงาม
ผู้นำที่น้ำใจงาม

โบราณว่า "สิบพ่อค้า ไม่เท่าหนึ่งพระยาเลี้ยง" หมายถึงว่า การเป็นข้าราชการ เป็นนายคนนั้นดีกว่าเป็นพ่อค้า อาชีพมีความมั่นคงก้าวไปเรื่อยๆ ยิ่งได้เป็นหัวหน้าหรือนายคนแล้ว เกียรติ บริวารแวดล้อมจะตามมา นี่คือแนวคิดของคนที่อยู่ในยุคเก่าก่อน

ในปัจจุบัน คนส่วนมากต้องการคนที่เป็น "ผู้นำ" ยิ่งกว่าเป็น "นาย" มีผู้รู้กล่าวถึงลักษณะนายและผู้นำไว้แตกต่างกัน ดังนี้

นาย : ใช้แต่การบังคับ

ผู้นำ : เฝ้าพร่ำสอน

นาย : เอาอำนาจเข้าลิดรอน

ผู้นำ : วอนแนะนำให้ถือชื่อเสียงดี

นาย : นั้นหาทางสร้างความหวาด

ผู้นำ : ฉลาดสอนไว้ให้ขมันขมี

นาย : ใช้คำว่า "ฉัน" ดี

ผู้นำ : ชี้ว่า "เรา" ควรเข้าใจ

นาย : มอบงานให้กระทำ

ผู้นำ : บอกชี้วิธีการให้

นาย : กำชับว่า "มาตรงเวลาให้ได้"

ผู้นำ : ไซร้มาถึงก่อนเวลากราย

นาย : ผิดพลาดนายตำหนิทันที

ผู้นำ : ชี้แก้ไขข้อเสียหาย

นาย : รู้สิ่งใดไม่อภิปราย

ผู้นำ : ใครอธิบายให้เห็นทั่ว


ทำงานกับผู้เป็นนายเบื่อหน่ายนัก
ผู้นำชักให้เห็นเช่นเล่นหัว
ส่วนนายสั่งเอาอย่างเมามัว
ถ้าผู้นำไม่ต้องกลัว "ช่วยกันไป"
ปัจจุบันเจ้านายใครต้องการ
ส่วนผู้นำทุกสถานต้องการได้
ระบบเก่าเขาทิ้งล้าสมัย
ระบบใหม่ให้สัมฤทธิ์ "ประสิทธิภาพ" เอย

ดังนั้น จะเห็นว่า ผู้นำจะทำงานส่งเสริมพัฒนาคนงานและงานไปพร้อมกัน สร้างสมานฉันท์ในหน่วยงาน ประสานและนำทางสร้างทีม

การเป็นผู้นำที่ดีนั้น เราสามารถฝึกฝนพัฒนาตนเองได้ มิใช่ใครเป็นผู้นำมาตั้งแต่กำเนิด

ผู้มีน้ำใจงาม เป็นที่ต้องการของสังคม มีลักษณะดังนี้

- ผู้นำ คือ บ่าวใหญ่ เคยเป็นผู้น้อยมาก่อน จะเข้าใจผู้ร่วมงานอย่างดี นโปเลียนแนะนำและทำให้เห็นได้ มีรายละเอียดเพราะผ่านงานมาอย่างดี

- ผู้นำจะพูดไปว่า "เราไปเถิด" แล้วเขาจะเดินหน้า เขาไม่ถือแส้เดินตามหลัง แต่จะถือธงชัยเดินหน้า

- ผู้นำถือว่าผู้ตามทำงานร่วมกับเขา มิใช่ทำเพื่อเขา มองผู้ตามว่าเป็นเพื่อนร่วมงาน มิใช่ผู้ใต้บังคับบัญชาและบัญชาเมื่อเสร็จงาน ผู้ตามย่อมมีส่วนร่วมกับรางวัลความชื่นใจ เชิดชูจิตใจของหมู่คณะยิ่งกว่าเชิดชูตนเอง

- ผู้นำสร้างคนช่วยคนให้สู่ความเจริญเติบโตด้วย ผู้นำตระหนักว่า คนเก่ง คนใหญ่โตมารวมกันยิ่งมากเท่าใด หน่วยงานย่อมเจริญยิ่งใหญ่ขึ้นเท่านั้น

บทบาทของผู้นำที่เด่นชัด คือ

1. มีใจคอหนักแน่น อดทน ไม่หูเบา คือ "ทั้งหนักทั้งแน่น"

2. รู้จักคนและใช้คนเป็น ทุกคนมีจุดเด่นด้วยกัน นำจุดเด่นมาพัฒนางาน

3. สร้างพลังเด่นในหน่วยงาน วัตถุมีเหลี่ยมคม คนมีหลายลักษณะ งานมีหลากหลาย นำมาใช้เป็นจุดเด่นให้ได้

การบริหารงานสำเร็จ ผู้นำจึงจำเป็นต้องมีหน้าที่สำคัญ คือ

1. พัฒนาลูกน้อง

2. มองโลกในแง่ดี

3. ช่วยชี้ทางแก้ปัญหา

4. มีศรัทธาในผลงาน

5. ช่วยจัดการคุณธรรม

6. "นำตน" และ "นำคน"
โดย ...อ้อม ประนอม สำนักพิมพ์ดอกหญ้า - วันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550

http://board.palungjit.com/f9/%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%B3-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%A1-271188.html


rockonyou      12 ธ.ค. 53   เวลา 22:54:00       พิมพ์   แจ้งลบ      IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 1  
 
ทุกงานมีดี อยู่ที่วิธีคิด


เราทั้งหลายต่างเป็นคนวัยทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงานบ้านหรืองานในออฟฟิศ งานสอนหนังสือหรือว่างานราชการ และไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งผู้บริหารระดับจูเนียร์ ผู้ปฏิบัติงานระดับซีเนียร์... เราต่างก็ต้องทำงาน วันเวลาส่วนใหญ่ในชีวิตจึงหมดไปกับการทำงาน

ถ้าเช่นนั้นแล้ว จะมัวกอดกองทุกข์ทำงานไม่มีสุขอยู่ทำไมคะ

การทำงานอย่างเป็นสุขได้นั้นไม่ยาก อยู่ที่วิธีคิดและมุมมองของแต่ละคน คิดให้ดีก็มีสุข ทำงานสบายใจไม่เป็นมะเร็งมดลูก... เอ้อ...เกี่ยวกันไหมนี่ ส่วนคนคิดร้าย ทำงานไปโรคภัยก็ถามหา เดี๋ยวปวดหัวเดี๋ยวปวดท้อง โดยไม่มีสาเหตุชัด ที่จริงถ้าลองโดดข้ามอีกฝั่งของความคิด ก็จะได้พบว่าโลกนี้มีมุมดีๆ ให้มองอีกตั้งมากมาย

งานทุกงานนั้นมีดีค่ะ ตรงที่...

ทำให้ได้เงิน
อันนี้เป็นการคิดแบบง่ายสุด ตื้นสุด แต่ก็ตรงจุดที่สุด และตอบโจทย์การทำมาหากินมากที่สุด แค่รู้ว่าเงินเดือนกำลังจะออก ก็เตรียมรู้สึกโล่งใจว่าจะมีเงินไปชำระค่าบัตรเครดิต และค่าเรียนพิเศษลูก ยิ่งรู้ว่าโบนัสกำลังจะไหลเข้าบัญชีธนาคาร แค่นี้ก็ครึ้มอกครึ้มใจ มีกำลังใจเดินไปดูนาฬิกาข้อมือเรือนแบนฝังเพชร แวะชมโทรศัพท์มือถือรุ่นมีแป้นพิมพ์ดีด ไปลองแหวนพลอยวูบๆ วาบๆ อีกสักวง เฮ้อ...โลกนี้มีอะไรให้อยากได้มากมายจัง.. หรือจะกันไว้เป็นค่าเรียนเต้นแจซของลูก ซื้อทัวร์ให้คุณยายไปทัวร์ไหว้พระเจ็ดวัด เหล่านี้เงินบันดาลได้ไม่ยาก

ทำให้มีสังคม
รู้กันอยู่ว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม แม้ว่าบางทีจะนึกเบื่อสัตว์อื่นๆ เอ๊ย...มนุษย์คนอื่นๆ จะแย่ แต่คนส่วนมากก็ต้องอิงอาศัยเพื่อนฝูงในสังคม พนักงานออฟฟิศมีสังคมแลกเปลี่ยนกันเรื่องไฮเทคโนโลยี เรื่องกินเรื่องเที่ยว เรื่องลดความอ้วน ...บางทีก็เรื่องของชาวบ้าน ส่วนแม่บ้านก็มีสังคมแม่บ้านด้วยกันไว้คุยกันเรื่องเรียนของลูก หรือหาแนวร่วมรวมกลุ่มกันไปเรียนจัดดอกไม้ เขียนลายกระเบื้อง แม่บ้านยังมีสังคมเลยไปถึงแม่ค้าหมูคนคุ้นกันในตลาด ที่มักเก็บกระดูกอ่อนๆ ไว้ให้ลูกค้าเจ้าประจำระดับเซเรเนด ส่วนคนทำงานออนไลน์ก็ได้แลกเปลี่ยนเรื่องเครื่องคอมพ์ หรือโทรศัพท์รุ่นใหม่ งานไหนๆ ก็ทำให้คนเรามีสังคมทั้งนั้นค่ะ

ทำให้ได้ใช้หัวคิด
เรื่องนี้ได้มาจากกรรมการผู้จัดการบริษัทรับจัดนิทรรศการแห่งหนึ่ง เมื่อลูกน้องบ่นอุบว่าทุ่มเททำงานแทบตายเพื่อร่วมประมูล หวังว่าจะได้งานมาให้บริษัท เพราะนั่นหมายถึงจำนวนเงินมหาศาล ค่าคอมมิชชั่น โบนัสปลายปี และเครดิตของบริษัทด้วย กรรมการผู้จัดการผู้ไม่มีมาดไม่มีฟอร์มใหญ่โต บอกกับลูกน้องว่า "แค่เราได้คิดก็กำไรเท่าไหร่แล้ว" เธอ พูดถูกทีเดียวค่ะ แค่ได้คิด...นี่พูดถึงคนที่ไม่ชอบปล่อยให้สมองฝ่อจนเกินไปนะคะ การได้คิดเป็นการบริหารสมองอย่างดี การได้คิดมีความหมายว่าเรามีอิสระ การได้คิดคือการสนุกได้ไม่มีขอบเขต อย่างนี้จะไม่เรียกว่ากำไรอีกหรือ

ทำให้ได้พัฒนาตนเอง
การทำงานซ้ำๆ บางทีก็มีข้อดี คือทำให้เกิดความชำนาญพิเศษ สามารถทำงานนั้นๆ ได้เร็วขึ้น ราบรื่นขึ้น ทุกขณะที่ทำงานได้เร็วและดีขึ้น คือการใช้งานพัฒนาตนเอง ส่วนงานที่ไม่ต้องทำซ้ำจำเจ ก็ทำให้ได้คิดแก้ปัญหาตลอดเวลา นักข่าวที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์หลากหลาย และผู้คนสารพัดแบบ ทำงานด้วยการเตรียมตัว เตรียมประเด็น เตรียมทำการบ้าน หาข้อมูลไม่ซ้ำ ทำให้เป็นคนตื่นตัวรอบรู้ นานไปก็เกิดความชำนาญในการจับประเด็น รู้จักที่จะอ่านผู้คนได้ดีขึ้น ทำให้สามารถตั้งคำถามได้คมคายขึ้น บทสัมภาษณ์ก็สนุกและเป็นประโยชน์ต่อคนอ่านข่าวมากขึ้น นั่นคือได้พัฒนาตนเองไปพร้อมกับคนอ่านข่าวด้วย

ทำให้สังคมประเทศชาติขับเคลื่อนไป
อันนี้ก็เริ่มคิดให้ไกลออกไปจากตัวอีกนิด ในยุคสมัยที่โลกกำลังหมุนในจังหวะใหม่...กลายเป็นควิกสเตป การทำงานอันขยันขันแข็งของคนในสังคมคือ การสร้างศักยภาพให้กับประเทศชาติ ซึ่งอยู่ในเวทีการแข่งขันกับนานาประเทศ แค่คุณทำงาน ประเทศชาติก็เจริญขึ้นไปอีกหนึ่งก้าว คุณไม่ได้ทำงานเพื่อตนเองและครอบครัวเท่านั้น คุณมีความสำคัญต่อประเทศไทยไม่น้อยเลยนะนี่

ทำให้ชีวิตมีความหมาย
อันนี้คนเคยอยู่ในภาวะไม่มีงานจะเข้าใจแจ่มแจ้ง คนไม่มีงานทำหรือไม่ได้ทำงาน ทั้งสมองและสองมือจะไม่มีโอกาสได้พัฒนา คนที่ไม่สามารถเลี้ยงตนเองได้ ชีวิตจะไปมีความหมายอะไร...จริงไหมคะ

มุมดีๆ ของงานมีมากมายออกอย่างนี้ ภูมิใจและสุขใจในงานของคุณเถิดค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก kids&family ปีที่ 9 ฉบับที่ 108
ที่มา http://www.elib-online.com E-LIB Electronic Library

http://board.palungjit.com/f6/%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%B5-%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94-271085.html

   rockonyou      12 ธ.ค. 53   เวลา 22:57:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 2  
 
รวบรวมคติธรรมดีๆมาให้อ่านกัน...


http://board.palungjit.com/f10/%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%B5-%E0%B9%86-%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99-178960-40.html

   rockonyou      12 ธ.ค. 53   เวลา 23:02:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 3  
 
"100 วิธี.......ดับทุกข์ "


81. แต่ความทุกข์จะหมดไป เพราะท่านมีจิตที่สงบและฉลาด รู้จักหยุดและปล่อยวาง รู้จักสร้างสรรค์และเสียสละ อย่างนี้เรื่อยไป

82. ในขณะที่ทำสมาธิ ถ้ามันมีความคิดมากมายประดังเข้ามา ก็จงดูมัน และรอมันสักครู่หนึ่ง ความคิดมากมายนั้นก็จะสลายไป

83. จงรู้ว่าสมาธินั้นจะต้องมีอยู่เสมอ แม้ท่านจะทำกิจการงานใด ๆ อยู่ก็ตาม

84. สมาธิเปรียบเสมือนลมหายใจที่มีอยู่ตลอดเวลา แต่ท่านลืมดูมันเท่านั้นเอง ถ้ารู้อย่างนี้ สมาธิก็จะกลายเป็นสิ่งที่ฝึกได้ไม่ยาก

85. เพียงแต่ท่านสำรวมจิตเข้ามา เลิกสนใจสิ่งภายนอกเสียเท่านั้น สมาธิก็จะปรากฏขึ้นมาในจิตทันที


http://board.palungjit.com/f14/100-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5-%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%8C-76573.html


   rockonyou      12 ธ.ค. 53   เวลา 23:09:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 4  
 
โคลงกลอน-สอนใจ

ถึงกลางวันสุริยันแจ่มประจักษ์ ไม่เห็นหน้านงลักษณ์ยิ่งมืดใหญ๋
ถึงราตรีมีจันทร์อำไพ ไม่เห็นโฉมประโลมใจก็มืดมนต์

"วิวาหพระสมุทร"

http://www.baanjomyut.com/10000sword/thaipoem/khon/page4.html

   rockonyou      12 ธ.ค. 53   เวลา 23:11:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 5  
 
หลวงพ่อพระราชพรหมยานเล่าพุทธพจน์เรื่องกายานุปัสสนามหาสติปัฏฐาน : สัมปชัญญบรรพ
กายานุปัสสนามหาสติปัฏฐาน : สัมปชัญญบรรพ


สัมปชัญญบรรพ

ดูกร ภิกษุทั้งหลาย อีกข้อหนึ่ง ภิกษุย่อมทำความรู้สึกตัวในการก้าว ในการถอย ในการแล ในการเหลียว ในการคู้เข้า ในการเหยียดออก ในการทรงผ้าสังฆาฏิบาตรและจีวร ในการฉัน การดื่ม การเคี้ยว การลิ้ม ในการถ่ายอุจจาระและปัสสาวะ ย่อมทำความรู้สึกตัว ในการเดิน การยืน การนั่ง การหลับ การตื่น การพูด การนิ่ง


ดังพรรณนามาฉะนี้ ภิกษุย่อมพิจารณาเห็นกายในกายภายในบ้าง พิจารณาเห็นกายในกายภายนอกบ้าง พิจารณาเห็นกายในกายทั้งภายในทั้งภายนอกบ้าง พิจารณาเห็นธรรมคือความเกิดขึ้นในกายบ้าง พิจารณาเห็นธรรมคือความเสื่อมในกายบ้าง พิจารณาเห็นธรรมคือทั้งความเกิดขึ้นทั้งความเสื่อมในกายบ้าง

ย่อมอยู่อีกอย่างหนึ่ง สติของเธอที่ตั้งมั่นอยู่ว่า กายมีอยู่ ก็เพียงสักว่าความรู้ เพียงสักว่าอาศัยระลึกเท่านั้น เธอเป็นผู้อันตัณหาและทิฐิ ไม่อาศัยอยู่แล้ว และไม่ถือมั่นอะไรๆ ในโลก ดูกรภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล ภิกษุชื่อว่าพิจารณาเห็นกายในกายอยู่ ฯ

จบสัมปชัญญบรรพ ๛
๏ สัมปชัญญะ คือความรู้ตัว ในตอนต้นตั้งแต่อานาปานสติ และอิริยาบถเป็นสติ คราวนี้เป็นสัมปชัญญะ คำว่ารู้ตัว รู้ตัวว่าเราทรงผ้าสังฆาฏิ นี่ตามแบบนา เราทรงบาตร เราทรงจีวร เราฉันข้าว หรือฉันน้ำ เราดื่ม เราเคี้ยว เราลิ้ม เราถ่ายอุจจาระ ถ่ายปัสสาวะ เราเดิน เรายืน เรานั่งเรานอน เราตื่นหรือเราหลับ เราพูดหรือว่าเรานิ่งอยู่ คือทำความรู้ตัวไว้ทุกอิริยาบถ ทุกอาการ จะเหมือนอย่างนี้หรือนอกจากนี้ก็ตาม จะทำอะไรก็ตาม รู้ตัวอยู่เสมอ ให้รู้ตัวไว้ บางคนพูดแล้วไม่รู้ว่าอะไร นี่แสดงว่าขาดสัมปชัญญะ เวลาจะพูดไม่ได้คิดก่อน อย่างนี้เรียกว่าขาดสติ เมื่อพูดไปแล้วจำไม่ได้เรียกว่าขาดสัมปชัญญะ

สรุปจากหนังสือมหาสติปัฏฐานสี่ พระมหาวีระ ถาวโร วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี


http://board.palungjit.com/f23/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%9E%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8F%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%9E-105299.html



   rockonyou      12 ธ.ค. 53   เวลา 23:16:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 6  
 
หลวงพ่อพระราชพรหมยานเล่าพระพุทธพจน์เรื่องกายานุปัสสนามหาสติปัฏฐาน : ปฏิกูลมนสิการบรรพ
กายานุปัสสนามหาสติปัฏฐาน : ปฏิกูลมนสิการบรรพ


ปฏิกูลมนสิการบรรพ

ดูกร ภิกษุทั้งหลาย อีกข้อหนึ่ง ภิกษุย่อมพิจารณาเห็นกายนี้แหละ แต่พื้นเท้าขึ้นไป แต่ปลายผมลงมา มีหนังเป็นที่สุดรอบ เต็มด้วยของไม่สะอาดมีประการต่างๆ ว่า มีอยู่ในกายนี้ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก เยื่อในกระดูก ม้าม หัวใจ ตับ ผังผืด ไต ปอด ไส้ใหญ่ ไส้ทบ อาหารใหม่ อาหารเก่า ดี เสลด หนอง เลือด เหงื่อ มันข้น น้ำตา มันเหลว น้ำลาย น้ำมูก ไขข้อ มูตร


ดูกร ภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนไถ้มีปากสองข้าง เต็มด้วยธัญชาติต่างชนิดคือ ข้าวสาลี ข้าวเปลือก ถั่วเขียว ถั่วเหลือง งา ข้าวสาร บุรุษผู้มีนัยน์ตาดีแก้ไถ้นั้นแล้ว พึงเห็นได้ว่า นี้ข้าวสาลี นี้ข้าว เปลือก นี้ถั่วเขียว นี้ถั่วเหลือง นี้งา นี้ข้าวสาร ฉันใด ภิกษุก็ฉันนั้นเหมือนกัน ย่อมพิจารณาเห็นกายนี้แหละ แต่พื้นเท้าขึ้นไป แต่ปลายผมลงมา มีหนังเป็นที่สุดรอบ เต็มด้วยของไม่สะอาดมีประการต่างๆ ว่า มีอยู่ในกายนี้ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก เยื่อในกระดูก ม้าม หัวใจ ตับ ผังผืด ไต ปอด ไส้ใหญ่ ไส้ทบ อาหารใหม่ อาหารเก่า ดี เสลด หนอง เลือด เหงื่อ มันข้น น้ำตา มันเหลว น้ำลาย น้ำมูก ไขข้อ มูตร

ดังพรรณนามาฉะนี้ ภิกษุย่อมพิจารณาเห็นกายในกายภายในบ้าง พิจารณาเห็นกายในกายภายนอกบ้าง พิจารณาเห็นกายในกายทั้งภายในทั้งภายนอกบ้าง พิจารณาเห็นธรรมคือความเกิดขึ้นในกายบ้าง พิจารณาเห็นธรรมคือความเสื่อมในกายบ้าง พิจารณาเห็นธรรมคือทั้งความเกิดขึ้นทั้งความเสื่อมในกายบ้าง

ย่อมอยู่อีกอย่างหนึ่ง สติของเธอที่ตั้งมั่นอยู่ว่า กายมีอยู่ ก็เพียงสักว่าความรู้ เพียงสักว่าอาศัยระลึกเท่านั้น เธอเป็นผู้อันตัณหาและทิฐิไม่อาศัยอยู่แล้ว และไม่ถือมั่นอะไรๆ ในโลก ดูกรภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล ภิกษุชื่อว่าพิจารณาเห็นกายในกายอยู่ ฯ


http://board.palungjit.com/f23/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%9E%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8F%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%9E-105437.html

   rockonyou      12 ธ.ค. 53   เวลา 23:18:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 7  
 
หงุดหงิดกับความไม่สมบูรณ์แบบ 1/2

   rockonyou      12 ธ.ค. 53   เวลา 23:30:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 8  
 
ไอ้จะให้....................ไปนำใคร...................ป๋มไม่เก่ง

แต่ให้นำ....................ตัวเอง........................น่ะพอได้

เพราะต่างคน.............ก็ต่างจิต.....................คิดกันไป

ใครเชื่อใจ.................ชอบแนวทาง...............ว่างตามมา.... 555555555.....



สวัสดี และขอบคุณ ครับ ท่านร๊อคออนยู..

   TONSOLO      13 ธ.ค. 53   เวลา 1:51:00    IP = 180.180.9.135
 


  คำตอบที่ 9  
 
ขอบคุณครับ...วันนี้ก็มาซะหัววันเลย....

   gula101      13 ธ.ค. 53   เวลา 3:28:00    IP = 110.49.204.128
 


  คำตอบที่ 10  
 
ทำมนักวิชาการทั้งหลายแหล ชอบพูดอะไรแล้วฟังเข้าใจยาก ฟังแล้วต้องเอาไปแปลอีกที ทั้งที่เป็นภาษาไทย แทบจะทุกคนเลยล่ะ

   Nylonman      13 ธ.ค. 53   เวลา 3:36:00    IP = 113.53.162.152
 


  คำตอบที่ 11  
 
ดีครับคุณ TONSOLO ทุกคนเเละอาจารย์ ช่วงนี้เอาเเน่นอนไม่ได้ครับอาจารย์ มาไม่เป็นเวลา พอดีติดธุระครับ ขอโทษด้วยเเละอนุโมทนาครับ

   rockonyou      13 ธ.ค. 53   เวลา 5:40:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 12  
 
ขอรับบริจาคของขวัญเพื่อน้อง วันเด็กแห่งชาติ 2554

...เปิด รับบริจาค ของขวัญเพื่อน้อง...ขอเชิญผู้ใหญ่ใจดีทุกท่าน ได้เปีป็นส่วนหนึ่งของโครงการแบ่งปันน้ำใจ เพื่อน้องเพื่อชุมชน บนพื้นที่ราบสูง โดย ชมรมยุวล้านนา(องค์กรสาธารณประโยชน์) ร่วมกับ ภาคีความร่วมมือ ได้จัดกิจกรรมแบ่งปัน เป็นประจำทุกปี ซึ่งในปี 2554 นี้ ได้กำหนดจัดกิจกรรมวันเด็กขึ้น ณ โรงเรียนบ้านห้วยข้าวลีบ ต.แม่วิน อ.แม่วาง เชียงใหม่ ทั้งนี้จึงขอรับบริจาค อาทิ ปัจจัย สิ่งของ อุปกรณ์การเรียน การสอน อุปกรณ์กีฬา เสื้อผ้ากันหนาว ผ้าห่ม ขนม ของเล่น เพื่อมอบให้นักเรียน น้องๆ โรงเรียนบ้านห้วยข้าวลีบ ในวันเด็กที่จะถึงนี้ สามารถติดต่อร่วมบุญได้ที่ พระอาจารย์กฤษณะชัย ปญฺญาวฑฺฒโณ 089-1920759 www.pcvcm.net หรือ Chailawa@hotmail.com การที่เราได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ แม้สิ่งของจะน้อยราคา แต่ด้วยน้ำใจที่ยิ่งใหญ่ เราจะไม่ลืมน้ำใจของทุกๆท่านเลย ขออนุโมทนาขอบคุณต่อกุศลจิตศรัทธามา ณ โอกาสนี้.....

http://board.palungjit.com/f179/%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%84-%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4-2554-a-271283.html

   rockonyou      13 ธ.ค. 53   เวลา 7:33:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 13  
 
ชอบมากครับ ... ผู้นำที่น้ำใจงาม ... ขอบคุณมากครับ .. ^_^

   chokchai      13 ธ.ค. 53   เวลา 9:35:00    IP = 223.207.1.244
 
 

Bigtone.in.th Online Music Store

Yamaha



ตั้งกระทู้ Login ก่อน Click ที่นี่
ผู้ตอบ :
รูปภาพ:  ( ไม่เกิน 150 K )
ข้อความ :
 

any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2015. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket