Home | Login | คอร์ด/เนื้อเพลง | Webboard | Classifieds | Music Jobs (หางาน) | TV / Video









(เพจ: โรงเรียนกีตาร์ไทย)


(เพจ: Guitarthai.com)
  ชีวิตของยุงที่เปรียบเสมือนผู้ที่ยังมืดบอด  
 
ปล. กระทู้นี้เป็นของคนอื่นนะครับ ไม่ใช่ของผม อย่าเข้าใจผิดนะครับ อนุโมทนาครับ

ชีวิตของยุงที่เปรียบเสมือนผู้ที่ยังมืดบอด

ไม่ได้แวะเวียนบอร์ดนี้มานาน เพราะช่วงนี้กำลังคร่ำเคร่งกับการปฏิบัติ

เรื่องนี้ผมแค่คิดพิจารณาเปรียบเทียบ เมื่อครองสติอยู่

อ่านเล่นๆ เพลินๆ เรื่อยๆ นะครับ

เมื่อขณะที่ผมนั่งทำสมาธิแบบสบายๆ เรื่อยๆ แบบครองสติ อยู่นอกบ้าน ช่วงหัวค่ำ แน่นอนว่า ยุงเป็นสิ่งที่รบกวนขณะที่ปฏิบัติแน่ แต่สำหรับผมธรรมดาไปแล้ว

ระหว่างนั้นเลยพิจารณาถึงชีวิตของยุงไปด้วย ก็เลยได้ธรรมะจากชีวิตของยุง

เริ่มเลยนะครับ

อาหารของยุง คือ เลือดของสัตว์ทั้งหลาย ยุงพยายามบินวนเวียนเพื่อที่จะเข้ามากินอาหารของมันให้ได้ แม้ว่าจะถูกปัด ถูกไล่ เป็นการเตือนไปแล้ว แต่ยุงก็ยังจ้องที่จะเข้ามากินอาหารของมัน เพราะมันหิว และเลือดก็คืออาหารของมัน เป็นตายยังไงก็ต้องเข้ามากิน

เมื่อมันแอบเข้ามากินอาหารของมันได้ โดยไม่ถูกไล่ เมื่อเจ้าของอาหารนั้นรู้สึกตัว ก็ถึงคราวตายของมันโดยทันที แต่ถ้าเจ้าของอาหารไม่หวงปล่อยให้มันกินต่อไป มันก็จะกินอย่างตะกละตะกรามยิ่งนัก กินจนเลือดทะลุออกทางก้น ก็ยังตั้งหน้าตั้งตากินต่อไป จนเลือดนั้นแข็งตัวตรงทางออกที่ก้นของยุง สุดท้ายก็แข็งหมดทั้งท้อง เมื่อเกิดความแน่นอึดอัดทรมาน ยุงก็ตาย (แต่บางตัวถึงขนาดท้องแตกตายตรงนั้นเลย) เปรียบเสมือนกับอาหารเป็นพิษ

แม้จะรู้ว่ามันจะต้องทุกข์ทรมานและต้องตายเพราะอาหารของมัน แต่มันก็ยังกิน เพราะความหิว และนี่คืออาหารของมัน

เปรียบเสมือนผู้ที่ยังถูกครอบไปด้วยกิเลสตัณหา ไม่มีแสงแห่งธรรมส่องสว่างให้ หรือส่องไปแล้ว แต่ไม่สนใจ ยังเที่ยวหลงระเริงไปกับกิเลสตัณหาอย่างไม่ยอมหยุดพัก มองไม่เห็นโทษของมัน

แม้จะมีกับดักที่เป็นทุกข์รออยู่ข้างหน้าก็มองไม่เห็น เพราะความเพลิดเพลินในกิเลสตัณหานั้น แม้จะมีการเตือนแล้ว จากหลายๆทาง ถึงความทุกข์ที่รออยู่ข้างหน้า ก็ไม่รับรู้ถึงการเตือนนั้น

เปรียบได้กับยุงที่เที่ยวเสาะแสวงหาอาหารของมันด้วยความหิวกระหาย แม้จะมีการปัดไล่เพื่อเป็นการเตือนแล้ว แต่ก็ไม่ยอมหลีกหนีไป

เมื่อได้เสพสมตามที่กิเลสตัณหาพามาแล้ว ก็บังเกิดความเพลิดเพลินในกิเลสตัณหานั้น จนยิ่งหลงถลำลึกเข้าไปมากขึ้น ยิ่งอยากเสพมากขึ้น และเริ่มเสพอย่างตะกละตะกราม โทษทุกข์เริ่มเข้ามาเยือนแล้ว แต่ก็ยังมองไม่เห็น เพราะความสนุก ความเพลิดเพลินในกิเลสตัณหานั้น มันบังใจไว้หมดสิ้น

เปรียบเสมือนกับยุง ที่กินอย่างตะกละตะกราม ยิ่งกินยิ่งเพลิน โดยหารู้ไม่ว่าอาหารของมันกำลังก่อโทษให้มันอยู่

และผลสุดท้าย โทษทุกข์ตามกฏแห่งกรรมนั้น ได้มีพลังที่จะส่งผลให้แล้ว เมื่อความทุกข์ทรมานจากการเสพกิเลสตัณหาได้เข้ามาเยือน ก็บังเกิดความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส และก่อความทุกข์ให้แก่จิตใจของตัวเองอย่างมาก เพราะไม่เคยเตรียมใจมาก่อน เคยเสพแต่ความเพลิดเพลิน ความสนุก เลยไม่มีกำลังใจที่จะสู้กับความทุกข์ ที่เป็นผลของกรรมนั้น

บางชีวิต ระลึกได้ก่อนตาย ว่าทุกข์นี้เป็นเพราะกรรมอันใดของตน แต่ก็สายไปเสียแล้ว

บางชีวิต ระลึกไม่ได้ หรือไม่มีโอกาสให้ระลึกถึงกรรมของตนก่อนตายด้วยซ้ำ

หนทางข้างหน้าในภพใหม่ที่มืดมน และทุกข์ระทม ช่างน่าเวทนาสงสาร เสียเหลือเกิน

แล้วทุกวันนี้ เราเป็น มนุษย์ หรือเป็น ยุง อยู่หนอ

ขอให้เจริญในธรรมครับ

http://board.palungjit.com/f8/%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%94-275766.html


rockonyou      18 ม.ค. 54   เวลา 3:32:00       พิมพ์   แจ้งลบ      IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 1  
 
-พุทธภาษิต-


ปาปํ ปาเปน จินฺติตํ
ความชั่ว คนชั่วคิด


http://www.baanjomyut.com/10000sword/thaipoem/buddishpoem/page02.html


   rockonyou      18 ม.ค. 54   เวลา 3:34:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 2  
 
นัยอันล้ำลึกของคำว่า "ขอบคุณ" บทความธรรมะดีๆ มีให้อ่านที่นี่ทุกวันค่ะ

http://board.palungjit.com/f6/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2-%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93-%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%86-%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B0-270825.html

   rockonyou      18 ม.ค. 54   เวลา 3:37:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 3  
 
รวบรวมคติธรรมดีๆมาให้อ่านกัน...

http://board.palungjit.com/f10/%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%B5-%E0%B9%86-%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99-178960-42.html

   rockonyou      18 ม.ค. 54   เวลา 3:43:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 4  
 
มงคล 38 ประการ

มงคลที่ ๗. ความเป็นพหูสูตร

การสนใจ ใฝ่คว้า หาความรู้
ให้เป็นผู้ แก่เรียน เพียรศึกษา
มีศีลดี สติมั่น เกิดปัญญา
ย่อมนำพา ตัวรอด เป็นยอดดี

คือ เป็นผู้ที่ฟังมาก เล่าเรียนมาก เป็นผู้รอบรู้ โดยมีลักษณะดังนี้คือ

๑. รู้ลึก คือการรู้ในสิ่งนั้นๆ เรื่องนั้นๆ อย่างหมดจดทุกแง่ทุกมุม อย่างมีเหตุมีผล รู้ถึงสาเหตุจนเรียกว่าความชำนาญ

๒. รู้รอบ คือการรู้จักช่างสังเกตในสิ่งต่างๆ รอบตัว เช่นเหตุการณ์แวดล้อมเป็นต้น

๓. รู้กว้าง คือการรู้ในสิ่งใกล้เคียงกับเรื่องนั้นๆ ที่เกี่ยวข้องกัน สัมพันธ์กันเป็นต้น

๔. รู้ไกล คือการศึกษาถึงความเป็นไปได้ ผลในอนาคตเป็นต้น

ถ้าอยากจะเป็นพหูสูตก็ควรต้องมีคุณสมบัติดังว่านี้คือ

๑. ความตั้งใจฟัง ก็คือชอบฟัง ชอบอ่านหาความรู้ และค้นคว้าเป็นต้น

๒. ความตั้งใจจำ ก็คือรู้จักวิธีจำ โดยตั้งใจอ่านหรือฟังในสิ่งนั้นๆ และจับใจความให้ได้

๓. ความตั้งใจท่อง ก็คือท่องให้รู้โดยอัตโนมัติ ไม่ลืม ในสิ่งที่เป็นสาระสำคัญ

๔. ความตั้งใจพิจารณา ก็คือการรู้จักพิจารณา ตรึกตรองในสิ่งนั้นๆอย่างทะลุปรุโปร่ง

๕. ความเข้าใจในปัญหา ก็คือการรู้อย่างแจ่มแจ้งในปัญหาอย่างถ่องแท้ด้วยปัญญา

http://www.wing4.rtaf.mi.th/project_38/007.html

http://board.palungjit.com/f8/%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1-274786.html


   rockonyou      18 ม.ค. 54   เวลา 3:46:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 5  
 
อยู่กับโลกก็ไม่ควรฝืนกระแสโลก

ถาม : การอยู่ในทางโลก เราต้องทำงานคนเดียวไม่มีเพื่อนฝูง กับการที่เราคบเพื่อนฝูงในการทำงานธุรกิจเพื่ออาศัยประโยชน์จากสายสัมพันธ์ เราจะตัดสินใจคบหาเพื่อนที่มีจิตใจมัวหมอง เต็มไปด้วยโลภ โกรธ หลง ทำให้เรามีช่องทางในการทำมาหากินเพิ่มขึ้น อันนี้เราจะต้องตั้งใจแบบกลางๆ ดี หรือว่าอยู่คนเดียวพึ่งตนเองอย่างใดจะเหมาะสมกว่า ?

ตอบ:  ถ้าเราอยู่กับโลก เราไม่ควรฝืนกระแสโลก เพราะจะทำให้ไม่ได้ลำบากแต่ตัวเรา แต่เราสร้างทุกข์สร้างโทษให้กับคนอื่นด้วย คนที่หมั่นไส้เรา หากเขาคิดก็เกิดมโนกรรมแก่ตัวเอง หากเขาพูดก็เกิดวจีกรรมแก่ตัวเอง และถ้าหากเขาทำยิ่งเกิดทั้่งกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ครบถ้วนสมบูรณ์

ดังนั้นจะไม่ใช่แค่เกิดความลำบากแก่ตัวเรา แต่เราสร้างความลำบากให้คนอื่นเขาด้วย ถ้าหากว่าไม่ถึงขนาดล่วงศีลแล้วก็คบหาสมาคมเขาไปเถอะ เพียงแต่ให้เรารู้ว่าที่เราคบเขาอยู่นี้เพื่ออะไร อันดับแรก-ถ้าคิดกันอย่างคนกิเลสท่วมหัวคือเพื่อประโยชน์ของเรา อันดับที่สอง-ถ้า คิดกันอย่างผู้ปฏิบัติธรรมก็คือ อย่างน้อยๆ ก็อย่าสร้างทุกข์เวรภัยให้แก่คนอื่นด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ ของเรา การอยู่ในโลกจุดสำคัญอยู่ที่ว่า เราไปตามโลกแต่ไม่คิดโลก เหมือนกับน้ำกลิ้งบนใบบัว บนใบบอน เราไม่ติดในโลก เราต้องมีศีลเป็นฉนวนกั้นอยู่ชั้นหนึ่งไปแค่กรอบของศีลแล้วเราก็ถอยกลับ ถ้านอกเหนือจากนั้นแล้วไม่ไปหาข้ออ้างอะไรให้มันฟังขึ้น ถ้าหากหมดท่าจริงๆ ก็บอกเพื่อนไปว่าผมไม่เอากับคุณด้วยหรอก ตอนนี้หลวงพ่อสั่งผมให้ถือศีลทุกวัน ว่าไปตรงๆเลยก็ได้

สนทนากับพระเล็ก สุธมฺมปญฺโญ
เดือนมกราคม ๒๕๔๖(ต่อ)
ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ

http://board.palungjit.com/f61/%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%9D%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81-243979.html

   rockonyou      18 ม.ค. 54   เวลา 3:53:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 6  
 
ทำอย่างไรให้การปฏิบัติธรรมก้าวหน้า

ถาม : คนที่มีการปฏิบัติอยู่ตลอดเวลานี่ ...(ไม่ชัด)...จะมากกว่าคนทั่วไปใช่ไหมคะ ?

ตอบ : ก็ไม่แน่เหมือนกัน ปฏิบัติอยู่ตลอดเวลาแต่ฟุ้งซ่านก็ไม่เอาไหนอยู่นะจ๊ะ

ท่านหมายความว่ากำลังใจของเขา ถ้ามุ่งตรงแล้วต้องเป็นหนึ่ง ลักษณะเหมือนท่อน้ำท่อหนึ่ง ถ้าหากว่าแตกแขนงออกมากมายเท่าไรก็ตาม กำลังน้ำที่จะมุ่งตรงไปก็เบาลงเท่านั้น ใช้งานได้ยาก

แต่ถ้าเราปิดท่อที่แตกแขนงออกไปให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะมากได้ กำลังน้ำก็จะแรงขึ้นและมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเต็มกำลัง ลักษณะเดียวกับที่เราสำรวม ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เหล่านี้เป็นต้น

ถ้าหากว่าไม่เปิดช่องให้แลบออกไปข้างนอกได้ การที่กำลังรวมตัว การตัดกิเลสต่างๆ ก็ง่ายขึ้น

ถาม : อย่างนี้พูดง่ายๆ คือการรักษากำลังใจให้มั่นคงใช่ไหมคะ ?

ตอบ : จ้ะ แต่การรักษากำลังใจให้มั่นคงนั้นไม่ยาก ไปยากตรงที่ต้องทำให้ต่อเนื่อง เพราะว่ากำลังใจของเราเป็นฌานโลกีย์ พอเรารวมกำลังใจได้ก็จะมั่นคง ทรงฌาน ๔ ก็ทรงเป๋งเลย

แต่ทำอย่างไรที่เราจะรักษาอารมณ์ให้ต่อเนื่องยาวนานได้ ตรงนี้สำคัญกว่า

ส่วนใหญ่พวกเราจะประสบปัญหาก็คือว่า พอเลิกภาวนาแล้วก็เลิกเลย อย่างนั้นใช้ไม่ได้ ลักษณะเหมือนกับว่าหากินทีละมื้อ ตำข้าวสารกรอกหม้อเฉยๆ พอเราแลกภาวนา ลุกขึ้นแล้วต้องรักษาอารมณ์ตอนนั้นให้อยู่กับเรา ให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ เพื่อให้จิตของเราชินกับการที่กิเลสหรือว่านิวรณ์โดนกดเอาไว้ก่อน จนกว่าเราจะละกิเลสนั้นได้เอง

ถ้าเรากดกิเลสไว้จนชิน เราก็มีสิทธิ์ที่จะบรรลุมรรคผลได้ เรียกว่า บรรลุโดย เจโตวิมุติ คือการใช้กำลังใจข่มเอาไว้ เขาเปรียบเหมือนการเอาหินทับหญ้า ทับไปนานๆ เข้าหญ้าก็ตายไปเอง เราจึงต้องพยายามทับหญ้าเอาไว้ ให้ยาวนานที่สุดเท่าที่เราทำได้ ไม่ใช่ลุกขึ้นแล้วเลิกเลยนะ

ตัวรักษาอารมณ์ต่อเนื่องสำคัญที่สุดในการปฏิบัติ จะก้าวหน้าหรือไม่ก้าวหน้าก็อยู่ตรงนี้แหละ

ถ้าเราไม่รักษาให้ต่อเนื่อง ไม่หมั่นพิจารณาดูว่า เหตุอะไรที่ทำให้ใจของเราสบายแล้วทำเหตุนั้น เหตุอะไรที่ทำให้ใจเราไม่สบายแล้วละเหตุนั้นเสีย

ถ้าเราไม่รู้จักเลือกหาตรงจุดนี้ แล้วรักษาอารมณ์เราให้ต่อเนื่องในด้านดีเอาไว้ เราก็จะก้าวหน้าลำบาก จะสงสัยว่า เอ๊ะ..ทำเท่าไรๆ ก็ได้แค่นั้น ก็เราทำแค่นั้น เราไม่ทำให้เยอะกว่านั้นนี่

ถาม : เรียกว่าล้มเหลวได้ไหมคะ ?

ตอบ : จะเรียกว่าล้มเหลวก็ได้ แต่จริงๆ ก็ยังได้อยู่คือ ได้ทำ ...(หัวเราะ)... ได้ทำนี่เหนื่อย แต่ผลที่ได้รับมีน้อย

สนทนากับพระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ
ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ เดือนสิงหาคม ๒๕๔๔

ที่มา : http://www.watthakhanun.com/webboard...ead.php?t=1898

http://board.palungjit.com/f61/%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2-243074.html

   rockonyou      18 ม.ค. 54   เวลา 3:55:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 7  
 
ธรรมะ
คำสอน หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ

“สิ่งทั้งหลายเกิดจากเหตุ”

   rockonyou      18 ม.ค. 54   เวลา 3:58:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 8  
 
Dharma@Hand Lite ธรรมะใสใส ใกล้ตัวคุณ

‎"ความทุกข์ของคนประการหนึ่ง คือต้องการให้คนอื่นเป็นอย่างที่ตัวเองคิด ขณะที่ตนก็เป็นอย่างที่คนอื่นอยากให้เป็นไม่ได้"

พระอุดมญาณโมลี (จันทร์ศรี จนฺททีโป)

   rockonyou      18 ม.ค. 54   เวลา 3:59:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 9  
 
ลีลาชีวิต : ตอน สวัสดีปีชวด โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ

   rockonyou      18 ม.ค. 54   เวลา 4:10:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 10  
 
"ที่เราไม่เห็นธรรม ก็เพราะตัณหา"

(หลวงปู่ชา สุภัทโท)

   rockonyou      18 ม.ค. 54   เวลา 4:31:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 11  
 
ธรรมะ
คำสอนหลวงพ่อจรัญ

"อยู่กับคนต้องอดทนตลอดไป"

   rockonyou      18 ม.ค. 54   เวลา 4:32:00    IP = 24.90.219.121
 


  คำตอบที่ 12  
 
ขอบคุณครับ.....

   gula101      18 ม.ค. 54   เวลา 5:11:00    IP = 125.26.224.20
 


  คำตอบที่ 13  
 
ขอบคุณครับ

   johnny guitar      18 ม.ค. 54   เวลา 7:55:00    IP = 58.9.229.220
 


  คำตอบที่ 14  
 
อนุโมธนาครับ

   ลาบหลู้      18 ม.ค. 54   เวลา 8:57:00    IP = 110.164.244.177
 


  คำตอบที่ 15  
 
ได้ข้อคิดดีๆเสมอเลย

   32049 PB      18 ม.ค. 54   เวลา 11:51:00    IP = 125.27.155.123
 


  คำตอบที่ 16  
 
ขอบคุณมากๆครับ

   brucci      18 ม.ค. 54   เวลา 12:51:00    IP = 115.87.202.154
 


  คำตอบที่ 17  
 
-ขอบคุณมากครับ สำหรับข้อคิด

   สมาชิกแบบพิเศษ      mawmeaw99      18 ม.ค. 54   เวลา 13:27:00    IP = 202.91.18.194
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 18  
 
ชีวิตยุง.....................มีแต่เลือด..................เป็นอาหาร

จะเลือกกิน.................เลือกรับทาน.............คงไม่ได้

แต่คนเรา...................ถ้าพูดถึง...................แก่นของใจ

จะเลือกทาน...............สิ่งไหน?..................บุญหรือกรรม..

สวัสดีครับท่าน ร๊อคออนยู... แวะมาดูดบุญจร้า....

   TONSOLO      18 ม.ค. 54   เวลา 13:34:00    IP = 125.26.37.108
 
 

Bigtone.in.th Online Music Store

Yamaha



ตั้งกระทู้ Login ก่อน Click ที่นี่
ผู้ตอบ :
รูปภาพ:  ( ไม่เกิน 150 K )
ข้อความ :
 

any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2015. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket