Home | Login | คอร์ด/เนื้อเพลง | Webboard | Classifieds | Music Jobs (หางาน) | TV / Video









(เพจ: โรงเรียนกีตาร์ไทย)


(เพจ: Guitarthai.com)
  โชคดี...(พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก) & ความสำเร็จ เกิดจาก ศรัทธา  
 
สวัสดีครับทุกท่าน


rockonyou      9 ธ.ค. 54   เวลา 4:13:00       พิมพ์   แจ้งลบ      IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 1  
 
โชคดี...(พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก)

คำพูดว่า "โชคดี" เป็นคำที่มีความหมาย
เป็นภาษาศักดิ์สิทธิ์สำหรับชีวิต
เหมือนกับว่าเราตั้งโปรแกรมการมองโลก
ในแง่บวกไว้ในจิตใจของเราเสมอ
เพราะใจเป็นประธาน
ใจเป็นหัวหน้าของชีวิต
ใจเป็นหัวหน้าของชีวิต
ทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยใจ
ถ้ามีกำลังใจดีแล้ว คิดดี พูดดี ทำดี
ทุกอย่างก็จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นได้

คัดลอกจาก...ปกหลังหนังสือ "โชคดี"
พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=25707

   rockonyou      9 ธ.ค. 54   เวลา 4:15:00    IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 2  
 
สวัสดีครับพี่ rockonyou

งั้น "โชคดี" มันเป็แค่มุมมองใช่มั้ยครับ มันไม่ใช่ "โชคดี" จริงๆ ??

   สมาชิกแบบพิเศษ      sai077      9 ธ.ค. 54   เวลา 4:33:00    IP = 223.206.77.193
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 3  
 
ปล. ขออภัยครับ ขอเปลี่ยนกระทู้หน่อยครับ พอดี post ผิดครับ

ความว่างที่สร้างความสุข

เรื่อง ความว่างที่สร้างความสุข

นักปราชญ์ชาวเอเชียวัยกลางคนหนึ่งเล่าว่า มีชายหนุ่มอยู่คนหนึ่ง แกเป็นคนอัตคัตความสุข พยายามแสวงหาความสุขจากวิธีการต่างๆ แต่แล้วก็ยังรู้สึกว่า ไม่ใช่ความสุขแท้ที่ตัวเองต้องการ

อยู่มาวันหนึ่ง มีผู้แนะนำว่า ถ้าอยากมีความสุขก็ควรจะมีบ้านเป็นของตัวเอง เพราะในบ้านของเรานั้น เราสามารถเป็นเจ้าของทุกอย่างในบ้านโดยที่ไม่ต้องมีใครมาคอยกวนใจ ซ้ำยังมีอิสระที่จะเสกสรรค์ปั้นแต่งหรือจัดบ้านให้เป็นไปตามความต้องการของตนเองอย่างไรก็ได้

เขาเชื่อตามที่มีผู้แนะนำ จึงตัดสินใจสร้างบ้านขึ้นมาหลังหนึ่ง เมื่อแรกสร้างบ้านนั้น บ้านของเขาหลังใหญ่ทีเดียว พอมีบ้านแล้ว เขามีความสุขมาก เขาเริ่มจัดบ้านตามต้องการ และเริ่มหาข้าวของต่างๆ มากมาย มากองไว้ในบ้านทีละอย่างสองอย่าง จนกระทั่งวันหนึ่ง ห้องว่างๆ ในบ้านของเขาก็หายไป ทุกพื้นที่ในบ้านเต็มไปด้วยข้าวของระเกะระกะ มองไปทางไหนก็รกหูรกตา

ทีนี้ชายหนุ่ม เริ่มรู้สึกว่าบ้านของตนเองช่างเป็นสถานที่ที่ไม่น่า อยู่ อากาศก็อุดอู้ เขาเริ่มบ่นกับตัวเองว่าคิดผิดถนัดที่สร้างบ้านขึ้นมา เพราะนึกว่าบ้านจะให้ความสุขได้นานๆ บางวันเขาก็ครุ่นคำนึงว่า น่าจะสร้างบ้านให้หลังใหญ่กว่านี้ จะได้บรรจุอะไรต่อมิอะไรได้เยอะๆ ตามต้องการ

ขณะที่เขาเริ่มไม่มีความสุขเพราะบ้านกลายเป็นโกดังเก็บของนั้นเอง ก็มีนักปราชญ์คนหนึ่งผ่านมาแถวนั้น เขาบ่นดังๆ จนปราชญ์คนนั้นได้ยิน นักปราชญ์หนุ่มจึงแนะนำว่า ถ้าเขาอยากให้บ้านเป็นสถานที่แห่งความสุข ก็ไม่เห็นจะยากอะไร เพียงแต่ขนข้าวของทั้งหมดออกมาวางข้างนอกบ้านเสียก็หมดเรื่อง

ชายหนุ่มได้ยินเช่นนั้น รีบทำตามทันที เขาเริ่มขนข้าวของซึ่งโดยมากล้วนเป็นสิ่งซึ่งไม่จำเป็น หากแต่เขาเก็บเอาไว้เพราะความละโมภมากกว่าออกมาทิ้งนอกบ้าน ขนอยู่สองวัน จนบ้านว่าง โล่ง และดูกว้างขึ้นมาผิดหูผิดตา คราวนี้เขามีความสุขมาก รำพึงกับตัวเองว่า แหม บ้านของฉันช่างกว้างขวาง และน่าอยู่เสียนี่กระไร นักปราชญ์ได้ยินแล้วก็ได้แต่อมยิ้ม ก่อนจะเปรยขึ้นมาว่า บ้านของเจ้าน่ะ มันกว้างขวาง ว่าง โล่ง และน่าอยู่มาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว เจ้าของต่างหากล่ะที่ทำให้มันไม่น่าอยู่ ด้วยการบรรจุอะไรๆ ที่เกินจำเป็นใส่เข้าไป จนบ้านกลายสภาพเป็นกองขยะดีๆ นี่เอง

ใช่หรือไม่ว่า คนส่วนใหญ่ที่กำลังกวาดตามองหาความสุขและพยายามที่จะเติมสิ่งนั้นสิ่งนี้เข้าไปในชีวิต แต่แล้วก็ยังคงรู้สึก “พร่อง” หรือหมักหมมไปด้วยความทุกข์อยู่เหมือนเดิม ไม่แตกต่างอะไรกับชายเจ้าของบ้านในนิทานปรัชญาเรื่องนี้

การจัดการชีวิตให้มีความสุขนั้น ทางที่ถูก อาจไม่ใช่การใส่อะไรลงไปในชีวิต แต่แท้ที่จริงแล้ว คือการถ่ายเท ปล่อยวาง หรือระบายบางสิ่งบางอย่างออกจากชีวิตมากกว่า

ในพุทธศาสนานั้น เราถือกันว่า ความสุขอาจเกิดจากความมี (สามิสสุข) ก็ได้ แต่ที่เหนือกว่านั้น ความสุขอาจเกิดจากความเป็นอิสระจากความมีก็ได้ด้วย (นิรามิสสุข)

บ้านแห่งชีวิตของเรา เมื่อแรกสร้างก็ดูโปร่ง โล่ง เป็นระเบียบเรียบร้อย สบายหูสบายตา แต่เมื่ออยู่กันไป อะไรๆ ก็ชักจะเพิ่มขึ้น และบางทีเพิ่มมากมายจนกลายเป็นปัญหาอันบั่นทอนต่อความสุขในชีวิตคู่

จะดีกว่าไหม หากมีเวลาว่าง คนรักกัน น่าจะลองหาวิธีทำพื้นที่หัวใจให้ว่างด้วยการถอดถอนบางอย่างทิ้งออกไป

ขอเพียงเรียนรู้ที่จะลดบางอย่างลงไป ความสุขในหัวใจก็คงจะเพิ่มขึ้น

ความสุข บางครั้งอาจไม่ได้ผูกพันอยู่กับความมี แต่บางที... อาจมาจากความว่าง

From : สถาบันวิมุตตยาลัย

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=26144



   rockonyou      9 ธ.ค. 54   เวลา 4:34:00    IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 4  
 
คติธรรม ๑๐๘ : ท่านพ่อลี ธมฺมธโร

ค ติ ธ ร ร ม ๑ ๐ ๘
พระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรามธาจารย์ (ท่านพ่อลี ธมฺมธโร)
วัดอโศการาม อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

เรื่องพุทธศาสนา

๗.พระพุทธรูป เป็นพุทธนิมิตภายนอก สำหรับเป็นที่กราบไหว้สักการะ
ธรรมะภายนอกสำหรับให้คนได้สดับฟังศึกษาเล่าเรียน สังฆะภายนอก
สำหรับเป็นพี่เลี้ยงคอยตักเตือนว่ากล่าวสั่งสอน

ส่วนรัตนภายในนั้นคือ การทำพุทธะ ธรรมะ สังฆะ ให้มีขึ้นในจิตใจ

๘.คนที่มีศีล มีทาน แต่ไม่มีภาวนา ก็เท่ากับถือศาสนาเพียงครึ่งเดียว

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=25776

   rockonyou      9 ธ.ค. 54   เวลา 4:40:00    IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 5  
 
รวบรวมคติธรรมดี ๆ มาให้อ่านกัน...

http://board.palungjit.com/f10/%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%B5-%E0%B9%86-%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99-178960-19.html


   rockonyou      9 ธ.ค. 54   เวลา 4:40:00    IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 6  
 
วิ่งตามโลกไม่ทัน

   rockonyou      9 ธ.ค. 54   เวลา 4:52:00    IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 7  
 
-จง-

อ่าน... แล้วใช้วิจารณญาณ เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการดำเนินชีวิต

จงเขียนข้อความสั้นๆ ในบัตรอวยพรส่งถึงเพื่อน ที่ไม่ได้พบกันมามานแล้ว ในวันเกิดของเขา

http://www.baanjomyut.com/10000sword/jong/page5.html


   rockonyou      9 ธ.ค. 54   เวลา 4:56:00    IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 8  
 
ถึงคุณ sai077 ครับ ความหมายของหลวงพ่อ คือ ท่านสอนให้เรามองโลกในเเง่ดีครับ ( ผมอ่านเเล้วตีความว่าอย่างนี้นะ ) ถ้าเรามองโลกในเเง่ดี อะไรๆก็ดีครับ สิ่งเเรกที่เราจะเห็นก็คือ จิตใจเราจะเป็นสุขครับ นี่คึืือ ข้อดีของการมองโลกในเเง่ดี หากลองสังเกตดูดีๆ เวลาที่เรามองโลกในเเง่ร้าย เราจะรู้สึกหม่นๆ เเน่นๆในใจ กลับกัน ถ้าเรามองในเเง่ดี เราจะรู้สึกโล่งเเละโปร่งสบาย อะไรประมาณนี้ เพราะฉะนั้น มองโลกในเเง่ดีเอาไว้ครับทุกคน อนุโมทนาครับ

   rockonyou      9 ธ.ค. 54   เวลา 5:12:00    IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 9  
 
ธรรมะ สวัสดี ครับ..........

   สมาชิกแบบพิเศษ      peter midi      9 ธ.ค. 54   เวลา 6:24:00    IP = 223.207.147.70
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 10  
 
ขอบคุณครับ

   Nattius      9 ธ.ค. 54   เวลา 11:07:00    IP = 202.29.26.252
 


  คำตอบที่ 11  
 
อยากทราบความเห็นคนมีจิตกุศลแบบพี่คับ รบกวนด้วยคับ

http://www.guitarthai.com/webboard/question.asp?QID=315720

   rockerchill  9 ธ.ค. 54   เวลา 12:13:00    IP = 58.11.168.219
 


  คำตอบที่ 12  
 
++++ โชคดีครับ

   พายุลูกเห็บ      9 ธ.ค. 54   เวลา 13:56:00    IP = 124.121.117.69
 


  คำตอบที่ 13  
 
เรื่องที่คุณ rockerchill ให้ผมเข้าไป comment อันนี้ผมต้องขอเเล้วกันครับ เพราะเรื่องนี้นั้นยากที่จะอธิบายครับ ผมก็ยังไม่ถ่องเเท้เท่าไร เเต่ยังไง ถ้าเราทําเพลงที่ทําเเล้วสร้างสรรค์สังคม เนื้อหาไปในทางให้กําลังใจคน ชักชวนให้คนทําดี หรือทําเป็นเพลงธรรมะ อันนี้เราจะสามารถสร้างกุศล คือ สร้างบุญใหญ่จากเสียงเพลงได้อย่างดีทีเดียวดั่งที่พี่ ป่าอ้น เคยทําออกมา ผมอยากเชิญชวนให้พี่ๆน้องๆในเวป guitar ทําเพลงสร้างสรรค์สังคมออกมาเยอะๆนะครับ เพราะดนตรีที่ทํานั้นจะเป็นบุญใหญ่ได้ด้วยเช่นกันครับ ตามนี้ครับ อนุโมทนาครับ

   rockonyou      10 ธ.ค. 54   เวลา 5:40:00    IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 14  
 
ขออภัยด้วยครับ พอดีผมได้มาดูกระทู้เก่า ๆ กระทู้นี้ และเห็นว่า ลืม post หัวข้อ ความสำเร็จเกิดจากศรัทธา ที่ผมได้ post เอาไว้ข้างต้น ผมลอง search แล้ว แต่คิดว่ากระทู้นี้ไม่มีแล้ว ยังไงขอผ่านไปก็แล้วกันครับ ขออภัยด้วยครับ

   rockonyou      6 ต.ค. 59   เวลา 1:52:00    IP = 72.69.135.115
 


  คำตอบที่ 15  
 
อนุโมทนาครับทุกท่าน ขอให้โชคดีครับ

   rockonyou      29 เม.ย. 63   เวลา 7:54:00    IP = 24.90.61.129
 
 

Bigtone.in.th Online Music Store

Yamaha



ตั้งกระทู้ Login ก่อน Click ที่นี่
ผู้ตอบ :
รูปภาพ:  ( ไม่เกิน 150 K )
ข้อความ :
 

any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2015. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket