Home | Login | คอร์ด/เนื้อเพลง | Webboard | Classifieds | Music Jobs (หางาน) | TV / Video









(เพจ: โรงเรียนกีตาร์ไทย)


(เพจ: Guitarthai.com)
  วันนี้ตรงกวันที่ "เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒจารย์ (โต) พรหมรังสี สิ้นชีพตักษัย" นะคะ  
 
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันนี้นำประวัติของ เจ้าประคุณสมเด็จท่าน มาให้พี่ๆน้องๆได้รู้จัก กันนะคะ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ

ทรงเรียบเรียงประวัติของเจ้าประคุณสมเด็จฯ ไว้เป็นความย่อๆเรียกว่า “เรื่องตั้งพระราชาคณะผู้ใหญ่ในกรุง

รัตนโกสินทร์” พิมพ์ขึ้นปีพ.ศ. 2466 กล่าวว่า “…สมเด็จพระพุฒาจารย์ มีนามเดิมว่า “โต” เมื่ออุปสมบทใน

พระพุทธศาสนา ได้นามฉายาว่า “พรหมรังสี” อุบัติขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 5 ขึ้น 12 ค่ำ ปีวอก ตรงกับวัน

ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2331 ที่บ้านท่าหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา…” โยมบิดาของสมเด็จ คือ พระบาท

สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ครั้งทรงพระยศเป็น เจ้าพระยาจักรี โยมมารดาชื่อนางงุด บุตรของ

นายผลกับนางลา ชาวนาเมืองกำแพงเพชร โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ เป็นโอรสนอกเศวตฉัตรของพระบาท

สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
+
+
บรรพชาและอุปสมบท

เมื่อถึงวัยพอสมควรแล้วได้บรรพชาเป็นสามเณรในพระพุทธศาสนา ต่อมาปรากฏว่า พระบาทสมเด็จพระ

พุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงโปรดและเมตตาสามเณรโตเป็นอย่างยิ่ง ครั้นอายุครบอุปสมบทปีพ.ศ.

2350 ได้โปรดเกล้าฯให้อุปสมบทเป็นนาคหลวงที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีสมเด็จพระสังฆราช (สุก) เป็น

พระอุปัชฌาย์ ในรัชกาลที่ 2 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงโปรดฯรับไว้ในพระราชูปถัมภ์
+
+
ธุดงควัตรและไม่ปรารถนาสมณศักดิ์

ครั้นถึงรัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จะทรงสถาปนาสมณศักดิ์เพื่อยกย่องในกิตติคุณ และ

เกียรติคุณแต่ท่านไม่ยอมรับ (ปกติท่านไม่ปรารถนายศศักดิ์ดังจะเห็นได้จากเจ้าประคุณสมเด็จฯ ศึกษาพระ

ธรรมวินัยแตกฉาน แต่ไม่ปรารถนายศศักดิ์จึงไม่ยอมเข้าแปลหนังสือเพื่อเป็นพระเปรียญ) ต่อมาเล่ากันว่า “…

ท่านออกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ และได้สร้างปูชนียสถานในที่ต่างๆกัน เช่น สร้างพระพุทธไสยาศน์ไว้ที่วัด

สตือ ตำบลไก่จัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สร้างพระพุทธรูปหลวงพ่อโต วัดไชโย จังหวัดอ่างทอง นอกจาก

นี้ยังมีปูชนียสถานที่เจ้าประคุณสมเด็จฯได้สร้างไว้ในที่ต่างๆอีก ซึ่งทุกอย่างที่ท่านสร้างจะมีขนาดใหญ่โตสม

กับชื่อของพระคุณท่าน อนึ่ง เจ้าประคุณสมเด็จฯ ไม่ว่าท่านจะไปอยู่ ณ ที่ใดๆท่านย่อมเป็นที่รักใคร่

ของมหาชนทุกหนทุกแห่งและด้วยบารมีของเจ้าประคุณสมเด็จฯนี้เอง จึงทำให้บรรดาพุทธศาสนิกชนในยุค

นั้นเคารพเลื่อมใส ดังจะเห็นได้จาก พระพุทธรูปองค์ใหญ่โตที่ท่านสร้างจะต้องใช้ทุนทรัพย์และแรงงาน

จำนวนมากในการก่อสร้าง จึงจะทำได้สำเร็จ ฉะนั้น จึงสรุปได้อย่างไม่ต้องสงสัยเลยว่าเมื่อท่านจะทำการใด

คงจะต้องมีผู้อุทิศทั้งทรัพย์และแรงงานช่วยทำการก่อสร้างปูชนียวัตถุจึงสำเร็จสมดังนามของท่านทุก

ประการ
+
+
สมณศักดิ์สมเด็จพระพุฒาจารย์ฯ

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) พระองค์ทรงโปรดปรานสมเด็จฯเป็นอย่าง

มาก ต่อมาในปี พ.ศ. 2395 ได้พระราชทานสมณศักดิ์ครั้งแรกถวายเป็นพระราชาคณะที่พระธรรมกิติ ขณะ

นั้นท่านอายุ 65 ปี ครั้งนั้นท่านยอมรับสมณศักดิ์ (โดยมีเหตุผลที่ทำให้ต้องยอมรับสมณศักดิ์) ครั้นต่อมาอีก 2

ปี คือพ.ศ. 2397 ได้รับการสถาปนาสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นผู้ใหญ่ “ พระเทพกวี “ อีก 10 ปี (พ.ศ.

2407) จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาสมณศักดิ์ขึ้นเป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์ มีนามจารึกตามหิรัญ

บัตรว่า “สมเด็จพระพุฒาจารย์” เอนกปรีชา วิสุทธศีลจรรยาสมบัติ นิพัทธุตคุณ สิริสุนทร พรตจาริก อรัญญิก

คนฤศร สมณนิกรมหาปริณายก ตรีปิฎกโกศล วิมลศีลขันธ์ ณ วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร พระอาราม

หลวงฯ อนึ่งกิตติคุณ และชื่อเสียงของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ได้ขจรกระจายไป

ทั่วทิศานุทิศว่า “ เจ้าประคุณสมเด็จ คือ ที่พึ่งของสัตว์โลกผู้ตกอยู่ในห้วงของความทุกข์ทั้งมวล”
+
+
องค์หลวงพ่อโตอนุสรณ์งานก่อสร้างครั้งสุดท้าย

ในราวปี พ.ศ. 2410 เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ได้มาเป็นประธานก่อสร้างปูชนียวัตถุ

ครั้งสุดท้ายที่สำคัญของท่าน คือ องค์หลวงพ่อโต ที่วัดอินทรวิหาร ครั้นท่านทำการก่อสร้างได้สูงถึงพระ

นาภี (สะดือ) ก็มีเหตุให้ไม่สำเร็จ เพราะวันเสาร์ แรม 2 ค่ำ เดือน 8 ปีวอก ตรงกับวันที่ 22 มิถุนายน 2415

เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒจารย์ (โต) พรหมรังสี ได้สิ้นชีพตักษัย (มรณภาพ) บนศาลาเก่าบางขุนพรหม สิริ

อายุคำนวณได้ 84 ปี 2 เดือน 5 วัน และมีชีวิตอยู่ในสมณเพศได้ 65 พรรษา

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เรื่องราวของ เจ้าประคุณสมเด็จ ปัจจุบันได้เป็นตำนานไปแล้ว

แต่ถ้าลองศึกษาจริงๆจรังๆ เจ้าประคุณท่าน มีแนวคิดสมัยใหม่ เน้นการพัฒนาสังคม เป็นส่วนใหญ่ นะคะ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


Spin      22 มิ.ย. 55   เวลา 9:48:00       พิมพ์   แจ้งลบ      IP = 221.128.103.20
 


  คำตอบที่ 1  
 
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เอาเรื่องราวของ เจ้าประคุณสมเด็จ บางเรื่อง (ที่โดนใจ) มาฝากค่าๆๆๆๆๆๆๆๆ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ขอฝากตัวด้วย

ครั้งหนึ่งพระวัดระฆังเต้นด่าท้าทายกันขึ้นอีกคู่พระเทพกวี (โต) ท่านเอกเขนกนั่งอยู่นอกกุฏิท่าน ท่านแลเห็น

เข้า ทั้งได้ยินพระทะเลาะกันด้วย จึงลุกเข้าไปในกุฏิจัดดอกไม้ธูปเทียนใส่พานรีบเดินเข้าไปในระหว่างวิวาท

ทรุดองค์ลงนั่งคุกเข่าไปถวายดอกไม้ธูปเทียนพระคู่นั้นแล้วอ้อนวอนฝากตัวว่า

“พ่อเจ้าประคุณ ! พ่อจงคุ้มฉันด้วย ฉันฝากตัวกับพ่อด้วย ฉันเห็นจริงแล้วว่า พ่อเก่งเหลือเกิน เก่งพอได้ เก่งแท้

แท้ พ่อเจ้าประคุณ ลูกฝากตัวด้วย”

พระคู่นั้นเลยเลิกทะเลาะกัน มาคุกเข่ากราบพระเทพกวี (โต) พระเทพกวี (โต) ก็คุกเข่ากราบตอบพระ กราบกัน

อยู่นั่น หมอบกันอยู่นั่นนาน
+
+
พระเตะตะกร้อ

วันหนึ่งสมเด็จฯ เดินผ่านหลังโบสถ์ เห็นพระกำลังเตะตะกร้อกันอย่างสนุกสนาน

นายทศซึ่งเดินไปกับท่านด้วย รู้สึกแปลกใจที่ท่านไม่ว่าอะไร ทั้งๆ ที่การเตะตะกร้อมันผิดพระวินัย จึงถามท่าน

ไปว่า “ทำไมไม่ห้ามพระเตะตะกร้อ?”

“ถึงเวลาเขาก็เลิกเอง ถ้าไม่ถึงเวลาเขาเลิก เราไปห้ามเขา เขาก็ไม่เลิก” ท่านตอบนายทศอย่างนั้น จะเลิกไม่เลิก

มันอยู่ที่ใจของเขา

ต่อมาพระกลุ่มนั้นได้ใจ คิดว่าสมเด็จฯ ไม่ว่าอะไร จึงเล่นเตะตะกร้อกันอีก แต่คราวนี้ สมเด็จฯ ท่านไม่ปล่อย

เหมือนคราวก่อน ท่านให้เด็กไปเรียกพระเหล่านั้นมา แล้วให้เด็กยกน้ำร้อนน้ำชาและน้ำตาลทรายมาถวาย

สักครู่สมเด็จฯ ได้ถามขึ้นว่า

“นี่คุณ! ตะกร้อนี่หัดกันนานไหม?”

พวกพระต่างมองตากัน รู้สึกอาการชักจะไม่ค่อยดี ไม่รู้ว่าสมเด็จฯ จะเล่นไม้ไหน ได้แต่นั่งทำตาปริบๆ

“ลูกไหนเตะยากกว่ากัน ลูกข้างลูกหลังน่ะ?” สมเด็จฯหยอดเข้าไปอีก พระเหล่านั้นไม่พูดอะไร หน้าถอดสี รู้สึก

ละอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนีเสียให้ได้

โดยปกติ สมเด็จฯ ท่านไม่ค่อยได้ว่ากล่าวอยู่แล้ว ท่านไม่เคยปากเปียกปากแฉะอย่างพระเจ้าอาวาสทั่วๆไป

นานๆ ครั้งจะว่ากล่าวกันที ยิ่งท่านไม่ค่อยได้ว่ากล่าวตักเตือน ยิ่งทำให้ละอายอย่างมาก

ปรากฏว่า ต่อมาพระวัดระฆังเลิกเตะตะกร้อกันอย่างเด็ดขาด
+
+
ขรัวโตชอบ

ครั้งหนึ่งเข้าไปฉันในพระบรมมหาราชวังอีก ถวายเงินองค์ละ ๒๐ บาท สมเด็จทำดีใจ รวบเงินใส่ย่ามกราว

ทรงทักว่า "อ้าว พระจับเงินได้หรือ" "ขอถวายพระพร เงิน พระจับไม่ได้ แต่ขรัวโตชอบ" เรื่องแผลงๆ ของ

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) องค์นี้ตั้งแต่เป็นพระธรรมกิตติ มาจนเป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์ ต่อหน้าพระที่นั่ง

เสมอมา แต่ก็ทรงอภัย ซ้ำพระราชทานรางวัลอีกด้วย ถึงวันรวบเงินนี้ ก็รางวัลอีก ๓๐ บาท รวบใส่ย่ามทันที

ครั้นหิ้วคอนย่ามออกมา คนนั้นล้วงบ้าง คนนี้ล้วงบ้าง จนหมดย่าม ท่านคุยพึมว่า "วันนี้รวยใหญ่ ๆ" ฯ
+
+
ปราบนางนาคพระโขนง

ครั้นเมื่อนางนาค บ้านพระโขนง เขาตายทั้งกลม ปีศาจของนางนาคกำเริบ เขาลือกันต่อมาว่า ปีศาจนางนาคมา

เป็นรูปคน ช่วยผัววิดน้ำเข้านาได้ จนทำให้ชายผู้ผัวมีเมียใหม่ไม่ได้ ปีศาจนางนาคเที่ยวรังควานหลอนหลอก

คนเดินเรือในคลองพระโขนงไม่ได้ ตั้งแต่เวลาเย็นตะวันรอนๆ ลงไป ต้องแลเห็นปีศาจนางนาคเดินห่มผ้าสี

บ้าง โหนตัวบนต้นโพธิ์ต้นไทรบ้าง พระสงฆ์ในวัดพระโขนงมันก็ล้อเล่น จนกลางคืนพระภิกษุสามเณรต้อง

นอนรวมกัน ถ้าปลีกไปนอนองค์เดียว เป็นต้องถูกปีศาจนางนาครบกวน จนเสียงกร๊อกแกร๊กอื่นๆ ก็เหมาว่าเป็น

ปีศาจนางนาคไปหมด พวกหมอผีไปทำเป็นผู้มีวิเศษตั้งพิธีผูกมัดเรียกภูตมัน มันก็เข้ามานั่งแลบลิ้นเหลือกตา

เอา เจ้าหมอต้องเจ๊งมันมาหลายคน จนพวกแย่งพวกชิงล้วงลัก ปลอมตัวเป็นนางนาค หลอกลวงเจ้าของบ้าน

เจ้าของบ้านกลัวนางนาค เลยมุดหัวเข้ามุ้ง ขโมยเก็บเอาของไปสบาย ค่ำลงก็ต้องล้อมต้องนั่งกองกันยันรุ่งก็มี

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ท่านรู้เหตุปีศาจนางนาคกำเริบเหลือมือหมอ ท่านจึงลงไปค้างที่วัดมหาบุศ ใน

คลองพระโขนง พอค่ำท่านก็ไปนั่งอยู่ปากหลุม แล้วท่านเรียกนางนาคปีศาจขึ้นมาสนทนากัน ฝ่ายปีศาจนาง

นาคก็ขึ้นมาพูดจาตกลงกันอย่างไรไม่ทราบ ลงผลท้ายที่สุดท่านได้เจาะเอากระดูกหน้าผากนางนาคที่เขาฝังไว้

มาได้ แล้วท่านมานั่งขัดเกลาจนเป็นมัน ท่านนำขึ้นมาวัดระฆัง ท่านลงยันต์เป็นอักษรไว้ตลอด เจาะเป็น

ปั้นเหน่งคาดเอว ไปไหนท่านก็เอาติดเอวไปด้วย ปีศาจในพระโขนงก็หายกำเริบซาลง เมื่อสมเด็จพระพุทธโฆ

ษาจารย์ (ม.ร.ว. เจริญ) ยังเป็นสามเณรอยู่ในกุฏิ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) นางนาคได้ออกมารบกวน ม.ร.ว.

เณรๆ ก็ฟ้องสมเด็จฯ ว่า สีกามากวนเขาเจ้าข้า สีกามากวนเขา สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ท่านร้องว่า นางนาค

เอ๊ย อย่ารบกวนคุณเณรซี ปีศาจนั้นก็สงบไป นานๆ จึงออกมารบกวน ครั้นท่านชรามากแล้ว ท่านจึงมอบ

ปั้นเหน่งกระดูกหน้าผากนางนาค ประทานไว้กับหม่อมเจ้าพระพุทธบาทปิลันทน์ มอบหม่อมราชวงศ์สามเณร

เจริญให้ไปอยู่กับหม่อมเจ้าพระพุทธบาทปิลันทน์ด้วย นานๆ นางนาคออกมาหยอกเย้าหม่อมราชวงศ์สามเณร

เจริญ หม่อมราชวงศ์สามเณรเจริญต้องร้องฟ้องหม่อมเจ้าพระพุทธบาทฯ ๆ ต้องทรงกริ้วนางนาคว่า เป็น

ผู้หญิงยิงเรืออย่ามารบกวน คุณเณรจะดูหนังสือหนังหา เสร็จกริ้วแล้วก็เงียบไป (เรื่องนี้สำหรับเจ้านายหม่อม

ราชวงศ์วังหลังเล่าให้ฟัง)
+
+
ปฏิภาณฉับไว

ตั้งแต่ท่านรับสมณศักดิ์เป็นที่พระธรรมกิตติ จนกระทั่งเป็นพระเทพกวี ได้มีความผิดครั้งหนึ่ง เมื่อเทศน์ถึงตั้ง

กรุงกบิลพัสดุ์ และตั้งวงศ์สักยราช ในพระปฐมโพธิ ปริจเฉทที่ ๑ นั้น แต่ในสมัยใช่กาลจะเทศน์พระปฐมโพธิ

ปริจเฉทที่ ๑ ไม่ใช่กลางเดือน ๖ ท่านก็นำไปเทศน์ถวายว่า เมื่อตั้งกรุงกบิลพัสดุ์แล้ว จึงนำบุตรกษัตริย์ในวงศ์

เดียวกันมาเสก แต่กษัตริย์องค์แรกได้นำพระขนิษฐานารีมาอภิเษก ตามลัทธิคติของพวกพราหมณ์ที่พากันนิยม

ว่าแต่งงานกันเองไม่เสียวงศ์ จนเป็นโลกยบัญญัติสืบมาช้านาน จนถึงกษัตริย์โอกากะวงศ์รัชกาลที่ ๑ รวมพี่

น้อง ๗ องค์ เจ้าชาย ๓ เจ้าหญิง ๓ ออกจากเมืองพระราชบิดามาตั้งเป็นราชธานี ขนานนามว่ากรุงกบิลพัสดุ์

ตามบัญญัติของกบิลฤๅษี ต่อนี้ไปก็แต่งงานราชาภิเษก พี่เอาน้อง น้องเอาพี่ เอากันเรื่อยไม่ว่ากัน เห็นตาม

พราหมณ์เขาถือมั่นว่าอะสมภินนะวงศ์ ไม่แตกพี่แตกน้อง แน่นแฟ้นดี บริสุทธิ์ไม่เจือไพร่ คราวนี้เลียนอย่างมา

ถึงประเทศใกล้เคียงมัชฌิมประเทศก็พลอยเอาอย่างกันสืบๆ มา จนถึงสยามประเทศก็เอาอย่าง เอาพี่เอาน้องขึ้น

ราชาภิเษกและสมรสกันเป็นธรรมเนียมมา

สมเด็จพระจอมเกล้าฯ ไม่พอพระราชหฤทัย ไล่ลงธรรมาสน์ไป ไป ไป ไปให้พ้นพระราชอาณาจักร ไม่ให้อยู่ใน

ดินแดนของฟ้า ไปให้พ้น พระเทพกวีออกจากวัง เข้าไปนอนในโบสถ์วัดระฆังออกไม่ได้นาน ใช้บิณฑบาตบน

โบสถ์ ลงดินไม่ได้ เกรงผิดพระบรมราชโองการ ครั้งถึงคราวถวายพระกฐิน เสด็จมาพบเข้ารับสั่งว่า อ้าวไล่

แล้วไม่ให้อยู่ในราชอาณาจักรสยาม ทำไมยังขืนอยู่อีกล่ะ ขอถวายพระพร อาตมาภาพไม่ได้อยู่ในพระราช

อาณาจักร อาตมาภาพอาศัยอยู่ในพุทธจักร ตั้งแต่วันที่มีพระราชโองการ อาตมาภาพไม่ได้ลงดิน

ของมหาบพิตรเลย ก็กินข้าวที่ไหน ไปถานที่ไหน ขอถวายพระพร บิณฑบาตบนโบสถ์นี้ฉัน ถานในกระโถน

เทวดาคนนำไปลอยน้ำ

รับสั่งว่า โบสถ์นี้ไม่ใช่อาณาจักรสยามหรือ ถวายพระพรว่า โบสถ์เป็นวิสุงคาม เป็นส่วนหนึ่งจากพระราช

อาณาจักร กษัตริย์ไม่มีอำนาจขับไล่ได้ ขอถวายพระพร ลงท้าย ขอโทษฯ แล้ว ทรงถวายกฐิน

ครั้นเสร็จการกฐินแล้ว รับสั่งว่า อยู่ในพระราชอาณาจักรสยามได้ แต่วันนี้เป็นต้นไป
+
+
เจ้าชีวิตเสวยน้ำเหล้า สมเด็จเจ้าก็ต้องแจวเรือ

ครั้นถึงเดือน ๑๑-๑๒ ลอยกระทงหลวง เสด็จลงประทับบนพระที่นั่งชลังคะพิมาณ (ตำหนักแพ) พร้อมด้วย

ฝ่ายในเป็นอันมาก สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) แจวเรือข้ามฟากฝ่าริ้วเข้ามา เจ้ากรมเรือตั้งจับเรือแหกทุ่น รับ

สั่งถามว่าเรือใคร เจ้ากรมกราบบังคมทูลพระกรุณาว่า เรือสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) รับสั่งว่า เอาเข้ามานี่

ครั้นเจ้ากรมเรือ ดั้ง นำเรือสมเด็จฯ เข้าไปถวาย นิมนต์ให้นั่งแล้วรับสั่งว่าไปไหน ทูลขอถวายพระพร ตั้งใจมา

เฝ้า ทำไมถึงเป็นสมเด็จเจ้าแล้ว เหตุใดต้องแจวเรือเอง เสียเกียรติยศแผ่นดิน ทูล ขอถวายพระพร อาตมภาพ

ทราบว่า เจ้าชีวิตเสวยน้ำเหล้า สมเด็จเจ้าก็ต้องแจวเรือ อ้อ จริง จริง การกินเหล้าเป็นโทษ เป็นมูลเหตุให้เสื่อม

เสียเกียรติยศแผ่นดินใหญ่โตทีเดียว ตั้งแต่วันนี้ไป โยมจะถวายพระคุณเจ้า จักไม่กินเหล้าอีกแล้ว สมเด็จพระพุ

ฒาจารย์เลย ยถาสัพพี ถวายอติเรก ถวายพระพรลา รับสั่งให้ฝีพายเรือดั้งไปส่งถึงวัดระฆัง
+
+
ให้คนเป็นบ้างไม่ได้หรือ?

ครั้งหนึ่งเมื่อยังเป็นพระเทพกระวี ได้เข้าไปฉันบนพระที่นั่งแล้วยถาจบ สมเด็จพระจอมเกล้า ทรงสัพยอกว่า

ทำไมจึงไปให้เปรตเสียหมด คนผู้ที่ทำจะไม่ให้บ้างหรือ สมเด็จพระพุฒาจารย์ยถาใหม่ว่า ยถา วาริ วหา ปุรา

ปริม ปุเรนฺติสาครํ เอว เมวอิโตทินนํ ทายกานํ ทายิกานํ สพฺเพสํ อุปกปฺปติ รับสั่งว่า ยถาอุตตริ สัพพีอุตตรอย

แล้งทรงรางวัล ๖ บาท สมเด็จเข้าวังทีใด อะไรมิอะไรก็ขยายให้เป็นที่พอพระราชหฤทัย ได้รางวัลทุกคราวฯ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

   Spin      22 มิ.ย. 55   เวลา 10:05:00    IP = 221.128.103.20
 


  คำตอบที่ 2  
 
คาถาที่มีชื่อเสียงด้านพุทธคุณของสมเด็จโต ก็คือชินบัญชร

สมัยบวชผมสวดทุกเช้าเย็นเลยครับ อ๊อด อ๊อด...

   สมาชิกแบบพิเศษ      BOON BOON!      22 มิ.ย. 55   เวลา 10:13:00    IP = 180.183.207.227
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 3  
 
BOON BOON! .................ค่ะพี่...เมื่อเช้า ผอ.สวดคาถานี้ ให้เด็กทั้งโรงเรียนตอนเคารพธงชาติ เสร็จค่ะ



   Spin      22 มิ.ย. 55   เวลา 10:16:00    IP = 221.128.103.20
 


  คำตอบที่ 4  
 
สาธุ

   bbling      22 มิ.ย. 55   เวลา 10:26:00    IP = 203.155.54.251
 


  คำตอบที่ 5  
 
ครับ...สาธุ

   sakai  22 มิ.ย. 55   เวลา 10:43:00    IP = 113.53.141.97
 


  คำตอบที่ 6  
 
เอ..มาคิดๆ พระสงฆ์นี่น่าจะใช้คำว่า "มรณะภาพ" หรือเปล่าครับ อ๊อด อ๊อด..

   สมาชิกแบบพิเศษ      BOON BOON!      22 มิ.ย. 55   เวลา 11:03:00    IP = 180.183.207.227
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 7  
 
BOON BOON......................สมณศักดิ์ เจ้าประคุณ เป็นสมเด็จพระพุฒจารย์ ค่ะพี่

เลยต้อง ใช้คำว่า "สิ้นชีพตักษัย"ค่ะ

   Spin      22 มิ.ย. 55   เวลา 11:22:00    IP = 221.128.103.20
 


  คำตอบที่ 8  
 
ขอบคุณครับ :)


   kenedyjohn      22 มิ.ย. 55   เวลา 11:26:00    IP = 123.242.139.217
 


  คำตอบที่ 9  
 
สาธุ

   metallica_amp      22 มิ.ย. 55   เวลา 11:33:00    IP = 210.1.3.242
 


  คำตอบที่ 10  
 
โอ้ ขอบคุณครับ ผมนั่งอ่านเพลินเลย

   สมาชิกแบบพิเศษ      Slase      22 มิ.ย. 55   เวลา 11:34:00    IP = 223.204.170.38
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 11  
 
^^ บางทีผมก็สวดพระคาถาของสมเด็จโต บ้างเหมือนกัน แต่ก็นะ ตามพุทธสานิกชนแบบผิวเผินก็คือ "นานๆที" ^^"

   12AX7      22 มิ.ย. 55   เวลา 11:37:00    IP = 203.114.108.118
 


  คำตอบที่ 12  
 
ขอขอบคุณท่าน SPIN มาก สำหรับเรื่องราวสมเด็จโตท่าน เรื่องบางเรื่องผมก็พึ่งจะทราบ

พูดถึงพระคาถาชินบัญชร ตอนแรกที่ท่อง (อ่าน) พระคาถาชินบัญชร ใช้เวลานานมากอ่านออกบ้างไม่ออกบ้าง ซึ่งเป็นการท้าทายมาก ก็เลยต้องลองท่อง (อ่าน) ทุกวันจนอ่านได้คล่อง และในที่สุดก็ท่องจำได้
แนะนำให้ลองให้ท่องหัดอ่านกันเพราะเป็นมงคลแก่จิตใจเป็นอย่างมาก


   ปัดติโถ่      22 มิ.ย. 55   เวลา 11:54:00    IP = 183.88.76.254
 


  คำตอบที่ 13  
 
ขอบคุณครับ ที่ทำให้ผมได้อ่านประวัติ

   p15      22 มิ.ย. 55   เวลา 11:58:00    IP = 101.109.189.18
 


  คำตอบที่ 14  
 
สาธุ.......

   junraiman      22 มิ.ย. 55   เวลา 12:37:00    IP = 61.47.106.226
 


  คำตอบที่ 15  
 
สาธุ

   chalad_en      22 มิ.ย. 55   เวลา 14:04:00    IP = 171.6.227.28
 


  คำตอบที่ 16  
 
+++

   พายุลูกเห็บ      22 มิ.ย. 55   เวลา 16:31:00    IP = 124.121.1.185
 


  คำตอบที่ 17  
 
สาธุ

   pranbeach  22 มิ.ย. 55   เวลา 19:02:00    IP = 115.87.202.173
 


  คำตอบที่ 18  
 
ขอบคุณเจ้าของกระทู้สำหรับสาระดีๆที่นับวันหาได้ยากครับ

   itti      22 มิ.ย. 55   เวลา 20:46:00    IP = 119.46.176.222
 


  คำตอบที่ 19  
 
นะค๊ะ--นะค่ะ

ปล.เพื่อน กรู ไปแปลงเพศ มาแล๊วว เหรอ เนี่ยย ฮาๆๆ

อย่า,,โกรธ นะ เฟ๊ยย กรู มา แซว เล่น น่ะ

   snk07      22 มิ.ย. 55   เวลา 20:56:00    IP = 125.27.48.206
 


  คำตอบที่ 20  
 
snk07.....................กรู ยาง ม่าย ล่าย แปลง เว้ยๆๆๆๆ........แต่ กรู ใช้ วิธี


"แต๊บ" (เอา"o0o"ไปหนีบไว้ข้างหลัง).....คุณท่านมรึง เห็นภาพมั๊ยคะ (วะ)

ฮี่ๆๆๆๆๆๆๆ

   Spin      22 มิ.ย. 55   เวลา 23:09:00    IP = 27.55.9.184
 


  คำตอบที่ 21  
 
snk07.....................กรู ยาง ม่าย ล่าย แปลง เว้ยๆๆๆๆ........แต่ กรู ใช้ วิธี


"แต๊บ" (เอา"o0o"ไปหนีบไว้ข้างหลัง).....คุณท่านมรึง เห็นภาพมั๊ยคะ (วะ)

ฮี่ๆๆๆๆๆๆๆ

Spin 22 มิ.ย. 55 เวลา 23:09:00 IP = 27.55.9.184

...........................

ผมนึกว่าหดได้แบบเสาวิทยุซะอีก อ๊อด อ๊อด......

   สมาชิกแบบพิเศษ      BOON BOON!      22 มิ.ย. 55   เวลา 23:14:00    IP = 118.172.105.79
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 22  
 
BOON BOON! ...................... หยึ๋ยๆๆ คนนะคะ ไม่ใช้ "ไซบอร์ค" ฮี่ๆๆๆๆๆ

   Spin      23 มิ.ย. 55   เวลา 7:13:00    IP = 115.31.144.82
 


  คำตอบที่ 23  
 
ไม่สงสัยเลยว่า สมเด็จวัดระฆังองค์สวยๆราคา หลายสิบล้าน บางองค์ไปถึง 70-80 ล้าน

   สมาชิกแบบพิเศษ      ขุมบาว      29 ส.ค. 55   เวลา 10:50:00    IP = 203.185.152.181
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 24  
 
test

   Spin      16 ก.ค. 56   เวลา 9:35:00    IP = 115.31.144.82
 


  คำตอบที่ 25  
 
vbvb

   Spin      16 ก.ค. 57   เวลา 11:32:00    IP = 125.24.145.6
 
 

Bigtone.in.th Online Music Store

Yamaha



ตั้งกระทู้ Login ก่อน Click ที่นี่
ผู้ตอบ :
รูปภาพ:  ( ไม่เกิน 150 K )
ข้อความ :
 

any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2015. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket