Home | Login | คอร์ด/เนื้อเพลง | Webboard | Classifieds | Music Jobs (หางาน) | TV / Video









(เพจ: โรงเรียนกีตาร์ไทย)


(เพจ: Guitarthai.com)
  การไม่เมตตาผู้อื่น เป็นการไม่เมตตาตนด้วย สมเด็จพระญาณสังวรฯ  
 
สวัสดีครับทุกท่าน อนุโมทนาครับ


rockonyou      23 ก.ค. 55   เวลา 3:53:00       พิมพ์   แจ้งลบ      IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 1  
 
การไม่เมตตาผู้อื่น เป็นการไม่เมตตาตนด้วย สมเด็จพระญาณสังวรฯ

การไม่เมตตาผู้อื่น เป็นการไม่เมตตาตนด้วย

ศีลเกิดแต่เมตตา เมตตาเกิดกับศีล ทั้งสองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ศีลของผู้ใดบกพร่อง เมตตาของผู้นั้นก็บกพร่องด้วย บกพร่องทั้งเมตตาตนเอง และบกพร่องทั้งเมตตาผู้อื่น อันเมตตาตนเองกับเมตตาผู้อื่น เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แยกจากกันไม่ได้

การไม่เมตตาผู้อื่น ก็เป็นการไม่เมตตาตนไปพร้อมกัน พึงคิดถึงสัจจะประการหนึ่งที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ คือ “ทำดีจักได้ดี ทำชั่วจักได้ชั่ว ผู้ใดทำกรรมใดไว้ จักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น”

เมื่อเบียดเบียนเขา เราเองนั่นก็จะต้องได้รับผลนั้น เมื่อไม่เมตตาเขา เราเองนั่นก็จะต้องได้รับผลนั้น

“เมตตาเป็นเครื่องค้ำจุนโลก” มีพระพุทธศาสนสุภาษิตแสดงไว้เช่นนี้ เมื่อเมตตาเป็นเหตุให้มีศีล ศีลเกิดแต่เมตตา เมตตาเป็นเครื่องค้ำจุนโลก ก็คือศีลเป็นเครื่องค้ำจุนโลกเข่นกัน

โลกมิได้หมายถึงเพียงดาวดวงหนึ่งดังเป็นที่เข้าใจกันอยู่ แต่โลกหมายถึงตนเอง หมายถึงเขาอื่นทั้งหลายทั้งปวง ผู้มีเมตตา หรือผู้มีศีลจึงเป็นผู้ค้ำจุนตนเอง และค้ำจุนผู้อื่นทั้งหลาย


: การให้ธรรม ย่อมชนะการให้ทั้งปวง
: สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=6952

   rockonyou      23 ก.ค. 55   เวลา 3:56:00    IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 2  
 
อีการ์ด "คำคม ว.วชิรเมธี / วาทะดังตฤณ"

ปล. อ่านคําสอนต่อไปได้ในวันถัด ๆ ไปครับ อนุโมทนาครับ

http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=18065

   rockonyou      23 ก.ค. 55   เวลา 4:02:00    IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 3  
 
อาจาโรวาท (หลวงปู่ฝั้น อาจาโร)

อาจาโรวาท
หลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร จ.สกลนคร


๑๙. จิตของเราสงบเป็นสมาธิ มันรู้สึกเบา ส-บ๊-า-ย เย็นอก เย็นใจ หายทุกข์ หายยาก หายลำบากรำคาญ

๒๐. ผู้รู้ไม่ใช่ของแตกของทำลาย ของตายของดับ


http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=42075&sid=712233db4316a2a76dd28068e06f2e59


   rockonyou      23 ก.ค. 55   เวลา 4:04:00    IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 4  
 
สาระธรรมควรคิด : พระอาจารย์ ว.วชิรเมธี

การให้ แค่เพียงคิดจะทำ ใจก็ยังเป็นสุข ครั้นได้ให้แล้ว จิตใจก็แช่มชื่นเบิกบาน เมื่อวันเวลาผ่านไป หวนกลับไปรำลึกถึงดวงหน้าอันเปี่ยมสุขของผู้รับ ความปิติสุขก็ย้อนกลับมาทำให้หัวใจอิ่มเอม

การให้ จึงเป็นความสุขแท้ ทั้งเวลาก่อนให้ ขณะที่ให้ และหลังจากได้ให้ไปแล้ว

พระอาจารย์ ว.วชิรเมธี


เครดิต : จากหนังสือ "พระฅุณ" หน้าที่ ๗๓
ส่งเสริมคุณธรรม พัฒนาชีวิต นึกถึงธรรมะ คิดถึง พุทธะดอทคอม www.พุทธะ.com


http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=41719&sid=cd07a62cd4917320195fafa856ff6e45


   rockonyou      23 ก.ค. 55   เวลา 4:08:00    IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 5  
 
พระพุทธโอวาท


เมตตาระงับความโกรธ

จากหนังสือ วิธีฝึกใจไม่ให้โกรธ

พระนิพนธ์ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก


วิธีที่จะแก้ไขจิตใจให้มีความโกรธน้อย ให้มีความโกรธยากจนถึงไม่ให้มีความโกรธเลย จำเป็นต้องสร้างความเมตตาให้เกิดขึ้นในจิตใจให้มากพอจะยอมเข้าใจในเหตุผลของบุคคลอื่นที่ทำผิดพลาด หรือบกพร่อง

ขณะเดียวกัน จำเป็นต้องฝึกใจให้มีเหตุผล ให้เห็นเหตุผลเป็นสิ่งสำคัญ เป็นสิ่งควรเคารพ เมื่อเหตุผลเป็นสิ่งสำคัญในจิตใจของผู้ใดแล้ว ผู้นั้นจักเป็นผู้ไม่ใช้อารมณ์
ถึงแม้จะโกรธแล้ว แต่เมื่อเหตุผลเกิดขึ้น ก็จะสามารถทำให้ความโกรธดับลงได้

จะไม่แสดงอารมณ์โกรธอย่างผู้ไม่มีเหตุผล และถ้าหมั่นอบรมเหตุผลหรือปัญญา ประกอบด้วยเมตตาให้เกิดขึ้นเสมอในจิตใจ แม้มีเรื่องที่ผิดหูผิดตาผิดใจเกิดขึ้น เหตุผลอันประกอบด้วยเมตตาก็จะเกิดขึ้นก่อน อารมณ์จะเกิดไม่ทัน หรือเกิดทันบ้างตามวิสัยของผู้เป็นปุถุชนไม่สิ้นกิเลส ก็จะเบามากและน้อยครั้งมาก
ทั้งผู้โกรธยาก โกรธน้อย และผู้โกรธง่าย โกรธมาก ควรอย่างยิ่งที่จะได้สนใจสังเกต ให้รู้ว่าจิตใจของตนมีความสุข ทุกข์ เย็น ร้อนอย่างไร ทั้งในเวลาที่โกรธและในเวลาที่ไม่โกรธ ปกตินั้น เมื่อโกรธก็มักจะเพ่งโทษไปที่ผู้อื่นว่าเป็นเหตุให้ความโกรธเกิดขึ้น คือมักจะไปคิดว่าผู้อื่นนั้นพูดเช่นนั้น ทำเช่นนั้นที่กระทบกระเทือนถึงผู้โกรธ

การเพ่งโทษผู้อื่นเช่นนี้ ไม่ใช่เป็นการทำให้จิตใจตนเองสบาย ตรงกันข้าม กลับเป็นการเพิ่มความไม่สบายให้ยิ่งขึ้นเพียงนั้น แต่ถ้าหยุดเพ่งโทษผู้อื่นเสีย เขาจะพูดจะทำอะไรก็ตาม อย่าไปเพ่งดู ให้ย้อนเข้ามาเพ่งดูใจตนเอง ว่ากำลังมีความสุขทุกข์อย่างไร มีอารมณ์อย่างไร ใจจะสบายขึ้นได้ด้วยการเพ่งนั้น

กล่าวสั้น ๆ คือ การเพ่งดูผู้อื่นทำให้ตนเองไม่เป็นสุข แต่การเพ่งดูใจตนเองทำให้เป็นสุขได้ แม้กำลังโกรธมาก หากเพ่งดูใจตนเองให้เห็นว่ากำลังโกรธมาก ความโกรธก็จะลดลง

เมื่อความโกรธน้อย
หากเพ่งดูใจตนเองให้เห็นว่ากำลังโกรธน้อยความโกรธก็จะหมดไป จึงกล่าวได้ว่า ไม่ว่าจะกำลังมีอารมณ์ใดก็ตาม โลภ หรือโกรธ หรือหลงก็ตาม หากเพ่งดูใจตนเองให้เห็นอารมณ์นั้นแล้ว อารมณ์นั้นจะหมดไป ได้ความสุขมาแทนที่ทำให้มีใจสบาย


http://kwamjing.freewebsites.com/chapter01.htm

   rockonyou      23 ก.ค. 55   เวลา 4:19:00    IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 6  
 
ปล. ขออภัยครับ ลง link ที่มาของกระทู้ข้างบนผิดครับ ขอแก้จาก

พระพุทธโอวาท


เมตตาระงับความโกรธ

จากหนังสือ วิธีฝึกใจไม่ให้โกรธ

พระนิพนธ์ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก

http://kwamjing.freewebsites.com/chapter01.htm

เป็น

http://kwamjing.freewebsites.com/chapter02.htm

   rockonyou      23 ก.ค. 55   เวลา 4:21:00    IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 7  
 
สุดยอด “เกร็ดธรรม” สั้น ๆ จาก...พระไพศาล วิสาโล

คิด พูด และทำ ในทางดีงามอย่างสม่ำเสมอ การสู้รบภายในจะค่อย ๆ สงบลง และบังเกิดสันติสุขในที่สุด

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=41871


   rockonyou      23 ก.ค. 55   เวลา 4:27:00    IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 8  
 
หลวงปู่ฝากไว้...พระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร)

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=40365&sid=a6037a2114cc667d9f1db34a9323a403


   rockonyou      23 ก.ค. 55   เวลา 4:29:00    IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 9  
 
ข้อดีของความทุกข์


18.ทำให้เรามาค้นหาข้อดีของความทุกข์


ขอบคุรที่มานะคะ จากเวปไทยลีดเดอร์คลับดอทคอมคะ อิอิ

แสดงกระทู้ - ข้อดีของความทุกข์ • ลานธรรมจักร

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=21606

http://board.palungjit.com/f9/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%8C-299256.html

   rockonyou      23 ก.ค. 55   เวลา 4:31:00    IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 10  
 
รวบรวมคติธรรมดี ๆ มาให้อ่านกัน...

http://board.palungjit.com/f10/%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%B5-%E0%B9%86-%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99-178960-44.html


   rockonyou      23 ก.ค. 55   เวลา 4:33:00    IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 11  
 
ปล. ขออภัยครับ พอดีลงรูปธรรมะซํ้ากับเมื่อวาน ขอเปลี่ยนเป็นรูปนี้แทนครับ อนุโมทนาครับ

รวบรวมคติธรรมดี ๆ มาให้อ่านกัน...

http://board.palungjit.com/f10/%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%B5-%E0%B9%86-%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99-178960-44.html


   rockonyou      23 ก.ค. 55   เวลา 4:37:00    IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 12  
 
ลิขิตสี่ประการ


The Second Principle states:
ลิขิตข้อที่สองตามมาว่า

“Whatever happened is the only thing that could have happened”
“ทุกสิ่งที่เกิดกับเรา ล้วนต้องเกิดเป็นเช่นนั้น”

Nothing, absolutely nothing of that which we experienced could have been any other way. Not even in the least important detail. There is no “If only I had done that differently…, then it would have been different…”. No. What happened is the only thing that could have taken place and must have taken place for us to learn our lesson in order to move forward. Every single situation in life which we encounter is absolutely perfect, even when it defies our understanding and our ego.
ทุกสิ่งที่เกิดกับเรานั้นไม่อาจเป็นอื่นไปได้ เป็นความหลงผิดยิ่งที่ไปคิดว่า”ชีวิตเราไม่น่าจะเป็นอย่างนี้ ถ้าในอดีตเราได้ทำอย่างนั้น” เพราะเป็นเรื่องที่ต้องเกิด กับเราแน่นอนในทุกรายละเอียดเลยทีเดียว เรามีหน้าที่ ต้องเรียนรู้ในสิ่งที่เกิดขึ้นและก้าวไปข้างหน้า แม้ว่ามันจะฝืนกับความเข้าใจหรืออัตตาของเรา สักปานใดก็ตาม

http://www.baanjomyut.com/library/the_word_4/index.html

   rockonyou      23 ก.ค. 55   เวลา 4:43:00    IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 13  
 
สารคดี ๙ คำพ่อสอน 9

@ ขอพระองค์จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน @

ปล. ขออนุโมทนากับ พี่ใจดี ด้วยครับ

   rockonyou      23 ก.ค. 55   เวลา 4:44:00    IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 14  
 
vdo คมธรรม : ธรรมะจากสะพาน



   rockonyou      23 ก.ค. 55   เวลา 5:27:00    IP = 98.14.62.180
 


  คำตอบที่ 15  
 
vdo ชีวิตพอเพียง

ปล. ขออนุโมทนากับ ป้ายิ้ม ด้วยครับ

   rockonyou      23 ก.ค. 55   เวลา 5:32:00    IP = 98.14.62.180
 


  คำตอบที่ 16  
 
ปล. post ไม่ติด ดูได้ link แล้วกันครับ อนุโมทนาครับ

vdo ชีวิตพอเพียง

ปล. ขออนุโมทนากับ ป้ายิ้ม ด้วยครับ

http://www.youtube.com/watch?v=MJ5D8ql3gBY&feature=youtu.be





   rockonyou      23 ก.ค. 55   เวลา 5:36:00    IP = 98.14.62.180
 


  คำตอบที่ 17  
 
ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆทีท่านนำมาเผยแผ่

   carcabinet  23 ก.ค. 55   เวลา 7:48:00    IP = 58.9.60.52
 


  คำตอบที่ 18  
 
อนุโมทนาครับ :)


   kenedyjohn      23 ก.ค. 55   เวลา 8:09:00    IP = 123.242.139.217
 


  คำตอบที่ 19  
 
ยินดีเสมอครับ คุณ carcabinet และ คุณ kenedyjohn อนุโมทนาครับ

   rockonyou      23 ก.ค. 55   เวลา 8:53:00    IP = 98.14.37.3
 


  คำตอบที่ 20  
 
ธรรมะ สวัสดี ครับ...

อนุโมทนาครับ ท่าน rockonyou

http://www.youtube.com/watch?v=_uAFhRd_dFA&feature=related

   สมาชิกแบบพิเศษ      peter midi      23 ก.ค. 55   เวลา 10:52:00    IP = 223.207.151.112
สมาชิกแบบพิเศษ  
 
 

Bigtone.in.th Online Music Store

Yamaha



ตั้งกระทู้ Login ก่อน Click ที่นี่
ผู้ตอบ :
รูปภาพ:  ( ไม่เกิน 150 K )
ข้อความ :
 

any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2015. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket