Home | Login | คอร์ด/เนื้อเพลง | Webboard | Classifieds | Music Jobs (หางาน) | TV / Video









(เพจ: โรงเรียนกีตาร์ไทย)


(เพจ: Guitarthai.com)
  คำสารภาพของนักโทษประหาร  
 
วันนี้ขออนุญาติเอาเรื่อง ที่อาจจะสะเทือนใจไปบ้างมาลงนะครับ เพราะบางอย่างเป็นความรู้ที่น้อยคนจะรู้ครับ
บางเรื่องเป็น อุทาหรณ์ สอนใจ และน่าเศร้า
เรื่องนี้เป็นข้อเขียนของคุณ ยุทธ บางขวาง อดีตพี่เลี้ยงนักโทษปนระหารครับ ลองอ่านดูครับ

ในรูปนี่คือผู้เขียนเรื่องนี้ครับ ยอมรับว่าเป็นผมให้ทำงานแบบนี้คงทำใจยอมรับยากครับ


   สมาชิกแบบพิเศษ   top2513      7 ต.ค. 55   เวลา 9:21:00       พิมพ์   แจ้งลบ      IP = 125.26.41.40
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 1  
 
ตะปอยโฮ อย่าซ้อมผมอีกเลย



น.ช.ตะปอยโฮ,ตองยุ้น,ปอย ไม่มีนามสกุล (เชื้อสายกระเหรี่ยง สัญชาติพม่า) อายุ 52 ปี หมายเลขประจำตัว 26/40 คดีฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289(4)(7),81 หมายเลขคดีดำที่ 783/39 หมายเลขคดีแดงที่ 1084/39 ศาลจังหวัดสีคิ้ว เหตุเกิดพื้นที่สถานีตำรวจภูธรตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา


วันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2539 เวลา 08.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ต.คลองไผ่ รับแจ้งเหตุฆ่ากันตาย ที่บ้านเลขที่ 266/3 หมู่ที่ 7 ตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา จึงรีบไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวเปิดเป็นร้านขายของชำ ภายในบ้านพบศพด.ญ.วิยะดา หรือน้องเอ๋ ศรีบุญเพ็ง อายุ 7 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 1 โรงเรียนนิยมมิตรวิทยา นอนเสียชีวิตอยู่ มีบาดแผลถูกจามด้วยขวานเข้าที่ศรีษะจนกะโหลกยุบ และที่หน้าห้องน้ำพบศพด.ช.เพิ่มพล หรือน้องตี๋ แก้วสม อายุ 5 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 1 โรงเรียนเดียวกัน นอนเสียชีวิตอยู่โดยถูกจามด้วยขวานเข้าที่ศรีษะเช่นกัน ภายในห้องน้ำพบศพนางพร ทาหาญ อายุ 58 ปี มีบาดแผลถูกขวานฟันที่ศรีษะถึง 3 แผล คาดว่าทั้ง 3 ศพเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง

จากการตรวจสอบภายในที่เกิดเหตุพบร่องรอยต่อสู้ ข้าวของเครื่องใช้กระจัดกระจายเกลื่อนห้อง ที่โทรทัศน์พบว่าจอภาพแตกระเอียด มีคราบเลือดเกรอะกรังและเส้นผมติดอยู่เป็นกระจุก ส่วนทรัพย์สินต่างๆของนางพร เช่น สร้อยคอทองคำ พระเลี่ยมทอง ตุ้มหูทองคำ และเงินสดจำนวน 1,170 บาทยังอยู่ครบ โดยคนร้ายไม่ได้แตะต้องทรัพย์สินแต่อย่างใด


จากการสอบปากคำพยานทราบว่า นางพรเป็นยายของน้องเอ๋และน้องตี๋ โดยทั้ง 3 คนอาศัยอยู่บ้านเดียวกัน ก่อนเกิดเหตุช่วงเย็นวันที่ 4 ก.พ. 39 มีคนเห็นนายตะปอยโฮ ชาวกระเหรี่ยง สัญชาติพม่า ซึ่งมีสัมพันธ์กับนางพร มาหานางพรที่บ้านเพื่อทวงเงินจำนวน 7,000 บาท ที่นายตะปอยโฮฝากไว้ แต่นางพรไม่ยอมคืนเงินดังกล่าวให้ จึงเกิดทะเลาะกันอย่างรุนแรง จนกระทั่งกลางดึกวันเดียวกัน ได้ยินเสียงนางพรกรีดร้องโหยหวนแล้วเงียบเสียงไป จนรุ่งเช้าจึงมีผู้มาพบศพทั้ง 3 คนได้ถูกฆ่าตายไปแล้ว ส่วนนายตะปอยโฮได้หายตัวไป


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      7 ต.ค. 55   เวลา 9:23:00    IP = 125.26.41.40
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 2  
 
เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่านายตะปอยโฮ คือคนร้ายที่ลงมือสังหารโหดในครั้งนี้อย่างแน่นอน จึงได้ส่งกำลังตำรวจพร้อมด้วยสุนัขดมกลิ่น ออกปิดล้อมบริเวณเทือกเขาพริก-เขากระโดน ตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว ซึ่งคาดว่านายตะปอยโฮจะต้องหลบหนีอยู่ในละแวกดังกล่าว โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ความระมัดระวังในการจับกุม เนื่องจากนายตะปอยโฮพกขวานติดตัวตลอดเวลา


จากการตรวจสอบประวัตินายตะปอยโฮทราบว่า เมื่อปีพ.ศ.2516 เคยก่อคดีฆ่าเจ้าหน้าที่ตำรวจตายที่อำเภอแม่เสรียง จังหวัดเชียงราย และถูกจำคุกในคดีดังกล่าว ภายหลังถูกส่งตัวมาคุมขังที่เรือนจำกลางคลองไผ่ และพ้นโทษไปเมื่อปีพ.ศ.2522 หลังพ้นโทษได้ไปพักอาศัยอยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งของสภ.ต.คลองไผ่ มีอาชีพรับจ้างทั่วไป และหาของป่าบริเวณเขาพริกออกมาขาย ทำให้ชำนาญในพื้นที่เป็นอย่างดี

วันที่ 6 กุมพาพันธ์ 2539 เวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษ จังหวัดนครราชสีมา ได้เข้าร่วมกับตำรวจท้องที่ในการติดตามหาตัวนายตะปอยโฮ โดยใช้เครื่องบินเล็กใบพัดเดียวร่วมขึ้นบินตรวจหา พร้อมกับใช้สุนัขตำรวจและสุนัขทหารมาสับเปลี่ยนกันดมกลิ่นติดตาม ต่อมามีชาวบ้านแจ้งว่าเมื่อคืนวันที่ 5 ก.พ. 39 นายตะปอยโฮได้ลงมาขอเสบียงอาหารจากชาวบ้านที่บริเวณเชิงเขาบ้านเกศทิพย์ เมื่อเห็นตำรวจยังตรวจค้นอยู่บริเวณนั้น ได้หลบหนีกลับขึ้นเขาไปอีก เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามไล่ล่าหาตัว แต่เนื่องจากนายตะปอยโฮมีความชำนาญพื้นที่ดังกล่าวมากกว่า ประกอบกับพื้นที่ดังกล่าวมีสภาพเป็นภูเขาสูงชัน ป่าไม้หนาทึบมีหนามแหลมคมจำนวนมาก เป็นอุปสรรคต่อการติดตามของเจ้าหน้าที่อย่างมาก ทำให้นายตะปอยโฮสามารถหลบหนีฝ่าวงล้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจไปได้อีก

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2539 เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ร่วมกันติดตามค้นหานายตะปอยโฮ เริ่มอ่อนล้าไปตามๆกัน และได้ขอความร่วมมือจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจนชาวบ้าน ให้ช่วยติดตามแจ้งเบาะแสต่างๆที่น่าจะเป็นประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นข้อมูลในการติดตามล่าตัวนายตะปอยโฮ ต่อมามีชาวบ้านที่เข้าไปหาของป่าในเทือกเขาพริก-เขากระโดน ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดที่ทำการตรวจค้นอยู่ว่า พบนายตะปอยโฮยังอยู่ในเทือกเขาดังกล่าว และตนยังได้พูดคุยด้วย โดยนายตะปอยโฮยังได้บอกกับตนว่ามีแผนจะลงมือสังหารนายแก่น นายแดง (ขอสงวนนามสกุล) ชาวบ้านหมู่บ้านโนนลำใย-เขาพริกอีกด้วย เพราะเชื่อว่าทั้งสองเป็นตัวการที่ทำให้นายตะปอยโฮเกิดการแตกแยกกับนางพร จนเกิดการฆ่ากันตายขึ้น เมื่อทราบดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดกำลังไปคุ้มครองดูแลคนทั้งสองทันที พร้อมกับคอยซุ่มดักจับกุมตัวนายตะปอยโฮ เผื่อว่าลงจากเขามาเพื่อทำตามที่พูดไว้จริง


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      7 ต.ค. 55   เวลา 9:25:00    IP = 125.26.41.40
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 3  
 
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2539 เจ้าหน้าที่ยังคงใช้ความพยายามในการติดตามล่าตัวนายตะปอยโฮ โดยขอร้องชาวบ้านอย่าได้เกิดความสงสาร ช่วยเหลือเสบียงอาหารแก่นายตะปอยโฮ เพื่อเป็นการกดดันให้ออกมามอบตัว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังคว้าน้ำเหลวอยู่เช่นเดิม

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2539 หลังเกิดเหตุฆ่า 3 ศพได้ผ่านมาแล้ว 10 วัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสภ.ต.คลองไผ่ สภ.อ.สีคิ้ว และหน่วยปฏิบัติการพิเศษของจังหวัดนครราชสีมา ยังคงร่วมกันกดดันไล่ล่านายตะปอยโฮอย่างไม่ละความพยายาม โดยสับเปลี่ยนกำลังกันออกค้นหาอย่างเต็มที่


วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2539 เวลา 17.00 น. จากการทำงานอย่างเต็มที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้พบนายตะปอยโฮหลบซ่อนตัวอยู่ที่เชิงเขาพริก-เขากระโดน จึงเข้าทำการปิดล้อมและสามารถจับกุมตัวได้ นำตัวมาทำการสอบสวนที่สภ.ต.คลองไผ่ในทันที


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      7 ต.ค. 55   เวลา 9:27:00    IP = 125.26.41.40
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 4  
 
ผลการสอบสวนในเบื้องต้น นายตะปอยโฮให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การถึงสาเหตุในการก่อคดีดังกล่าวว่า ตนและนางพรได้อยู่กินฉันผัวเมียมาแล้วประมาณ 4 เดือน ต่อมานางพรได้พยายามตีตัวออกห่าง โดยอ้างว่ารังเกียจที่ตนชอบเมาเหล้า แต่ตนรู้มาว่าสาเหตุที่แท้จริงนั้นเนื่องมาจากมีคนคอยยุยงใส่ร้ายตน หวังที่จะให้ตนเลิกกับนางพรให้ได้

ในวันเกิดเหตุเวลาเย็นตนได้ไปหานางพรที่บ้าน และนั่งกินเหล้าอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว ในระหว่างนั้นได้ทวงถามถึงเงินที่ตนได้ฝากนางพรไว้จำนวน 7,000 บาท แต่ปรากฏว่านางพรได้บอกปัดความรับผิดชอบ และปฏิเสธที่จะคืนเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่ตน จึงเกิดทะเลาะกันขึ้นอย่างรุนแรงแต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตกดึกขณะที่ตนเมาเหล้า ได้ทวงถามถึงเงินอีก พร้อมกับถามถึงสาเหตุที่นางพรพยายามจะเลิกกับตน แต่ว่าคุยกันไม่รู้เรื่อง เกิดทะเลาะกันอย่างรุนแรงขึ้นอีกครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้ตนได้เกิดบันดานโทสะขึ้นมา กระชากขวานที่ตนพกติดตัวอยู่ตลอดเวลาออกมา นางพรเห็นดังนั้นได้อุ้มน้องตี๋หลานชายวิ่งหลบหนีไปทางห้องน้ำ ตนไล่ตามไปและใช้ขวานฟันไปที่นางพรอย่างแรง จนน้องตี๋หล่นจากอ้อมกอด ตนจึงใช้ขวานฟันไปที่ศรีษะน้องตี๋ 1 ครั้งจนแน่นิ่งไป เสร็จแล้วได้ตามนางพรเข้าไปภายในห้องน้ำ นางพรได้ร้องขอชีวิตและพยายามร้องเรียกให้คนช่วยแต่ตนไม่สนใจ ใช้ขวานฟันที่ศรีษะนางพรหลายครั้งจนเงียบเสียงไป

เมื่อออกมาจากห้องน้ำ เห็นน้องเอ๋หลานสาวนางพรซึ่งยืนดูเหตุการณ์ตลอด พยายามที่จะวิ่งหนีตนเพื่อเอาตัวรอด ตนจึงไล่จับตัวเด็กไว้ได้ พร้อมกับจับร่างเหวี่ยงฟาดไปที่โทรทัศน์จนแตกกระจาย เมื่อปล่อยร่างของน้องเอ๋ลงแล้ว ตนได้ใช้ขวานฟันซ้ำไปที่ศรีษะน้องเอ๋อีกหนึ่งครั้งจนแน่นิ่งไปอีกคน เสร็จแล้วได้หลบหนีขึ้นไปหลบซ่อนตัวที่เทือกเขาพริก-เขากระโดน ซึ่งตนขึ้นลงอยู่เป็นประจำจนชำนาญพื้นที่เป็นอย่างดี และเชื่อว่าตำรวจคงไม่สามารถจับกุมตัวเองได้ มีหลายครั้งที่หวุดหวิดจะถูกจับได้ แต่ตนอาศัยความชำนาญหลบหลีกมาได้ตลอด ตนตั้งใจว่าถ้าตำรวจเลิกติดตามและเรื่องเงียบไปเมื่อใด จะกลับลงไปสังหารผู้ที่ยุแหย่ให้นางพรเลิกกับตน แต่มาถูกตำรวจจับกุมได้เสียก่อน

หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว ได้ขออำนาจศาลนำตัวไปฝากขังไว้ที่เรือนจำอำเภอสีคิ้ว และรวบรวมสำนวนพยานหลักฐานต่างๆส่งมอบให้อัยการ เพื่อส่งฟ้องนายตะปอยโฮต่อศาลจังหวัดสีคิ้ว


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      7 ต.ค. 55   เวลา 9:28:00    IP = 125.26.41.40
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 5  
 
ผลการพิจารณาของศาลชั้นต้น ได้ตัดสินให้ประหารชีวิตนายตะปอยโฮ โดยไม่มีการลดหย่อนโทษให้แต่อย่างใด เนื่องจากพฤติกรรมที่โหดเหี้ยม ไม่เว้นแม้กระทั่งเด็กเล็กที่ยังไม่รู้เดียงสา หลังจากได้ถูกศาลตัดสินแล้ว ทางเรือนจำอำเภอสีคิ้วได้ส่งตัวข.ช.ตะปอยโฮมาคุมขังที่เรือนจำกลางบางขวางทันที ข.ช.ตะปอยโฮได้ขอยื่นอุทธรณ์ต่อศาลตามสิทธิ์ ผลการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น ข.ช.ตะปอยโฮได้ยื่นฎีกาต่อศาลตามสิทธิ์อีก ผลการพิจารณาของศาลฎีกา ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ เป็นนักโทษเด็ดขาดรอการประหารชีวิต น.ช.ตะปอยโฮได้ทำหนังสือถวายฎีกาทูลเกล้าฯขอพระราชทานอภัยโทษตามสิทธิ์ที่กฎหมายกำหนด และรอผลการพิจารณาอยู่ที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1

วันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน 2542 เวลา 10.20 น. หลังจากที่ข้าพเจ้าได้รับแจ้งอย่างเป็นความลับว่าจะมีการประหารชีวิตนักโทษจำนวน 3 ราย ข้าพเจ้าได้จัดเตรียมกุญแจมือ และมีดคัตเตอร์สำหรับตัดด้ายดิบ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เสร็จแล้วข้าพเจ้าได้สวดมนต์ไหว้พระทำจิตใจให้สงบ พร้อมกับจุดธูปบูชาท้าวเวชสุวรรณที่ข้าพเจ้านับถือ และรอเวลาเบิกตัวนักโทษเพื่อทำตามขั้นตอนการประหาร

เวลา 16.10 น. หลังจากทราบรายชื่อนักโทษชายทั้ง 2 รายที่จะถูกประหารในวันนี้แล้ว ข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงทั้งหมด ได้เข้าไปที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1 เพื่อทำการเบิกตัว โดยข้าพเจ้ารับหน้าที่เบิกตัวน.ช.ตะปอยโฮ เมื่อเข้าไปถึงตึกขัง ได้ยินเสียงเฮฮาแว่วออกมาจากข้างใน เนื่องจากขณะนั้นได้มีการประกาศพระราชทานอภัยโทษออกมาแล้ว และอยู่ในระหว่างการตรวจสอบว่าใครมีสิทธิ์หรือไม่มีสิทธิ์ในการได้รับพระราชทานอภัยโทษในครั้งนี้ ซึ่งการประกาศพระราชอภัยโทษในครั้งนั้น มีคดีหลายประเภทที่ไม่ได้รับการพระราชทานอภัยโทษ โดยเฉพาะคดีจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ และคดีฆ่าที่โหดร้ายทารุณ แต่นักโทษในคดีดังกล่าวก็ยังมีความหวัง เนื่องจากมีการปล่อยข่าวออกมาว่า กำลังมีการพิจารณาใหม่ เพื่อให้ทุกคดีมีสิทธิ์ที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษในครั้งนี้


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      7 ต.ค. 55   เวลา 9:31:00    IP = 125.26.41.40
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 6  
 
เมื่อเสียงไขกุญแจประตูตึกดังขึ้น เสียงต่างๆได้เงียบลงทันที ข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงทั้งหมดเดินเข้าไปภายใน นักโทษประหารที่อยู่ในห้องต่างมีสีหน้าตื่นตกใจ บางรายได้ถามข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงนายอื่นในทำนองเดียวกันว่า “ หัวหน้าครับ อภัยโทษกำลังที่จะประกาศออกมาแล้ว ทำไมถึงมีการประหารพวกผมอยู่อีก ล้อกันเล่นหรือเปล่าครับ” ข้าพเจ้าตอบกลับไปว่า “ ที่จะประกาศออกมานั้น ผมเองยังไม่เห็นหรือรู้ว่ามีคดีอะไรบ้างที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษ เมื่อมีคำสั่งให้พวกผมมาเบิกตัว พวกผมก็ต้องทำตามหน้าที่ ขอให้ทุกคนเข้าใจด้วย พวกผมรู้ว่าทุกคนรู้สึกอย่างไร ไม่ใช่ว่าพวกผมอยากทำ แต่จนใจที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไรให้ได้ ต้องขอโทษทุกคนด้วย” นักโทษประหารทุกคนในขณะนั้นต่างมีสีหน้าสลด ซึ่งตัวข้าพเจ้าเองมีความรู้สึกสงสารทุกคนเป็นอย่างมาก


ที่ห้องขังน.ช.ตะปอยโฮ เมื่อข้าพเจ้าไปหยุดยืนที่หน้าห้อง ภายในห้องทั้งหมดต่างนั่งตัวแข็ง รอว่าผู้ใดจะเป็นผู้โชคร้ายถูกขานชื่อขึ้นมา ในวันนั้นหัวหน้าฝ่ายควบคุมกลางเป็นผู้เรียกชื่อ เมื่อน.ช.ตะปอยโฮได้ยินเสียงเรียกชื่อแล้ว ก็ยอมเดินออกมาแต่โดยดี ข้าพเจ้าเป็นผู้สวมกุญแจมือ และตรวจค้นตัว นำตัวออกจากตึกขังในทันที น.ช.ตะปอยโฮมีการการสั่นกลัว เหงื่อแตกออกมาเต็มใบหน้า มือเย็นเฉียบ และได้พูดกับข้าพเจ้า “หัวหน้าครับจะซ้อมผมก่อนยิงหรือเปล่า ผมขอเถอะนะครับอย่าทำผมกันอีกเลย ผมผิดไปแล้ว เห็นใจผมบ้างนะครับผมโดนมามากแล้ว ตั้งแต่โดนจับตัวมาได้ ผมถูกซ้อมมาตลอด พอเข้าไปที่เรือนจำสีคิ้ว นักโทษด้วยกันก็รุมทำร้ายผมอีก อย่าซ้อมผมอีกเลยนะครับ ผมขอร้อง”

ข้าพเจ้าได้บอกน.ช.ตะปอยโฮไปว่า “ตะปอยโฮ ไม่เคยมีนักโทษประหารรายไหนถูกซ้อมก่อนยิงผมรับรองได้ ที่ตะปอยโฮโดนซ้อมมาก่อนนั้น ตะปอยโฮต้องเข้าใจความรู้สึกของคนอื่นบ้าง ตะปอยโฮก่อคดีค่อนข้างโหดไปสักหน่อย ถ้าตะปอยโฮไม่ทำเด็กที่ไม่รู้เรื่อง คงไม่มีใครทำร้ายตะปอยโฮหรอก ถ้าผมอยู่ในเหตุการณ์วันนั้นด้วย และได้เห็นสภาพศพเด็กที่ถูกฆ่า ผมคงไม่ปล่อยตะปอยโฮไว้เช่นกัน ต้องเข้าใจทุกคนที่ทำกับตะปอยโฮด้วย สำหรับวันนี้ผมกล้าเอาหัวเป็นประกัน จะไม่มีใครมาทำร้ายตะปอยโฮได้อย่างเด็ดขาด” ตะปอยโฮ “ครับผมเชื่อหัวหน้า แต่หัวหน้าต้องเป็นคนพาผมไปประหารนะครับ ไม่อย่างนั้นผมไม่ยอมเข้าหลักประหารอย่างเด็ดขาด” ข้าพเจ้าได้ตอบตกลงทันที


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      7 ต.ค. 55   เวลา 9:34:00    IP = 125.26.41.40
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 7  
 
เมื่อนำตัวมาถึงหมวดผู้ช่วยเหลือฯ ได้ให้น.ช.ตะปอยโฮและน.ช.ประยุทธ นั่งรอเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สักครู่ได้มีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์หญิง นำน.ญ.สมัยเข้ามาภายในเรือนจำกลางบางขวาง และเข้ามาที่หมวดผู้ช่วยเหลือฯ น.ช.ตะปอยโฮมีสีหน้างงๆ และถามข้าพเจ้าว่า “หัวหน้าครับวันนี้มีการประหารผู้หญิงด้วยหรือครับ” ข้าพเจ้าตอบว่าใช่ ส่วนน.ช.ประยุทธได้หันมาพูดกับน.ช.ตะปอยโฮ “ปอยเว้ย พวกเราโชคดีที่สุดแล้วที่มีผู้หญิงไปเป็นเพื่อน” ขณะนั้นสารวัตรโกมลเดินนำเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองทะเบียนประวัติอาชญากรเข้ามาพอดี และเผอิญวันนั้นได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงมาด้วย 3 นาย ซึ่งทุกคนล้วนหน้าตาดีและยังสาวอีกด้วย น.ช.ตะปอยโฮได้พูดกับข้าพเจ้าว่า “หัวหน้าเชื่อไหม ผมเป็นคนที่โชคดีเรื่องผู้หญิงมาตลอด ขนาดจะตายอยู่แล้วยังมีผู้หญิงมาห้อมล้อมผมเต็มไปหมด ผมมีคาถาอยู่บทหนึ่งจะให้หัวหน้าเป็นที่ระลึก เวลาเจอผู้หญิงที่ชอบ ให้หัวหน้าท่องในใจ 3 จบ เสร็จแล้วให้เป่าไปที่ผู้หญิงคนนั้น รับรองเห็นผลทันตา ผมเองมีเมียทั้งหมด 4 คน คนที่ตายเป็นเมียคนที่ 3 ของผม ไม่เชื่อหัวหน้ากลับบ้านไปวันนี้ไปหาลองเป่าดูได้เลย” ข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงที่อยู่ตรงนั้นทั้งหมดต่างหูผึ่งทันที และได้นำกระดาษมาจดคาถาที่ว่าเก็บใส่กระเป๋าไว้


หลังจากที่เจ้าหน้าที่พิมพ์ลายนิ้วมือของน.ญ.สมัยและน.ช.ประยุทธเสร็จ จึงได้มาทำการพิมพ์ลายนิ้วมือน.ช.ตะปอยโฮเป็นรายสุดท้าย สารวัตรโกมลได้ถามน.ช.ตะปอยโฮ “ได้ข่าวว่าเมื่อสักครู่ตะปอยโฮได้ให้คาถาจีบหญิงกับยุทธไปหรือ” น.ช.ตะปอยโฮพยักหน้าตอบรับ สารวัตรโกมลจึงพูดขึ้นอีก “แย่แน่เลย วันนี้ผมพาลูกน้องสาวๆมาด้วย เสร็จงานแล้วสงสัยยุทธคงต้องลองคาถากับลูกน้องผมแน่ ถ้ายังไงอย่าเป่าทีเดียว 3 คนนะ” น.ช.ตะปอยโฮได้ยืนยันคาถาของตัวเอง “อย่าว่าแต่ 3 คนเลยครับ ต่อให้มาเป็นสิบก็ไม่เหลือ” ได้ยินดังนั้นหัวใจของข้าพเจ้าพองโตขึ้นมาทันที

เสร็จจากการพิมพ์ลายนิ้วมือ เวรผู้ใหญ่ได้ทำการอ่านคำสั่งจากสำนักนายกฯให้ทั้งหมดฟัง โดยอ่านให้น.ช.ตะปอยโฮฟังเป็นรายสุดท้าย และให้ทุกคนเซ็นทราบในคำสั่งนั้น แล้วให้ทำพินัยกรรมและเขียนจดหมาย น.ช.ตะปอยโฮได้ปฏิเสธที่จะทำพินัยกรรม แต่ได้เขียนจดหมายขึ้นมาฉบับหนึ่งสั้นๆ เสร็จแล้วพี่เลี้ยงทั้งหมดได้ช่วยกันยกอาหารมื้อสุดท้ายมาให้นักโทษประหารทั้ง 3 ราย แต่ไม่มีผู้ใดแตะต้องอาหารแม้แต่น้อย จึงได้นำทั้งหมดไปฟังเทศนาธรรมจากพระสงฆ์ ซึ่งทุกคนต่างตั้งใจฟังอย่างสงบ


หลังฟังพระเทศน์จบ ได้ให้น.ช.ประยุทธและน.ช.ตะปอยโฮนั่งรอที่หมวดผู้ช่วยเหลือฯ ส่วนข้าพเจ้านำน.ญ.สมัยไปทำการประหารก่อน เสร็จแล้วได้แจ้งให้พี่เลี้ยงนำน.ชประยุทธและน.ช.ตะปอยโฮไปส่งให้ข้าพเจ้าซึ่งรอรับตัวนักโทษทั้ง 2 อยู่ที่ศาลาเย็นใจ แต่เมื่อพี่เลี้ยงนำตัวน.ช.ตะปอยโฮมาถึงศาลเจ้าพ่อเจตคุปต์ น.ช.ตะปอยโฮได้หยุดไม่ยอมเดินต่อและถามหาข้าพเจ้า พร้อมกับบอกพี่เลี้ยงที่นำไปว่า ถ้าข้าพเจ้าไม่เป็นผู้ไปรับตัว จะไม่ยอมเข้าหลักประหารอย่างเด็ดขาด ผู้อำนวยการส่วนควบคุมฯจึงสั่งให้ข้าพเจ้าย้อนกลับไปรับตัวน.ช.ตะปอยโฮ เมื่อน.ช.ตะปอยโฮเห็นข้าพเจ้าเดินเข้าไปหา ก็ได้โผเข้ามากอดเอวข้าพเจ้าไว้แน่นพร้อมกับต่อว่า “ไหนหัวหน้าบอกผมว่าจะเป็นผู้พาผมไป แต่ทำไมกลับเป็นคนอื่น ผมไว้ใจหัวหน้าคนเดียว หัวหน้าอย่าทิ้งผมอีกนะครับ” ข้าพเจ้าจึงเดินกอดไหล่พาเดินไปจนถึงศาลาเย็นใจ ซึ่งน.ช.ประยุทธได้นั่งรออยู่ก่อนแล้ว

เมื่อเข้าไปในศาลาเย็นใจ ได้ให้นักโทษทั้ง 2 นั่งคู่กัน ข้าพเจ้าเป็นผู้หยิบธูปเทียนดอกไม้ส่งให้นักโทษทั้ง 2 พี่เลี้ยงอีก 2 นายเป็นผู้ผูกตาให้นักโทษ เสร็จแล้วนำเข้าไปในห้องประหารพร้อมกันทั้ง 2 คน โดยจับให้น.ช.ประยุทธนั่งที่หลักที่หนึ่ง น.ช.ตะปอยโฮนั่งที่หลักที่สอง โดยให้พี่เลี้ยงที่มาเสริม ประคองตัวน.ช.ตะปอยโฮไว้กับหลักประหารก่อน เมื่อข้าพเจ้ามัดตัวน.ช.ประยุทธให้ติดกับหลักและตั้งเป้าตาวัวเสร็จ จึงได้มามัดตัวน.ช.ตะปอยโฮและตั้งเป้าตาวัวเป็นรายต่อไป เสร็จแล้วข้าพเจ้าได้พูดกับน.ช.ตะปอยโฮ “ตะปอยโฮ ผมขอให้ไปสู่สุคตินะ ขอให้นึกถึงพระไว้ให้ดี คอยท่องพุทโธไว้นะ” น.ช.ตะปอยโฮได้พูดกับข้าพเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย “ขอให้หัวหน้าโชคดีมีเงินมากๆผมขอลาก่อน” ข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงทั้งหมด ได้ทำการขออโหสิกรรมต่อนักโทษประหารทั้ง 2 อีกครั้ง พร้อมกับแจ้งให้หัวหน้าชุดประหารทราบ


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      7 ต.ค. 55   เวลา 9:38:00    IP = 125.26.41.40
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 8  
 
พลเล็งปืนได้เข้ามาทำการบรรจุกระสุนและตั้งศูนย์ปืนทั้ง 2 กระบอก เสร็จแล้วเพชฌฆาตมือหนึ่งและมือสองเข้ามาตรวจศูนย์ปืนอีกครั้ง ขณะเดียวกันได้มีเสียงน.ช.ประยุทธตะโกนพูดกับน.ช.ตะปอยโฮ แต่ไม่ทันที่จะพูดจบ เพชฌฆาตได้แจ้งความพร้อมและหัวหน้าชุดประหารได้โบกธงลง เสียงปืนทั้ง 2 กระบอก ดังรัวออกมาพร้อมกันทันที “ปังๆๆๆๆๆๆๆๆ” ใช้กระสุนสำหรับน.ช.ตะปอยโฮไปทั้งสิ้น 5 นัด ทำการประหารเมื่อเวลา 18.10 น. โดยเพชฌฆาตมือสองเป็นผู้ทำการประหารชีวิต

เมื่อครบ 3 นาทีข้าพเจ้าและแพทย์เข้าไปตรวจดูร่างของนักโทษทั้งสอง ปรากฏว่าน.ช.ตะปอยโฮได้สิ้นใจไปแล้ว แต่น.ช.ประยุทธยังร้องครวญครางอยู่และแพทย์ยืนยันว่ายังไม่ตายต้องยิงซ้ำ จึงแจ้งให้หัวหน้าชุดประหารทราบ ซึ่งเพชฌฆาตมือหนึ่งได้ทำการยิงซ้ำอีกชุดหนึ่ง หลังจากเข้าไปตรวจเป็นครั้งที่ 2 พบว่าน.ช.ประยุทธได้สิ้นใจแล้ว หัวหน้าชุดจึงสั่งให้นำร่างนักโทษประหารทั้ง 2 ลงจากหลัก แล้วไปนำร่างของน.ญ.สมัยในห้องเล็ก ออกมานอนคว่ำหน้าเรียงกันที่หน้าหลักประหาร เพื่อความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่พิมพ์ลายนิ้วมือ


หลังการประหารเสร็จสิ้นแล้ว ทางเรือนจำได้จัดเลี้ยงอาหารแก่เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ข้าพเจ้าคิดที่จะฉวยโอกาสนี้ลองคาถาของน.ช.ตะปอยโฮดู โดยเล็งเป้าหมายไปที่กลุ่มตำรวจหญิง แต่เหมือนนกรู้มีตำรวจสาวนายหนึ่งพูดกับข้าพเจ้าว่า “ที่พี่มองพวกหนู คิดจะลองคาถาแน่ๆเลย หนูว่าอย่าดีกว่า เราเจ้าหน้าที่ด้วยกันไว้ไปลองกับคนอื่นดีกว่า” ข้าพเจ้าเลยจำเป็นต้องยุติ แต่ยังตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะต้องหาคนลองคาถาให้ได้ เมื่อกลับถึงบ้านได้วางกระดาษที่จดคาถาไว้ที่โต๊ะโทรศัพท์ เช้าวันรุ่งขึ้นแต่งตัวเตรียมออกจากบ้าน ปรากฏว่ากระดาษแผ่นนั้นได้หายไป ข้าพเจ้าจึงถามภรรยา “สาเห็นกระดาษแผ่นที่วางบนโต๊ะโทรศัพท์ไหม” เสียงภรรยาถามกลับมาว่า “แผ่นที่เขียนว่าคาถาจีบสาวใช้ไหม” ข้าพเจ้าตอบเสียงอ่อยๆว่า “ใช่” ภรรยาข้าพเจ้าพูดเสียงดังว่า “เผาทิ้งไปแล้วจะเก็บไว้ทำไมไอ้คาถาบ้าๆอย่างนั้น” เฮ้อ! คาถาดีๆได้สาบสูญไปจากโลกนี้อีกบทหนึ่งแล้ว


ขออภัยต่อผู้เกี่ยวข้องและญาติของผู้เสียชีวิตทุกท่าน ซึ่งข้าพเจ้าได้กล่าวอ้างอิงถึง


ขอให้ดวงวิญญาณนายตะปอยโฮ ไม่มีนามสกุล จงไปสู่ภพที่ดีหมดสิ้นเวรกรรมทั้งหมด


ขอชมเชยผลงานและความพยายามในการปฏิบัติหน้าที่ติดตามคนร้าย ของเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ต.คลองไผ่ สภ.อ.สีคิ้ว และนปพ.จังหวัดนครราชสีมาทุกนายมา ณ ที่นี้


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      7 ต.ค. 55   เวลา 9:43:00    IP = 125.26.41.40
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 9  
 
สวัสดียามเช้าครับ จารย์ท็อป

   สายฟ้า พาเพลิน      7 ต.ค. 55   เวลา 9:51:00    IP = 1.1.211.117
 


  คำตอบที่ 10  
 
เดี๋ยวมาอ่าน

   Guitar Chord      7 ต.ค. 55   เวลา 9:52:00    IP = 180.180.220.66
 


  คำตอบที่ 11  
 
ตอนที่ผู้คุมและนักโทษประหารบอกลากัน อ่านแล้วสะเทือนใจยังไงพิกล

   สมาชิกแบบพิเศษ      รพินทร์ ไพรวัลย์      7 ต.ค. 55   เวลา 9:55:00    IP = 171.4.22.222
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 12  
 
สวัสดีทุกท่านนะครับ

ไหนๆก็ไหนแล้วครับต่ออีกเรื่องนะครับเป็นนักโทษที่ ประหารพร้อม ตะปอยโฮครับ

...............................................................

สมัย ปานอินทร์ เจ้าแม่ล๊อก4

น.ญ.สมัย,เอียง ปานอินทร์ อายุ 59 ปี หมายเลขประจำตัว 970/42 คดียาเสพติดให้โทษ(เฮโรอีน) ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 65, 66, 102 หมายเลขคดีดำที่ 5713/37, 7594/37, 1522/38 หมายเลขคดีแดงที่ 6390-1/39 ศาลอาญากรุงเทพฯ ผลงานการจับกุมของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ปปส.)


วันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ.2542 เวลา 10.20 น. ข้าพเจ้าได้รับแจ้งอย่างเป็นความลับว่า ภายในวันนี้จะมีการประหารชีวิตนักโทษเด็ดขาดจำนวน 3 ราย โดยเป็นนักโทษชายจำนวน 2 ราย และนักโทษหญิงจำนวน 1 ราย ซึ่งข้าพเจ้าแทบไม่อยากเชื่อว่าจะมีการประหารชีวิตผู้หญิงด้วย แต่เมื่อได้รับคำยืนยันจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนฯ ข้าพเจ้าจำต้องเชื่อพร้อมกับได้สอบถามไปว่าเป็นนักโทษเด็ดขาดคดีอะไร พฤติการณ์โหดร้ายแค่ไหน ทำไมถึงต้องถูกลงโทษขั้นสูงสุด คือประหารชีวิต คำตอบที่ข้าพเจ้าได้รับมานั้น ปรากฏว่าเป็นคดีค้ายาเสพติดให้โทษ ซึ่งจะเป็นผู้หญิงรายแรกที่ถูกประหารชีวิตในคดีนี้ เมื่อข้าพเจ้าทราบดังนั้น จึงไปจัดเตรียมสิ่งของที่ต้องใช้ในการประหารชีวิต พร้อมกับสวดมนต์ไหว้พระทำจิตใจให้สงบ รอเวลาที่จะต้องทำหน้าที่พี่เลี้ยงตามคำสั่ง


ตามประวัติการประหารชีวิตด้วยวิธียิงเป้านั้น เคยทำการประหารชีวิตผู้หญิงมาทั้งสิ้น 2 ราย รายแรกเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2485 ในคดีปล้นทรัพย์และฆ่าเจ้าทรัพย์ รายที่สองเมื่อวันที่ 13 มกราคม พ.ศ.2522 ในคดีเรียกค่าไถ่และฆ่าคนโดยโหดร้าย หลังจากนั้นมาเป็นเวลา 20 ปี ไม่เคยทำการประหารชีวิตผู้หญิงมาอีกเลย และในวันนี้จะเป็นการประหารชีวิตนักโทษหญิงเป็นรายที่สามของประเทศ ซึ่งถือได้ว่ารัฐบาลได้เอาจริงกับผู้ค้ายาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงก็ตาม


เวลา 16.10 น. หลังจากที่ข้าพเจ้าได้เข้าไปเบิกตัวนักโทษประหารชาย ที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1 แล้ว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์หญิง 3 นาง ได้คุมตัวนักโทษประหารหญิงผ่านประตูเรือนจำมาที่หมวดผู้ช่วยเหลือฯ ในขณะนั้นนักโทษหญิงคนดังกล่าวมีสีหน้ามึนงงและตื่นกลัว ยังไม่รู้ตัวว่าได้ถูกนำตัวมาที่เรือนจำกลางบางขวางเพื่ออะไร แต่เมื่อนั่งลงที่เก้าอี้ตัวแรกซึ่งได้จัดไว้ให้ และเริ่มรู้ตัวในสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้น เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่มามุงดูกันเป็นจำนวนมาก บางนายก็ส่งเสียงพูดคุยกันถึงเรื่องการประหารชีวิต และที่ข้างตัวยังมีนักโทษชายนั่งอยู่อีก 2 ราย จึงหันไปถามเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์หญิงที่พามาด้วยท่าทางตื่นกลัว “คุณคะพาฉันมาที่นี่ทำไม แล้วทำไมคนถึงมามุงดูฉันกันมากมายขนาดนั้น มีอะไรเกิดขึ้นหรือคะ” เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์หญิงได้ตอบด้วยเสียงสั่นๆว่า “พี่เอียงเชื่อไหมพวกเราได้รับคำสั่งให้นำตัวพี่เอียงพร้อมทะเบียนประวัติ มาส่งที่เรือนจำกลางบางขวางเท่านั้น แต่เราไม่รู้จริงๆว่าพามาเพื่ออะไร เมื่อมีคำสั่งให้มาก็ต้องมา เพิ่งจะมารู้เมื่อสักครู่นี้ว่า ให้พาพี่เอียงมาประหารชีวิต” เมื่อทราบว่าจะต้องถูกประหารชีวิต ก็ได้ร้องไห้โฮออกมาทันที

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      7 ต.ค. 55   เวลา 10:06:00    IP = 125.26.41.40
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 13  
 
น.ช.ประยุทธที่นั่งอยู่ด้านข้างได้พูดจาปลอบใจ “อย่าร้องไห้ไปเลยครับ พวกผม 2 คนก็กำลังจะถูกประหารชีวิตเหมือนกัน พวกเราทำความผิดไว้ ผลกรรมก็ต้องตามมาเป็นเรื่องธรรมดา ขอโทษนะครับคุณโดนคดีอะไรมาครับ” นักโทษประหารหญิงคนดังกล่าวตอบว่า “ผงขาวค่ะ แต่ฉันไม่รู้ตัวจริงๆว่าเขาจะพาฉันมาประหาร ฮือๆๆๆ

ข้าพเจ้าเดินไปถามชื่อนักโทษหญิงคนดังกล่าวจากเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์หญิง ซึ่งยืนหน้าซีดไม่แตกต่างจากนักโทษที่พามา และได้รับคำตอบว่าชื่อ “สมัย ปานอินทร์” หรือมีชื่อเล่นอีกชื่อว่า “เอียง” ข้าพเจ้าจึงเข้าไปพูดกับน.ญ.สมัย “พี่เอียงครับ พวกผมและเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องทำตามหน้าที่นะครับ ผมเห็นใจและสงสารพี่มาก แต่จนใจที่ไม่สามารถช่วยอะไรพี่ได้ ผมอยากขอร้องให้พี่หยุดร้องไห้ แล้วทำจิตใจให้สงบดีกว่า ผมเข้าใจจิตใจของพี่ดี มีอะไรเรามาพูดคุยกันดีกว่าตกลงนะครับ” น.ญ.สมัยสะอื้นฮักแล้วพูดว่า “ในเมื่อฉันจะต้องตายแน่ๆแล้ว ขอฉันโทรศัพท์คุยกับลูกสาวก่อนได้ไหมคะ ได้โปรดเถิดค่ะเห็นใจฉันบ้าง” ข้าพเจ้าพูดตอบไปว่า “ผมต้องขอโทษด้วยครับ เรื่องโทรศัพท์คงจะอนุญาติให้ไม่ได้ เพราะเป็นสิ่งของต้องห้ามของทางเรือนจำ แต่หลังจากพิมพ์ลายนิ้วมือเสร็จ เขาจะอนุญาตให้พี่ทำพินัยกรรมและเขียนจดหมายสั่งเสียได้เต็มที่ครับ” น.ญ.สมัยพูดขอร้องอีก “สักเดี๋ยวเดียวเท่านั้นได้ไหมคะขอร้องเถิดคะ” ข้าพเจ้าตอบไปว่า “ไม่ได้จริงๆครับ คนที่มีสิทธิ์อนุญาตได้ คงมีแต่ผู้บัญชาการเรือนจำหรือไม่ก็รองอธิบดีหรืออธิบดีนั่นเลย ผมเสียใจด้วยที่ไม่สามารถช่วยได้”


เมื่อเจ้าหน้าที่จากกองทะเบียนประวัติอาชญากรมาถึง ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงมาด้วย 3 นาง สารวัตรโกมลได้ให้เข้าไปพิมพ์ลายนิ้วมือน.ญ.สมัยทันที ตลอดเวลานั้นน.ญ.สมัยยังคงสะอื้นอยู่ และพยายามขอร้องเจ้าหน้าที่นายอื่นเพื่อขอโทรศัพท์ไปหาลูกสาว แต่ไม่มีใครสามารถที่จะอนุญาตให้ได้ น.ญ.สมัยจึงได้แต่นั่งคอตกปล่อยให้เจ้าหน้าที่พิมพ์ลายนิ้วมือจนเสร็จ

เวรผู้ใหญ่ได้เข้ามาอ่านคำสั่งให้ยกฎีกา จากสำนักนายกรัฐมนตรีให้น.ญ.สมัยฟังเป็นคนแรก และให้เซ็นทราบในคำสั่งนั้น เสร็จแล้วได้ให้ทำพินัยกรรมและเขียนจดหมาย โดยเนื้อความในจดหมายมีใจความว่า “ขอให้ลูกๆทุกคนอย่าได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก ขอให้ดูแม่เป็นตัวอย่าง เงินทองที่ค้าขายยาเสพติดมาได้นั้น ไม่คุ้มค่ากับการที่ต้องมาวิ่งเต้นสู้คดี สุดท้ายชีวิตก็ต้องมาสูญสิ้นไปอีก” ข้าพเจ้าเข้าไปถามน.ญ.สมัย “พี่เอียงครับ ผมขอถามพี่หน่อยนะ มีบางคนพูดว่าคดีของพี่นั้น เป็นคดีผ่าท้องเด็กทารกเอาเครื่องในออกแล้วยัดผงขาวเข้าไปแทนใช่ไหมครับ” น.ญ.สมัยตอบข้าพเจ้าว่า “ไม่ใช่คะเข้าใจกันผิดแล้ว เกิดมาฉันยังไม่เคยฆ่าใครสักคน ที่ผ่าท้องเด็กยัดผงขาวนั้นเป็นอีกคนหนึ่ง คดีของฉันเป็นคดีผงขาวอย่างเดียวค่ะ”


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      7 ต.ค. 55   เวลา 10:13:00    IP = 125.26.41.40
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 14  
 
คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2537 เจ้าหน้าที่ปปส. ได้สืบทราบว่ามีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติด ที่บ้านหลังหนึ่งในซอยรามอินทรา 15 ถนนรามอินทรา แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ จึงนำหมายค้นพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจค้นที่บ้านหลังดังกล่าวทันที

ผลการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบยาเสพติดเฮโรอีนตราสิงห์โตคู่เหยีบโลกจำนวน 5 ถุง น้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรรมเศษ เฮโรอีนบรรจุในหลอดพลาสติกพร้อมที่จะนำออกจำหน่าย 2,800 หลอด โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง วิทยุติดตามตัว 1 เครื่อง หลอดพลาสติกเปล่า 5,000 หลอด เงินสด 214,800 บาท และสามารถจับกุมผู้ที่อยู่ในบ้านได้ 5 คน ทราบชื่อว่า นางสมัย ปานอินทร์ อายุ 54 ปี นางสมใจ ทองโอ อายุ 56 ปี นางมาลี เดชาภิรมย์ อายุ 39 ปี นายอรุณศักดิ์ หงษ์สร้อยคำ อายุ 20 ปี ด.ช.เล็ก(นามสมมุติ) อายุ 14 ปี นำทั้งหมดส่งกองบัญชาการตำรวจนครบาลเพื่อทำการสอบสวน


ผลการสอบสวน นางสมัยได้ให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าเดินทางมาที่บ้านหลังดังกล่าวเพื่อขอยืมเงินจากนางสมใจไปซื้อบ้าน แต่ขณะที่กำลังจะเดินลงมาจากตัวบ้าน ได้ถูกบุกเข้าจับกุมโดยไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย และไม่ทราบว่าภายในบ้านมีการลักลอบบรรจุเฮโรอีนกันอยู่ เงินสดที่พบในตัวจำนวน 130,000 บาทนั้น เป็นเงินที่พกมาให้นางสมใจดูเพื่อให้เชื่อว่าตนมีเงินอยู่บ้าง หากให้ตนยืมเงินแล้วพอที่จะซื้อบ้านได้ ส่วนเงินสดที่จับกุมได้นอกจากที่ตนพกมา ไม่ทราบว่าเป็นของผู้ใดกันบ้าง

นางสมใจรับสารภาพว่าขายเฮโรอีนกันทั้งครอบครัว ลูกชายและลูกสาวได้ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้โดยขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ และสามีของนางสมใจก็ถูกจับกุมในคดีจำหน่ายยาเสพติดเช่นกัน แต่ไม่สามารถทนความลำบากขณะที่ติดคุกอยู่ในเรือนจำกลางบางขวางได้ จึงผูกคอตายในคุกไปเมื่อปีพ.ศ.2534

สำหรับเฮโรอีนทั้งหมดทราบว่ารับซื้อมาจากพ่อค้ายาเสพติดภาคเหนือ โดยจะนำมาส่งครั้งละ 15-20 ถุง แล้วจะนำแบ่งใส่หลอดขายให้ลูกค้ารายย่อย นางสมัยจะมารับเฮโรอีนไปขายในชุมชนคลองเตยล็อกที่ 4 และได้ทำมานานแล้ว จนได้ฉายาว่า “เจ้าแม่ล็อก 4” ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ติดตามพฤติการณ์ของนางสมัยมานานแล้ว หลังการสอบสวนเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สรุปสำนวนการสอบสวนและพยานหลักฐานต่างๆ ส่งมอบให้อัยการเพื่อส่งฟ้องทั้งหมดต่อศาลอาญากรุงเทพฯ

ผลการพิจารณาของศาลชั้นต้น ได้ตัดสินให้ประหารชีวิตนางสมัย ส่วนนางสมใจ นางมาลี และนายอรุณ ถูกตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิต ด.ช.เล็กถูกศาลเยาว์ชนตัดสินให้กักขังที่สถานพินิจเด็กและเยาวชน ข.ญ.สมัยได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลเพื่อขอลดหย่อนโทษที่ได้รับ ผลการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น ข.ญ.สมัยได้ยื่นฎีกาเพื่อขอลดหย่อนโทษอีก ผลการพิจารณาของศาลฎีกา ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ เป็นนักโทษเด็ดขาดรอการประหารชีวิต น.ญ.สมัยได้ทำหนังสือทูลเกล้าฯขอพระราชทานอภัยโทษตามสิทธิ์ และรอผลการพิจารณาอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง บางเขน


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      7 ต.ค. 55   เวลา 10:16:00    IP = 125.26.41.40
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 15  
 
หลังจากที่นักโทษประหารทั้งหมดได้ทำพินัยกรรม และเขียนจดหมายฉบับสุดท้ายเสร็จ ข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงทั้งหมด นำอาหารมื้อสุดท้ายมาให้นักโทษทั้ง 3 คน แต่ไม่มีใครแตะต้องอาหารแต่อย่างใด เพียงแต่หยิบน้ำขึ้นดื่มกันเท่านั้น น.ญ.สมัยได้หันมาหาข้าพเจ้า “ขอเหล้าสักแก้วได้ไหมคะ จิตใจของฉันจะได้กล้าหน่อย” ข้าพเจ้าตอบไป “เหล้าก็ไม่ได้เหมือนกัน ดื่มกาแฟแทนไหมพี่” น.ญ.สมัย “โน่นก็ไม่ได้นี่ก็ไม่ได้ ความจริงน่าจะสงเคราะห์ให้เป็นครั้งสุดท้ายบ้างนะ” ข้าพเจ้าตอบไป “ไม่ได้จริงๆพี่ กฎระเบียบเรือนจำเขามีอยู่ พวกผมจะไปฝ่าฝืนไม่ได้” น.ญ.สมัย “ตกลงกาแฟก็ได้” ข้าพเจ้าจึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่จัดหามาให้

หลังจากอาหารมื้อสุดท้าย ข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงทั้งหมดนำนักโทษทั้งสามไปฟังเทศนาธรรมจากพระสงฆ์ โดยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์หญิง 2 นาง เป็นผู้ประคองแขนทั้งสองข้างของน.ญ.สมัยไป ข้าพเจ้าเห็นแล้วให้รู้สึกสงสารเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 นางเป็นอย่างมาก เพราะเท่าที่สังเกตดูเห็นเหงื่อตกและมือไม้สั่นไปหมด น่าจะสั่นกว่านักโทษที่จะถูกประหารเสียอีกด้วย ระหว่างที่ฟังเทศนาธรรม นักโทษทั้งหมดต่างตั้งใจฟังอย่างสงบ เสร็จแล้วจึงให้น.ช.ประยุทธและน.ช.ตะปอยโฮ นั่งรอที่หมวดผู้ช่วยเหลือฯ

จากนั้นได้ให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์หญิงเป็นผู้ประคองน.ญ.สมัย เดินไปสู่ห้องประหารเป็นรายแรก ส่วนข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงอีก 2 นายเดินตามหลังไป เมื่อเดินมาได้สักระยะหนึ่ง ข้าพเจ้าเห็นอาการของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์หญิงทั้งสองแล้ว กลัวว่าจะเข่าอ่อนทรุดลงไปก่อนนักโทษที่ตัวเองประคอง ข้าพเจ้าจึงชวนพี่เลี้ยงอีกนาย “ผมว่าเราสองคนเข้าไปทำหน้าที่แทนผู้คุมหญิงสองคนนั่นดีกว่า ผมดูแล้วกลัวจะไปไม่รอด เห็นไหมสั่นกันไปหมดทั้งตัวแล้ว ไม่เข้าท่าแน่ถ้าปล่อยให้พาไปถึงหลักประหาร เดี๋ยวจะเป็นลมกันเสียก่อน อย่างว่าแหละคนไม่เคยเห็นการประหารและไม่เคยทำหน้าที่พี่เลี้ยงมาก่อน” พี่เลี้ยงนายนั่นได้
ตอบตกลงทันที


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      7 ต.ค. 55   เวลา 10:17:00    IP = 125.26.41.40
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 16  
 
ข้าพเจ้าเข้าไปสะกิดข้อศอกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์หญิงคนด้านขวา เมื่อเจ้าหน้าที่นางนั้นหันมามองข้าพเจ้า ข้าพเจ้าได้ส่งสัญญานมือให้หลบออกมาจากตัวน.ญ.สมัย เจ้าหน้าที่นางนั้นรีบหลีกทางให้ข้าพเจ้าในทันที พร้อมกับถอนหายใจโล่งอก ข้าพเจ้าคล้องแขนขวาน.ญ.สมัยซึ่งพี่เลี้ยงอีกนายได้เข้าคล้องที่แขนด้านซ้าย น.ญ.สมัยหันมามองข้าพเจ้า โดยข้าพเจ้าพูดว่า “พี่เอียงครับขอผมควงพี่เดินสักหน่อยนะครับ” น.ญ.สมัยตอบว่า “ไม่รังเกียจพี่หรือ พี่แก่แล้วนะและยังเป็นนักโทษอีกด้วย” ข้าพเจ้าจึงพูดว่า “เอาอย่างนี้ดีกว่า ผมขอเป็นแฟนพี่คนสุดท้ายตกลงไหมครับ” น.ญ.สมัย “ตกลงนั้นเรามาเดินควงกันสองคนพอ” พี่เลี้ยงอีกนายได้ยินดังนั้นจึงคลายมือที่คล้องแขนซ้ายออก แต่ยังเดินประกบไปด้วยตลอดทาง


ข้าพเจ้าพูดกับน.ญ.สมัยว่า “ในเมื่อเราเป็นแฟนกันแล้ว ผมบอกอะไรพี่ๆต้องเชื่อผมนะครับ” น.ญ.สมัยพยักหน้าตอบรับ ข้าพเจ้าจึงพูดต่อ “ผมขอให้พี่พยายามทำจิตใจให้สงบอย่าคิดฟุ้งซ่าน แล้วเวลาผมปิดตาพี่พาเดินไปทางไหน ผมขอให้พี่เดินไปกับผมดีๆ รับรองว่าผมจะไม่ทำให้พี่หกล้มอย่างเด็ดขาด เวลาผมมัดตัวพี่ ผมขอร้องให้พี่อยู่เฉยๆอย่าดิ้นนะครับ ผมไม่อยากให้พี่ทรมาน พี่ต้องเชื่อผมนะครับ” น.ญสมัยตอบมา “ตกลงค่ะ”


เมื่อถึงศาลเจ้าพ่อเจตคุปต์ ข้าพเจ้าได้นำน.ญ.สมัยแวะที่หน้าศาลพร้อมกับกล่าว “ที่นี่คือศาลเจ้าพ่อเจตคุปต์ที่พวกผมทุกคนนับถือ ผมขอให้พี่กราบลาที่ศาลแห่งนี้ และขอให้พี่อธิฐานในสิ่งดีงาม เพื่อพี่จะได้ไปสู่ภพที่ดีนะครับ” น.ญ.สมัยจึงนั่งพับเพียบยกมืออธิฐานประมาณ 2 นาที เสร็จแล้วข้าพเจ้าจึงควงแขนพาเดินต่อไปสู่ห้องประหาร

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      7 ต.ค. 55   เวลา 10:19:00    IP = 125.26.41.40
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 17  
 
ระหว่างทางน.ญ.สมัยได้ขอร้องข้าพเจ้าอีก “ในเมื่อเป็นแฟนกับฉันแล้ว ช่วยขอร้องผู้ใหญ่ให้ฉันได้โทรศัพท์หาลูกสักครั้งเถิดนะคะ” ข้าพเจ้าตอบไปว่า “พี่เอียงครับ ใจผมน่ะอยากให้พี่ได้มีโอกาสโทรศัพท์สั่งเสียลูกสาว แต่พี่ต้องเข้าใจด้วย ในเมื่อผมรู้อยู่แล้วว่าเป็นของต้องห้าม แต่ผมยังไปขออนุญาตให้พี่อีก ผู้ใหญ่จะว่าผมยังไงบ้าง และคงไม่มีทางที่ผู้ใหญ่จะอนุญาตให้พี่ได้โทรศัพท์ ฉะนั้นอย่าไปขอให้เสียเวลาดีกว่าครับ” น.ญ.สมัยได้พูดอีก “ถ้ายังงั้นขอฉันหอมแก้มแฟนสักครั้งจะได้ไหม” ข้าพเจ้าตอบไปว่า “อย่าว่าแต่ครั้งเดียวเลยพี่ สองสามครั้งก็ได้” พร้อมกันนั้นได้ยื่นแก้มไปให้น.ญ.สมัยหอมทันที ซึ่งน.ญ.สมัยได้หอมแก้มข้าพเจ้าดังฟอด เจ้าหน้าที่เรือนจำและสักขีพยานที่เดินตามหลังมา ต่างตบมือให้กำลังใจน.ญ.สมัย ซึ่งขณะนี้ยิ้มออกมาได้แล้ว พร้อมกับพูดว่า “อย่างน้อยที่สุดก่อนตาย ฉันยังมีโอกาสได้หอมแก้มผู้คุมหนุ่มๆอย่างคุณ แค่นี้ฉันก็ภูมิใจแล้วค่ะ”

เมื่อถึงศาลาเย็นใจ ได้ให้น.ญ.สมัยนั่งที่เก้าอี้ขาว ข้าพเจ้าหยิบดอกไม้ธูปเทียนส่งให้พร้อมกับพูดขึ้น “พี่เอียงครับ พนมมือถือดอกไม้นี้ไหว้ไปทางโบสถ์หลังนั้นซิครับ มีพระประธานตั้งอยู่ข้างในนั้นด้วย” น.ญ.สมัยได้ทำตามที่ข้าพเจ้าบอก พี่เลี้ยงอีกนายได้นำผ้าดิบผูกตาน.ญ.สมัยในทันที ข้าพเจ้าประคองให้ลุกขึ้นนำเข้าสู่ห้องประหาร ซึ่งในการประคองนักโทษประหารหญิงนั้น สะดวกกว่าการประคองนักโทษประหารชาย เนื่องจากนักโทษประหารหญิง ไม่มีโซ่ตรวนที่ขาซึ่งจะทำให้เกะกะและอาจสะดุดล้มได้


เมื่อเข้ามาในห้องประหารแล้ว ข้าพเจ้านำน.ญ.สมัยเข้าไปที่หลักประหารหลักที่หนึ่ง ทำการผูกมัดตัวกับหลักประหาร ซึ่งน.ญ.สมัยไม่แสดงอาการขัดขืนหรือดิ้นรนแต่อย่างใด เสร็จแล้วตั้งเป้าตาวัว แล้วเอาทรายแห้งโรยรอบหลักประหาร เพื่อให้ซับเลือดที่จะไหลนองลงมา ข้าพเจ้าเข้าไปกระซิบบอกลากับน.ญ.สมัย พร้อมกับให้ท่องพุทโธไว้ ปรากฏว่าน.ญ.สมัยได้ท่องออกมาดังๆ ซึ่งภายในห้องประหารขณะนั้นมีแต่ความเงียบ เสียงท่องของน.ญ.สมัยจึงฟังแล้ววังเวงน่ากลัว “พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ” ข้าพเจ้าจึงต้องกระซิบบอกอีกครั้ง “พี่เอียงครับ ผมว่าพี่ท่องพุทโธในใจดีกว่าครับ” น.ญ.สมัย “จะให้ท่องในใจใช่ไหม ได้ตกลง” ความเงียบได้กลับคืนสู่ห้องประหารอีกครั้ง ข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงทั้งหมดได้ทำการกล่าวขออโหสิกรรมอีกครั้ง แล้วจึงแจ้งให้หัวหน้าชุดประหารทราบ




   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      7 ต.ค. 55   เวลา 10:22:00    IP = 125.26.41.40
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 18  
 
พลเล็งปืนได้เข้าทำหน้าที่บรรจุกระสุนเข้ารังเพลิงโดยเข้าห้ามไกไว้ ตั้งศูนย์ปืนให้ตรงกับเป้าตาวัว เมื่อได้ที่แล้วจึงทำการล็อกตัวปืนให้ยึดติดกับแท่นปืน เพชฌฆาตมือหนึ่งเข้าทำการตรวจสอบอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าตรงดีแล้วได้แจ้งความพร้อมต่อหัวหน้าชุดประหาร ธงแดงได้สบัดลงในทันที เพชฌฆาตมือหนึ่งเหนี่ยวไกปืนลั่นกระสุนออกไป “ปัง ปัง ปัง ปังๆๆๆ” รวมทั้งสิ้น 7 นัด ทำการประหารเมื่อเวลา 17.45น.

เมื่อครบ 3 นาที ข้าพเจ้าและแพทย์ได้เข้าไปตรวจดูร่างน.ญ.สมัยที่หลักประหาร ปรากฏว่าได้สิ้นใจไปแล้วอย่างสงบ ไม่ต้องทำการยิงซ้ำแต่อย่างใด หัวหน้าชุดประหารจึงสั่งให้นำร่างลงจากหลักประหาร แล้วนำไปเก็บไว้ภายในห้องเล็ก เสร็จแล้วข้าพเจ้าจึงนำนักโทษประหารชายอีก 2 ราย เข้าสู่หลักประหารพร้อมกันเป็นชุดต่อไป


ขออภัยผู้มีชื่อเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ที่ข้าพเจ้าได้กล่าวถึง เนื่องจากต้องการให้ผู้อ่านได้รับรู้ถึงโทษของการค้ายาเสพติด


ขอให้พี่เอียง(สมัย ปานอินทร์) จงเป็นสุขอยู่ในภพที่ดี หมดสิ้นกรรมเวรทั้งหลาย และขออโหสิกรรมมา ณ ที่นี้ด้วย


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      7 ต.ค. 55   เวลา 10:25:00    IP = 125.26.41.40
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 19  
 
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม...............................
สวัสดีท่านท็อปครับ ขอบคุณมากครับ

   1927      7 ต.ค. 55   เวลา 10:31:00    IP = 115.67.71.166
 


  คำตอบที่ 20  
 
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม...............................
สวัสดีท่านท็อปครับ ขอบคุณมากครับ

   1927      7 ต.ค. 55   เวลา 10:31:00    IP = 115.67.71.166
 


  คำตอบที่ 21  
 
เป็นสาระเตือนใจที่ดีมากๆ ครับ

   sakai  7 ต.ค. 55   เวลา 10:36:00    IP = 113.53.147.231
 


  คำตอบที่ 22  
 
1927 สวัสดีครับ

sakai อ่านแล้วก็หดหู่ครับแต่ก็ได้คติสอนใจ ยิ่งช่วงหลังยาเสพติดกลับมาระบาดอย่างหนักด้วยครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      7 ต.ค. 55   เวลา 10:39:00    IP = 125.26.41.40
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 23  
 
ศาลเจ้าพ่อเจตคุปย์ แห่งคุกบางขวาง


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      7 ต.ค. 55   เวลา 10:56:00    IP = 125.26.41.40
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 24  
 
เดี๋ยวมาอ่าน...เหมือนกัน...

   nu3000      7 ต.ค. 55   เวลา 11:11:00    IP = 171.101.185.240
 


  คำตอบที่ 25  
 
น่าจะเอามาทำเป็นละครครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      Pathumthani_Core      7 ต.ค. 55   เวลา 11:32:00    IP = 27.55.6.207
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 26  
 
เสียดายคาถานั่นนะ คริๆ

   kai_niwat@hotmail.com      7 ต.ค. 55   เวลา 11:40:00    IP = 125.25.24.52
 


  คำตอบที่ 27  
 
อยากเป็นเพชรฆาตแฮะ

   Heavymetal      7 ต.ค. 55   เวลา 11:46:00    IP = 115.67.163.67

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 28  
 
เยี่ยมครับพี่ทอป

   สมาชิกแบบพิเศษ      หนุ่มคัวยหอม      7 ต.ค. 55   เวลา 11:59:00    IP = 1.1.198.196
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 29  
 
"บาปกรรม ที่ทำไว้ จะกลับมา สนองเรา และ อาจ เกิน จะรับไหว"


   Spin      7 ต.ค. 55   เวลา 12:13:00    IP = 27.55.9.161
 


  คำตอบที่ 30  
 
ข้าพเจ้าเข้าไปกระซิบบอกลากับน.ญ.สมัย พร้อมกับให้ท่องพุทโธไว้ ปรากฏว่าน.ญ.สมัยได้ท่องออกมาดังๆ ซึ่งภายในห้องประหารขณะนั้นมีแต่ความเงียบ เสียงท่องของน.ญ.สมัยจึงฟังแล้ววังเวงน่ากลัว “พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ” ข้าพเจ้าจึงต้องกระซิบบอกอีกครั้ง “พี่เอียงครับ ผมว่าพี่ท่องพุทโธในใจดีกว่าครับ” น.ญ.สมัย “จะให้ท่องในใจใช่ไหม ได้ตกลง” ความเงียบได้กลับคืนสู่ห้องประหารอีกครั้ง ข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงทั้งหมดได้ทำการกล่าวขออโหสิกรรมอีกครั้ง แล้วจึงแจ้งให้หัวหน้าชุดประหารทราบ
<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<< ขนลุกพรึบเลยยยครับบบบ ... เห้อออ

   thOng~      7 ต.ค. 55   เวลา 14:02:00    IP = 101.51.38.194
 


  คำตอบที่ 31  
 
cxt

   ขุนขวาน      7 ต.ค. 55   เวลา 14:43:00    IP = 183.89.95.128
 


  คำตอบที่ 32  
 
ผู้เขียนใช้ภาษาได้ดีมาก อ่านแล้วไม่รู้สึกว่าต้องสยดสยองกับความตายที่อยู่ตรงหน้าเลย
เสียดายก็แต่คาถา เผื่อได้เอาไปทดลองบ้าง จะได้เลิกเป็นโสดกับเค้าซักที
ขอบคุณมากครับสำหรับสาระดีๆ

   blueframe  7 ต.ค. 55   เวลา 15:21:00    IP = 182.53.177.107
 


  คำตอบที่ 33  
 
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม

   doraemono      7 ต.ค. 55   เวลา 15:41:00    IP = 110.168.146.155
 


  คำตอบที่ 34  
 
เห็นตัวหนังสือเยอะแล้วไม่อยากอ่าน
แต่พอ อ่านๆมาแล้วเห็นว่ามีคาถานี่ใจสู้เลย 555

   Xcross      7 ต.ค. 55   เวลา 15:45:00    IP = 110.77.200.48
 


  คำตอบที่ 35  
 
แปะครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      inseekungGTT      7 ต.ค. 55   เวลา 16:00:00    IP = 124.122.251.55
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 36  
 
ขอบคุณครับ ;D

   jimmie_vaughan      7 ต.ค. 55   เวลา 16:31:00    IP = 171.4.98.174
 


  คำตอบที่ 37  
 
ชอบมากเลยครับ อ่านเเล้วรู้สึกว่ากรรม...ดี ก็ย่อม ดี......กระทำกรรรมชั่วก็ต้องไดัรับผลกรรมอย่างสาสม... ตอนทำไม่คิด ..มาคิดได้อีกที่ก็ตอนที่ทุกอย่างมันสายไปเเล้ว..

   _iFENNO_      7 ต.ค. 55   เวลา 19:28:00    IP = 115.87.220.173
 


  คำตอบที่ 38  
 
ขอบคุณมากครับ ติดตามอยู่ทุกกระทู้ครับ

แม้จะไม่ได้เข้ามาบ่อยๆ

แต่ก็กดที่ชื่อท่านเจ้าของกระทู้แล้วตามอ่านย้อนหลังอยู่ตลอดครับ

ผมก็เป็นแฟนคลับท่านอีกหนึ่งคนครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      มือกีต้าร์หน้าละอ่อน      7 ต.ค. 55   เวลา 20:01:00    IP = 110.171.66.66
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 39  
 
เอาอีกๆ

   nu3000      7 ต.ค. 55   เวลา 21:05:00    IP = 171.101.185.240
 


  คำตอบที่ 40  
 
ขอบคุณครับพี่ เป็นสิ่งเตือนใจได้อย่างดีเลย

   babe2      7 ต.ค. 55   เวลา 23:17:00    IP = 61.90.18.154
 


  คำตอบที่ 41  
 
ถ้าใครได้อ่าน คงจะมีภูมิคุ้มกันเรื่องยาเสพติดและบาปบุญคุณโทษ

ไม่มากก็น้อยนะครับ ขอบคุณที่เอามาผยแผ่

   thebest99      8 ต.ค. 55   เวลา 18:27:00    IP = 61.90.43.57
 


  คำตอบที่ 42  
 
สุดยอดเลยครับผม

   don_sg      9 ต.ค. 55   เวลา 12:59:00    IP = 61.7.139.242
 
 

Bigtone.in.th Online Music Store

Yamaha



ตั้งกระทู้ Login ก่อน Click ที่นี่
ผู้ตอบ :
รูปภาพ:  ( ไม่เกิน 150 K )
ข้อความ :
 

any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2015. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket