Home | Login | คอร์ด/เนื้อเพลง | Webboard | Classifieds | Music Jobs (หางาน) | TV / Video









(เพจ: โรงเรียนกีตาร์ไทย)


(เพจ: Guitarthai.com)
  นี่เป็นบทความที่ผมเขียนขึ้น "แนวคิดในดนตรีของนักประพันธ์ระดับโลก" ใครอยากเป็นระดับโลกเชิญอ่าน  
 
ในคาบนี้ได้เชิญอ.ณรงค์ ปรางค์เจริญมาบรรยายเกี่ยวกับการประพันธ์เพลงและผลงานของท่าน ซึ่งท่านเป็นนักประพันธ์ที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ ได้รางวัลต่างๆมากมายทั้งในและต่างประเทศ เนื้อหาในการบรรยายล้วนมีประโยชน์มาก มีเนื้อหาดังนี้

“Identity” หมายถึงเอกลักษณ์หรือลักษณะเฉพาะ ซึ่งอาจารย์ท่านคิดว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับการประพันธ์เพลง เพราะเป็นสิ่งที่ยืนยันความเป็นตัวตนของนักประพันธ์เพลงนั้นๆ เป็นสเน่ห์ เป็นเหตุผลว่าทำไมคนอยากฟังเพลงเรา ถ้าเราแต่งเพลงเหมือนคนอื่นๆที่เคยมือชื่อเสียงมาก่อนหน้า คนฟังจะไม่เลือกฟังเพลงของเรา หรือฟังก็ฟังไม่นานและเพลงเราก็ไม่สามารถจะสร้างชื่อเสียงให้คนแต่งได้ เราจะสังเกตได้ว่านักประพันธ์ที่มีชื่อเสียงทุกท่านล้วนมีความเป็นเอกลักษณ์ในดนตรีของพวกท่านทั้งสิ้น

ท่านได้เล่าถึงชีวประวัติของท่านให้ฟัง ท่านเริ่มเล่นดนตรีตั้งแต่มัธยม1 ในวง Marching band ของโรงเรียนหอวัง จากนั้นได้มาเรียนเปียโนกับอาจารย์คริสยัง พอเรียนมาได้ระยะหนึ่งก็รู้สึกว่าการเล่นเปียโนยังไม่ใช่คำตอบของชีวิต อาจารย์ณรงค์จึงได้ไปเรียนประพันธ์เพลงกับอาจารย์ณรงค์ฤทธิ์ ธรรมบุตร จากนั้นได้ไปเรียนกับอาจารย์สตีฟ เทเลอร์ที่ประเทศอเมริกา จากนั้นได้เรียนต่อปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัย University of Missouri-Kansas City ได้เรียนกับอาจารย์ Chen yi และอาจารย์ได้ประกวดแต่งเพลงอยู่เรื่อยๆ อาจารย์บอกว่าการประกวดทำให้ผู้คนรู้จักเรามากขึ้น และโอกาสในการทำงานจะมีเพิ่มขึ้น ศิลปะในการพูดและการทำธุรกิจก็สำคัญในชีวิตของศิลปิน ในชีวิตจริงเราอาจจะมีเวลาเพียง 10-15วินาทีในการพูดโน้มน้าวให้ผู้ฟังสนใจตัวเรา อาจารย์บอกว่าในเส้นทางของนักประพันธ์ใครไม่ท้อถอยและยืนหยัดอยู่จนนาทีสุดท้ายได้ผู้นั้นจะชนะ ซึ่งผมมีกำลังใจขึ้นมากเมื่อได้ยินประโยคนี้และตั้งใจไว้ว่าจะพยายามในเส้นทางนักประพันธ์จนนาทีสุดท้ายของชีวิต

การประพันธ์เพลงอาศัยความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการมากกว่าความรู้ทางทฤษฎี ในชีวิตนักประพันธ์จะมีเรื่องธุรกิจมาเกี่ยวข้องมาก เราจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงความเครียดในการทำงานได้

อาจารย์ได้ให้ฟังเพลง Suite for Microtonal Piano ของ Ben Johnson ซึ่งเก่งมากเรื่องการใช้เสียง Microtone สิ่งที่ผมสังเกตในเพลงของเขาก็คือ เขาใช้ Pentatonic Scale ในสไตล์อเมริกาและปรับบางโน้ตเป็น Microtone ซึ่งเราอาจจะนำหลักการเขามาปรับใช้ก็ได้ เช่น เอา Pentatonic ของไทยมาบิดบางโน้ตเป็น Microtone อ.ณรงค์กล่าวว่าเพลงของเขาจะคล้ายกับเพลงของอ. Chen yi ถึงประมาณ 70 เปอร์เซ็น เพลง Percussion Concerto ของอ. Chen yi ในเพลงเหมือนกับเพลงอุปรากรจีนอย่างมาก แต่ก็เป็นการผสมกับเทคนิคร่วมสมัย Chen yi ได้คิดระบบการไล่เสียงโน้ตที่ไล่ขึ้น 1 Wholetone และลง 1 semi-tone และก็ขึ้น 1 Wholetone แบบนี้สลับกัน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์(Identity)ของท่าน ในเพลง Rhyme of Fire นั้นจะมีความเป็นจีนอยู่ในเพลงพอสมควร

เรื่อง Source Material อ.ณรงค์ได้นำวัตถุดิบจากเพลงพื้นบ้านมาแต่งเพลง ซึ่งก็เป็นเทคนิคที่นักประพันธ์เพลงหลายท่านได้นิยมใช้ โดยเฉพาะนักประพันธ์ที่มีความเป็นชาตินิยม (Nationalism) เช่น Bartok เป็นต้น นักประพันธ์ส่วนมากนิยมหา Source material ให้กับเพลงต่างๆของเขา เพื่อให้เพลงนั้นๆมีลักษณะเฉพาะ แต่บางครั้งในการทำงานจริงอาจจะต้องเอา Source material เดิมมาใช้ซ้ำบ้าง เพราะเราไม่มีเวลาจะไปหา Source material ใหม่ตลอดเวลา แต่งานเราต้องแต่งตลอด ยกตัวอย่างเช่น เพลงของ Vivaldi หลายเพลงจะมีไอเดียที่เหมือนกัน วัตถุดิบคล้ายกันมากแต่เปลี่ยนเล็กน้อย ในครั้งแรกอ.ณรงค์นำวัตถุดิบมาจากเพลงพม่าหรือเพลงในประเทศเพื่อนบ้านเพราะการนำวัตถุดิบมาจากเพลงไทยอาจจะเป็นการขัดต่อธรรมเนียมของครูดนตรีไทย แต่ในที่สุดอาจารย์ก็ได้นำวัตถุดิบจากเพลงกราวในของดนตรีไทยมาใช้ในการประพันธ์ อาจารย์ชอบการเอื้อนของเพลงไทยและพม่ามาก ซึ่งผมคิดว่าผมจะนำหลักการเอื้อนมาใช้ในการแต่งเพลงที่เป็นเอกลักษณ์ของผม โดยที่ผมจะนำการเอื้อนของดนตรีจีนมาใช้

เวลาที่อ.ณรงค์จะเชื่อมระหว่างดนตรีไทยกับสากลมาผสมในเพลงเดียวกันนั้น ท่านบอกว่าจะท่านจะสร้างจุดเชื่อมโดยมักจะใช้ขั้นคู่สามเสียงเป็นตัวเชื่อมและค่อยๆดัดทีละน้อยจนเข้าสู่บรรไดเสียงตะวันตก ท่านบอกว่าจะทำให้เพลงต่อเนื่องและไม่เกิดความรู้สึกไม่เข้ากันของดนตรีสองวัฒนธรรม เรื่องการเชื่อมนี้ลักษณะนี้เป็นเรื่องที่ผมอยากทำมาตลอด แต่ยังไม่มีไอเดียเพียงพอ แต่หลังจากฟังการบรรยายของอาจารย์ ผมคิดว่าผมจะพยายามนำไปใช้กับการประพันธ์ของผม

การใช้หลักการ Quarter tone ไม่เหมาะกับวงขนาดใหญ่อย่างออเคสตรา เพราะถ้าหลายเครื่องเล่น Quarter tone พร้อมกันจะทำให้เพลงเพี้ยนและเป็นการยากที่จะควบคุมหลายๆสิ่ง

เพลงภาวนาของอ.ณรงค์ ใช้กู่ฉินเล่น ซึ่งน่าสนใจมากเพราะนำเครื่องดนตรีตะวันออกมาเล่นแบบร่วมสมัย จะทำให้ได้ Tone color ที่น่าสนใจมากขึ้น อย่ากลัวการที่จะแต่งเพลงให้เครื่องดนตรีที่ไม่รู้จัก เพราะการแต่งจะทำให้เกิดการเรียนรู้เครื่องดนตรีนั้นๆได้

ถ้าเรามีปัญหา ความเครียด หรือความเศร้าในชีวิต เราสามารถนำความรู้สึกนั้นมาบรรยายเป็นเพลงได้ ใช้ประโยชน์จากเรื่องเศร้านั้น เช่นเพลง Dawn of Darkness ของอ.ณรงค์ ที่บรรยายความเครียดในชีวิตของเขา อาจารย์ชอบใช้ขั้นคู่สามเสียงมาเป็นวัตถุดิบหลักในการแต่งเพลง (Pitch material) สำหรับเพลงอนัตตานั้น อาจารย์จะใช้โน้ตตัว E เป็นหลักเพราะเวลาออกเสียงในระบบ So-fa system จะมีว่า “mi” ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่า “Me” ซึ่งแทนความเป็นตัวตนของมนุษย์ ทุกเสียงจะวิ่งเข้าหาโน้ตตัวนี้ และแต่ละเครื่องจะค่อยๆหาไปเหมือนการล้มหายตายจาก ในเพลงนี้ก็ยังใช้วัตถุดิบจากเพลงกราวในอีกด้วยทำให้เพลงน่าสนใจขึ้น


redwine1990      15 พ.ย. 55   เวลา 17:43:00       พิมพ์   แจ้งลบ      IP = 180.180.130.5

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 1  
 
ปล.ลืมลงชื่อ
บทความโดย : ณัฐวุฒิ นราวุฒิชัย (Redwine)
www.facebook.com/RedwineNara

   redwine1990      15 พ.ย. 55   เวลา 17:46:00    IP = 180.180.130.5

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 2  
 
เรื่องทฤษฏีผมยกให้ พี่โป มือทัมเป็ต บีเอสโอ อาจารย์แจะแห่งบ้านสมเด็จแล้วก็อาจารย์บรรจง ชลวิโรจน์ครับ เจ๋งมากสองท่านนี้

   กลุ่มเพื่อนมาวิน      15 พ.ย. 55   เวลา 17:49:00    IP = 101.51.240.167
 


  คำตอบที่ 3  
 
จ๊ะเอ๋ ตาไวน์แดง







ปล. แอบกระซิบข้างหูเบาๆ อันนี้เป็นการบ้านที่รึป่าวเนี่ยพ่อ

ถัาเป็น ทำไมงานยากจัง นั่งฟัง นั่งดู ทำความเข้าใข ถอดความ แลัวเขียนเป็นรายงานออกมา

นั่งทำกันขี้แตกเรยๆๆๆ มันทั้งยาก ทั้งเยอะ ถ้าไม่อดทน ทัอตายเรยนะเนี่ยๆๆๆ

   Spin      15 พ.ย. 55   เวลา 17:52:00    IP = 27.55.4.206
 


  คำตอบที่ 4  
 
ตอบ กลุ่มเพื่อนมาวิน
ผมเป็นลูกศิษย์ของอ.วานิช โปตะวนิชครับ ปัจจุบันผมเรียน Conducting กับท่านครับ จริงๆวันนี้ผมก็ไปเรียนกับท่านมาที่ม.รังสิต
ส่วนอ.บรรจง ชลวิโรจน์ ผมก็เป็นลูกศิษย์ของท่าน เคยเรียนวิชาทฤษฎีดนตรีกับท่านตอนป.ตรีปี 1-3 ครับ

   redwine1990      15 พ.ย. 55   เวลา 17:56:00    IP = 180.180.130.5

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 5  
 
จริงๆแล้ว อ.วนิช โปตะวานิช ท่านเป็น Conductor ด้วยครับ ประจำวง Bangkok Symphony Orchestra และวงดุริยางค์กรมศิลปากรครับ

ตอบ Spin
อาศัยมือจดเร็วๆครับ ผมแชมป์ลอกการบ้านเร็วตอนประถม

   redwine1990      15 พ.ย. 55   เวลา 18:31:00    IP = 101.109.226.7

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 6  
 
ตอบ กลุ่มเพื่อนมาวิน
อ้อ อ่านอีกทีมีอาจารย์อนุรักษ์ บุญแจะด้วย ท่านนี้ก็อาจารย์ผมเหมือนกัน เท่าที่อ่านท่าทางคุณจะเป็นนิสิตม.บ้านสมเด็จฯหรือเปล่าครับ มาจากสำนักเดียวกันหรือเปล่าเอ่ย เล่นเครื่องอะไรครับ Trumpet หรอ เห็นรู้จักอ.วนิช

   redwine1990      15 พ.ย. 55   เวลา 18:42:00    IP = 101.109.226.7

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 7  
 
เยี่ยม...

   nu3000      15 พ.ย. 55   เวลา 21:01:00    IP = 171.4.195.54
 


  คำตอบที่ 8  
 
ตอบ nu3000
ขอบคุณครับ ในคาบนี่ผมต้องจด lecture เร็วมาก มือเป็นลิง อาศัยจดแค่ keyword แล้วมานั่งนึกที่บ้าน แต่โชคดีที่เมื่อก่อนตอนเรียนประถมฝึกแข่งลอกการบ้านเร็วกับเพื่อน ใครเสร็จก่อนชนะ ฮ่าๆๆๆ

   redwine1990      15 พ.ย. 55   เวลา 21:28:00    IP = 101.108.100.36

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 9  
 
ตอบพี่ป๋าอ้น
ครับพี่ อาจารย์ท่านไม่ได้เริ่มเรียนแต่งเพลงจากทฤษฎี แต่ท่านเริ่มเรียนแต่งเพลงจากไม่รู้ทฤษฎีอะไรเลย แต่ก็แต่งไปเรื่อยๆโดยท่านค่อยๆถูกถ่ายทอดทฤษฎีสอดแทรกไปทีละนิดๆจากอ.ของท่านเพื่อเกลาเพลงให้ไปได้ตามที่ต้องการ กล่าวคือท่านไม่ได้เรียนจากทฤษฎีให้แน่นก่อนแล้วค่อยไปแต่งเพลง แต่เรียนแต่งเพลงก่อนแล้วค่อยเพิ่มทฤษฎีทีละนิดๆแทรกๆไป

อ.ท่านจึงได้พูดเสมอว่า แต่งเพลงจินตนาการสำคัญกว่าทฤษฎี เพราะเราต้องจินตนาการก่อนว่าเราอยากได้เสียงแบบไหน แล้วค่อยเกลาให้ตรงใจที่สุดโดยใช้ทฤษฎี คือให้จินตนาการเป็นตัวนำ ไม่ใช่ให้ทฤษฎีเป็นตัวนำ

   redwine1990      15 พ.ย. 55   เวลา 22:21:00    IP = 101.108.100.36

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 10  
 
เยี่ยมเลยคับ...^^

   Dr.sin      16 พ.ย. 55   เวลา 1:55:00    IP = 101.108.118.183
 


  คำตอบที่ 11  
 
Chen Yi ใช่ผู้ที่ประพันธ์เพลงนี้หรือเปล่าครับ พอดีผมเคยได้มีโอกาสร่วมบรรเลงเพลงของเขา(ตามคลิปนี้แหละครับ) แต่คิดว่าน่าจะใช่นะครับ เพราะเพลงนี้ของเขาก็สำเนียงฝั่งประเทศจีนครับ ^^

   สมาชิกแบบพิเศษ      Art Of Music TEAM      19 พ.ย. 55   เวลา 14:03:00    IP = 223.205.42.123
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 12  
 
พูดถึงอาจารย์โป ผมนึกถึง อ.เด่นกับเพลงนี้ขึ้นมาเลยครับ เป็นเพลงที่ผมชอบที่สุดในงานนี้แล้วครับ 555 (เพราะได้พักยาว 55)

   สมาชิกแบบพิเศษ      Art Of Music TEAM      19 พ.ย. 55   เวลา 14:10:00    IP = 223.205.42.123
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 13  
 
ตอบคุณ Art Of Music TEAM
ใช่ครับเพลงนั้นเลย ของ Chen yi
คุณ Art Of Music TEAM ได้เล่นงาน TICF ด้วยหรอ

   redwine1990      25 พ.ย. 55   เวลา 1:22:00    IP = 125.25.50.5

User ID นี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว  
 


  คำตอบที่ 14  
 
ใช่ครับ ครั้งก่อนเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพครับ ผมเลยได้ร่วมเล่นด้วยครับ (แต่ก็มีรังสิตมาแจมในส่วนของ String กับ Winds บางส่วนครับ)

   สมาชิกแบบพิเศษ      Art Of Music TEAM      2 ธ.ค. 55   เวลา 2:30:00    IP = 49.49.60.73
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 15  
 
ลืมบอกไปว่าผมเล่น Cello น่ะครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      Art Of Music TEAM      2 ธ.ค. 55   เวลา 2:31:00    IP = 49.49.60.73
สมาชิกแบบพิเศษ  
 
 

Bigtone.in.th Online Music Store

Yamaha



ตั้งกระทู้ Login ก่อน Click ที่นี่
ผู้ตอบ :
รูปภาพ:  ( ไม่เกิน 150 K )
ข้อความ :
 

any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2015. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket