Home | Login | คอร์ด/เนื้อเพลง | Webboard | Classifieds | Music Jobs (หางาน) | TV / Video









(เพจ: โรงเรียนกีตาร์ไทย)


(เพจ: Guitarthai.com)
  10 อันดับ สุดยอดภาพ สะเทือนโลก !!!  
 
10. Tank Man – Jeff Widener

แทงค์ แมน – เจฟ วิเดนเนอร์ - หลายภาพที่ได้รับการพิจารณา ให้ เป็นภาพแห่งประวัติศาสตร์ คือ ภาพ แทงค์ แมน หรือ กบฏแห่งจลาจล เป็นพฤติกรรมที่กล้าหาญ และ ท้าทายเป็นอย่างมาก - เป็นการถ่ายภาพหน้ากว้าง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่จตุรัสเทียนอันเหมิน ปักกิ่ง ในวันที่ 5 มิถุนายน ค.ศ. 1989 - ในเหตุการณ์นี้เป็นสัญลักษณ์แห่ง การจบสิ้นสงครามเย็น ภาพนี้ยังเป็นภาพที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในศตวรรษที่ 20 ด้วย



   สมาชิกแบบพิเศษ   top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 9:29:00       พิมพ์   แจ้งลบ      IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 1  
 
9. Stanley J. Forman – Fire on Marlborough Street

สแตนเลย์ เจ. ฟอร์แมน – ไฟไหม้ที่ถนนมาล์บอรอช -ในวันที่ 22 กรกฏาคม ค.ศ. 1975 สแตนเลย์ เจ. ฟอร์แมน ได้ถ่ายภาพที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมได้ ในขณะเดินทางไปทำงานที่ ฮารอลบอสตัน - เขาคลานข้ามรถดับเพลิงขึ้นมา เพื่อทำข่าวไฟไหม้ที่ถนนมาล์บอรอช -ขณะที่คลานเข้ามาใกล้เหตุการณ์ หญิงสาว กับ เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆก็ร่วงลงมา จากอพาร์ทเม้นท์ด้านบน หญิงสาวตายสนิททันทีแต่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ รอดชีวิตมาได้ - ภาพนี้ทำให้ฟอร์แมนได้รับ รางวัลพูลิตเซอร์ - และยังสามารถนำภาพนี้ไปใช้ในการออกกฏหมายเกี่ยวกับอัคคีภัยในเมืองบอสตันอีก ด้วย


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 9:30:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 2  
 
8. Huynh Cong Ut – Napalm Strike

- Huynh Cong Ut หรือ Nick Ut ช่างภาพแนว Photojournalism จาก AP - บันทึกภาพการทิ้งระเบิดนาปาล์ม ลงหมู่บ้าน Trang Bang โดยเครื่องบินของกองทัพอากาศเวียดนาม - ในวันที่ 8 มิถุนายน 1972 เนื่องจากสงสัยว่าจะมีกองกำลังเวียดกง ซุ่มซ่อนอยู่ในหมู่บ้าน - Kim Phuc อายุ 9 ขวบ วิ่งหนีออกจากหมู่บ้านมาตามถนน ในสภาพไม่มีทั้งเสื้อผ้า และเสียขวัญสุดขีด - มาพร้อมกับพี่ชายอายุ 12 ปี ทางซ้ายสุดของภาพ น้องชายอายุห้าขวบที่วิ่งไป พร้อมกันเหลียวมองไปที่หมู่บ้าน - และลูกพี่ลูกน้องอีกสองคนที่จูง มือกันวิ่งมาด้วย - " ...บรรณาธิการ AP ไม่ยอมให้ตีพิมพ์รูปของ Kim Phuc ที่กำลังวิ่งไปบนถนน โดยไม่ ใส่เสื้อผ้า - เพราะเป็นภาพที่เห็นด้านหน้าชัดเจน และนโยบายของ AP ในยุคนั้นจะไม่ตีพิมพ์ภาพเปลือย ไม่ว่าจะ อายุเท่าไหร่ และเพศใด - โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาพด้านหน้า โดยไม่มีข้อยกเว้น - ...การโต้เถียงผ่าน Telex อย่างดุเดือดกับสำนักงานใหญ่ของ AP ที่นิวยอร์ค ให้ยกเว้นกฎระเบียบ - โดยมีข้อตกลงกันว่า จะต้องไม่มีภาพ ถ่ายใกล้ ของเธอ เผยแพร่ออกไป - Hal Buell บรรณาธิการภาพของ The New York ที่จะนำ ภาพไปตีพิมพ์ เห็นด้วยว่า - คุณค่าของภาพข่าวนี้ มีเหนือกว่า แนวทางปฏิบัติใดๆ เกี่ยวกับภาพเปลือย" ...Nick Ut... - ภาพนี้ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ ในปีนั้น


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 9:31:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 3  
 
7. Richard Drew – The Falling Man

ริชาร์ด ดริว – เดอะ ฟอลลิ่ง แมน - “เดอะ ฟอลลิ่ง แมน” ถูกบันทึกภาพไว้โดย ริชาร์ด ดริวเมื่อเวลาเช้าของวันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 2001 ณ เวลา 9.41.15 น. เป้นภาพชายคนหนึ่งกำลังร่วงลงมาจากตึก เวิร์ด เทรด เซนเตแอร์ นครนิวยอร์ค ซึ่งไม่ทราบชื่อชายในภาพ หลายคนลงความเห็นว่าเป็นภาพที่รบกวนจิตใจเป็นอย่างมากเนื่องจากเป็น ภาพที่อกสั่นขวัญแขวนต่อผู้ชม ภาพที่แสดงเหมือนเป็นภาพลวงตาอย่างไรก็ตาม มีหลายคนวิจารย์ว่าทำไมคนถึง ร่วงลงมาในแนวดิ่งแบบนั้น แต่ยังไงภาพนี้ก็เป็นเพียงภาพเดียวจากหลายๆ ภาพของการตกลงมาและภาพนี้ก็อาจ เป็นภาพที่เขากำลังตีลังกาขณะร่วงลงมาจากตึกโดยปราศจากการควบคุมก็เป็นได้


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 9:31:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 4  
 
6. Moon Landing

การลงจอดบนดวงจันทร์ -ภาพหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่ได้รับการกล่าวขาน และการโต้เถียงมากมายภาพการลงจอด บนดวงจันทร์ เป็นการประกาศถึงบทสำเร็จทางวิศกรรมของมนุษยชาติ โดยอีกนัยหนึ่งเป็นการวิพากวิจารณ์ถึงการ หลอกลวงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีความสงสัยต่อข้อเท็จจริงในภาพถ่ายซึ่งได้รับการวิจารอย่างกว้างขวางในแง่ของ การปลอมแปลงภาพ - ด้วยคำถามว่า ทำไม และ อย่างไร อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาต่างๆ ก็ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ ถึงข้อเท็จจริง และความสงสัยก็ขยายออกเป็นวงกว้าง หลายๆกรณีถูกกล่าวถึงในแง่ภารกิจที่สำเร็จลุล่วง ของมนุษยชาติที่สามารถส่งมนุษย์ไปยังดวงจันทร์ได้ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ ธงชาติสหรัฐได้ถูกปักลง เพื่อเป็นเกียรติภูมิแห่งความสำเร็จและได้ชื่อว่าเป็น ผู้พิชิตอวกาศและยังคงประกาศถึงมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ด้วย


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 9:32:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 5  
 
5. Eddie Adams – Nguyễn Ngọc Loan executing Nguyễn Văn Lém

เอ็ดดี้ อดัมส์ - ภาพสัญลักษณ์ที่ได้รับความนิยมในศตวรรษที่ 20 และ 21 อีกภาพหนึ่ง ของเอ็ดดี้ อดัม ช่างภาพ รางวัลพูลิตเซอร์ และภาพนี้ด้วยเช่นกัน เอ็ดดี้ อดัมส์มีชื่อเสียงในการถ่ายภาพบุคคลที่มีชื่อเสียง ลงตามสือสิ่งพิมพ์ มากมาย มีชีวิตในช่วงสงครามถึง 13 ครั้งอย่างไรก็ดี ภาพที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็เห็นจะเป็นภาพในสงคราม เวียดนาม อดัมส์ ได้ขอขมาต่อผู้คนในบังคับบัญชาของ พันเอก นูเยนและครอบครัวของเขา ถึงเหตุร้ายที่เกิดขึ้น และ รางวัลเกียรติยศในขณะที่เขายังมีชีวิตอยู่ *ขยายความ The Photograph That Ended a War But Ruined a Life "Murder of a Vietcong by Saigon Police Chief" ไซ่ง่อน, เวียดนาม, โดย Eddie Adams, 1968 "ภาพถ่ายคืออาวุธที่ ทรงประสิทธิภาพที่สุดในโลก" เอ็ดดี้ อดัมส์เคยเขียนประโยคนี้ไว้ และเข้าใจได้ไม่ยาก หากทราบที่มา และที่ไป ในปี 1968 เอ็ดดี้ ได้ถ่ายรูปตำรวจ ที่จ่อยิงศีรษะของนักโทษเวียดกง ที่ถูกใส่กุญแจมืออยู่ และภาพนี้ ได้รางวัลพูลิตเซอร์ ในปี 1969 ดูแล้วก็น่าสงสาร รันทดใจ ในชะตากรรมของผู้ตกเป็นเหยื่อ และอดดูถูกนายตำรวจตัวร้าย ผู้ลั่นไกมิได้ และทำให้นายพล Nguyen Ngoc Loan กลายเป็นผู้รายในสายตาชาวโลก และเป็นสัญลักษณ์ของ ความร้ายกาจ รุนแรง แต่อย่างที่พอจะเดากันได้ โลกนี้ไม่ใช่มีเฉพาะ ขาว-ดำ, ถูก-ผิด อย่างที่เอ็ดดี้ได้เสนอไว้ใน ภาพนี้ เบื้องหลังก็คือ ผู้ที่ถูกยิง เป็นหัวหน้าหน่วยล่าสังหาร ของฝ่ายเวียดกง ที่วันนี้ เพิ่งฆ่าหมู่ชาวบ้านที่ไม่มีอาวุธ และไร้ทางต่อสู้นับสิบคน ส่วนนายพล Loan ท่านนั้น ก็ได้รับผลกระทบอย่างมากมาย จากภาพนั้น ถูกไล่ออก โรงพยาบาลทหารผ่านศึก ก็ปฏิเสธที่จะรักษาท่าน และเมื่อเดินทางไปสหรัฐอเมริกา ก็ถูกต่อต้าน และต่อว่า เปิดร้าน อาหารในอเมริกา ก็ต้องถูกบังคับให้ปิด และมีชีวิตที่ยากลำบาก ตลอดชีวิตที่เหลือ ในภายหลัง เอ็ดดี้ ได้แถลงขออภัย ต่อนายพล Loan ที่ได้ถ่ายทอดภาพออกมาในลักษณะนั้น "ท่านนายพลได้สังหารเวียดกงด้วยปืน แต่ผมกลับ สังหารท่านด้วยกล้อง"


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 9:33:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 6  
 
4. Alberto Korda – Che Guevara

Alberto Korda – Che Guevara อัลแบร์โต คอร์ดา - เช กูวารา นายแพทย์นักปฏิวัติ - อัล แบร์โต คอร์ดา กับภาพที่โด่งดังภาพหนึ่งในการปฏิวัติ มาร์คซิส ของ เชกูวารา ชื่อ เกอริโลโร ฮิรอยโค่ หรือ ฮีรอย เกอริล่าถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ในศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นอนุสรณ์การระเบิดแห่ง ลา คูบร์ ภาพได้ถูกบันทึกมาร่วม 31 ปีมาแล้ว แต่ก็ยังนำภาพสัญลักษณ์นี้มาแสดงไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด รอยสัก และบนกำแพง ซึ่งพบเห็นได้ทั่วโลกถึง ความเป็นประวัติศาสตร์ โคร์ดาตลอดชีวิตคอมมิวนิสต์ และการสนับสนุนกลุ่มการปฏิวัติเพื่อประชาชนคิวบาภาพ แสดงออกถึงการเรียกร้องสิทธิ์ - และภาพก็ยังแสดงออกถึงความขัดแย้งซึ่งยังคงมีอยู่ และดำรงอยู่


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 9:33:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 7  
 
3. Joe Rosenthal – Raising the Flag on Iwo Jima

โจ โรเซนทาล - การอัญเชิญธง ณ อิโวจิม่า - ภาพ อัญเชิญธง ณ อิโวจิมา ถูกบันทึกไว้เมื่อ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ค.ศ .1945 โดย โจ โรเซนทาล ได้บันทึกภาพ นาวิกโยธินสหรัฐ และนาวาอากาศสหรัฐ 5 นาย ซึ่งในขณะนั้นดำรง ตำแหน่ง ทหารเสนารักษ์กำลังพยายามปักธงบนยอดเขา ซึริบาฉิ ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ณอิโวจิมา ภาพนี้ ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ ในปีเดียวกัน นอกจากการได้บันทึกช่วงเวลานี้เป็นภาพแต่ยังเป็นหมายเหตุให้กับสหรัฐด้วย ถึงการจดจำและการบันทึกภาพเหตุการณ์ในช่วงต่างๆ


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 9:34:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 8  
 
2. Lawrence Beitler – Lynching

ลอเรนซ์ เบลท์เลอล์ - ศาลเตี้ย - ลอเรนซ์ เบลท์เลอล์ ได้บันทึกภาพนี้ไว้เมื่อ วันที่ 7 สิงหาคม ค.ศ. 1930 - ภาพ แสดงถึงการประชาทัณฑ์ ชอง โธมัส ชิปป์ และ อาร์บ สมิธ มันถูกขายออกไปกว่าพันสำเนา โดย เบลท์เลอล์ ที่ใช้ เวลาตลอด 10 วัน 10คืนในการพิมพ์มันออกมา ภาพกลายเป็นสัญลักษณ์กล่าวขานสืบเนื่องต่อมาเป็นเวลาหลายปีถึง ความเด่นในแง่มุมของการจดจำ ถึงการถูกประชาทัณฑ์ศาลเตี้ยซึ่งในเวลานั้น เหมือนมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ประจำ วัน ภาพนี้ต้องการแสดงถึงยุคก่อนสงครามกลางเมืองเท่านั้น ภาพแสดงถึงผู้คนพยายามเลี่ยงสายตาจากภาพการลง ทัณฑ์ ด้วยอารมณ์อันหลากหลายระคนด้วยความโกรธและความสะใจ ภาพนี้ได้รับความนิยมและได้ถูกนำมาเป็น แรงบันดานใจในการเขียนกลอน และแต่งเพลงในช่วงหลายปีต่อมา


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 9:35:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 9  
 
1. Timothy H. O’Sullivan – Battle of Gettysburg

ธีโมธีท์ เอช. โอ ซัลลิแวน – ภาพสมรภูมิ แห่ง เกตติเบิร์ก - ภาพถ่าย นี้ได้แสดงความเหมือนของสมรภูมินองเลือด ระหว่าง สมรภูมิแห่ง เกตติเบิร์ค และ สมรภูมิ สงครามกลางเมืองแห่งสหรัฐ บันทึกภาพไว้โดย ธีโมธีท์ เอช. โอ ซัล ลิแวน ในบันทึกสารคดีแห่งสมรภูมิ ภาพนี้ได้ถ่ายทอดห้วงอารมณ์ที่หลากหลาย และตีแผ่ช่วงเวลาแห่งสงครามกลาง เมือง ให้แก่ผู้ที่ได้เห็นภาพในครั้งแรกหรือผ่านประสบการณ์นั้นมา อย่างไรก็ตามมันไม่ใช่การแพร่ภาพอย่างกว้าง ขวางและภาพนี้ก็ยังเป็นภาพที่ไม่เคยมีการนำเสนอมาก่อน ภาพถูกทำให้เหมือนการพิมพ์ในสมัยโบราณ แต่ภาพได้ แสดงถึงการตายหมู่ของทหารในสมรภูมิและภาพได้ทำการบันทึกส่วนหนึ่งถึงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์


เครดิต Toptenthailand.com

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 9:36:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 10  
 

สวัสดี ตอนสายๆ ครับ ป๋า

   สมาชิกแบบพิเศษ      ชิตชัย      13 พ.ค. 56   เวลา 10:03:00    IP = 49.49.131.172
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 11  
 
ส่วนใหญ่เป็นภาพที่เคยเห็นผ่านตา
ผมชอบภาพที่ 8
แต่ภาพที่ 3 สวยดีครับ

   tnaw  13 พ.ค. 56   เวลา 10:32:00    IP = 110.171.84.145
 


  คำตอบที่ 12  
 
ภาพสุดท้าย ดูแล้วขนลุกเลย ^^

   สมาชิกแบบพิเศษ      panguitar      13 พ.ค. 56   เวลา 10:42:00    IP = 110.49.233.131
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 13  
 
ขอบคุณครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      kabinblueser      13 พ.ค. 56   เวลา 10:48:00    IP = 27.55.137.217
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 14  
 
ขอบคุณครับ...........*วีดีโอ ประกอบ ภาพอันดับ 8 คต.2 ครับ น่าสงสาร คงทรมานน่าดู ไฟสงครามกับการสูญเสีย

   กระบี่ไร้น้ำยา      13 พ.ค. 56   เวลา 11:16:00    IP = 223.207.102.101
 


  คำตอบที่ 15  
 
ขอบคุณครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      Baracuda      13 พ.ค. 56   เวลา 11:37:00    IP = 110.168.52.226
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 16  
 
มีความหมายทุกภาพครับ

   The_guitar      13 พ.ค. 56   เวลา 13:16:00    IP = 210.118.108.254
 


  คำตอบที่ 17  
 
6. Moon Landing
เป็นภาพธงชาติของสหรัฐอเมริกา...สิ่งที่น่าสงสัยคือ ในดวงจันทร์อยู่ในสภาวะไร้อากาศ ภานนี้ถูกวิภาค วิจารณ์ว่า ทำไมธงชาติถึงสบัดเหมือนมีลมพัดได้ ในเมื่อดวงจันทร์ไร้อากาศ

สุดท้ายสหรัฐ ได้ออกมายอมรับว่าภาพนี้เป็นภาพตัดต่อ ^^

อันนี้อ่านมาจากหนังสือ จำชื่อหนังสือไม่ได้

   จิ๊กกาโร่แมน      13 พ.ค. 56   เวลา 13:23:00    IP = 183.89.85.79
 


  คำตอบที่ 18  
 
โหดร้ายทั้งนั้น ดีน่ะที่ สายลมเปลี่ยนทิศไปแล้ว wind of change

   eakibanez      13 พ.ค. 56   เวลา 13:33:00    IP = 58.8.114.55
 


  คำตอบที่ 19  
 
จิ๊กกาโร่แมน ภาพนี้จริงๆนาซ่าบอกว่าบนดวงจันทร์เป็นสภาพไร้น้ำหนักธงจริงต้องทำเป็นโครงแข็ง ซึ้งบรรยากาศจะไม่เหมือนบนโลกมนุษย์เป็นสภาพไร้น้ำหนักครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 14:23:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 20  
 
มาดู10 ข้อจับผิดเรื่องนี้ดูครับ
1. ดวงจันทร์ไม่มีบรรยากาศ ไม่มีเมฆ ทำไมในฉากหลังของทุกภาพมีแต่ฟ้ามืดๆ ไม่เห็นดาวสักดวง ถ้าเป็นบ้านเรา ฟ้าใสอย่างนี้ต้องเห็นดาวเต็มฟ้าไปแล้ว



   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 14:30:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 21  
 
ข้อเท็จจริง ภาพถ่ายจากดวงจันทร์เป็นภาพถ่ายกลางวัน นั่นคือทุกภาพมีแสงอาทิตย์ส่อง การถ่ายภาพกลางแดดต้องใช้รูรับแสงเล็กหรือความเร็วชัตเตอร์สูง ถ้าตั้งค่าในกล้องแบบนี้ไปถ่ายภาพตอนกลางคืน เราจะไม่ได้ภาพอะไรเลย เพราะแสงไม่พอ แสงดาวที่สว่างเพียงน้อยนิดยิ่งไม่มีทางเห็น บนดวงจันทร์ การถ่ายภาพกลางแดดซึ่งจ้ากว่าทุกแห่งในโลก เพราะไม่มีบรรยากาศคอยกรองแสง ก็บังคับให้ต้องใช้รูรับแสงเล็กมาก และความเร็วชัตเตอร์สูงมาก เราจึงเห็นฟ้ามืดในภาพจากดวงจันทร์ทุกภาพ



   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 14:31:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 22  
 
2. ทำไมธงถึงโบกสะบัดอยู่ได้ ทั้งๆ ที่ บนดวงจันทร์ไม่มีลม ธงควรจะลู่ลงกองกับเสามากกว่า และถ้าดูให้ดีจะเห็นว่า ขอบบนของธงชาติไม่สะบัดพลิ้ว ดูเหมือนแขวนอยู่บนราว ซึ่งถ้าเป็นราว ธงก็น่าจะห้อยลงมาเป็นแผ่น ไม่น่าจะสะบัด



   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 14:31:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 23  
 
เท็จจริง เสาธงที่มนุษย์อวกาศเอาไปปักบนดวงจันทร์เป็นเสาอะลูมิเนียม มีราวสำหรับแขวนธง นาซาเองทราบดีว่าถ้าเอาเสาไปเฉยๆ ธงคงห้อยแฟบติดเสา เลยทำราวแขวน แต่ให้สั้นกว่าผืนธงเล็กน้อย ธงจะได้ย่นนิดหน่อย ดูเหมือนกำลังโบกสะบัด พื้นผิวดวงจันทร์มีลักษณะเหมือนหินกรวดอัดแน่น การปักธงบนดวงจันทร์ ไม่ง่ายเหมือนเอาไม้จิ้มลูกชิ้น มนุษย์อวกาศต้องออกแรงปั่นเสาธงไปมาเหมือนสว่านเจาะลงไป ขณะที่คนกำลังทะลวงพื้น ตัวเสาอะลูมิเนียมก็แกว่ง พาให้ราวและผืนธงแกว่งสะบัดไปด้วย
บนดวงจันทร์ไม่มีอากาศไปต้านแรงสะบัดของธง มันจึงสะบัดพลิ้วอยู่นานหลายนาทีกว่าจะหยุดนิ่งด้วยตัวเอง ภาพที่เห็นธงสะบัดถ่ายมาจากช่วงนี้นี่เอง หลังจากนี้ธงก็ห้อยลงมาเป็นแผ่น


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 14:32:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 24  
 
3. แหล่งกำเนิดแสงสำหรับภาพจากดวงจันทร์ทุกภาพคือดวงอาทิตย์ นาซาบอกว่าไม่มีใครเอาไฟถ่ายรูปไปใช้ แต่ทำไมภาพที่ออกมาบางทีเงาคนที่สูงเท่ากัน กลับมีเงายาวไม่เท่ากัน หรือเห็นเงาทอดไปในหลายทิศทาง ราวกับมีไฟสปอตไลต์ส่องหลายดวง



   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 14:33:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 25  
 
ข้อเท็จจริง คนหนึ่งยืนอยู่บนเนิน เงาทอดลงเขา อีกคนอยู่ในแอ่ง เงาทอดขึ้นเขา เงาจึงยาวไม่เท่ากัน ภูมิประเทศที่เป็นเนินแม้เพียงเล็กน้อย ก็ทำให้ทิศทางของเงาเปลี่ยนไป ยิ่งถ้าเทียบเงาของสิ่งที่อยู่ใกล้กับอยู่ไกล การกำหนดทิศทางของสิ่งที่อยู่ไกลจะทำได้ยาก เส้นขอบฟ้าอาจหลอกตาเรา ทำให้คิดว่าเงาของสองสิ่งไปคนละทิศละทาง ความจริงเป็นทางเดียวกัน ถ้าหากมีแหล่งกำเนิดแสงมากกว่า 1 แหล่งจริง วัตถุที่อยู่ใกล้กันจะต้องมีเงามากกว่า 1 เงา แต่ทุกวัตถุในภาพจากดวงจันทร์ล้วนมีเงาเดียวทั้งสิ้น

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 14:33:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 26  
 
4. วัตถุในเงามืดควรจะดำมืด เพราะไม่มีแสงสว่างอื่นนอกจากดวงอาทิตย์ แต่วัตถุนั้นกลับสว่างจนเห็นรายละเอียด จะว่ามีแสงกระเจิงจากชั้นบรรยากาศมาช่วยก็ไม่ใช่ ต้องมีคนไปถือแผ่นสะท้อนแสงลบเงาแน่ๆ


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 14:35:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 27  
 
ข้อเท็จจริง แหล่งกำเนิดแสงสำหรับภาพถ่ายจากดวงจันทร์มีเพียงดวงอาทิตย์ เหตุที่ทำให้เห็นรายละเอียดของสิ่งต่างๆ ในเงามืดได้นั้นมีหลายปัจจัย

- พื้นผิวดวงจันทร์เป็นแผ่นสะท้อนแสงอาทิตย์ส่องลบเงามืด เพราะดวงจันทร์ถูกปกคลุมด้วยฝุ่นละเอียดที่สะท้อนแสงอาทิตย์ให้กระจายไปทุกทิศทาง ซึ่งเป็นเหตุให้เราเห็น
ดวงจันทร์เป็นสีนวลเย็นตาอีกด้วย
- ดวงจันทร์ไม่มีบรรยากาศ แสงแดดที่นั่นจึงสว่างกว่าบนโลกหลายเท่า เมื่อสะท้อนไปจึงสว่างมาก
- สิ่งที่เห็นชัดที่สุดในเงาคือชุดมนุษย์อวกาศสีขาว หรือวัตถุสีอ่อน ซึ่งสะท้อนแสงเข้าตาเรามากที่สุด


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 14:35:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 28  
 
5. รอยเท้าของมนุษย์อวกาศดูไม่น่าจะเป็นไปได้ แม้เขาจะสวมชุดอวกาศที่หนักถึง 82 กก. แต่ดวงจันทร์มีแรงโน้มถ่วงเพียง 1 ใน 6 ของโลก จึงน่าจะเบามากจนไม่น่าจะเหยียบพื้นให้เป็นรอยได้ขนาดนั้น หรือถ้าเป็นรอยก็ไม่ควรจะคงรูปอยู่เหมือนกับเหยียบทรายเปียก ควรจะเลือนไปทันที เหมือนเหยียบทรายแห้ง


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 14:36:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 29  
 
ข้อเท็จจริง คนที่เคยเห็นรอยเท้าสุนัขบนพื้นปูน คงไม่คิดว่าสุนัขตัวที่เดินผ่านปูนเปียกนั้นตัวหนักเท่าควาย บรรยากาศบนดวงจันทร์แห้งสนิทก็จริง แต่ฝุ่นบนดวงจันทร์กับทรายบนโลกไม่เหมือนกัน ฝุ่นดวงจันทร์เกิดจากเปลือกดวงจันทร์ถูกอุกกาบาตใหญ่น้อยพุ่งชนนับครั้งไม่ถ้วน จนป่นเป็นเม็ดฝุ่นละเอียดยิบที่ผิวหยาบและรูปทรงไม่สม่ำเสมอ
ถ้าเป็นโลก กระบวนการกัดกร่อนด้วยลม น้ำและสนิม จะขัดผิวและลบเหลี่ยมเม็ดทราย แต่บนดวงจันทร์ไม่มีกระบวนการเหล่านี้ไปขัดสีเม็ดฝุ่น เมื่อเม็ดฝุ่นถูกอัดรวมกัน เช่นถูกเหยียบ ผิวหน้าของมันจะสานเกี่ยวติดกันทั้งแห้งๆ อย่างนั้น จึงคงรูปอยู่ได้


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 14:37:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 30  
 
6. บริเวณที่ยานลงจอดน่าจะมีหลุมใหญ่เนื่องจากแรงไอพ่นที่ต้องพยุงยานน้ำหนักกว่า 10 ตัน แต่ที่เห็นกลับดูเหมือนเอายานบรรจงวางลง รอบยานยังเป็นพื้นราบปกติ แถมมีฝุ่นหนาที่ควรจะถูกไอพ่นเป่ากระเจิงไปหมด


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 14:38:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 31  
 
เท็จจริง จรวดที่ใช้ขับเคลื่อนยานลงดวงจันทร์มีแรงขับเต็มที่ถึง 10,500 ปอนด์ ต่อตารางนิ้ว ก็จริง แต่นั่นคือแรงขับสูงสุดซึ่งไม่ได้ใช้ขณะลงจอด การจอดยานไม่ใช่ลอยลงมาจอดตรงๆ แต่ผู้ขับยานจะต้องร่อนหาที่จอดที่เหมาะสม ซึ่งใช้ความเร็วต่ำมาก เมื่อยานร่อนลงจอด มันจะไถลไปบนพื้นเล็กน้อยตามแนวร่อน ดังนั้นพื้นดวงจันทร์ใต้ยานนอกจากจะค่อนข้างปลอดฝุ่นเพราะถูกแรงจรวดเป่าฝุ่นไปหมด ยังอาจมีรอยครูดจากหัววัดที่ยื่นลงไปก่อน บนดวงจันทร์ไม่มีโมเลกุลอากาศไปผลักดันเม็ดฝุ่นให้ฟุ้งกระจาย ฝุ่นที่ถูกไอพ่นเป่าโดยตรงจะกระเด็นไปด้านข้างแล้วตกลงมาเหมือนก้อนหิน แต่ฝุ่นที่ไม่ถูกไอพ่นโดยตรงจะไม่มีลมที่ไหนมาเป่าออกไปอีก ฉะนั้นใต้ยานซึ่งถูกไอพ่นจึงเตียนโล่ง แต่รอบยานไม่ได้รับผลกระทบจากไอพ่นเลย จึงเต็มไปด้วยฝุ่นเหมือนเดิม หรือฝุ่นหนาขึ้นเพราะฝุ่นกระเจิงจากใต้ยานมาสมทบ

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 14:40:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 32  
 
7. ภาพถ่ายอัลดริน ถ่ายโดยอาร์มสตรอง เห็นได้ชัดว่าถ่ายจากระดับสายตา แต่ในภาพจะเห็นว่าทุกคนถือกล้องที่ระดับหน้าอก ดังนั้นความจริงต้องมีตากล้องอีกอย่างน้อย 1 คน ซึ่งคงเป็นคนถ่ายวิดีโอตอนที่อาร์มสตรองลงจากยานเป็นครั้งแรกด้วย


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 14:41:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 33  
 
ข้อเท็จจริง อาร์มสตรองถ่ายรูปจากบนเนิน ส่วนอัลดรินอยู่ตีนเนิน




   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 14:41:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 34  
 
ภาพยนตร์ตอนอาร์มสตรองเหยียบดวงจันทร์เป็นครั้งแรก ถ่ายด้วยกล้องวิดีโอซื่งติดอยู่ภายนอกยาน อาร์มสตรองเป็นคนบังคับให้กล้องยื่นออกมาจากที่เก็บใต้ลำตัวยานในขณะที่เขากำลังจะลงสู่พื้น หลังจากนั้นกล้องจะถูกถอดไปติดขาตั้งเพื่อถ่ายภาพกิจกรรมอื่นต่อไป



   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 14:42:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 35  
 
8. ภาพถ่ายที่บอกว่าถ่ายจากสถานที่ 2 แห่ง ทำไมดูเหมือนกับถ่ายอยู่ในจุดเดียวกัน เพราะฉากหลังเหมือนกัน เปลี่ยนแต่ข้าวของข้างหน้าเท่านั้น


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 14:43:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 36  
 
ข้อเท็จจริง ในภาพที่ยกมาจับผิด ฉากหลังที่ดูเหมือนกันคือภูเขาที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตร เรานึกว่ามันเป็นฉากหลังที่อยู่ใกล้ก็เพราะบนดวงจันทร์ไม่มีบรรยากาศ ไม่มีฝุ่นละอองหรือความชื้นในอากาศที่ทำให้ภูเขาบนโลกในระยะทางเท่ากันดูห่างไกลลิบลับ
ของที่อยู่ไกลมากจะดูเหมือนไม่เปลี่ยนตำแหน่งเลยในขณะที่เราเดินทางไป ลองคิดถึงทิวทัศน์ไกลๆ สองข้างทางเวลาเรานั่งรถไปต่างจังหวัด ต้นตาลที่ขอบฟ้าดูเหมือนไม่ย้ายที่ แต่ความจริงมันค่อยๆ เลื่อนไปทีละน้อยจนเราไม่สังเกตเห็นต่างหาก


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 14:43:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 37  
 
9. รถที่ใช้บนดวงจันทร์ใหญ่เกินกว่าจะเอาขึ้นไปในยานลงดวงจันทร์ได้ หรือถ้าเอาขึ้นไปได้ ก็สูบลมยางไม่ได้ เพราะยางจะระเบิดทันทีเมื่อแรงดันในยางเจอสุญญากาศ





   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 14:44:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 38  
 
ข้อเท็จจริง รถสำรวจดวงจันทร์ถูกพับติดไว้นอกลำตัวยานลงดวงจันทร์ พอจะใช้งานก็เอาออกมาประกอบบนพื้นผิวดวงจันทร์ ส่วนล้อรถนั้นไม่ใช้ยางเลย ผู้ออกแบบตระหนักดีว่ายางรถจะเกิดปัญหาในสุญญากาศ จึงออกแบบรถให้ใช้ตะแกรงลวดเสริมโครงแทนยางปกติ



   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 14:45:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 39  
 
10. กากบาท (crosshair) อย่างที่เห็นในภาพถ่ายทุกภาพ เป็นของเติมเข้าไปทีหลัง เพราะบางทีเราจะเห็นคนเติมเส้นทำพลาด ทำเส้นแหว่งหายไปอยู่หลังวัตถุ ดังในภาพ


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 14:46:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 40  
 
ข้อเท็จจริง กากบาทเหล่านี้เป็นเส้นที่ขีดไว้บนแผ่นกระจกระหว่างเลนส์กับฟิล์ม ฉะนั้นจะปรากฏอยู่บนภาพทุกภาพจากดวงจันทร์ ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าทุกภาพที่บอกว่าเส้นหายนั้น เส้นจะหายไปเมื่อขีดผ่านวัตถุสีขาวกลางแดดจ้าเท่านั้น นี่เป็นเรื่องปกติของฟิล์มถ่ายภาพ ในภาพถ่ายปกติ บริเวณสีขาวในภาพคือส่วนที่ฟิล์มได้รับแสงมากที่สุดถึงมากเกินไปจึงกลายเป็นสีขาว ความขาวนี้สามารถลามไปถึงส่วนอื่นของฟิลม์ได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อส่วนนั้นเป็นสีดำ ถ้าเขตสีดำมีไม่มากนัก ก็จะถูกสีขาวลามไปกลบจนหมดอย่างที่เห็น ภาพต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของเส้นดำบนพื้นขาว จะเห็นปรากฏการณ์สีขาวลามไปเหมือนกัน

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 14:46:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 41  
 
มีแถมให้อีก2ข้อนะครับ
11. การเดินทางไปดวงจันทร์ต้องผ่านแถบรังสีแวน อัลเลน ซึ่งเป็นแถบรังสีความเข้มข้นสูงที่ล้อมอยู่รอบโลก ไม่มีทางที่มนุษย์อวกาศจะรอดชีวิตจากแถบรังสีนี้ไปได้ ดังนั้นไม่เคยมีใครไปดวงจันทร์


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 14:48:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 42  
 
ข้อเท็จจริง แถบรังสีแวน อัลเลน เป็นอันตรายต่อชีวิตแน่นอน ยานอะพอลโลไม่มีเกราะป้องกันรังสี ดังนั้นมนุษย์อวกาศทุกคนย่อมได้รับรังสี แต่พวกเข้าไม่ได้เข้าไปอยู่นิ่งๆ ในแถบรังสี เพียงเดินทางผ่านไปด้วยความเร็วสูง ปริมาณรังสีที่มนุษย์อวกาศแต่ละคนได้รับอยู่ที่ประมาณ 1 rem ส่วนปริมาณที่ทำให้เกิดอาการผิดปกติคือ 25 rem ปริมาณที่ทำให้เกิดอาการแพ้คือ 100 rem และถ้าได้รับถึง 500 rem จะตายทันที

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 14:48:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 43  
 
12. ถ้ามนุษย์เคยไปเหยียบดวงจันทร์ และทิ้งอุปกรณ์ไว้มากมาย ทำไมกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลจึงไม่เคยส่องเห็นของพวกนั้นเลย



   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 14:52:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 44  
 
ข้อเท็จจริง ความละเอียดของ WFPC2 กล้องถ่ายภาพในกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล ซึ่งเป็นกล้องดิจิตอล มีความละเอียดเพียง 800 x 800 พิกเซลเท่านั้น ในระยะห่างขนาดดวงจันทร์นั้น 1 พิกเซลมีค่าเท่ากับ 1 สนามฟุตบอล ฉะนั้นของที่เล็กกว่า 1 สนามฟุตบอล จะไม่มีผลต่อภาพเลยแม้แต่จุดพิกเซลเดียว พูดอีกอย่างก็คือ กล้องฮับเบิลยังละเอียดไม่พอ ถ้าอย่างนั้น ทำไมเราจึงมีภาพความละเอียดสูงของเทห์ฟากฟ้าจากกล้องฮับเบิลตั้งมากมาย ตอบว่า นั่นก็หมายความว่า วัตถุเหล่านั้นไม่ใช่เล็กๆ เลย

ข้อกล่าวหาจับผิดองค์การนาซาเกี่ยวกับอะพอลโล 11 และอื่น ยังมีอีกหลายข้อ เท่าที่นำมาอธิบายโดยย่อนี้ก็เพื่อย้ำว่า มนุษย์ได้เคยไปถึงดวงจันทร์มาแล้วจริงๆ



   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 14:52:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 45  
 
นำข้อมูลมาจาก http://thaiastro.nectec.or.th/news/2002/special/moonhoax.html
เขียนโดย คุณวิษณุ เอื้อชูเกียรติ (viseua@inet.co.th) ครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 14:53:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 46  
 
เห็นภาพเชแล้วนึกได้ว่า เราไม่ค่อยเห็นเชมุมอื่นเลย มันมีที่มาอย่างงี้นี่้เอง

   เงอะ      13 พ.ค. 56   เวลา 14:59:00    IP = 115.67.34.108
 


  คำตอบที่ 47  
 
ขอบคุณครับ
เพิ่งรู้ว่าดวงจันทร์ไม่มีลม

   The_guitar      13 พ.ค. 56   เวลา 15:12:00    IP = 210.118.108.254
 


  คำตอบที่ 48  
 
ได้ข้อเท็จจริงเยอะเลยครับ ส่วนตัวก่อนหน้านี้นึกว่าเป็นเรื่องโกหกของสหรัฐ ตอนนี้เริ่มได้อีกแง่คิดแล้ว

   สมาชิกแบบพิเศษ      bigyul      13 พ.ค. 56   เวลา 15:53:00    IP = 124.122.109.88
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 49  
 
ดูแล้ว คต8 โหดสุด

แต่ของไทยโหดกว่า

(ซุกซ่อนซะไม่มิดชิดเชียว...คนเผยแพร่โดนสั่งปิดหมด 55)

++++

คุณหมอท็อป ลองหาเรื่องระเบิดบอสตันมาเสนอสิครับ อิอิ

   sitth      13 พ.ค. 56   เวลา 15:58:00    IP = 171.7.141.172
 


  คำตอบที่ 50  
 
สวัสดีทุกท่นครับ พี่สิทธิ์ครับโอกาศหน้าจะค้นคว้ามานำเสนอครับ ขอบคุณพี่สิทธิ์ที่แนะนำครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      13 พ.ค. 56   เวลา 16:24:00    IP = 125.26.16.2
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 51  
 
อ้าว นี่ Neil Armstrong ไปทำภาระกิจที่ดวงจันทร์ตอนกลางวันหรือครับ
ผมเข้าใจว่า กลางวันที่ดวงจันทร์นั้นร้อนจนไม่สามารถทนอยู่ได้นานๆ ซะอีก

   tnaw  13 พ.ค. 56   เวลา 18:37:00    IP = 110.171.84.145
 


  คำตอบที่ 52  
 
เยี่ยมมากครับ
เอามาลงเยอะๆเลยครับ ชอบๆ

   crusher      13 พ.ค. 56   เวลา 22:11:00    IP = 101.108.48.217
 


  คำตอบที่ 53  
 

ขอบคุณครับ ป๋าๆๆๆๆ

   สมาชิกแบบพิเศษ      ชิตชัย      13 พ.ค. 56   เวลา 22:22:00    IP = 223.207.47.191
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 54  
 
like

   sodiax      14 พ.ค. 56   เวลา 0:07:00    IP = 171.99.52.184
 


  คำตอบที่ 55  
 
ขอบคุณครับ....

   หงส์พลัดถิ่น      14 พ.ค. 56   เวลา 10:01:00    IP = 110.168.168.172
 


  คำตอบที่ 56  
 
ขอบคุณครับ

   SaveMyWife      14 พ.ค. 56   เวลา 15:01:00    IP = 210.246.148.28
 
 

Bigtone.in.th Online Music Store

Yamaha



ตั้งกระทู้ Login ก่อน Click ที่นี่
ผู้ตอบ :
รูปภาพ:  ( ไม่เกิน 150 K )
ข้อความ :
 

any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2015. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket