Home | Login | คอร์ด/เนื้อเพลง | Webboard | Classifieds | Music Jobs (หางาน) | TV / Video









(เพจ: โรงเรียนกีตาร์ไทย)


(เพจ: Guitarthai.com)
  วันนี้ออกแนวโหดนิดนะครับ การประหารชีวิตของไทยสมัยก่อน และมีเรื่องแถมอีกนิดหน่อย  
 
ยังอยู่ในกระแส การเรียกร้องให้มีโทษประหารชีวิตในคดีข่มขืนแล้วฆ่าครับเลยเอาเรื่องของการประหารชีวิตในสมัยก่อนมานำเสนอ อาจจะโหดไปนิด และบางภาพอาจดูไม่ดีขออภัยไว้ณ.ที่นี้ด้วยครับ




   สมาชิกแบบพิเศษ   top2513      17 ก.ค. 57   เวลา 10:44:00       พิมพ์   แจ้งลบ      IP = 125.26.20.30
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 1  
 
"ประหารชีวิต แบบไทยโบราณ ที่แค่อ่านก็ขนลุก!"
เป็นที่รู้กันดีว่า ประเทศไทยสมัยโบราณนั้นมีวิธีประหารนักโทษที่ดุดันและโหดร้ายเกินกว่าสภาพร่างกายและจิตใจของนักโทษคนหนึ่งจะรับได้ ก็เพื่อเป็นเยี่ยงอย่างให้แก่ชาวบ้านหวาดกลัวที่จะทำผิดและเหมือนเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู จนกระทั่งถึงสมัยรัชกาลที่ 5 จึงได้มีการยกเลิกการ ลงโทษ และ ประหารชีวิต ในแบบเดิมๆ เพื่อนำประเทศเข้าสู่ความเป็นอารยะเทียบเท่าสากล และพัฒนามาเป็นการยิงเป้า และ ฉีดยากันในปัจจุบันตามลำดับ

ก่อนหน้านี้ในสมัยรัชกาลที่ 1 ได้มีการโปรดเกล้าให้รวบรวมกฎหมายตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และ กรุงธนบุรี มาประมวลไว้ด้วยกัน โดยได้กล่าวถึงการประหารชีวิต ด้วยวิธีต่างๆ ถึง 21 สถาน หรือ 21 วิธี

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      17 ก.ค. 57   เวลา 10:46:00    IP = 125.26.20.30
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 2  
 
- สถาน 1 คือ ให้ต่อยกระบานศีศะ (กบาลศีรษะ) เลิกออก (เปิดออก) เสียแล้ว เอาคีมคีบก้อนเหล็กแดงใหญ่ใส่ลงไปในมันสะหมอง (มันสมอง) ศีศะพลุ่งฟู่ขึ้นดั่งม่อ (หม้อ) เคี่ยวน้ำส้มพะอูม

- สถาน 2 คือ ให้ตัดแต่หนังจำระ (จาก) เบื้องหน้าถึงไพรปากเบื้องบนทั้งสองข้างเป็นกำหนด ถึงหมวกหู (ใบหู) ทั้งสองข้างเป็นกำหนด ถึงเกลียวคอชายผมเบื้องหลังเป็นกำหนด (หนังบริเวณคอถึงท้ายทอย) แล้วให้มุ่นกระหมวดผมเข้าทั้งสิ้น (ม้วนเข้าหากัน) เอาท่อนไม้สอดเข้าข้างละคน โยกคลอนสั่นเพิกหนังทั้งผมนั้นออกเสียแล้วเอากรวดทรายหยาบขัดกระบานศีศะชำระให้ขาวเหมือนพรรณศรีสังข์

- สถาน 3 คือ ให้เอาขอเกี่ยวปากให้อ้าไว้ แล้ให้ตามประทีบ (ดวงไฟ) ไว้ในปาก ไนยหนึ่ง (นัยหนึ่ง) เอาปากสิวอันคมนั้นแสะแหวะผ่าปากจนหมวกหู (ใบหู) ทั้งสองข้าง แล้วเอาขอเกี่ยวให้อ้าปากไว้ให้โลหิตไหลออกเต็มปาก

- สถาน 4 คือ เอาผ้าชุบน้ำมันพันให้ทั่วร่างกายแล้วเอาเพลิงจุด

- สถาน 5 คือ เอาผ้าชุบน้ำมันพันนิ้วทั้งสิบนิ้วแล้วเอาเพลิงจุด
- สถาน 6 คือ เชือดเนื้อให้เป็นแรงเป็นริ้วอย่าให้ขาดจากกัน ตั้งแต่ใต้คอลงไปถึงข้อเท้าแล้วเอาเชือกผูกจำ ให้เดินเหยียบริ้วเนื้อริ้วหนังแห่งตน ให้ฉุดคร่าตีจำให้เดินไปกว่าจะตาย

- สถาน 7 คือ เชือดเนื้อให้เนื่องด้วยหนังเป็นแร่งเป็นริ้ว ตั้งแต่ใต้คอลงมาถึงเอวและให้เชือดตั้งแต่เอวให้เนื่องด้วยหนังเป็นแร้งเป็นริ้วลงมาถึงข้อเท้ากระทำหนังเบื้องบนให้คลุมลงมาเหมือนนุ่งผ้า

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      17 ก.ค. 57   เวลา 10:46:00    IP = 125.26.20.30
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 3  
 
- สถาน 8 คือ ให้เอาห่วงเหล็กสวมข้อศอกทั้งสองข้าง ข้อเข่าทั้งสองข้างให้มั่นแล้วเอาหลักสอดในวงเหล็กแย่งขึงตรึงลงไว้กับแผ่นดินอย่าให้้ไหวตัวได้ แล้วเอาเพลิงรน (ลน) ให้รอบตัวจนกว่าจะตาย

- สถาน 9 คือ ให้เอาเบ็ดใหญ่ที่มีคมสองข้างเกี่ยวทั่วร่างเพิก (เปิด) หนังเนื้อและเอ็นน้อยใหญ่ให้หลุดขาดออกมาจนกว่าจะตาย

- สถาน10 คือ ให้เอามีดที่คมเชือดเนื้อให้ตกออกจากกายแต่ทีละตำลึง(นำเนื้อมาชั่งให้ได้น้ำหนักหนึ่่งตำลึง:มาตราวัดสมัยโบราณ) จนกว่าจะสิ้นมังสา (เนื้อ)
- สถาน 11 คือ ให้แล่สับทั่วร่างแล้ว เอาแปรงหวีชุบน้ำแสบกรีดครูดขูดเสาะหนังและเนื้อแลเอ็นน้อยใหญ่ให้ลอกออกให้สิ้นให้อยู่แต่ร่างกระดูก

- สถาน 12 คือ ให้นอนลงโดยข้างๆ หนึ่งแล้วให้เอาหลาวเหล็กตอกลงไปโดยช่องหูให้แน่นกับแผ่นดินแล้วจับขาทั้งสองข้างหมุนเวียนไปดังบุคคลทำบังเวียน (เวียนเทียน)

- สถาน 13 คือ ทำมิให้หนังพังหนังขาด แล้วเอาลูกสีลา (ลูกหิน) บดทุกกระดูกให้แหลกย่อย แล้วรวบผมเข้าทั้งสิ้น ยกขึ้นหย่อนลงกระทำให้เนื้อเป็นกองเป็นลอมแล้วพับห่อเนื้อหนังกับทั้งกระดูกนั้นทอดวางไว้ดั่งตั่งอันทำด้วยฟางซึ่งเอาไว้เช็ดเท้า

- สถาน 14 คือ ให้เคี่ยวน้ำมันให้เดือดพลุ่งพล่าน แล้วลาดลงมาแต่ศีศะ (ศีรษะ) จนกว่าจะตาย

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      17 ก.ค. 57   เวลา 10:47:00    IP = 125.26.20.30
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 4  
 
- สถาน 15 คือ ให้กักขังสุนัขร้ายทั้งหลายไว้ อดอาหารหลายวันให้เต็มอยากแล้วปล่อยให้กัดทึ้งเนื้อหนังกินให้เหลือแต่ร่างกระดูกเปล่า
- สถาน 16 คือ ให้เอาขวานผ่าอกทั้งเป็นแหกออกดั่งโครงเนื้อ

- สถาน 17 คือ ให้แทงด้วยหอกทีละน้อยๆ จนกว่าจะตาย

- สถาน 18 คือ ให้ขุดหลุมฝังเพียงเอว แล้วเอาฟางปกลงคลุมร่างก่อนคลอกด้วยเพลิงพอหนังไหม้แล้วไถด้วยไถเหล็ก ให้เป็นท่อนน้อยท่อนใหญ่เป็นริ้วน้อยริ้วใหญ่

- สถาน 19 คือ ให้เชือดเนื้อล่ำออกทอดด้วยน้ำมัน เหมือนทอดขนมให้กินเนื้อตัวเองจนกว่าจะตาย

- สถาน 20 คือ ให้ตีด้วยตะบองสั้นตะบองยาวจนกว่าจะตาย

- สถาน 21 คือ ตีด้วยหวายที่มีหนามจนกว่าจะตาย

เห็นอย่างนี้แล้วรู้สึกโชคดีขึ้นมาทันที ที่ทุกวันนี้ประเทศไทยได้เปลี่ยนไปสู่ความเป็นอารยประเทศ ดำเนินการต่างๆด้วยความเป็นสากล เพื่อหลักมนุษยธรรม ในบางประเทศถือว่าการจำคุก จำกัดอิสรภาพของนักโทษก็เป็นสิ่งที่มากพอแล้วสำหรับมนุษย์คนหนึ่งควรได้รับเมื่อกระทำผิด เพราะหัวใจของความเป็นมนุษย์นั้นคือ อิสรภาพ แต่การประหารชีวิตด้วยวิธีอะไรก็ตาม นั้นถือว่าทารุณและละเมิดสิทธิมนุษยชนมากเกินไป ยังไงเราก็มาลุ้นกันว่าในอนาคต ประเทศไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงการลงโทษเป็นไปเป็นแบบไหน

เรียบเรียงข้อมูลจาก วิกิพีเดีย/โทษประหารชีวิตในประเทศไทย

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      17 ก.ค. 57   เวลา 10:48:00    IP = 125.26.20.30
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 5  
 
"พิพิธภัณฑ์เก็บ อวัยวะเพศชาย"
Siggi Hjartarson ชายผู้เป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์ในไอซ์แลนด์ ซึ่งพิพิธภัณฑ์นี้กล่าวกันว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เดียวในโลกที่แสดงโชว์ อวัยวะเพศชาย โดยรวบรวม อวัยวะตัวอย่างที่แตกต่างของหลากหลายสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ชนิดไหนบนโลก ที่เรียกได้ว่ามีเกือบทุกชนิดเลยก็ว่าได้ สำหรับพิพิธภัณฑ์นี้ ซึ่ง อวัยวะเพศชาย ที่ใหญ่ที่สุดใน พิพิธภัณฑ์ นี่ก็คือ อวัยวะเพศของ Sperm Whale ซึ่งมีความยาวและเส้นรอบวงใหญ่เท่ากับมนุษย์ขนาดปกติเลย และ อวัยวะเพศชาย ที่เล็กที่สุดในโลกนั่นก็คือ อวัยวะเพศของหนูแฮมส์เตอร์นั่นเอง โดย อวัยวะเพศชาย ของสัตว์ชนิดต่างๆ จะถูกจัดเก็บรักษาเอาไว้ในในโหลแก้วเพื่อแสดงโชว์ ไม่ว่าจะเป็นของ หมีขั้วโลก แพะ แมวน้ำ สิงโตทะเล และสัตว์อื่นๆ อีกมากมายจะถูกจัดเก็บเอาไว้อย่างดี ในสารฟอร์มาลดีไฮด์เพื่อป้องกันการสูญสลายไปตามกาลเวลานั่นเอง โดบโหลแก้วที่จัดวางในพิพิธภัณฑ์จะวางเรียงรายประหนึ่งผลงานจากการล่าสัตว์ ซึ่งผลงานชิ้นสุดท้ายที่เขายังไม่ได้เก็บมาเข้าในคอลเล็กชั่น นั่นก็คือ อวัยวะเพศชาย จากมนุษย์!!!
โดยเรื่องราวของสารคดีนี้จะเป็นรื่องของกลุ่มชายผู้มีอายุ ซึ่งมีความปรารถนาจะจัดเก็บ อวัยวะเพศชาย ให้เต็มพิพิธภัณฑ์ โดยชิ้นส่วนชิ้นสุดท้ายที่มาจากตัวของมนุษย์ พวกเขาจะขอรับบริจากจากชายผู้คิดว่าตัวเองมีศักยภาพ เพื่อให้มาประดับอยู่ใน พิพิธภัณฑ์ อวัยวะเพศชาย ต่อไป ซึ่งก็ได้นาย Pall Arason มาเสนอที่จะบริจาก อวัยวะเพศชายของเขาให้กับทางพิพิธภัณฑ์ ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตลง แต่เนื่องจากเขาอายุมากกว่า 95 ปีแล้วสัญญานี้จะถือว่าเป็นโมฆะ
แต่ก็ยังไม่หมดหวัง เพราะชาวไร่ Tom Mitchell ยินดีที่จะบริจาก อวัยเพศชาย ของเขาให้กับทางพิพิธภัณฑ์ในขณะที่เขายังมีชีวิตอยู่นั่นเอง และส่วนหลังของเรื่องจะเป็นการนำเสนอถึงแรงขับเคลื่อนทางเพศที่น่าสนใจและลึกลับของผู้ชายวัยกลางคนเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปต้องไปติดตามในสารคดี The Final Member ครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      17 ก.ค. 57   เวลา 10:49:00    IP = 125.26.20.30
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 6  
 
"ตำนานรักไม่มีวันตาย Carl Tanzler Relationship: Man and corpse"
Carl Tanzler ชาวเยอรมันทำงานเป็นแพทย์รังสีวิทยาอยู่ที่โรงพยาบาล United States Marine Hospita ในเมือง Key West รัฐฟลอริดา ที่นั่นเอง เขาได้พบกันเด็กสาวเชื้อสายคิวบา-อเมริกันที่ชื่อ Elena Milagro “Helen” de Hoyos และตกหลุมรักเธออย่างหัวปักหัวปำ แต่ Elena เองป่วยเป็นโรควัณโรค และเสียชีวิตลง อย่างไรก็ตามความรักของ Carl Tanzler ยังคงดำเนินต่อไป
ในเดือนเมษายน ปี ค.ศ.1933 Tanzler แอบขนย้ายศพของ Elena ออกมาจากสุสาน และนำกลับไปบ้าน เขาเชื่อมกระดูกแต่ละท่อนด้วยเส้นเอ็น และไม้แขวนเสื้อ ส่วนที่เป็นดวงตาก็ใช้ดวงตาแก้วใส่เข้าไปแทน และเมื่อผิวหนังของศพเริ่มเน่าเปื่อย เขาก็ใช้ผ้าไหมชุบขี้ผึ้งกับปูนปลาสเตอร์มาทำเป็นผิว ส่วนเส้นผมก็ใช้เส้นผมที่แม่ของ Elena เคยมอบให้กับเขาในตอนพิธีฝังศพมาทำเป็นวิกแทน เขาแต่งตัว และใส่เครื่องประดับให้เธออย่างสวยงาม และเก็บเธอเอาไว้บนเตียง นอกจากนั้นยังใช้น้ำหอมจำนวนมากพรมเพื่อกลบกลิ่นเหม็นอีกด้วย
จนกระทั่งเดือนตุลาคม ปี ค.ศ.1940 พี่สาวของ Elena ได้ยินข่าวลือว่า Tanzler หลับนอนกับศพของน้องสาวเธอ จึงบุกไปที่บ้าน และได้พบร่างของ Elena ในที่สุด Tanzler ถูกจับ และตั้งข้อหา แต่ก็ถูกปล่อยตัวออกมาหลังจากนั้นไม่นาน แต่เรื่องไม่จบเท่านั้น ในปี ค.ศ.1944 Tanzler ย้ายบ้ายไปอยู่ที่ Pasco County รัฐฟลอริดา ที่นั่นเขาได้สร้างหุ่นจำลองของ Elena ที่มีหน้าเป็นขี้ผึ้งเพื่อเป็นตัวแทน เขาอยู่กับหุ่นจำลองของสาวอันเป็นที่รักจนเขาเสียชีวิตลงในวันที่ 3 กรกฎาคม ปี ค.ศ.1952

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      17 ก.ค. 57   เวลา 10:50:00    IP = 125.26.20.30
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 7  
 
"วีนัส แมวหน้าแปลกสองสี ที่คนกดไลค์ติดตามมากที่สุด"
มาดูความน่ารักของแมวแปลก อย่างเจ้า วีนัส แมวสองหน้า ตาสองสี ที่สร้างความฮือฮาแก่ผู้พบเห็น ด้วยลักษณะที่สวยงามและหายากนี่เอง ที่ทำให้มีผู้คนอยากติดตามชีวิตและประวัติของเจ้าแมววีนัสกันมาก งั้นวันนี้เราไม่รอช้า รีบไปทำความรู้จักเจ้าวีนัสพร้อมๆ กันค่ะ… วีนัส แมวหน้าแปลกสองสี ที่คนกดไลค์ติดตามมากที่สุด?
ปกติเราจะเห็นแมวเหมียว มีสีที่แตกต่างกัน บางตัวมีสีเดียวทั้งตัว แต่บางตัว ก็เป็นหลายๆสีแต้มตามตัว แต่คงไม่เคยมีใครเห็น แมวเหมียวที่มีสีแบ่งครึ่งใบหน้า สีดำข้างหนึ่ง และสีส้มครึ่งหนึ่ง แบบเจ้าวีนัส

โดยเว็บไซต์ ?เดอะ เดลีเมลล์? ของอังกฤษ เปิดเผยว่า มีแมวน่ารักตัวใหม่ที่สามารถดึงดูดความสนใจจากผู้ชมในเว็บไซต์ยูทูบ?ชื่อผู้ใช้?“VenusMommy”?ภาย 1 สัปดาห์ได้เป็นจำนวนมาก แมวตัวนั้นมีชื่อว่า ‘วีนัส’ ซึ่งถูกเรียกว่าเป็น ‘แมวสองหน้า’ วีนัส แมววัย 3 ขวบ ที่กลายเป็นที่ฮือฮาในหน้าสื่อต่างประเทศ เพราะเจ้าวีนัสเป็นทั้งแมวตาสองสี และแมวสองหน้าในตัวเดียวกัน โดยสีที่ผ่าครึ่งเป็นสองซีก บนใบหน้า แมววีนัสซีกหนึ่งเป็นสีดำ ตาสีเหลือง ส่วนอีกซีกหนึ่งนั้น เป็นสีส้ม ตาสีฟ้า นับว่าเป็นแมวที่หน้าแปลก หาได้ยากและน่าตื่นตาตื่นใจสุดๆ จนทำให้คนทั่วโลกสนใจ และติดตาม fanpage ของเจ้าแมววีนัส ตอนนี้มีคนกด Like มากกว่า 24500 Like แล้วค่ะ กลายเป็นขวัญใจตัวใหม่บนสื่อออนไลน์อย่างรวดเร็ว.
เจ้าวีนัส ถูกพบที่ฟาร์มโคนมในเมืองนอร์ท โคโรลาโด้ในปี 2009 เจ้าวีนัสได้อาศัยอยู่ในบ้านที่มีแมว 2 ตัว และสุนัข 2 ตัว ซึ่งทั้งหมดเข้ากันได้ดี เจ้าวีนัสมีนิสัยขี้อ้อน และชอบกินอาหารของสุนัข

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      17 ก.ค. 57   เวลา 10:51:00    IP = 125.26.20.30
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 8  
 
"ภาพถ่ายติดผีที่โด่งดังที่สุด Freddy Jackson’s Ghost"

ภาพถ่ายผีที่น่าขนลุกนี้ถูกถ่ายขึ้นในศตวรรษที่ 1919 ได้ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1975 โดยเซอร์ วิกเตอร์ กอดดาร์ก นายทหารเกษียณอายุ โดยภาพถ่ายดังกล่าวมาจากการถ่ายหมู่ของทหารใต้บังคับบัญชาบนเรือ HMS กอดดาร์ดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งภาพนี้คงไม่โด่งดังไปทั่วโลก ถ้าในแถวบนสุดด้านหลังของทหารคนที่สี่จากซ้าย ปรากฏร่างของชายลึกลับคนหนึ่งที่กำลังยิ้มยิงฟันขาวรวมอยู่ด้วย โดยผีนี้คาดว่าเป็นนาย เฟรดดี้ แจ๊คสันที่เพิ่งเสียชีวิตในปี 1919 อย่างกะทันหันจากใบพัดเครื่องบินไปเมื่อสองวันก่อน ว่ากันว่าวิญญาณแจ๊คสันอาจจะยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองตายแล้ว จึงยังมาปรากฏตัวถ่ายรูปกับเพื่อนๆ…

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      17 ก.ค. 57   เวลา 10:52:00    IP = 125.26.20.30
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 9  
 
"เหตุการณ์ระลึกชาติที่ดังที่สุดในโลก Shanti Devi"
ในปี 1930 ซานติ เทวี หญิงสาวอายุ 4 ขวบ จากนิวเดลี ประเทศอินเดีย ได้บอกพ่อแม่ของเธอว่า ชาติก่อนเธอเป็นแม่ลูกสาวที่ตายจากการคลอด โดยสามีของเธอคือเกฐานารถ ทั้งเธอและสามีอาศัยอยู่ในเมืองมัตทรา(หรือ Mathura) ตอนแรกพ่อแม่ของเธอนึกว่าเป็นบ้า จึงพาเธอไปพบกับแพทย์ และเมื่ออยู่ต่อหน้าแพทย์เธอก็เล่าเรื่องของเธออย่างละเอียดยิ่งกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการตั้งครรภ์ลูกคนแรก วัยที่เธอตายในระหว่างเด็กอยู่ในท้องเมื่อ 1925 ซานติได้รับการตรวจสอบจากแพทย์ถึง 6 คนด้วยกัน แต่ไม่มีแทย์คนใดหาคำตอบเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอได้เลย อย่างไรก็ดีญาติของซานติเริ่มตรวจสอบสิ่งที่เธอเล่าโดยตามหาชายที่ซาติอ้างว่าเป็นสามีของเธอ ก่อนจะพบว่ามีชายคนที่ว่าอยู่เมืองมัตทราจริง และเขามีลูกสองคนจริง แต่ชายดังกล่าวไม่กล้าไปพบกับชาติภรรยากลับชาติมาเกิดของเขา เขาเลยส่งญาติไปและเมื่อญาติไปถึงซาติก็จำเขาได้ทันทีและเล่ารายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับญาติคนนี้ ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่าการระลึกชาติมีอยู่จริง หากแต่กระนั้นครอบครัวของซานติ และครอบครัวของสามีชาติที่แล้วของซานติก็ไม่ได้เกี่ยวดองกัน หรือมีเรื่องกันแต่อย่างใด สุดท้ายซานติได้ใช้ชีวิตเป็นเด็กหญิงธรรมดาในชาติใหม่ของเธอจนถึงปัจจุบัน

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      17 ก.ค. 57   เวลา 10:52:00    IP = 125.26.20.30
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 10  
 
"Blood Pond Hot Spring (Chinoike Jigoku) บ่อน้ำพุร้อนสีเลือด"
มีบ่อน้ำพุร้อน อยู่ทั่วโลก ส่วนมากแล้วกำเนิดขึ้นระหว่างช่วงประมาณ 20-45ล้านปีที่แล้ว จากกิจกรรมทางภูเขาไฟในช่วงเวลานั้นน้ำพุร้อนเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่มีน้ำร้อนไหลขึ้นมาจากใต้ดิน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าภายในโลกยังคงมีความร้อนอยู่ บ่อน้ำพุร้อนสีเลือด (Blood Pond Hot Spring) ในประเทศญี่ปุ่น ที่เบปปุหรือเรียกว่า Jigoku(นรก)ประกอบด้วยนรกถึง 9ขุม หมายถึงบ่อน้ำร้อน 9 บ่อ ซึ่งเหมาะที่จะยืนชื่นชมมากว่าลงไปแช่ Chinoike Jigokuหนึ่งในแปดน้ำพุร้อนที่งดงามในย่าน Kannawa และย่าน Shibaseki น้ำพุร้อน สีเลือด (Chinoike Jigoku) เป็นหนึ่งในบ่อน้ำพุ ร้อนชื่อดังของเมืองเบปปุ ในจังหวัดโออิตะ บนเกาะคิวชู สาเหตุที่น้ำพุมีสีเลือดเนื่องจากมีธาตุเหล็กอยู่ในปริมาณมาก บ่อน้ำพุร้อนทั้ง 6 แห่ง ตั้งอยู่ในย่าน Kannawa และสองแห่งในย่าน Shibaseki
วิธีเดินทาง ในย่าน Kannawa สามารถเข้าถึงได้ง่ายโดย รถโดยสาร จากสถานีรถไฟ JR Beppu ในประมาณ 15 นาที ใกล้ สนามบิน ที่จะเป็นโออิตะเบ็ปปุสนามบินนั่งรถบัส 40 นาทีจากใจกลางเมือง โออิตะสนามบินให้บริการเที่ยวบินตรงไปยังจุดหมายปลายทางในประเทศต่างๆ (รวม โตเกียว , โอซาก้า และ นาโกย่า )

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      17 ก.ค. 57   เวลา 10:53:00    IP = 125.26.20.30
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 11  
 
"ภาพถ่ายซากเงือกฟิจิ Feejee Mermaid 1842 ที่โด่งดังที่สุด"

ซากเงือกฟิจิ เป็นหนึ่งในเรื่องที่คนไทยเรายังเชื่ออยู่ โดยเป็นคำเรียกซากของสิ่งมีชีวิตครึ่งคนครึ่งปลาที่นิยมออกมาโชว์ให้ประชาชนของโลกตะวันตกได้ดูนามหลายศตวรรษโดยซากเงือกฟิจิมักเป็นตัวชูโรงของ ห้องสารภัณฑ์ (สิ่งที่อาจจะเกี่ยวกับธรรมชาติวิทยา (ซึ่งบางครั้งอาจจะเป็นของปลอมก็ได้ ส่วนมากเป็นของสะสมส่วนตัว) ของ พินีอัส เทย์เลอร์ บาร์นัม (ย่อว่าพีที (5 กรกฎาคม 1810 — 7 เมษายน 1891) พิทีได้ซื้อพิพิธภัณฑ์ที่นิวยอร์กแต่พิพิธภัณฑ์ดังกล่าวคนเข้าน้อย เขาเลยคิดเอาของแปลกๆ ที่ไม่ใครคิดมาตั้งโชว์และเขาก็นึกถึงเรื่องเงือกปลอมมาได้ เขาเลยเอาเงือกดังกล่าวมาตั้งโชว์โดยบอกว่ามันเป็นของหายากจากตะวันออกไกล ผลคือมีหลายคนเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง ถึงขั้นมีนักข่าวสำนักพิมพ์รุมสัมภาษณ์ นอกจากนี้ฟินียังยืนยันความน่าเชื่อถือโดยการจ้างนักชีววิทยาชื่อดร.กริฟฟิน แห่งพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาไลเซียมเป็นคนจับเงือกนี้ได้ในปี 1842 ส่วนซากเงือกฟิจินั้นถูกนำไปแสดงทั่วประเทศจนกระทั้งมันหายสาบสูญไปในปี 186 และปัจจุบันเงือกฟิจิยังคงมีการหลอกลวงขายในเว็บอีเบย์และเอามาล้อเลียนในสื่อต่างๆ มากมาย

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      17 ก.ค. 57   เวลา 10:53:00    IP = 125.26.20.30
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 12  
 
ขอบคุณมากครับป๋าท็อป

   deerpoison      17 ก.ค. 57   เวลา 11:53:00    IP = 1.1.177.196
 


  คำตอบที่ 13  
 

ขอบคุณมากๆ ครับ พี่หมอ

   สมาชิกแบบพิเศษ      ชิตชัย      17 ก.ค. 57   เวลา 12:17:00    IP = 101.108.193.88
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 14  
 
ขอบคุณมากครับ

   sakai  17 ก.ค. 57   เวลา 12:39:00    IP = 113.53.144.249
 


  คำตอบที่ 15  
 
ขอบคุณมากครับ

   Mac_Threebay      17 ก.ค. 57   เวลา 12:57:00    IP = 125.27.252.232
 


  คำตอบที่ 16  
 
การกำหนดโทษที่รุนแรง เข้มงวด มันก็ดีนะครับทำให้คนมันเกรงกลัวการกระทำผิด

ไม่เหมือนสมัยนี้ ทั้งเบา ทั้งลดหย่อน ทั้งอ้างสิทธิมนุษยชน ทั้งประกันตัว คนทำผิดก็มีเยอะขึ้นๆไม่เกรงกลัวกฏหมาย

   larcclub      17 ก.ค. 57   เวลา 13:15:00    IP = 58.11.19.154
 


  คำตอบที่ 17  
 
ชอบแมวอ่ะ น่ารัก

   Phosphorus      17 ก.ค. 57   เวลา 14:01:00    IP = 118.173.178.52
 


  คำตอบที่ 18  
 
การประหารโบราณ กับ การทรมานแบบต่างๆ ผมชอบมาก

ชอบสุดก็ Flaying กับ ling chi และสุดท้าย Hanging Drawing and Quartering

ขอบคุณครับ

   MentalDisease      17 ก.ค. 57   เวลา 20:31:00    IP = 171.7.190.153
 


  คำตอบที่ 19  
 
น่ากลัวจริง ๆ ครับ โชคดีที่ไม่เกิดในยุคนั้น นี่แค่อ่านยังขนลุก

   G.T.Hero      17 ก.ค. 57   เวลา 21:42:00    IP = 110.77.182.174
 


  คำตอบที่ 20  
 
อ่านเรื่องโทษประหารในแต่ละ สถานแล้ว รู้สึกสยอง เหมือนการลงทัณฑ์ในนรกภูมิ เห็นภาพเลย

   kenevo4      17 ก.ค. 57   เวลา 21:44:00    IP = 58.9.111.226
 


  คำตอบที่ 21  
 
โหด

   สมาชิกแบบพิเศษ      WE ARE SQUIER      19 ก.ค. 57   เวลา 20:21:00    IP = 223.204.61.176
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 22  
 
ขอบคุณครับ


   eid_guitar  20 ก.ค. 57   เวลา 15:48:00    IP = 101.51.210.93
 
 

Bigtone.in.th Online Music Store

Yamaha



ตั้งกระทู้ Login ก่อน Click ที่นี่
ผู้ตอบ :
รูปภาพ:  ( ไม่เกิน 150 K )
ข้อความ :
 

any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2015. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket