Home | Login | คอร์ด/เนื้อเพลง | Webboard | Classifieds | Music Jobs (หางาน) | TV / Video









(เพจ: โรงเรียนกีตาร์ไทย)


(เพจ: Guitarthai.com)
  วิธีการฝึกอิมโพไวท์ ขอพี่ช่วยตอบหน่อย  
 
พี่ๆผมอยากเล่นได้แบบคล่องมีวิธีฝึกอย่างถูกต้องอย่างไรบ้างครับ
ขอถามอีกข้อเลยละกันมีใครมีวิธีหัดร้องคอรัสบ้าง


Viewrock      19 ต.ค. 57   เวลา 15:48:00       พิมพ์   แจ้งลบ      IP = 124.122.205.207
 


  คำตอบที่ 1  
 
ใชัปากอิมโพไวส์ แล้วบันทักไว้ กลับมาฟังอีกที คหสต


   nnn111  19 ต.ค. 57   เวลา 16:34:00    IP = 110.169.72.237
 


  คำตอบที่ 2  
 
พยายามเล่นเป็นเรื่องราว
เล่นให้ตรงจังหวะ
หาlickมาเล่นๆให้คุ้นมือแล้วเอาไปใส่ตอนอิมดู

ส่วนเรื่องร้องno commentครับ เน่าสนิท 5555

   I love 80s      19 ต.ค. 57   เวลา 19:18:00    IP = 171.96.144.147
 


  คำตอบที่ 3  
 
ฝากไว้ครับ เผื่อมีประโยชน์

http://hutty.weebly.com/improvisation-tips

   hutty  19 ต.ค. 57   เวลา 22:57:00    IP = 171.7.126.49
 


  คำตอบที่ 4  
 
สเกล แม่น ก่อน แล้วตามด้วย จังหวะ

   witi1980      20 ต.ค. 57   เวลา 14:06:00    IP = 203.92.218.136
 


  คำตอบที่ 5  
 
***ผมชอบบทความนี้มากครับ****

หลักเบื่องต้นการฝึกอิมโพรไวส์
16 กันยายน 2013 เวลา 19:03 น.

การImprovisationนั้น เรียกเป็นภาษาง่ายๆก็คือการด้นสดหรือสร้างท่วงทำนองสดๆนั่นเอง แต่ก่อนที่เราจะไปทำแบบนั้นได้เราต้องเตรียมตัวอะไรยังไงบ้างมาดูกัน


เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าดนตรีก็เป็นภาษาสื่อสารแบบนึง สังเกตุได้ว่าเวลาเราพูดกับคนอื่นเราจะสามารถพูดได้ทันทีโดยไม่ต้องเตรียมตัว เราสามารถตอบโต้ได้เพราะเราฟังออกเราพูดได้แม้ว่าเราจะเขียนไม่ได้ก็ตาม


เปรียบเทียบกับการอิมโพรไวส์แล้ว แบ่งได้เป็น2ประเภท


1. แบบไม่เตรียมตัว = การเล่นสดๆโดยได้ยินดนตรีนั้นครั้งแรกโดยไม่มีการเตรียมตัวมาก่อนก็เปรียบเสมือนการที่เราพูดตอบโต้ในชีวิตประจำวันทั่วไป เช่นไปที่ทำงานเจอเพื่อนถามโน้นนี้เราจะสามารถตอบไปได้ทันทีโดยไม่ต้องเตรียมตัวเราไม่เคยต้องนึกก่อนว่าจะพูดอะไรบ้าง อยากพูดอะไรก็พูดไป


2. แบบเตรียมตัว = เปรียบได้กับเวลาคนเราขึ้นไปกล่าวอะไรบนเวทีซักอย่างหรือพวกเดี่ยวไมคโครโฟนเป็นต้น คือเตรียมโครงและรายละเอียดสิ่งที่จะพูดหรือจะเล่น ว่าตรงจุดนี้จะเล่นประมาณไหนยังไง แล้วไปผสมกับความสดบนเวทีอีกทีเพื่อจะได้ไม่ดูอิมโพรไวสสดมากจนออกทะเลเกินไป มีการซ้อมมาก่อนเป็นต้น


แต่การที่เราจะทำ2แบบข้างต้นได้แน่นอนพื้นฐานคือเราต้องพูดเป็นก่อนถูกมั้ย? ที่นี้เราจะทำยังไงให้เราพูดผ่านเครื่องดนตรีเราได้ คิดง่ายๆครับลองนึกย้อนกลับไปตอนเราหัดพูด การพูดการฟังของเราเกิดจากชีวิตประจำวันที่ทำซ้ำๆทั้งวันและทุกวันและใช้เวลานับหลายๆปี การพูดของเราจะดูโตขึ้นมีภาษาที่ดีขึ้นตามอายุของเรา

เปรียบเทียบกับดนตรีได้ว่า

- Scale และตัวโน็ตก็คือคำศัพท์ต่างๆ

- เทคนิคหรือสำเนียงต่างๆ ก็คือการฝึกออกเสียงนั้นเอง เช่น ร เรือ ล ลิง S H Z และน้ำหนักเสียงอารมณ์ในการพูดเป็นต้น

- วลี(Phrasing)หรือlickก็คือประโยคต่างๆ


ถามว่าเราต้องฝึกScale กี่แบบเยอะแค่ไหน ก็ต้องถามตัวเองว่าเราอยากมีศัพท์เยอะขนาดไหนหรือเอาแค่ที่จำเป็นต้องใช้ เพราะในชีวิตประจำวันเองเราอาจจะไม่รู้ศัพท์ภาษาไทยบางคำด้วยซ้ำว่ามันมีความหมายว่าอะไรถูกมั้ย ดังนั้นอันนี้ขึ้นอยู่กับความจำเป็นมากกว่า



ฝึกอืมโพรไวส์ก็เหมือนฝึกพูด (Conversation) เราลองนึกภาพตอนเราฝึกพูดภาษาอังกฤษก็ได้ เราเริ่มจากท่องศัพท์(Scale) และต่อด้วยเรียนรู้ประโยคต่างๆ(Phrasing,Licks) เมือเราหัดทั้ง2อย่างได้ประมาณนึงแล้วและรู้ความหมายของมัน ขั้นตอนต่อไปคือนำมาพูดจริงๆ ซึ่งก็คือการลองJamนั่นเองอาจจะกับBandจริงหรือbackingtrackก็แล้วแต่ ส่วนการฝึกสำเนียงก็คือการเลียนสำเนียงภาษานั่นเอง เหมือนตอนเราเลียนสำเนียงฝรั่งพูดประโยคเช่น My name is ... ว่ายังไง มันกระเด้ะมันเน้นสูงต่ำตรงไหน ในทางดนตรีก็เช่นเดียวกัน มันก็คือการแกะเพลงนั่นเอง ยิ่งแกะมากและพยายามเลียนสำเนียงให้มากเราก็จะได้สำเนียงที่ดีมาจากเพลงนั้นๆ ยิ่งหลายเพลงเข้าๆเราก็จะยิ่งมีสำเนียงที่ชัดขึ้น ตรงจุดนี้ไม่ต้องมาคิดมากหรอกว่าจะกลัวเหมือนคนโน้นคนนี้มันเป็นทัศนคติที่ปิดกั้นตัวเองสุดๆ คุณคิดว่าคุณโตขึ้นมาตั้งแต่เกิดคุณพูดเหมือนใครบ้างล่ะในแต่ละช่วงเวลาเด็กจนแก่ เริ่มแรกคุณเลียนแบบพ่อแม่พี่น้องต่อมาคุณเลียนแบบเพื่อนครูบาอาจารย์ดาราที่ชอบ สิ่งเหล่านี้มันจะหล่อหลอมจนเวลาผ่านไปคุณจะมีความถนัดมีรูปแบบการพูดที่จะรู้ว่าเป็นตัวคุณแสดงออกมาเอง ถ้าลองทั้งชีวิตคุยอยู่กับคน2คนตลอดชีวิตไม่เคยได้ยินภาษามนุษย์จากคนอื่นเลย คุยก็จะมีสำเนียงเหมือนไอ้2คนนี้รวมกันนั้นแหละ ในทางดนตรีก็เช่นเดียวกัน ฟังยิ่งเยอะแกะยิ่งเยอะคุยก็จะยิ่งมีสำเนียงที่ดีและชัดเจนๆขึ้นจนสุดท้ายมันจะหล่อหล่อมจนเป็นคุณเอง คุณอาจจะอิมโพรไวสได้แม้ไม่รู้ในทางทฤษฎีเลยก็เป็นได้ ไม่ต่างอะไรจากคนที่พูดคล่องแต่เขียนไม่ได้ซักตัว แต่ถ้าคุณอยากก้าวหน้าอยากมีความรู้คุณก็ต้องไปลงเรียนหนังสืออยู่ดีถูกมั้ย? นั่นหละเช่นกัน พอมาถึงจุดนึงคุณต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อขยายขอบเขตภาษาคุณให้ดีขึ้น กับดนตรีในที่นี้ก็จะเป็นเรื่องเรียนโครงสร้างเสียงประสาน และความสัมพันธ์ของModeกับ Chordต่างๆเป็นต้น ซึ่งก่อนหน้านั้นบางคนอาจจะเล่นไปได้โดยไม่รู้เลยมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สุดท้ายจะเจออาการที่เรียกว่า"ตัน"เพราะความรู้น้อยเป็นต้น


ดังนั้นถ้าถามว่าจะเริ่มต้นฝึกอิมโพรไวส์ยังไง ผมตอบได้เลยว่าหัดแกะเพลงเยอะๆ ฝึกScaleเท่าทีจำเป็นเรียนรู้KeyและChordแล้วหัดแจมไปตามเสียงที่เกิดขึ้นในหัวบ่อยๆ เมื่อตันหรือนึกไม่ออกก็ฟังเพลงหาประโยคใหม่มาเพิ่มแล้วกลับไปแจมใหม่ทำแบบนี้ซ้ำๆทั้งวันและทุกวันให้เหมือนเป็นภาษาที่คุณต้องพูดอยู่ทุกวัน แล้วสิ่งต่างๆจะทยอยตามมาเอง


สรุปเรื่องราวและความหมายของคำว่า"Improvisation"ได้ประมาณนี้นะครับหวังว่าจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย


พระเจ้าอวยพรครับ


หนึ่งวินัย ไตรนทีภักดี

   กากร็อก      20 ต.ค. 57   เวลา 15:07:00    IP = 27.145.149.32
 


  คำตอบที่ 6  
 
cxt

   สมาชิกแบบพิเศษ      Oldman40      21 ต.ค. 57   เวลา 17:00:00    IP = 115.87.26.80
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 7  
 
เอาง่ายๆ บ้านๆ เล่นเพลงบลูส์เยอะๆครับ ถึงจุดนึงคุณจะมองเห็นเสกลบนคอกีตาร์
เสียงที่ผุดขึ้นมาในหัว (อันนี้ประสบการณ์ตรงจากผมเอง ^ ^ )

หรือถ้าอยากเล่นเป็นกิจลักษณะ ก็ตาม คห.บนเลยครับ :)

   rockman7      22 ต.ค. 57   เวลา 12:12:00    IP = 110.49.207.82
 
 

Bigtone.in.th Online Music Store

Yamaha



ตั้งกระทู้ Login ก่อน Click ที่นี่
ผู้ตอบ :
รูปภาพ:  ( ไม่เกิน 150 K )
ข้อความ :
 

any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2015. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket