Home | Login | คอร์ด/เนื้อเพลง | Webboard | Classifieds | Music Jobs (หางาน) | TV / Video









(เพจ: โรงเรียนกีตาร์ไทย)


(เพจ: Guitarthai.com)
  ผลของกรรม คือกฎของธรรมดา + หาชมยาก! ภาพดอนเมืองในอดีต เมื่อครั้งเครื่องบินยังบินผ่านควาย  
 
สวัสดีครับทุกท่าน อนุโมทนาครับ


rockonyou      6 ม.ค. 58   เวลา 7:29:00       พิมพ์   แจ้งลบ      IP = 72.80.122.137
 


  คำตอบที่ 1  
 
พระพุทธศาสนาจากพระโอษฐ์


050 ทำไมพระสาวกจึงเคารพพระศาสดา

๔๘. ปัญหา เพราะเหตุไร บรรดาพระสาวกของพระพุทธเจ้า จึงมีความเคารพยำเกรงในพระพุทธองค์อย่างสูง นับว่าขณะที่พระองค์กำลังทรงแสดงธรรม ภิกษุแม้รูปเดียวจะไอหรือจามก็ไม่กล้า ?

พุทธดำรัสตอบ “ ดูก่อนอุทายี ถ้าสาวกทั้งหลายจะพึงสักการะ เคารพ นับถือ บูชาเราแล้ว พึ่งเราอยู่ด้วยเข้าใจว่า พระสมณโคดมทรงเป็นผู้มีอาหารน้อย และทรงสรรเสริญความเป็นผู้มีอาหารน้อย อุทายี แต่สาวกทั้งหลายของเรามีอาหารเพียงเท่าโกสะ (จุในผลกระเบา) หนึ่งก็มี เพียงกึ่งโกสะ ก็มีเพียงเท่าเวลุวะ (จะในผลมะตูม) หนึ่งก็มี เพียงกึ่งเวลุวะก็มี ส่วนเราและบางครั้งบริโภคอาหารเสมอขอบปากบาตรนี้ก็มี ยิ่งกว่าก็มี ถ้าสาวกทั้งหลายจะพึงสักการะเคารพ...เรา ด้วยเข้าใจว่า พระสมณโคดมทรงมีอาหารน้อย... บรรดาสาวกของเราผู้มีอาหารเพียงเท่าโกสะหนึ่งบ้าง..... เพียงกึ่งเวลุวะบ้าง ก็จะไม่เคารพสักการะ... เรา

“ ดูก่อนอุทายี ถ้าสาวกทั้งหลายจะพึงเคารพ สักการะ.......เรา ด้วยเข้าใจว่า พระสมณโคดมทรงสันโดษด้วยจีวรตามมีตามได้ อุทายี แต่สาวกทั้งหลาย ของเราเป็นผู้ถือผ้าบังสุกุล ทรงจีวรเศร้าหมอง เธอเหล่านั้นเลือกเก็บเอาผ้าเก่าแต่ป่าช้าบ้าง แต่กองหยากเยื่อบ้าง แต่ที่เขาทิ้งไว้ตามที่ต่าง ๆ บ้าง มาทำเป็นสังฆาฎิ ส่วนเราแล บางคราวก็ใช้คหบดีจีวรที่เนื้อแน่น....... ถ้าสาวกทั้งหลายจะพึงสักการะเคารพ...เรา ด้วยเข้าใจว่า พระสมณโคดมทรงสันโดษด้วยจีวรตามมีตามได้ บรรดาสาวกของเราที่ทรงผ้าบังสุกุล..... ก็จะไม่เคารพสักการะ... เรา

“ ดูก่อนอุทายี ถ้าสาวกทั้งหลายจะพึงเคารพ สักการะ.......เรา ด้วยเข้าใจว่า พระสมณโคดมทรงสันโดษด้วยบิณฑบาตตามมีตามได้.... แต่สาวกทั้งหลายของเราเป็นผู้ถือบิณฑบาตเป็นวัตร คือเที่ยวบิณฑบาตตามลำดับตรอกเป็นวัตร....... เธอเหล่านั้น เมื่อเข้าไปถึงละแวกบ้านแล้ว ถึงใครจะนิมนต์ด้วยอาสนะก็ไม่ยินดีมีอยู่ ส่วนเราแล บางครั้งก็ฉันในที่นิมนต์ แต่ล้วนเป็นข้าวสุกแห่งข้าวสาลีที่เขาเก็บเมล็ดดำออกแล้ว มีแกงกับหลายอย่าง ถ้าสาวกทั้งหลายจะพึงสักการะเคารพ...เรา ด้วยเข้าใจว่า พระสมณโคดมทรงสันโดษด้วยบิณฑบาตตามมีตามได้ บรรดาสาวกของเราที่ถือบิณฑบาตเป็นวัตร.......ก็จะไม่เคารพสักการะ... เรา

“ ดูก่อนอุทายี ถ้าสาวกทั้งหลายจะพึงเคารพ สักการะ.......เรา ด้วยเข้าใจว่า พระสมณโคดมทรงสันโดษด้วยเสนาสนะตามมีตามได้ แต่สาวกทั้งหลาย ของเราเป็นผู้ถืออยู่โคนต้นไม้เป็นวัตร ถืออยู่กลางแจ้งเป็นวัตร เธอเหล่านั้น ไม่เข้าสู่ที่มุงตลอดแปดเดือนมีอยู่ ส่วนเราแล บางครั้งอยู่ในเรือนยอดที่ฉาบทาทั้งข้างในข้างนอก ลมเข้าไม่ได้ มีลิ่มชิดสนิท มีหน้าต่างเปิดปิดได้ ถ้าสาวกทั้งหลายจะพึงสักการะเคารพเรา เพราะเข้าใจว่า พระสมณโคดมทรงสันโดษด้วยเสนาสนะตามมีตามได้ บรรดาสาวกของเราที่ถือโคนต้นไม้เป็นวัตร..... ก็จะไม่เคารพสักการะ... เรา

“ ดูก่อนอุทายี ถ้าสาวกทั้งหลายจะพึงเคารพ สักการะ.......เรา ด้วยเข้าใจว่า พระสมณโคดมเป็นผู้สงัดและทรงสรรเสริญความเป็นผู้สงัด...... แต่สาวกทั้งหลายของเราเป็นผู้ถืออยู่ป่าเป็นวัตร ถือเสนาสนะอันสงัด ถือป่าชัฏอยู่ เธอเหล่านั้นย่อมมาประชุมในท่ามกลางสงฆ์ เฉพาะเวลาสวดปฏิโมกข์ทุกกึ่งเดือนมีอยู่ ส่วนเราแล บางครั้งก็อยู่เกลื่อนกล่นไปด้วยภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา พระราชา มหาอำมาตย์ของพระราชา เดียรถีย์ สาวกของเดียรถีย์ ถ้าสาวกทั้งหลายจะพึงสักการะเคารพเรา ด้วยเข้าใจว่า พระสมณโคดมเป็นผู้สงัดและทรงสรรเสริญความเป็นผู้สงัด...... บรรดาสาวกของเราที่ถืออยู่ป่าเป็นวัตร..... ก็จะไม่เคารพสักการะ... เรา

“ ดูก่อนอุทายี มีธรรม ๕ ประการอย่างอื่นอันเป็นเหตุให้สาวกทั้งหลายของเราสักการะเคารพเรา ธรรม ๕ ประการเป็นไฉน?

“ ดูก่อนอุทายี สาวกทั้งหลายของเราในธรรมวินัยนี้ ย่อมสรรเสริญในพระอธิศีลว่า พระสมณโคดมเป็นผู้มีศีล ประกอบด้วยศีลขันธ์อย่างยิ่ง.......
.
“ ดูก่อนอุทายี อีกประการหนึ่ง สาวกทั้งหลายของเรา ย่อมสรรเสริญในเพราะความรู้ความเห็นที่แท้จริงว่า พระสมณโคดมเมื่อทรงรู้เองก็ตรัสว่ารู้ เมื่อทรงเห็นเองก็ตรัสว่าเห็น ทรงแสดงธรรมเพื่อความรู้ยิ่ง มิใช่ทรงแสดงธรรมเพื่อความไม่รู้ยิ่ง ทรงแสดงธรรมมีเหตุ มิใช่ทรงแสดงไม่มีเหตุ ทรงแสดงธรรมมีความอัศจรรย์ มิใช่ทรงแสดงไม่มีความอัศจรรย์......

“ ดูก่อนอุทายี อีกประการหนึ่ง สาวกทั้งหลายของเรา ย่อมสรรเสริญในเพราะปัญญาอันยิ่งว่า พระสมณโคดมทรงมีพระปัญญา ทรงประกอบด้วยปัญญาขันธ์อย่างยิ่ง....

“ ดูก่อนอุทายี อีกประการหนึ่ง สาวกทั้งหลายของเรา ผู้อันทุกข์ท่วมท้นแล้ว..... เธอเหล่านั้นเข้ามาหาเราแล้วถามถึงทุกขอริยสัจ...... ถามถึงทุกขสมุทัยอริยสัจ........ ทุกขนิโรธอริยสัจ.......... ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ..... เราอันเธอเหล่านั้นถาม...... ก็พยากรณ์ให้ยังจิตของเธอให้ยินดีด้วยการพยากรณ์ปัญหา

“ ดูก่อนอุทายี อีกประการหนึ่ง เราได้บอกปฏิปทาแก่สาวกทั้งหลายแล้วสาวกทั้งหลายของเราปฏิบัติตามแล้ว ย่อมเจริญสติปัฏฐานสี่.........

“ ดูก่อนอุทายี อีกประการหนึ่ง เราได้บอกปฏิปทาแก่สาวกทั้งหลายแล้วสาวกทั้งหลายของเราปฏิบัติตามแล้ว ย่อมเจริญสัมมัปปธานสี่....... สาวกของเราเป็นอันมาก จึงได้บรรลุบารมีอันเป็นที่สุดแห่งอภิญญาอยู่

“ ดูก่อนอุทายี อีกประการหนึ่ง เราได้บอกปฏิปทาแก่สาวกทั้งหลายแล้วสาวกทั้งหลายของเราปฏิบัติตามแล้ว ย่อมเจริญอิทธิบาทสี่....... สาวกของเราเป็นอันมาก จึงได้บรรลุบารมีอันเป็นที่สุดแห่งอภิญญาอยู่

“ ดูก่อนอุทายี อีกประการหนึ่ง เราได้บอกปฏิปทาแก่สาวกทั้งหลายแล้วสาวกทั้งหลายของเราปฏิบัติตามแล้ว ย่อมเจริญอินทรีย์ห้า....... สาวกของเราเป็นอันมาก จึงได้บรรลุบารมีอันเป็นที่สุดแห่งอภิญญาอยู่

“ ดูก่อนอุทายี อีกประการหนึ่ง เราได้บอกปฏิปทาแก่สาวกทั้งหลายแล้วสาวกทั้งหลายของเราปฏิบัติตามแล้ว ย่อมเจริญพละห้า....... สาวกของเราเป็นอันมาก จึงได้บรรลุบารมีอันเป็นที่สุดแห่งอภิญญาอยู่

“ ดูก่อนอุทายี อีกประการหนึ่ง เราได้บอกปฏิปทาแก่สาวกทั้งหลายแล้วสาวกทั้งหลายของเราปฏิบัติตามแล้ว ย่อมเจริญโพชฌงค์เจ็ด....... สาวกของเราเป็นอันมาก จึงได้บรรลุบารมีอันเป็นที่สุดแห่งอภิญญาอยู่

“ ดูก่อนอุทายี อีกประการหนึ่ง เราได้บอกปฏิปทาแก่สาวกทั้งหลายแล้วสาวกทั้งหลายของเราปฏิบัติตามแล้ว ย่อมเจริญอริยมรรคมีองค์แปด....... สาวกของเราเป็นอันมาก จึงได้บรรลุบารมีอันเป็นที่สุดแห่งอภิญญาอยู่

“ ดูก่อนอุทายี อีกประการหนึ่ง เราได้บอกปฏิปทาแก่สาวกทั้งหลายแล้วสาวกทั้งหลายของเราปฏิบัติตามแล้ว ย่อมเจริญวิโมกข์แปด....... สาวกของเราเป็นอันมาก จึงได้บรรลุบารมีอันเป็นที่สุดแห่งอภิญญาอยู่

“ ดูก่อนอุทายี อีกประการหนึ่ง เราได้บอกปฏิปทาแก่สาวกทั้งหลายแล้วสาวกทั้งหลายของเราปฏิบัติตามแล้ว ย่อมเจริญอภิภายตนะแปดประการ....... สาวกของเราเป็นอันมาก จึงได้บรรลุบารมีอันเป็นที่สุดแห่งอภิญญาอยู่

“ ดูก่อนอุทายี อีกประการหนึ่ง เราได้บอกปฏิปทาแก่สาวกทั้งหลายแล้วสาวกทั้งหลายของเราปฏิบัติตามแล้ว ย่อมเจริญกสิณายตนะสิบประการ....... สาวกของเราเป็นอันมาก จึงได้บรรลุบารมีอันเป็นที่สุดแห่งอภิญญาอยู่

“ ดูก่อนอุทายี อีกประการหนึ่ง เราได้บอกปฏิปทาแก่สาวกทั้งหลายแล้วสาวกทั้งหลายของเราปฏิบัติตามแล้ว ย่อมเจริญฌานสี่....... สาวกของเราเป็นอันมาก จึงได้บรรลุบารมีอันเป็นที่สุดแห่งอภิญญาอยู่

“ ดูก่อนอุทายี อีกประการหนึ่ง เราได้บอกปฏิปทาแก่สาวกทั้งหลายแล้วสาวกทั้งหลายของเราปฏิบัติตามแล้ว ย่อมรู้ชัดอย่างนี้ว่า กายของเรานี้แลมีรูปประกอบด้วยมหาภูตสี่ เกิดแต่บิดามารดา...... มีอันทำลายและกระจัดกระจายเป็นธรรมดา และวิญญาณของเรานี้ก็อาศัยอยู่ในกายนี้ เนื่องอยู่ในกายนี้.... เปรียบเหมือนแก้วไพฑูรย์อันงาม...... มีด้ายเขียวเหลืองแดงขาวหรือนวล ร้อยอยู่ในนั้น..... สาวกของเราเป็นอันมาก จึงได้บรรลุบารมีอันเป็นที่สุดแห่งอภิญญา ......

“ ดูก่อนอุทายี อีกประการหนึ่ง เราได้บอกปฏิปทาแก่สาวกทั้งหลายแล้วสาวกทั้งหลายของเราปฏิบัติตามแล้ว ย่อมนิรมิตกายอื่นจากกายนี้ มีรูปเกิดแต่ใจ มีอวัยวะน้อยใหญ่ครบถ้วน มีอินทรีย์ไม่บกพร่อง..... เปรียบเหมือนบุรุษจะพึงชักไส้ออกจากหญ้าปล้อง ...... สาวกของเราเป็นอันมาก จึงได้บรรลุบารมีอันเป็นที่สุดแห่งอภิญญาอยู่

“ ดูก่อนอุทายี อีกประการหนึ่ง เราได้บอกปฏิปทาแก่สาวกทั้งหลายแล้วสาวกทั้งหลายของเราปฏิบัติตามแล้ว ย่อมได้บรรลุอิทธิวิธีหลายประการ....... สาวกของเราเป็นอันมาก จึงได้บรรลุบารมีอันเป็นที่สุดแห่งอภิญญาอยู่

“ ดูก่อนอุทายี อีกประการหนึ่ง เราได้บอกปฏิปทาแก่สาวกทั้งหลายแล้วสาวกทั้งหลายของเราปฏิบัติตามแล้ว ย่อมได้ยินเสียงสองชนิด คือเสียงทิพย์ และเสียงมนุษย์....... ย่อมกำหนดรู้ใจของสัตว์อื่น ของบุคคลอื่นด้วยใจ..... ย่อมระลึกชาติก่อนได้เป็นอันมาก....... ย่อมเห็นหมู่สัตว์ที่กำลังจุติ กำลังอุปบัติ..... ย่อมทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติอันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะสิ้นไป ....... สาวกของเราเป็นอันมาก จึงได้บรรลุบารมีอันเป็นที่สุดแห่งอภิญญาอยู่

“ ดูก่อนอุทายี ธรรมห้าประการนี้แล เป็นเหตุให้สาวกทั้งหลายของเราสักการะ เคารพ นับถือ บูชาแล้วพึ่งเราอยู่”

มหาสกุลุทายิสูตร ม. ม. (๓๒๕-๓๕๔)
ตบ. ๑๓ : ๓๑๘-๓๔๐ ตท.๑๓ : ๒๖๘-๒๘๖
ตอ. MLS. II : ๒๐๘-๒๒๒

# หากมีคําไหนที่ไม่เข้าใจ ก็เข้าไปใน link พจนานุกรมข้างล่าง แล้วก็พิมพ์แล้ว search อ่านความหมายได้เลยนะครับ อนุโมทนาครับ #

http://palungjit.org/dict/


http://www.84000.org/true/050.html

   rockonyou      6 ม.ค. 58   เวลา 7:41:00    IP = 72.80.122.137
 


  คำตอบที่ 2  
 
ผลของกรรม คือกฎของธรรมดา


เมื่อกระทำสร้างเหตุ ย่อมเกิดผล
ผลของกรรม คือกฎของธรรมดา

ไม่มีใครต้องการผลของกรรมอกุศล ซึ่งมาในรูปแบบของความทุกข์ ต่าง ๆ ทั้ง
ทุกข์กายและทุกข์ใจ แต่ในเมื่อได้สร้างเหตุของกรรมนั้นไว้แล้ว ก็ย่อมจะได้รับ
ผลของกรรมนั้นตามมาเป็นธรรมดา

พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ เมื่อท่านมาอาศัยเพื่อตรัสรู้ในโลกธาตุนี้ มาอาศัยอยู่กับ
ร่างกาย ธาตุ 4 ขันธ์ 5 นี้ ท่านก็ยังฝืนในกฎของธรรมดาไปไม่ได้ ร่างกายที่ท่าน
ได้อาศัย ก็มีอาการแก่เป็นธรรมดา มีอาการเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นธรรมดา มีความทุกข
เวทนาตามผลของกรรมเป็นธรรมดา มีอาการตายพังสลายตัวไปในที่สุดเป็นธรรมดา
เช่นกัน นี่ขนาดท่านเป็นถึงพระพุทธเจ้าแล้วท่านยังไม่สามารถฝืนในผลของกรรม
ในกฎของธรรมดาไปได้เลย

แล้วคนธรรมดาอย่างเราๆท่านๆจะฝืนผลของกรรม กฎของธรรมดาไปได้อย่างไร
คนทุกคนต้องการความสุขกันทั้งหมด ไม่มีใครปรารถนาความทุกข์แม้แต่คน
เดียว ถ้าอย่างนั้นแล้วไฉนท่านถึงชอบฝืนในผลของกรรรม กฎของธรรมดา ที่
มันเป็นต้นเหตุของความทุกข์ทั้งกายทุกข์ทั้งใจกันอยู่อีกเล่า

ร่างกายนี้ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา เราไม่มีในร่างกาย ร่างกายไม่มีในเรา ร่างกาย
มีความแก่เป็นธรรมดา ร่างกายมีอาการเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นธรรมดา ร่างกายมี
ความทุกขเวทนาเป็นธรรมดา ร่างกายจะต้องตายพลัดพรากจากไปเป็นของ
ธรรมดา ทรัพย์สินเงินทองหามาได้ก็ย่อมหมดไปได้เป็นของธรรมดา ยศ
สรรเสริญสุขเกิดขึ้นได้ก็ย่อมสลายตัวลงไปได้เป็นของธรรมดา ทุกสิ่งทุกอย่าง
ในโลกนี้ไม่ใช่ของเรา โลกนี้ไม่ใช่ของเรา ความสุขความทุกข์ไม่ใช่ของเรา จง
อย่าฝืนในผลของกรรมที่กำลังให้ผลอยู่ เพราะเป็นกฎของธรรมดาที่เราได้พึง
กระทำสร้างเหตุไว้แล้วนั่นเอง

จงอยู่อย่างเข้าใจในธรรมดาของสัจธรรมทั้งปวงแล้วท่านจะมีแต่ความสุขใจ ทั้ง
ขณะที่ยังอาศัยอยู่กับร่างกายอันเป็นทุกข์ และเมื่อต้องลาจากร่างกายอันเป็น
ทุกข์นี้ไปแล้ว สุขทุกข์นั้นอยู่ที่ใจ ไม่สุขไม่ทุกข์นั้นก็อยู่ที่ใจเช่นกัน สาธุ ธรรมะโลกุตรธรรม


http://board.palungjit.org/f8/%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%B2-541542.html

   rockonyou      6 ม.ค. 58   เวลา 7:43:00    IP = 72.80.122.137
 


  คำตอบที่ 3  
 
พุทธศาสนสุภาษิต


กิเลสวรรค - หมวดกิเลส

อุเปกฺขโก สทา สโต น โลเก มญฺญตี สมํ
น วิเสสี น นีเจยฺโย ตสฺส โน สนฺติ อุสฺสทา

ผู้วางเฉยมีสติทุกเมื่อ ไม่สำคัญตนว่าเสมอเขา ดีกว่าเขา
หรือต่ำกว่าเขาในโลก ผู้นั้นชื่อว่า ไม่มีกิเลสเฟื่องฟูขึ้น


http://board.palungjit.org/f10/%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B4%E0%B8%95-186401.html

   rockonyou      6 ม.ค. 58   เวลา 7:45:00    IP = 72.80.122.137
 


  คำตอบที่ 4  
 
เมื่อไม่รู้จะอ่านอะไร : กำลังใจแด่ผู้เริ่มปฏิบัติธรรม


การค้นพบที่ยิ่งใหญ่

การที่เราค้นพบว่า
ตัวเราเองมีข้อบกพร่อง ข้อควรปรับปรุงตรงไหน
หลวงพ่อถือว่า เป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่และน่าอัศจรรย์
ยิ่งกว่าการค้นพบทางวิทยาศาสตร์
แล้วจะอัศจรรย์ยิ่งกว่านั้นเข้าไปอีก
ถ้าค้นพบแล้ว ลด ละ เลิก
แก้ไขปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้น
ซึ่งผลที่ได้ก็คือ ตัวของเราดี
เราจะเป็นมนุษย์วิเศษ มนุษย์อัศจรรย์ทีเดียว

(พระราชภาวนาวิสุทธิ์ ๒๑ เมษายน ๒๕๓๕)


http://board.palungjit.org/f14/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3-%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B9%88%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1-43404.html

   rockonyou      6 ม.ค. 58   เวลา 7:46:00    IP = 72.80.122.137
 


  คำตอบที่ 5  
 
รวบรวมคติธรรมดี ๆ มาให้อ่านกัน...


ไม่มีทุกข์ใดใหม่บนโลกใบนี้

โบราณท่าน สมมติ มนุษย์นี้
ยากแล้วมี ใหม่สำเร็จ ถึงเจ็ดหน
อย่าร้องไห้ ฟูมฟาย ทุรายทุรน
เกิดเป็นคน ควรมีหวัง พลังใจ

เมื่อขัดสน จนยาก ลำบากทุกข์
ก็ต้องสุข เสร็จสม อารมณ์ได้
ทุกสิ่งอย่าง เกิดดับ สลับไป
อยู่ภายใต้ กฏเกณฑ์ ของโลกา

จงอดทน ยิ้มรับ กับทุกสิ่ง
ทั้งความจริง ความเท็จ อย่าเข็ดหนา
อะไรเกิด ก็ต้องเกิด เปิดอุรา
เป็นบทเรียน ศึกษา ทุกท่าที

โบราณท่าน สมมติ มนุษย์โลก
มีสุขโศก เกิดดับ สลับสี
ตราบเมื่อถึง วันวาย ตายชีวี
จึงไม่มี สุขโศก วิโยคเอย

(ที่มา : บทกลอน โดย ท่านจันทร์)


http://board.palungjit.org/f10/%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%B5-%E0%B9%86-%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99-178960-22.html


   rockonyou      6 ม.ค. 58   เวลา 7:49:00    IP = 72.80.122.137
 


  คำตอบที่ 6  
 
ภาพสวย ๆ และหลักธรรมสู่การพ้นทุกข์

http://board.palungjit.org/f10/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1-%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94-%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%8C-%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%86-533288-11.html


   rockonyou      6 ม.ค. 58   เวลา 7:50:00    IP = 72.80.122.137
 


  คำตอบที่ 7  
 
คําคมยอดนิยม


คําคมเพื่อนพึ่งพา

มีเพื่อนดี เพียงหนึ่ง…ที่พึ่งได้
ดีกว่าเพื่อน มากมาย…ที่อิจฉา
มีมิตรดี เพียงหนึ่ง…ที่เมตตา
ดีกว่ามิตร ร่วมเฮฮา ที่ไร้ใจ


http://www.xn--42ca2cua2b9f4e8a6c.net/category/%E0%B8%84%E0%B9%8D%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A1


   rockonyou      6 ม.ค. 58   เวลา 7:51:00    IP = 72.80.122.137
 


  คำตอบที่ 8  
 
คําคมโดน ๆ


อย่าทำลาย “ความเชื่อใจ”

อย่าทำลาย “ความเชื่อใจ”
ด้วย “คำโกหก”
อย่าใช้ “คำโกหก”
ไปสร้าง “ภาพพจน์”
ให้ดู “น่าไว้ใจ”


http://thaimo.com/category/%E0%B8%84%E0%B9%8D%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%88/page/6


   rockonyou      6 ม.ค. 58   เวลา 7:53:00    IP = 72.80.122.137
 


  คำตอบที่ 9  
 
vdo ตอนที่ 194 การเดินทางท่องเที่ยว.mpg

https://www.youtube.com/watch?v=_mF17H6Fvq0

   rockonyou      6 ม.ค. 58   เวลา 7:54:00    IP = 72.80.122.137
 


  คำตอบที่ 10  
 
vdo เพื่อนสนิทสองคนทะเลาะกัน

https://www.youtube.com/watch?v=SN2xtFoBNo8

   rockonyou      6 ม.ค. 58   เวลา 7:57:00    IP = 72.80.122.137
 


  คำตอบที่ 11  
 
หาชมยาก! ภาพดอนเมืองในอดีต เมื่อครั้งเครื่องบินยังบินผ่านควาย

หาชมยาก! ภาพดอนเมืองในอดีต เมื่อครั้งเครื่องบินยังบินผ่านควาย
วันนี้(29ธ.ค.) แฟนเพจ ประวัติศาสตร์ชาติไทยก่อนและหลัง 2475 ซึ่งเป็นเพจที่รวบรวมภาพเมืองไทยในอดีต ได้เผยแพร่ภาพทุ่งดอนเมืองหรือสนามบินดอนเมืองในอดีต เมื่อปี พ.ศ.2502 ซึ่งเป็นภาพที่หาชมได้ยากมากเพราะถ่ายได้ในช่วงที่แถวนั้นยังเป็นทุ่งนามีเด็ก ควายและกระท่อมในขณะที่มุมขวาของภาพมีเครื่องบินกำลังแลนดิ้งอยู่ด้วย รวมไปถึงมีภาพผู้โดยสารกำลังต่อแถวเช็คอินที่สนามบินดอนเมืองในยุคก่อน


   rockonyou      6 ม.ค. 58   เวลา 7:59:00    IP = 72.80.122.137
 


  คำตอบที่ 12  
 
หาชมยาก! ภาพดอนเมืองในอดีต เมื่อครั้งเครื่องบินยังบินผ่านควาย

   rockonyou      6 ม.ค. 58   เวลา 8:00:00    IP = 72.80.122.137
 


  คำตอบที่ 13  
 
สภาพถนนวิภาวดีฯ ใกล้ๆกับสนามบินดอนเมือง ช่วงปี 2515 ที่โล่งและว่างมาก ๆ จะเห็นป้ายโฆษณา JAL สายการบินญี่ปุ่น ที่ตอนนั้นเป็นขาเข้า กทม โดยป้ายน่าจะอยู่ประมาณร้านเจ้เล้งในปัจจุบัน จุดถ่ายภาพน่าจะอยู่แถว ๆ ตรงข้ามคลังน้ำมันเครื่องบิน

   rockonyou      6 ม.ค. 58   เวลา 8:01:00    IP = 72.80.122.137
 


  คำตอบที่ 14  
 
นอกจากนี้ยังมีภาพของถนนพหลโยธินใกล้กับอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิถ่ายเมื่อปี 1970 เห็นภาพรถเมล์สาย 29 หัวลำโพง-รังสิต วิ่งเส้นซุปเปอร์ไฮเวย์หรือถนนวิภาวดีในปัจจุบัน ซึ่งตอนนี้รถสายดังกล่าวยังคงวิ่งเส้นทางเดิมอยู่ด้วย

“…ภาพเก่าปี 1970 เด็กนักเรียนหญิงกำลังข้ามถนนพหลโยธินแถวบริเวณอนุสาวรีย์ชัย ตรงที่เป็นเนินนี้น่าจะเป็นสะพานข้ามคลองเก่า ส่วนรถเมล์สาย 29 วิ่งระหว่าง หัวลำโพง-รังสิต(เส้นซุปเปอร์ไฮเวย์)หรือวิภาวดีรังสิตในปัจจุบัน ตอนนั้นยังเป็นรถสีส้มเทาสังกัด บ.ข.ส ในภาพขวาสุดตรงแถวหน้ารถที่หลุดๆขอบคือแท่งเสาบอกหลักเขตทางหลวงกิโลเมตรที่ศุนย์(ถ้าจำไม่ผิดแท่งนี้จะเป็นรูปปูนปั้นแบบนูนต่ำแสดงแผนที่ประเทศไทยและเส้นทางหลวงทั้งหมด) ต่อมาเมื่อมีการสร้างทางด่วนแท่งหลักเขตนี้ได้หายไปไม่ทราบว่าจะเป็นอันเดียวกันกับที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยหรือไม่…ในภาพแถบท้ายๆตรงหลังคารถเมล์ยังแลเห็นเสาส่งของช่อง 5 สนามเป้าด้วย
Photo Series of BKK in 1970 by Khun Mike Schmicker…”

สำหรับใครที่อยากชมภาพเก่าๆเพิ่มเติมสามารถรับชมได้ที่แฟนเพจ ประวัติศาสตร์ชาติไทยก่อนและหลัง 2475

https://www.facebook.com/pages/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87-2475/188583217968299?fref=nf

MThai News

ขอบคุณภาพจาก แฟนเพจ ประวัติศาสตร์ชาติไทยก่อนและหลัง 2475


http://news.mthai.com/hot-news/408689.html

   rockonyou      6 ม.ค. 58   เวลา 8:03:00    IP = 72.80.122.137
 


  คำตอบที่ 15  
 
ขอบคุณครับ...


   gula101      6 ม.ค. 58   เวลา 9:05:00    IP = 180.183.236.187
 


  คำตอบที่ 16  
 

ขอบคุณครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      ชิตชัย      6 ม.ค. 58   เวลา 9:38:00    IP = 101.108.199.181
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 17  
 
ขอบคุณครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      kabinblueser      6 ม.ค. 58   เวลา 10:59:00    IP = 125.27.114.152
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 18  
 
สุดยอด คับ

   sweepgod      6 ม.ค. 58   เวลา 11:13:00    IP = 171.98.199.203
 


  คำตอบที่ 19  
 
ทุกอย่างดีหมดเลย เบื่อก้แค่post ที่มันใหญ่โตมโหราญเท่านั้นทำไมต้องทำอย่างนั้ละ

   Romanza  6 ม.ค. 58   เวลา 12:23:00    IP = 14.207.143.113
 


  คำตอบที่ 20  
 
ขอบคุณครับ

   deerpoison      6 ม.ค. 58   เวลา 13:06:00    IP = 64.233.173.159
 


  คำตอบที่ 21  
 
ขอบคุณมากครับ

   sakai  6 ม.ค. 58   เวลา 19:07:00    IP = 125.26.204.137
 


  คำตอบที่ 22  
 
ถึงคุณ Romanza คือผมทําให้เป็นย่อย ๆ หลาย ๆ อัน ทุกคนจะได้อ่านได้หลาย ๆ อย่าง และจะได้ post รูปธรรมะและคําสอนคําคมต่าง ๆ ให้ดูกันได้ด้วยครับ ตามนี้ครับ ขอบคุณครับ

   rockonyou      7 ม.ค. 58   เวลา 7:04:00    IP = 72.80.122.137
 
 

Bigtone.in.th Online Music Store

Yamaha



ตั้งกระทู้ Login ก่อน Click ที่นี่
ผู้ตอบ :
รูปภาพ:  ( ไม่เกิน 150 K )
ข้อความ :
 

any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2015. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket