Home | Login | คอร์ด/เนื้อเพลง | Webboard | Classifieds | Music Jobs (หางาน) | TV / Video









(เพจ: โรงเรียนกีตาร์ไทย)


(เพจ: Guitarthai.com)
  Pedalboard Update - [ 2015 / 01 ]  
 
สวัสดีเพื่อนๆ ชาว Guitar Thai ครับ

หลายท่านอาจจะไม่ค่อยคุ้นหน้าผม ไม่แปลกครับ เพราะผมหายไปจากที่นี่นานมากแล้วครับ น่าจะ 4-5 ปีได้ ไม่ได้เข้ามาเลยครับ ยกเว้นหน้าซื้อขาย ฮ่ะๆๆๆๆ

มาเข้าเรื่องเลยดีกว่า

สืบเนื่องจากกระทู้ก่อนหน้านี้ของคุณพี่ soryimlate และคุณ rchinratna3 ที่พวกเค้ามีการนำเอา pedalboard ของตัวเองมา update ให้หลายๆท่านในนี้ได้รับชมกัน

ในเมื่อสมาชิกแก๊งทั้ง 2 ได้ออกมาประกาศตัวกันแล้ว ผมจะมานิ่งเฉยอยู่ก็คงไม่ได้นะครับ วันนี้เลยนำเอา pedalboard ของตัวเองมาแบ่งปันให้เพื่อนๆ ได้ชมกันบ้างครับ

สำหรับท่านที่ยังไม่ได้เห็นกระทู้ที่ผมอ้างอิงถึงนะครับ

+++ UDPB2015 +++ ของคุณพี่ soryimlate
http://www.guitarthai.com/webboard/question.asp?QID=401762

Pedalboard Update 2014-15 หลังจากไม่ได้อัพในนี้มานานมากๆ ของคุณ rchinratna3
http://www.guitarthai.com/webboard/question.asp?QID=401789


   สมาชิกแบบพิเศษ   exosius      13 ม.ค. 58   เวลา 21:08:00       พิมพ์   แจ้งลบ      IP = 171.96.173.3
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 1  
 
อันนี้เป็น Setup ปัจจุบันของผมครับ อาจจะเห็นว่าแตกต่างจากรูปเมื่อตอนไป meeting ช่วงปีใหม่ในกระทู้ของพี่ soryimlate ไปซักหน่อย เพราะผมกลับมาเปลี่ยนหลังจากงาน meeting ครับ
เรียกได้ว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังจากกลับมาเพราะพี่เค้าทำผมหลอนกับการเปิด gain สุดของแกครับ พอผมกลับมาก็เลยอยากเปิดสุดบ้าง เลยมีการเปลี่ยนแปลงหน้าที่ของบางก้อน และมีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นด้วยครับ

เดี๋ยวผมจะยกมา post ทีละตัวพร้อมกับการอธิบายหน้าที่การทำงานของแต่ละตัวบน pedalboard ชุดนี้ครับ

ปล. ผมแอบถ่ายรูปชุดนี้ที่ office ครับ เนื่องจากช่วงนี้มีช่วยอัดงานให้นักเรียนตัวผมจึงทิ้งอุปกรณ์ไว้ที่ office ครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      exosius      13 ม.ค. 58   เวลา 21:09:00    IP = 171.96.173.3
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 2  
 
อันนี้เป็น Setup ปัจจุบันของผมครับ อาจจะเห็นว่าแตกต่างจากรูปเมื่อตอนไป meeting ช่วงปีใหม่ในกระทู้ของพี่ soryimlate ไปซักหน่อย เพราะผมกลับมาเปลี่ยนหลังจากงาน meeting ครับ
เรียกได้ว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังจากกลับมาเพราะพี่เค้าทำผมหลอนกับการเปิด gain สุดของแกครับ พอผมกลับมาก็เลยอยากเปิดสุดบ้าง เลยมีการเปลี่ยนแปลงหน้าที่ของบางก้อน และมีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นด้วยครับ

เดี๋ยวผมจะยกมา post ทีละตัวพร้อมกับการอธิบายหน้าที่การทำงานของแต่ละตัวบน pedalboard ชุดนี้ครับ

ปล. ผมแอบถ่ายรูปชุดนี้ที่ office ครับ เนื่องจากช่วงนี้มีช่วยอัดงานให้นักเรียนตัวผมจึงทิ้งอุปกรณ์ไว้ที่ office ครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      exosius      13 ม.ค. 58   เวลา 21:09:00    IP = 171.96.173.3
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 3  
 
Korg Pitchblack
http://www.korg.com/us/products/tuners/pitchblack/

ตัวนี้น่าจะคุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่แล้วครับกลับเจ้า Korg Pitchblack เป็น tuner มาตรฐานที่ใครหลายๆ คนเลือกใช้ครับ ตัวนี้ที่ผมได้มาเป็น limited blackchrome color ครับ จะเป็นสีดำเงา ตอนก่อนไปซื้ออ่ะผมอยากได้สีแดง แต่พอไปดูตัวจริงแล้วสีมันแดงไม่เท่าที่คิดไว้ครับ ถ้าแดงสดกว่านี้น่าจะได้ซื้อ แล้วพอดีช่วงนั้นเค้าออกตัว black chrome มาพอดี ด้วยความที่ชอบอะไรเงาเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว เลยโดนเจ้าตัวนี้มาแทนครับ

คำแนะนำสำหรับมือกีตาร์มือใหม่นะครับ tuner เป็นสิ่งที่คุณควรพกติดกระเป๋าไปด้วยเสมอครับ ผมเจอนักดนตรีหลายคนมากที่ไม่มี tuner เป็นของตัวเอง มันดูน่าตลกนะครับกับการที่คุณเล่นกีตาร์เพี้ยนๆ ให้คนอื่นฟัง พกหน่อยเถอะครับ ผมเจอนักดนตรีหลายคนที่พอยกกีตาร์หรือเบสออกมาจากกระเป๋าแล้วต้องไปคอยเดินยิ้มแหยๆ แล้วถามชาวบ้านเค้าแบบขำๆ ว่า “พี่ๆ มี tuner ไหมครับ?” ถ้าไม่มีแล้วคุณจะทำยังไงล่ะครับ

เตรียมพร้อมกันหน่อยก็ดีครับ tuner เดี๋ยวนี้ราคาไม่แพงกันแล้วครับ หาซื้อแบบหนีบหรือไม่ก็โหลดแอพในโทรศัพท์กันเก็บไว้ใช้ก็ได้ครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      exosius      13 ม.ค. 58   เวลา 21:11:00    IP = 171.96.173.3
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 4  
 
Electro~Harmonix nano Double Muff
http://www.ehx.com/products/double-muff

ตัวนี้เป็นก้อนที่ผมชอบมากๆ ครับ Double Muff เป็นการจำลองวงจรของ Muff รุ่น vintage เมื่อสมัยที่ยังเป็นกล่องใหญ่ๆ มี knob เดียวเอาไว้ boost ให้เสียงแตกครับ โดยที่เจ้าตัวนี้ได้ชื่อว่า Double Muff เพราะมันมี Muff Circuit ถึง 2 ชุดด้วยกันครับ

รูป Muff Fuzz โบราณครับ
http://i.ytimg.com/vi/JZYgYN0Vmz4/maxresdefault.jpg

ถ้าเราจะใช้มันในแบบ vintage muff ก็แค่บิด knob เบอร์ Muff 1 ครับ การทำงานก็ง่ายๆเหมือนใช้ Gain knob บนเสียงแตกทั่วไปนั่นแหละครับ แต่เมื่อเราสับ switch จาก single เป็น double จะนำเอา Muff 2 มาวางซ้อนด้านหน้าก่อนเข้าตัวแรกครับ ก็เท่ากับว่าเราเอา muff ตัวที่สองมาทำ gain boost ให้กับตัวแรกครับ

เหตุผลที่ผมชอบตัว double muff ตัวนี้มากเพราะมันเป็น Fuzz ที่ให้เสียงออกไปทาง treble fuzz ครับ ได้เสียงช่วงแหลมแบบเหลือล้น เรียกได้ว่าไม่มีอาการทึบให้อึดอัดเลยครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      exosius      13 ม.ค. 58   เวลา 21:13:00    IP = 171.96.173.3
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 5  
 
Electro~Harmonix nano Big Muff Pi
http://www.ehx.com/products/nano-big-muff-pi

มาถึง Muff ตัวที่ 2 ของผมครับ เจ้า Big Muff Pi ครับ น้อยคนที่จะไม่รู้จักเจ้าตัวนี้ครับ เป็นก้อนที่ใครหลายๆ คนอยากได้ และเป็นก้อนที่ใครหลายๆ คนอยากขายทิ้ง ฮ่ะๆๆๆๆ
ผมพูดจริงครับ เพราะหลายๆคนเคยได้ยินชื่อเสียงประวัติศาสตร์ของ Big Muff แล้วก็อยากได้กันแทบทั้งนั้นครับ แต่พอเอามาใช้งานแล้ว หลายคนจะพบว่าเสียงมันหาโอกาสใช้ยากครับ ด้วยความที่มี character ไม่เหมือนชาวบ้าน บางคนเรียกมันว่า distortion ก็ถือว่าเป็น distortion ที่ gain ล้นเหลือ บางคนเรียกมันว่า fuzz แต่กลับมี character ที่ไม่เหมือน fuzz ตระกูลอื่น เจ้าตัวนี้ไม่มีเสียงหนึบๆ เหมือน fuzz หลายเจ้าครับ ถ้าไม่แหลมบางแสบหูก็จะทึบหนาบวมไปเลย ทำให้คนทั่วไปส่วนใหญ่ไม่ค่อยอยากใช้มันครับ แต่ผมกลับชอบ เช่นเดียวกันกับใครอีกหลายๆคนก็ชอบมันครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      exosius      13 ม.ค. 58   เวลา 21:15:00    IP = 171.96.173.3
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 6  
 
สำหรับเจ้า Muff ทั้ง 2 ตัวนี้แต่เดิมผมมีตัวใหญ่อยู่แล้วครับ ซึ่งเหตุผลที่เลือกซื้อเป็นตัวใหญ่เพราะชอบครับ มันใหญ่สะใจ ดูเท่ดี ฮ่ะๆๆๆๆ

ผมชอบเสียงของมันพวกมันและใช้มาตลอดครับ จนกระทั่งวันนึงสำนีกได้ว่าถ้าเราใช้ตัว nano แล้วไอ้ขนาดที่เล็กลงมันคงจะทำให้ผมยัดก้อนอื่นลงไปได้อีกเยอะ ก็เลยไปซื้อตัว nano มาเปลี่ยนลง board แทนครับ

สำหรับบางท่านที่อาจจะสงสัยว่า nano กับตัวขนาดดั้งเดิมเสียงต่างกันไหม?
ผมตอบได้เลยครับว่าไม่ต่างกันในกรณีที่เทียบกับตัวปัจจุบันที่มีขายนะครับ

เพราะถ้าเราดูประวัติศาสตร์ของ Muff จะรู้ว่ามีการเปลี่ยนชิ้นส่วนภายใน ทำให้เกิดเป็น Muff หลายรุ่นออกมามากมาย แต่ละรุ่นก็จะเสียงไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นจะเอา nano series ตัวปัจจุบันไปเทียบกับ vintage muff ก็คงจะไม่ได้ครับ แต่ถ้าเทียบกันกับตัวปัจจุบัน เสียงไม่ต่างกันครับ เพราะฉะนั้นใครที่กำลังจะซื้อมือหนึ่งแล้วลังเลอยู่ว่าตัวไหนจะเสียงดีกว่ากันล่ะก็ ผมบอกได้เลยครับว่าไม่ต่างครับ สบายใจได้

   สมาชิกแบบพิเศษ      exosius      13 ม.ค. 58   เวลา 21:23:00    IP = 171.96.173.3
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 7  
 
Walrus Audio Jupiter
http://walrusaudio.com/shop/jupiter/

มาถึง Fuzz ตัวที่ 3 ของผมครับ Walrus Audio Jupiter ตัวนี้ผมตัดสินใจเร็วมากครับ เพราะตัดสินใจได้ทันทีว่าต้องมีหลังจากที่ได้ฟังเสียงจาก clip ของทาง Walrus เองเลยครับ ซึ่งการตัดสินใจแบบนี้นี่ผมถือว่าเสี่ยงมาก ไม่แนะนำให้ทำนะครับ

เจ้า Jupiter นี่เป็น Fuzz ที่ผมถือว่าปรับได้กว้างมากครับ เพราะคนเล่น fuzz จะรู้กันว่า fuzz ทั้งหลายจะถูกแบ่งออกเป็นตระกูลต่างๆ ตามต้นแบบในการพัฒนาวงจรครับ ซึ่งแต่ละตระกูลจะมี character เฉพาะที่แตกต่างกันค่อนข้างมาก ทำให้การจะเลือกซื้อ fuzz ทีนึงเราต้องนั่งคิดดีๆครับ ว่าอยากได้ character แบบไหน

แต่เจ้าตัวนี้ทำมาแบบหลายใจครับ คือให้ character ของ fuzz มาทั้งหมด 3 แบบด้วยกันครับ โดยใช้เจ้า mode switch ในการเลือกครับ ทำให้เจ้าตัวนี้สามารถลองรับการปรับเสียงได้หลากหลายมากครับ และที่ถือเป็นจุดเด่นอีกข้อของเจ้าตัวนี้คือ bass boost ครับ มันสามารถ boost เสียงย่านต่ำขึ้นมาโดยที่ไม่ได้ทำให้เสียง fuzz บวมทึบครับ เพราะฉะนั้นถ้าใครอยากได้ fuzz ที่ low end แน่นๆ แล้วล่ะก็ ผมแนะนำตัวนี้ครับ กับเบสก็ใช้ได้นะครับ ผมลองมาแล้ว

เจ้าตัว Jupiter นี่ผมซื้อมา 2 รอบครับ รอบแรกนี่ไม่ใช่เพราะไม่ชอบเลยขายนะครับ แต่ถ้าคนที่รู้จัก Jupiter จะเคยเห็นว่าตัวนี้เดิมทีมีสีแดง แล้ว paint เป็นลาย Gas Titan สึเหลืองครับ ผมเคยซื้อตัวนั้นมารอบนึงครับ ปัจจุบันเปลี่ยนลาย paint เป็นรูปเทพเจ้าสายฟ้าตามชื่อของก้อนไปแล้ว

แต่ตัวที่ผมใช้อยู่นี้เป็น limited edition ครับ เป็น Black Friday 2013 Edition ที่ทำมาขายเฉพาะช่วงนั้นครับ ซึ่งเค้าออกแบบลายของ effect ทุกก้อนใหม่ เน้นใช้สีโทนดำด้านครับ ผมเลยต้องซื้อใหม่ไปเพราะความอยากได้นั่นเองครับ

อันนี้เป็น promotional clip ของ Black Friday 2013 Limited Edition ครับ
https://www.youtube.com/watch?v=iMNFeUjngB8

   สมาชิกแบบพิเศษ      exosius      13 ม.ค. 58   เวลา 21:40:00    IP = 171.96.173.3
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 8  
 
Electro~Harmonix English Muff'n
http://www.ehx.com/products/english-muff-n

มาถึง distortion อีกตัวครับ เจ้านี่ก็ Muff อีกแล้ว ผมค่อนข้างบ้า Muff น่ะครับ
เจ้า English Muff'n นี่เป็น 1 ใน Tube Pedal Series ของ EHX ครับ โดยที่เจ้าตัวนี้ถูกให้คำจำกัดความไว้ว่า เป็น Pre Amp ที่ให้เสียง distortion ออกมาแบบ British Rock แท้เลยครับ ด้วยเพราะว่าความแตกต่างจากเจ้าอื่นในช่วงนั้นที่ทำออกมาในรูปแบบของ Solid State แต่พยายามจำลอง character ของ tube amp ในขณะที่เจ้าตัวนี้ เป็น tube pre-amp อย่างแท้จริงครับ ชื่อ English Muff'n นี้ก็ได้มาจากการเล่นคำของ Muff กับขนม Muffin นั่นเองครับ

ตัวนี้เป็น Distortion ที่ผมชอบมากครับ เนื่องจากสามารถปรับ EQ ได้แบบ 3 bands เหมือนกับการปรับหน้าตู้แอมป์ และด้วยความที่เป็นหลอดสูญญากาศ ทำให้ได้ distortion character แบบติด tube compression มาเหมือนกับการทำ distortion จากตู้หลอดเลยครับ ข้อเสียงของตัวนี้คือ headroom ที่ค่อนข้างต่ำครับ ทำให้ไม่สามารถตอบโจทย์คนที่อยากได้มาใช้เป็น clean pre-amp ได้ครับ แต่การที่ Headroom ต่ำกลับส่งผลทำให้ gain ของ distortion ค่อนข้างเยอะครับ แตกสะใจวัยรุนแรงกันไปเลย

ข้อเสียอีกอย่างของตัวนี้คือ Power ครับ เพราะนอกจากจะใช้ไฟ 12VAC ตามแบบก้อนหลอดหลายๆเจ้าแล้ว ยังเลือกที่จะใช้หัวต่อ power supply แบบแปลกประหลาดที่ effect เจ้าอื่นเค้าไม่ใช้กันอีกด้วยครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      exosius      13 ม.ค. 58   เวลา 21:53:00    IP = 171.96.173.3
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 9  
 
Boss SD-1
http://www.bossus.com/gear/productdetails.php?ProductId=133&ParentId=254

มาถึงก้อนสามัญประจำบ้านอย่าง SD-1 ครับ ผมเชื่อว่ามือกีตาร์เล่น effect ทั่วประเทศต้องรู้จักก้อนนี้ครับ ไม่ว่าจะเคยใช้ เคยลอง เคยเห็น เรียกว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักมันครับ

ก้อนนี้ผมมีความหลังกับมันครับ เพราะถือว่ามันเป็น effect ก้อนแรกในชีวิต และที่สำคัญไม่ได้ซื้อเองครับ เป็นมรดกตกทอดจากรุ่นพี่ที่ผมรักมากคนนึง แกให้มาเป็นของขวัญในฐานะที่ย้ายตำแหน่งจากมือเบสไปเป็นมือกีตาร์ครับ

สำหรับ SD-1 ผมถือว่าเป็น Overdrive มาตรฐานที่ดีมากก้อนนึงเลยนะครับ บวกด้วยความแข็งแรงทนทานตามแบบฉบับของ boss แถมราคายังถูกแสนถูก ไม่คุ้มก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วครับ โดยที่ตัวนี้ผมทำการ mod มันนิดหน่อยด้วยการเอา C6 ออกครับ เพื่อเป็นการปล่อยให้เสียงแหลมมันออกมาได้มากขึ้น พอแหลมมากขึ้นก็จะได้ความรู้สึกว่ามันแตกมากขึ้น ทำให้ก้อนนี้กลายเป็น overdrive แบบ british tone ได้สบายๆ เลยครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      exosius      13 ม.ค. 58   เวลา 22:04:00    IP = 171.96.173.3
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 10  
 
Walrus Audio Mayflower
http://walrusaudio.com/shop/mayflower/

Walrus Audio อีกก้อนนึงบน board ของผมครับ Mayflower เป็น Overdrive ในแบบที่ให้เสียงได้ค่อนข้างกว้างเพราะมี 2 band eq มาให้ ในขณะที่หลายเจ้าเลือกที่จะให้ tone knob มาแค่อันเดียวครับ ตัวนี้ก็เหมือนเคยครับ ได้ฟังเสียงแล้วชอบก็เลยซื้อมา โดยที่ให้เหตุผลว่า มี treble กับ bass ให้ปรับแค่สองปุ่ม ได้ความรู้สึกเหมือนปรับแอมป์ AC30 ครับ ฮ่ะๆๆๆๆๆๆ

แต่พอได้มาใช้จริงๆแล้วก็ไม่ผิดหวังครับ เจ้าตัวนี้สามารถเป็นได้ทั้ง overdrive โดดๆ เป็น gain boost สำหรับก้อนอื่น เป็น clean boost สำหรับการเล่น solo และเป็น pre-amp ก็ยังได้ครับ แต่ผมคงไม่ขอจัดเจ้าตัวนี้ว่าเป็น transparent overdrive ครับ เพราะมีความเป็น colour ค่อนข้างสูง ทำให้มีการเปลี่ยนแปลง character ของสัญญาณเสียงอย่างแน่นอนครับ ซึ่งเหมาะกับการใช้งานของผมที่ไม่เคยต้องการ transparent overdirve เพราะผมชอบเวลาที่เหยียบก้อนใดลงไปแล้ว มันจะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงกับเสียงของเราด้วยครับ และควรจะต้องเปลี่ยนไปตามที่เราต้องการอยากให้มันเป็น ซึ่ง Mayflower ตอบโจทย์ข้อนี้ของผมได้ดีมากด้วย Treble กับ Bass ที่ปรับแยกกันได้อย่างอิสระครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      exosius      13 ม.ค. 58   เวลา 22:13:00    IP = 171.96.173.3
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 11  
 
Tech 21 Liverpool
http://www.tech21nyc.com/products/sansamp/characterseries.html

Tech 21 ชื่อนี้บางท่านอาจจะไม่คุ้นครับ แต่ถ้าพูดถึง SansAmp ก็คงจะคุ้นกันดี SansAmp เป็น ampsimulator series ของ Tech 21 ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงครับ เรียกได้ว่าเป็นตัวเชิดชูของเค้าเลยทีเดียว ด้วยการที่เป็น pre-amp ก้อนที่จำลองเสียงมาได้ใกล้เคียงกับตู้ amp มากๆ แถมยังปล่อย option ต่างๆ มาให้เราได้ปรับกันแบบไม่มีกั๊ก ทำให้ SansAmp ได้รับความนิยมอย่างสูงครับ

เจ้า Liverpool ที่ผมใช้นี่จัดอยู่ใน Character Series ของ SansAmp line ครับ โดยที่ Character Series จะเน้นที่การพยายามจำลองเสียงแอมป์ตัวดังๆ ที่มีคนพยายามสรรหากันมาใช้ครับ มีให้เลือกมากมายหลายรุ่น แต่ละรุ่นก็เลียนแบบเสียงของ Amp ดังๆทั้งนั้น โดยที่ Liverpool นี่เลียนแบบ character ของ AC30 ครับ ชื่อ Liverpool มีที่มาจากชื่อเมือง Liverpool แล้วถ้าพูดถึง Liverpool ในประวัติศาสตร์ดนตรีอังกฤษแล้ว ก็คงหนีไม่พ้นชื่อ the Beatles แน่นอนครับ เจ้า Liverpool ตัวนี้จึงเลือกที่จะจำลอง Character ของ Clean AC30 ในยุค '60 แต่ไม่เพียงแค่นั้นครับ มันยังสามารถสร้างเสียง harmonics แน่นๆในแบบของ AC30 ยุคหลังได้ด้วย แค่เพียงหมุนปุ่ม character เท่านั้นเองครับ

ข้อดีอย่างนึงที่ผมชอบของ Tech 21 คือเค้าพยายามสร้างผลิตภัณท์ที่ไม่ใช่ทำออกมาแต่แค่ให้ใช้ง่ายๆ ครับ แต่ยังทำออกมาในรูปแบบที่เข้าใจได้ในทางวิศวกรรมด้วย อย่างที่ใน Manual เค้าจะมีเขียนบอกเลยว่า ปุ่มไหนคืออะไรอย่างชัดเจน มีรายละเอียดมาให้อย่างครบถ้วน แม้แต่ช่วงย่านความถี่ของ Low, Mid, High และอัตราการขยายของ EQ ก็มีให้มาด้วยครับ

ตัวนี้ผมเปิดตลอดเลยครับ ใช้แทน Pre-amp ในกรณีที่เราไม่สามารถยกแอมป์ไปเล่นได้ โดยต่อสัญญาณ output จาก pedalboard ตรงเข้าไปที่ power amp ของตู้ amplifier ได้เลยครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      exosius      13 ม.ค. 58   เวลา 22:30:00    IP = 171.96.173.3
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 12  
 
Electro~Harmonix Small Clone
http://www.ehx.com/products/small-clone

หลุดพ้นจากย่าน gain มาแล้วครับ เข้ามาที่ Modulation ตัวแรกของผมกับ Small Clone ครับ
Small Clone เป็น chorus ที่คนพูดถึงกันเยอะตัวนึงครับ เพราะได้รับการใช้งานมาแล้วในหลายเพลง โดยศิลปินดังๆ หลายคนครับ หนึ่งในนั้นก็คือ Kurt Cobain ครับ

ตัวนี้มี 1 knob กับ 1 switch โดยที่การปรับใช้ไม่ยุ่งยาก และให้ผลลัพท์ออกมาในทางที่ดีครับ เป็นก้อน chorus ทีผมชอบมากๆ ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดจะใช้ chorus จนกระทั่งมี idea ขึ้นมาในหัวครับ แล้วจากการเสาะแสวงหาทดลองก็เจอว่าเจ้าตัวนี้นี่แหละที่ตอบโจทย์สิ่งที่ผมต้องการได้อย่างไม่มีปัญหาครับ

คำเตือน Small Clone ผมถือว่าเป็นอีกหนึ่งในก้อนเฉพาะทางครับ คือมี character ที่ชัดเจน ปรับได้ไม่ค่อยหลากหลาย เพราะฉะนั้นถ้าสนใจโปรดหาโอกาสไปลองครับ เพื่อป้องกันอาการเสียดายเงิน ถึงแม้มันจะไม่แพงก็ตาม

   สมาชิกแบบพิเศษ      exosius      13 ม.ค. 58   เวลา 22:42:00    IP = 171.96.173.3
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 13  
 
T.C. Electronic Nova Modulator
http://www.tcelectronic.com/nm-1-nova-modulator/

Modulation ตัวถัดมาของผมคือเจ้าตัวนี้ครับ Nova Modulator ตัวนี้ตอนตัดสินใจซื้อนี่มีเหตุผลเดียวเลยครับ ตอนนั้นผมต้องการเสียง square wave tremolo โดยที่มีข้อแม้คือมันจะต้อง tap tempo ได้ ในช่วงเวลานั้นถ้าเป็นก้อนก็มีแค่ Nova Mod ตัวเดียวเลยครับ

แต่พอเอามาลองใช้จริงๆแล้วค้นพบว่ามีหลายอย่างที่ผมชอบครับ แน่นอนครับมันสามารถตอบโจทย์การทำ square wave tremolo ของผมได้ครับ แล้วก็ด้วยการที่มันเป็น dual engine ทำให้เราสามารถเลือก modulation effect 2 ตัวมาเปิดใช้พร้อมกันได้ครับ ที่ผมชอบมากๆ คือการเอา tremolo กับ vibrato มาผสมกันครับ แลัวไหนจะ dual phaser ที่ปรับมาให้ช่วงไม่เท่ากัน through zero flanger อีกที่สามารถสร้างเสียง flange แบบที่เป็น complete cancellation ได้

สำหรับ Chorus ที่ผมไม่ได้พูดถึงเพราะผมไม่เคยชอบเสียง chorus effect อยู่แล้วครับ มีข้อยกเว้นเดียวคือ Small Clone จริงๆ ครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      exosius      13 ม.ค. 58   เวลา 22:52:00    IP = 171.96.173.3
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 14  
 
ชอบคำอธิบายก้อนแต่ละก้อนครับ
ได้ ความรู้ ดีครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      kenggg      13 ม.ค. 58   เวลา 23:07:00    IP = 1.10.195.6
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 15  
 
T.C. Electronic Nova Delay
http://www.tcelectronic.com/nd-1-nova-delay/

คราวมาถึง Delay กันบ้างแล้วครับ Delay ตัวแรกใน board ของผมคือ Nova Delay ครับ
Nova Delay เป็น Digital Delay ที่ผมชอบมากๆ ตัวนึงครับ อาจจะด้วยเพราะความคุ้นเคยกับเสียง digital delay ในตำนานของ T.C. Electronic 2290 ที่มือกีตาร์ที่มีชื่อเสียงหลายๆ คนใช้กันครับ

Nova Delay ตัวนี้ทาง T.C.Electronic พยายามจะอ้างว่าสิ่งที่คุณกำลังจะเหยียบคือ 2290 แบบที่ผลิตมาให้มือกีตาร์ใช้ครับ ดังที่จะเห็นได้จากรูปของ Nova Delay ที่ T.C. ใช้ในทุกรูป หน้าจอจะบอก time เป็นตัวเลขว่า 2290 อยู่เสมอเพื่อสะกดจิตเราว่า ตัวนี้เป็น 2290 ครับ

ผมเป็นคนนึงที่เลือกใช้ digital delay แบบให้มันเป็น digital delay จริงๆ ไปเลยครับ ไม่ได้พยายามจะให้มันจำลองเสียง analogue delay ในตำนานตัวไหนทั้งสิ้น หลายๆคนจะชอบซื้อ digital delay มาแล้วบ่นว่าเสียงไม่อุ่น สู้ analogue ไม่ได้ ผมจะบอกว่าพลาดแล้วครับ เพราะยังไงมันก็ไม่เหมือนกันครับ คุณหารู้ไม่ว่ามีมือกีตาร์มากมายที่ต้องการเสียงแบบ digital delay แบบนี้ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมือกีตาร์สาย alternative อย่างพวกผม เพราะ digital delay จะให้ความคมชัดของเสียงตามในแบบที่ analogue delay ให้ไม่ได้ครับ ทำให้พวกเราสนุกกับการสร้าง riff มากมายที่ใช้การเล่น delay ให้ออกมาเป็นจังหวะต่างๆ อย่างที่พวกเราคงจะเคยได้ยินกันมาในหลายๆ เพลงครับ

สำหรับ Nova Delay นี่ผมแทบไม่ได้เปลี่ยน preset เลยครับ ส่วนใหญ่จะใช้ dotted eight delay ครับ มีบ้างที่เปลียนเป็น eight หรือ quarter แต่นานๆทีจะใช้ครับ

สิ่งนึงที่ประหลาดของเจ้าตัวนี้คือ delay time ครับ เพราะ knob มันจะไม่เหมืนก้อนอื่นตรงที่มันใช้วิธีที่ว่า การบิดไปทางซ้ายจะเป็นการทำให้ delay มันวิ่งเร็วขึ้นไปเรื่อยๆ ครับ ถ้าไปทางขวาก็จะช้าลงเรื่อยๆ ถ้าเราจะให้มันหยุดที่เท่าไร จะต้องบิด knob กลับมาตรงกลางครับ โดยที่หน้าจอสามารถแสดงผลได้ 2 แบบคือเป็น millisecond หรือว่าเป็น bpm ครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      exosius      13 ม.ค. 58   เวลา 23:12:00    IP = 171.96.173.3
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 16  
 
เมื่อกี๊ Nova Delay ลืมรูปครับ ฮ่ะๆๆๆๆๆ

   สมาชิกแบบพิเศษ      exosius      13 ม.ค. 58   เวลา 23:14:00    IP = 171.96.173.3
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 17  
 
kenggg : สวัสดีครับคุณเก่ง ขอบคุณมากครับ ผมห่างหายไปนาน ไม่คิดว่าจะยังได้เจอคนคุ้นชื่อครับ ^^

   สมาชิกแบบพิเศษ      exosius      13 ม.ค. 58   เวลา 23:16:00    IP = 171.96.173.3
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 18  
 
Red Witch Titan Delay
http://www.redwitchpedals.com/index.php?option=com_content&view=article&id=9&Itemid=18

คราวนี้ถึงคิวก้อนที่แพงที่สุดใน board ของผมครับ Titan Delay จาก Red Witch ครับ
เจ้าตัวนี้จริงๆ แล้วไม่มีอะไรมากครับ เป็น analogue delay แบบธรรมดาเลยครับ ไม่ได้จำลองเสียงเทพ ไม่ได้เป็น echo ไม่มี modulation ไม่มี cut ไม่มี drive อะไรทั้งสิ้น เป็น analogue delay เหมือนกันกับที่เราจะหาซื้อได้จาก analogue delay ทั่วไปในตลาดครับ แต่จุดเด่นที่ว่าทำไมถึงต้องซื้อก้อนนี้เป็นเพราะ มันก้อนเดียวมี delay มาถึง 3 ตัวครับ แถมยังสามารถเลือกได้ว่า delay ทั้ง 3 ตัวนี้จะต่อกันแบบ series ที่เปรียบเสมือนการวางเอาทั้ง 3 ตัวมาต่อพ่วงกันแบบปกติ หรือว่าจะเป็นแบบ parallel ที่แยกสัญญาณออกไปเข้า delay 3 ตัวแบบอิสระแล้วค่อยเอากลับมารวมกัน (ปกติผมใช้แบบ series ครับ) เท่านั้นยังไม่พอครับ มันยังมี sent-return loop สำหรับ insert effect เข้าไปในเสียง delay ของ delay ตัวแรกอีกด้วยครับ

สำหรับราคาตอนที่ผมซื้อมาถ้านับว่ามันเป็นก้อนเดียวก็ถือว่าแพงครับ แต่ถ้านับว่าซื้อ analogue delay 3 ก้อนก็ถือว่าเป็นราคาปกติครับ

ข้อเสีย 2 อย่างที่ผมไม่ชอบของก้อนนี้คือ
1. ด้วยขนาดเท่ากับ effect ก้อนเล็กๆ 2 ก้อน แต่มี delay 3 ตัว จึงทำให้ตัว knob ที่ใช้จำเป็นต้องทำออกมาเป็นแบบก้านเล็กพิเศษ ซึ่งมันเล็กและยาวอย่างนี้ เวลาเหยียบมันเสียวครับ กลัวเผลอไปเตะแล้วเดี๋ยวมันจะหักเอา
2. ไฟ led สีฟ้าของมันสว่างแสบตามากครับ สว่างขนาดที่ว่าผมเปิดไฟในห้องอยู่แล้วเวลาเปิด effect นี่ยังเห็นไฟดวงสีฟ้าส่องไปที่เพดานเลยครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      exosius      13 ม.ค. 58   เวลา 23:33:00    IP = 171.96.173.3
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 19  
 
Boss DD-3
http://www.bossus.com/gear/productdetails.php?ProductId=140&ParentId=255

ในเมื่อบอร์ดนี้มี overdrive สามัญประจำบ้านแล้ว จะขาดไปได้ยังไงครับกับ delay สามัญประจำบ้านอย่าง DD-3 ก้อนนี้หลายๆ ท่านรู้จักกันดีอยู่แล้วครับ ด้วย function มาตรฐาน มี time delay ให้เลือก 3 mode short, medium, long แล้วแถม hold ที่เป็นการ hold เสียง delay วนค้างไว้แบบไม่มีที่สิ้นสุดราคาไม่แพงเกินเอื้อม แถมยังหาซื้อมือสองกันได้อย่างแพร่หลาย เช่นเดียวกับการขายต่อ ทำให้ DD-3 เป็น delay ที่คนรู้จักกันทั่วบ้านทั่วเมืองจริงๆ ครับ

ตัวนี้ผมชอบมากในการเอามาใช้เป็น stutter echo ครับ แต่ปรับ feedback เยอะ time สั้น ก็จะได้เสียงสับๆ เฉาะๆ กันแล้วครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      exosius      13 ม.ค. 58   เวลา 23:45:00    IP = 171.96.173.3
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 20  
 
EarthQuaker Devices Disaster Transport Sr.
http://earthquakerdevices.com/cart/Disaster%20Transport%20Sr./cat/13093

คราวนี้มีถึง delay ทีเป็นพระเอกของ board นี้แล้วครับ เป็น delay ที่ผมหลงไหลมากที่สุด นั่นคือ Disaster Transport Sr. นั่นเองครับ

เหตุผลที่ผมหลงตัวนี้มากเพราะมันคือ dual engine analogue delay ที่เหมาะกับการสร้าง ambient มากแบบที่เรียกได้ว่าก้อนเดียวจบครับ

Delay A : Analogue Modulated Delay
ฝั่งนี้จะเป็น modulated delay ที่สามารถปรับได้ครบครันครับ ไม่ว่าจะเป็น time, feedback, rate, depth, และ mix คือเทียบชั้นได้กับ modulated delay ตัวใหญ่ๆ ของหลายเจ้าเลยก็ว่าได้ครับ ให้หางเสียง delay ที่ผ่านการ modulate แล้วออกมาเติมความหวาน และช่วยสร้างมิติให้กับเสียงได้อย่างดีครับ โดยที่ทาง EQ Devices ได้ให้ option เสริมกับเรามานั่นก็คือ Delay A นี้สามารถต่อ expression pedal เพื่อใช้ control ค่า feedback ได้ครับ สำหรับใครที่เล่นๆ อยู่แล้วชอบทำ feedback ขึ้นๆ ลงๆ ไม่มีวิธีไหนง่ายกว่านี้แล้วครับ

Delay B : Reverb Delay
ฝั่งนี้หลายท่านอาจจะงงครับ เพราะเรารู้กันดีอยู่แล้วว่า reverb คืออะไร และ delay คืออะไร แต่มันเป็นคนละอย่างกันใช่ไหมล่ะครับ สำหรับ Delay B ของ Disaster Transport Sr. นี่ เค้าจะนำเอาสัญญาณเสียงของเราไปผ่าน reverb effect ก่อนครับ โดยค่าที่สามารถปรับได้จะมีเพียง knob เดียวเท่านั้น คล้ายกับ reverb knob ที่อยู่หน้าตู้ amp ครับ แล้วที่นี้พอ สัญญาณของเรามถูกเติมความฟุ้งด้วย reverb แล้ว มันก็จะส่งสัญญาณนี้ต่อไปที่ analogue delay แบบธรรมดาอีก 1 ตัวครับ เพื่อให้เกิดการวนซ้ำของเสียงที่ฟุ้งอยู่แล้วอีก ทำให้หางเสียง delay ที่เราได้ออกมามีความฟุ้งกระจายออกอย่างมาก เหมาะกับการปูเสียง ambient ได้อีกรูปแบบหนึ่งครับ

ทีนี้ลองจินตนาการครับ ว่าถ้าเราเปิดทั้ง A และ B คู่กัน มันจะฟุ้งกระจายลอยละล่องได้ขนาดไหน
เท่านั้นไม่พอนะครับ EQ Devices ยังจัดปุ่มมหัศจรรย์มาให้อีก 1 ปุ่มที่ชื่อว่า bleed ครับ

เจ้าปุ่ม bleed มีหน้าที่ในการนำพาเสียง delay จาก Delay A ให้เข้าไปผสมกับสัญญาณที่จะเข้าไปใน Delay B ครับ การทำอย่างนี้จะส่งผลให้เราได้วงจร reverb delay ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ทำให้เกิดเสียง ambient ที่มีความล่องลอย ฟุ้งกระจายได้อย่างอลังการณ์ด้วยก้อนเพียงก้อนเดียวครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      exosius      14 ม.ค. 58   เวลา 0:22:00    IP = 171.96.173.3
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 21  
 
นี่ผมเพ้อมายืดยาว ตาจะปิดอยู่แล้วครับ ก้อนที่เหลือผมขอติดไว้ก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมาเล่าต่อแล้วกันครับ

ต้องขออภัยมานะที่นี้ครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      exosius      14 ม.ค. 58   เวลา 0:23:00    IP = 171.96.173.3
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 22  
 
สุดๆเลยครับ (ขอตัวขึ้นไปดูดความรู้ข้างบนก่อนนะค้าบบบ)

   sixth       14 ม.ค. 58   เวลา 3:25:00    IP = 171.96.112.86
 


  คำตอบที่ 23  
 
นั่งไล่อ่านลงมา เป็นการรีวิวที่อ่านปุ๊บรู้เลยว่าเป็นตัวจริงมือกีต้าร์สายนี้เลยครับ เหมือนๆกับพี่ soryimlaye , rchinratna3 และก็พี่ sickboy ด้วย ชอบครับ ^^


   12AX7      14 ม.ค. 58   เวลา 7:11:00    IP = 110.164.194.251
 


  คำตอบที่ 24  
 
หวัดดีครับ วันนั้นนั่งฟังที่ Sweetsound เสียงแสบดากมากครับ ^^

   junraiman      14 ม.ค. 58   เวลา 8:51:00    IP = 61.47.106.226
 


  คำตอบที่ 25  
 
อัดแน่นไปด้วยคุณภาพจริงๆ ครับ

   SPECIAL      14 ม.ค. 58   เวลา 9:34:00    IP = 116.68.148.149
 


  คำตอบที่ 26  
 
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านกันครับ
ใครมีความคิดเห็นอะไรเพิ่มเติม เรียนเชิญแลกเปลี่ยนกันได้เต็มที่เลยนะครับ

12AX7 : ผมก็ไม่ได้ตัวจริงขนาดนั้นหรอกครับ อาศัยศึกษาเอาด้วยตัวเอง ความรู้ผมยังน้อยนิดมากครับ

junraiman : ไม่ทราบว่าพี่นี่คนไหนครับ ผมนึกไม่ออก วันนั้นเห็นมีแขกพี่พลมา 3 - 4 ท่าน ผมไม่แน่ใจว่าท่านไหนครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      exosius      14 ม.ค. 58   เวลา 9:52:00    IP = 115.87.216.143
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 27  
 
Boss RC-3
http://www.bossus.com/gear/productdetails.php?ProductId=1159&ParentId=262

มาถึงของเล่นประจำ board ของคน ambient ครับ (หรือพวกที่เล่นคนเดียว) ผมเลือกใช้ Loop Station ด้วยหลายเหตุผลครับ ชื่อ boss แน่นอนว่าทนทาน สำหรับคนที่เคยเล่น looper จะทราบดีว่าในการเล่นแต่ละครั้ง เราจะต้องเหยียบเปิดๆ ปิดๆ loop บ่อยๆ ครับ ไหนจะ arm record ไหนจะ หยุดจะแก้ จะอัดใหม่ ความแข็งแรงของปุ่มเหยียบสำคัญมากครับ หลายๆ ท่านที่รู้จักผม อาจจะเคยเห็นใน clip มาบ้างว่าบางครั้งผมก็เหยียบแรงกว่าปกติ ขึ้นอยู่กับอารมณ์ตอนเล่นครับ ฮ่ะๆๆๆๆๆ

อีกอย่างคือเมื่อก่อนผมเอาเจ้าตัวนี้มาวางไว้ข้างหลังสุด เพราะฉะนั้นความเป็น buffer ของบอสก็ช่วยให้เราไม่จำเป็นจะต้องหา buffer มาวางที่ท้ายบอร์ดอีกด้วยครับ

และเหตุผลสุดท้ายที่สำคัญที่สุด ตัวนี้ตอนแรกผมได้มาฟรีจากพี่ชายท่านเดียวกันกับที่ให้ SD-1 ผมมาครับ ฮ่ะๆๆๆๆ
แกให้ผมยืมใช้เพราะแกซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้ ผมยืมใช้มาปีกว่า จนตอนนี้เราตกลงกันแล้วว่าผมจะซื้อต่อครับ แต่ผมขอแกผ่อนจ่ายนะ ฮ่ะๆๆๆๆๆ

   สมาชิกแบบพิเศษ      exosius      14 ม.ค. 58   เวลา 10:05:00    IP = 115.87.216.143
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 28  
 
Electro~Harmonix Cathedral
http://www.ehx.com/products/cathedral

มาถึงก้อนสุดท้ายใน board กันครับ กับเจ้า Cathedral ผมค่อนข้างเชื่อว่าคนเล่น Shoegaze น่าจะรู้จัก Cathedral ดีจาก reverse reverb อันเลื่องชื่อของมันที่ชาวจ้องเกือกต้องบอกว่าสูตรสำเร็จการทำ MBV sound คือการเอา Cathedral ต่อเข้า Fuzz แล้วเปิด reverse reverb ซะ เท่านี้คุณก็จะได้พบกับเสียงย้วยๆ หนาๆ เป็นแผ่น แบบ wall of sound ที่หลายๆคนตามหา

จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ผิดครับ ผมเคยลองแล้วก็ออกมาได้ผลดี แต่ด้วยความที่เป็นคนที่ไม่ค่อยชอบ sound แบบ MBV เท่าไหร่ แต่คลั่งไคล้ความล่องลอย ฟูๆ ฟุ้งๆ แบบ Slowdive มากกว่า ผมพบว่าการเอา reverb กับ delay ไว้หลังสุด น่าจะเป็นตัวเลือกที่ลงตัวกว่าครับ ด้วยประการนี้ผมจึงเลือกที่จะเอา reverb ไว้หลังสุด เพราะ reverb เปรียบเสมือนตัวที่จำลอง sound stage ของเสียงครับ มันคือเสียงก้องสะท้อนตามธรรมชาติของแต่ละสถานที่ เจ้า Cathedral ตัวนี้เก่งมาเรื่องการจำลองความรู้สึกของสถานที่ครับ นั่นคือเหตุผลเบื้องหลังชื่อของมันนั่นเอง

ที่สำคัญ Cathedral นี่สามารถปรับค่า parameter ต่างๆ ได้อย่างละเอียดครบถ้วนตามหลักการมาตรฐานแบบ studio reverb ด้วยครับ
Guitar Reverb ทั่วไปเรามักจะเจอกัน 2 ปุ่มหลักๆ คือ blend กับ depth ที่ทำหน้าที่ได้แค่เลือกความยาวของหางเสียง และอัตราส่วนการผสมกันของ reverb กับเสียงหลัก อาจจะมี option ในการเลือก mode ปรับโทนเข้ามา ซึ่งเจ้าตัวนี้ก็มีเหมือนกันครับ และมีมากกว่า นอกจาก blend, reverb time และ damping/tone เหมือน reverb ปกติแล้ว ยังมี knob ที่สำคัญมากคือ pre delay ครับ

เจ้า pre delay นี่เป็นค่าที่สำคัญมากกับ reverb ครับ คนทั่วไปจะเข้าใจว่า reverb time ที่ใช้ในการปรับความยาวของเสียง reverb คือตัวที่ทำให้ได้ความรู้สึกว่าเล่นในห้องใหญ่ครับ แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ครับ reverb time แค่บ่งบอกว่าผนังห้องเราสามารถสะท้อนเสียงได้ดีขนาดไหนเท่านั้นเองครับ แต่ค่าที่จะทำให้เรารู้สึกถึงขนาดของสภาวะแวดล้อมคือ pre delay ครับ pre delay จะใช้เพื่อกำหนดเวลาว่าจะให้เสียง reverb ดังเมื่อไหร่หลังจากที่เราเล่นเสียงหลักไปแล้วครับ ยิ่ง pre delay ห่างเท่าไหร่ยิ่งหมายความว่าเสียงต้องใช้เวลาในการเดินทางไกลมากกว่าจะถึงกำแพงที่ใกล้ที่สุดครับ เพื่อที่จะได้เกิดการสะท้อนกลับมาเป็นเสียง reverb ครับ บางทีแค่เราปรับ pre delay น้อยๆ แบบแทบไม่รู้สึกถึงความต่างของเวลา ก็สามารถที่จะให้ความรู้สึกว่าห้องกว้างกว่าเดิมได้มากแล้วครับ

ยังไม่หมดเท่านี้ครับ Cathedral ยังมี feedback เพิ่มเติมให้อีก เจ้าตัวนี้ให้ผลที่เปรียบเสมือนการมีเสียงสะท้อน หรือที่เราชอบเรียนกกันว่า echo เข้ามาผสมครับ ทำให้ยิ่งรู้สึกได้ถึงรูปทรงของห้องที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ให้ความรู้สึกของ ambient ได้ดีครับ เหมือนที่คนเล่น ambient หลายท่านจะเอา delay ไปเข้า reverb นั่นแหละครับ

function ไม้ตายที่เป็นที่กล่าวขานของ Cathedral อีกอย่างนึงก็คือ infinite ครับ เจ้าปุ่ม tap/infinite ที่ปกติใช้ tap เพื่อกำหนด pre delay แล้ว ถ้าเราเหยียบค้างไว้จะกลายเป็นการ freeze เสียง reverb ตอนนั้นค้างไว้แทนครับ ซึ่งจะทำให้เสียง reverb ตอนนั้นดังค้างตลอดจนกว่าเราจะยกเท้าออกครับ ยกตัวอย่างการใช้งานที่ผมทำบ่อยๆ นะครับ ถ้าเราเล่นคอร์ด แล้ว freeze เสียง reverb ของ chord ค้างไว้ เราก็สามารถเล่น picking หรือ melody ต่างๆทับลงไปได้ครับ แล้วพอเปลี่ยน chord เราก็เปลี่ยนมา hold ตัว chord ใหม่แทน เพื่อเล่น melody อื่นต่อครับ สามารถใช้ในการสร้าง layer ของเสียงได้ดีเยื่ยมเลยครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      exosius      14 ม.ค. 58   เวลา 11:09:00    IP = 58.10.126.147
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 29  
 
บอร์ด นี้เวลาเล่นต้องก้มมองรองเท้า ตลอดแน่ เลยครับ ^^ แจ่ม สุดๆ ไปเลยครับ กับ review ความรู้ ชวนหลอนทั้งนั่น

เคยมี Disaster Transport Sr. เก็บตัวหนึ่ง เป็น delay/reverb อีกตัวที่เสียงดี เฉพาะตัวมากๆ ครับ เสียดายปล่อยไป เพราะไปหลงกับ Timeline เห็นกระทู้นี้ แล้ว คงต้องตามเก็บมาประจำอีกครั้ง คู่กับ Afterneath น่าจะเหมาะเลย ครับ



   sickboy      14 ม.ค. 58   เวลา 11:10:00    IP = 107.201.240.135
 


  คำตอบที่ 30  
 
เขียนรีวิวน่าสนใจมาก
อ่านเพลินเลยครับ

   GAS Frontier      14 ม.ค. 58   เวลา 11:56:00    IP = 203.146.226.50
 


  คำตอบที่ 31  
 
@sickboy
@exosius เออว่ะเบอดี้ ทำไมวันนี้เราไม่เอามาลองต่อกันนะ DT SR. ของเบอดี้กับ Afterneath ของผม...

   rchinratna3      14 ม.ค. 58   เวลา 12:28:00    IP = 61.90.23.72
 


  คำตอบที่ 32  
 

ขอบคุณมากครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      ชิตชัย      14 ม.ค. 58   เวลา 12:29:00    IP = 101.108.175.208
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 33  
 
ตอนนี้มีติดค้างไว้อีกนิดนึงครับ เดี๋ยวกลับมาเล่าต่อเรื่องที่เหลือกับอุปกรณ์ต่างๆ และแนวคิดการเลือกใช้ครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      exosius      14 ม.ค. 58   เวลา 12:34:00    IP = 1.46.137.35
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 34  
 
Ernie Ball VP Jr.
http://www.ernieball.com/products/pedals/1661/vp-jr-250k-for-passive-electronics

ตามประสาคนชอบเล่น ambient นะครับ สิ่งมักจะขาดไม่ได้ก็คือ looper และ volume pedal ครับ ผมเลือกใช้ volume pedal ของ ernie ball ด้วยเหตุผลเลยคือเรื่องของหน้าตาครับ มันดูเรียบๆ แต่ดูดี ผมไม่ค่อยชอบทรงของ Boss ซักเท่าไหร่ มันดูเหมือนหุ่นยนต์ไปนิดนึงครับ

ตัวนี้ใช้ดีนะครับ มี switch ปรับเลือก taper character ด้วยครับว่าจะใช้เป็นแบบ log หรือ linear แถมน้ำหนักความฝืดของ pedal นี่ผมรู้สึกว่าพอดีกับการเล่นของผมครับ ความแข็งแรงทนทานก็ถือว่าทำออกมาได้ดีครับ ผมรู้สึกได้ถึงความแข็งแรงแม้กระทั่งเวลาที่ผมขึ้นไปยืบเหยียบอยู่ข้างบนครับ ฮ่ะๆๆๆๆๆ

จริงเจ้าตัวนี้เป็นออกแบบมาสำหรับต่อ ตรงจาก guitar ก่อนเข้าบอร์ดนะครับ เพราะออกแบบมาสำหรับ passive signal เลย แต่ตอนซื้อมาผมได้มาราคาถูกครับ เป็นมือสอง ก็เลยลองต่อๆไปก่อน ปรากฏว่าเอาไว้ใน board ก็ได้เหมือนกันไม่มีปัญหาครับ ออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจดีทีเดียว

เจ้าตัวนี้ผมต่อแทรกเข้าไประหว่าง Nova Modulator และ Nova Delay ครับ ปกติเรามักจะต่อ volume pedal ไว้หน้าสุดของ board ใช่ไหมครับ? เพราะส่วนใหญ่คนทั่วไปมักจะใช้มันในการควบคุมระดับเสียงก่อนเข้าเสียงแตก เหมือนการใช้ volume ที่ตัว guitar ถ้าอยากให้แตกน้อยลงก็ลด volume ลง ถ้าอยากให้แตกมากก็เพิ่ม หรือไม่ก็เอาไว้หลังสุดก่อนเข้าตู้ amp เพื่อควบคุมความดังเสียงว่าอยากได้ดังเบาขนาดไหน แต่เหตุผลที่คนอีกกลุ่มเลือกวางกันก่อน delay เพราะพวกเราใช้กันในรูปแบบของการเล่น ambient ที่ไม่อยากให้ volume pedal ส่งผลต่อ gain ของเสียงแตกครับ และยังอยากให้หางเสียง delay และ reverb ยังคงค่อยๆ เบาลงแม้ว่าเราจะปิด volume ไปแล้วก็ตาม แถมยังสามารถค่อยๆ fade เสียงกีตาร์ขึ้นเพื่อสร้างเสียงบรรยากาศโดยที่ไม่มีเสียงดีดของกีตาร์ได้ด้วยครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      exosius      14 ม.ค. 58   เวลา 13:26:00    IP = 58.10.126.147
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 35  
 
ไม่ใช่ชาวจ้องเกือก

แต่ชอบกระทู้นี้มากครับ

^_^

   Djam      14 ม.ค. 58   เวลา 13:57:00    IP = 203.130.145.98
 


  คำตอบที่ 36  
 
Djam : จริงๆผมก็ไม่ใช่ชาวจ้องเกือกโดยแท้ครับ แค่เฉี่ยวๆ ^^

เดี๋ยวยังมีติดค้างอยู่อีกนะครับ แล้วจะกลับมาเล่าต่อเรื่องอุปกรณ์เพิ่มเติมกับแนวคิดในการใช้ครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      exosius      14 ม.ค. 58   เวลา 15:39:00    IP = 115.87.216.143
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 37  
 
พี่มาคนเดียว อยู่ก่อนที่กลุ่มน้องๆจะมาครับ ^^

หลังจากนั้นพี่เมธี MD แกมากับพี่อีกคนนึงครับ

   junraiman      14 ม.ค. 58   เวลา 17:29:00    IP = 61.47.106.226
 


  คำตอบที่ 38  
 
แปะคับ รีวิวให้ความรู้ดีมากเลยคับ ขอบคุณครับ

   wattapong      14 ม.ค. 58   เวลา 17:47:00    IP = 171.96.176.225
 


  คำตอบที่ 39  
 
junraiman : อ้อนึกออกแล้วครับผม สวัสดีอีกครั้งครับพี่ วันนั้นบังเอิญมาก พวกผมก็นัดกันได้ก่อนไปวันเดียวเองครับ ^^

   สมาชิกแบบพิเศษ      exosius      14 ม.ค. 58   เวลา 18:45:00    IP = 58.10.126.147
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 40  
 
Bulletpedal Galaxy Power Supply
https://www.facebook.com/bulletpedal

ทั้งหมดทั้งมวลบน board นี้ได้รับพลังงานจาก Galaxy ครับ

Galaxy ถือเป็น isolated power supply ที่คุ้มมากครับ เพราะมันมีช่องให้เราต่อได้มากถึง 10 ช่องครับ เป็น 9 VDC ทั้งหมด 6 ช่อง นอกนั้นจะเป็นบรรดาไฟประหลาดที่เราอาจจะหาต่อได้ยากครับ แต่สำหรับคนที่ใช้ก้อนประหลาดแล้วล่ะก็ ต่อได้สบายๆ ครับ อย่างผมใช้เนี่ย เจ้า T.C. ทั้งสองตัวต้องใช้ไฟ 12 VDC แล้วยังมี English Muff’n อีกที่ใช้ไป 12 VAC ผมยังเหลือช่อง 9 VAC อยู่อีกครับ จากภาพที่เห็นเนี่ย จะเห็นว่าทั้งบอร์ดของผมมี power supply อยู่แค่ตัวเดียว ถูกต้องแล้วล่ะครับ เพราะเจ้า Galaxy แค่ตัวเดียวก็จ่ายไฟให้กับ effect ของผมทั้ง board ได้สบายๆ ครับ แค่เพียงซื้อสาย daisy chain แบบ 8 หัวมาต่อออกจากช่อง high current ผมก็สามารถต่อพ่วงได้อีก 8 ก้อนจากช่องเดียวครับ ตอนแรกผมกะจะซื้อแบบ 5 หัว แต่พอเห็นราคาไม่ต่างกันนักเลยซื้อแบบ 8 หัวมาใช้ครับ ปรากฎว่าจัดไปจัดมา ใช้เต็มครบ 8 หัวซะงั้น ฮ่ะๆๆๆๆๆ

Galaxy ยังมี option เสริมอีกนะครับ เพราะมีอยู่ 3 ช่องที่เราสามารถปรับ voltage ได้ว่าจะใช้แบบไหน ลองรับการใช้งานที่หลากหลามากครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      exosius      14 ม.ค. 58   เวลา 18:59:00    IP = 58.10.126.147
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 41  
 
ต่อไปนี้จะเล่าถึงอุปกรณ์ที่เตรียมไว้ใช้กันตายครับ ผมแนะนำให้นักเล่น effect ทุกคนพกติดบอร์ดไว้เลยครับ

มันคือหัวแปลงปลั๊กไฟครับ มีติดไว้เลย ผมเคยเจอหลายคนที่มี power supply effect อย่างดี แต่สุดท้ายเสียบไม่ได้ครับ เพราะหัวปลั๊กไม่สามารถเสียบลงรูที่เค้าเตรียมไว้ได้ครับ

แถมจริงๆ แล้วในกระเป๋าผมมีรางปลั๊กต่อแบบ 3 รูของ Belkin ติดกระเป๋า board ไว้ด้วยครับ เผื่อที่ร้านมีช่องเสียบไม่พอ ยังพอรอดตายไปได้ครับ ของพวกนี้ช่วยชีวิตผมมาได้หลายงานแล้วครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      exosius      14 ม.ค. 58   เวลา 19:07:00    IP = 115.87.216.143
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 42  
 
ขอบคุณมากๆครับ อธิบายได้เจ๋งมากๆเลยครับ แทบจะไม่เหลืออะไรให้ถามต่อเลย มอง Cathedral มานานแล้ว งานนี้สงสัยจะโดนแน่ๆ555 ขอบคุณครับ

   yimchai      14 ม.ค. 58   เวลา 23:43:00    IP = 171.7.6.20
 


  คำตอบที่ 43  
 
เยี่ยมเลยครับ ^^

   สมาชิกแบบพิเศษ      e-flat      15 ม.ค. 58   เวลา 14:27:00    IP = 182.255.9.62
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 44  
 
จบแบบ Art มากครับทั่นจรัญ 55+ ผมนี่จรัญ FC เลย ><

   soryimlate      16 ม.ค. 58   เวลา 23:14:00    IP = 124.122.32.196
 


  คำตอบที่ 45  
 
จริงๆลืมไปแล้วครับ ว่าติดค้างไว้ยังไม่จบ
โดนงานซัดไปซะลืมเลย

   สมาชิกแบบพิเศษ      exosius      19 ม.ค. 58   เวลา 7:41:00    IP = 171.96.170.87
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 46  
 
yimchai : ขอบคุณครับผม จริงๆ Cathedral เป็นอะไรที่แจ่มมากครับ แต่หลายคนอาจจะมองว่าปรับยากหน่อย เพราะปุ่มมันเยอะ มือกีตาร์โดยมากชอบพวก Knob เดียวมากกว่าครับ ไม่ต้องคิดเยอะ

e-flat : ขอบคุณครับผม

soryimlate : FC อะไรกันครับ ผมนี่แหละ FC พี่ป๊อปครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      exosius      19 ม.ค. 58   เวลา 12:24:00    IP = 110.168.243.145
สมาชิกแบบพิเศษ  
 
 

Bigtone.in.th Online Music Store

Yamaha



ตั้งกระทู้ Login ก่อน Click ที่นี่
ผู้ตอบ :
รูปภาพ:  ( ไม่เกิน 150 K )
ข้อความ :
 

any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2015. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket