Home | Login | คอร์ด/เนื้อเพลง | Webboard | Classifieds | Music Jobs (หางาน) | TV / Video









(เพจ: โรงเรียนกีตาร์ไทย)


(เพจ: Guitarthai.com)
  ขอสอบถามการอัดเสียงกีต้าร์ไฟฟ้าหน่อยครับ  
 
ขอสอบถามการอัดเสียงกีต้าร์ไฟฟ้าหน่อยครับ
- ถ้าผมจะต่อจาก GT>POD HD500>Audio Interface ต่อแบบนี้ กับมี DI BOX ด้วย คุณภาพเสียงมันแตกต่างกันมากไหมครับ
- จาก POD HD500 ไปเข้า Audio Interface ควรต่อเข้าที่ช่องไหนครับ (ตามรูปด้านบนครับ)

ขอบคุณครับ


ไม่ดูดบุหรี่      10 ก.ย. 58   เวลา 8:31:00       พิมพ์   แจ้งลบ      IP = 183.88.92.223
 


  คำตอบที่ 1  
 
รอคนใช้ระบบแบบนี้มาตอบถ้าระบบซาวด์ การ์ดแบบผม กะจะช่วยตอบซะหน่อย55

   solotheson      10 ก.ย. 58   เวลา 9:18:00    IP = 49.229.126.234
 


  คำตอบที่ 2  
 
ต่อตรงได้เลยครับใบางคนก็ผ่านปรีไมที่เป็นหลอดต้องการเสียงที่อุ่นขึ้น

   new0042      10 ก.ย. 58   เวลา 9:20:00    IP = 58.8.149.234
 


  คำตอบที่ 3  
 
@solotheson
- ขอบคุณครับ ^_^


@new0042
- ขอบคุณครับ ^_^

   ไม่ดูดบุหรี่      10 ก.ย. 58   เวลา 9:33:00    IP = 183.88.92.223
 


  คำตอบที่ 4  
 
ที่ผมเคยอัด ผมก็ต่อออกช่อง output ของ HD500 ปกติ เวลาต่อเข้าตู้เลยอ่ะครับ (ที่ไม่ใช่ send-return นะ) แล้วก็เอาไปเข้า Audio Interface ช่อง instrument มันก็อัดได้ปกตินะครับ

ผิดพลาดขออภัย

   2TCHes      10 ก.ย. 58   เวลา 14:18:00    IP = 110.170.195.47
 


  คำตอบที่ 5  
 
ขอบคุณครับคุณ 2TCHes
พอดีสงสัยน่ะครับว่า การต่อ 2 ช่อง คุณภาพเสียงมันจะต่างกันไหม

   ไม่ดูดบุหรี่      10 ก.ย. 58   เวลา 17:12:00    IP = 183.89.208.200
 


  คำตอบที่ 6  
 
ถ้าสายไม่ยาวมากไม่เกิน5เมตรเสียงไม่น่าจะแตกต่าง แต่ถ้าสัก20เมตรต่อรูxlrจะดีกว่ามันออกแบบมาให้ลากสายได้ยาวๆ

   JiamBond      10 ก.ย. 58   เวลา 20:34:00    IP = 101.51.147.240
 


  คำตอบที่ 7  
 
ขอบคุณครับ JiamBond

   ไม่ดูดบุหรี่      11 ก.ย. 58   เวลา 6:08:00    IP = 27.130.175.122
 


  คำตอบที่ 8  
 
ถ้าผมจะต่อจาก GT>POD HD500>Audio Interface ต่อแบบนี้ กับมี DI BOX ด้วย
คุณภาพเสียงมันแตกต่างกันมากไหมครับ

ต้องเข้าใจหน้าที่หลักๆของ DI Box ก่อนครับ ว่าจริงๆแล้วหน้าที่ของมันคือ การเปลี่ยน

สัญญาณจาก Unbalance Signal (UbS) ไปเป็น Balance Signal (BS) ขอย่อนิดนะ -*-

ซึ่งไอ้สัญญาณ UbS เนี่ย มันถูกรบกวนจากคลื่นต่างๆได้ง่าย ทั้งคลื่นแม่เหล็ก คลื่นวิทยุ

เคยได้ยินไหมครับที่บางคนบอกว่า กีต้าร์เสียบแอมป์เล่นอยู่ดีๆมีเสียงเพลงแทรกออกมา

นั่นคือตัวอย่างอาการของการถูกคลื่นวิทยุรบกวน สาเหตุเป็นเพราะการใช้สายแจ็คกีต้าร์

ที่ใช้สัญญาณแบบ UbS หรือการใช้สายแจ็คที่ไม่มีคุณภาพ ซึ่งบางครั้งมันจะทำหน้าที่

เป็นเสาอากาศรับคลื่นวิทยุเข้ามา ทำให้มีโอกาสถูกคลื่นรบกวนได้ง่าย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น

ถ้าหากไม่ได้ใช้สายแจ็คยาวเป็น 20 - 30 เมตรขึ้นไป โอกาสถูกคลื่นรบกวนก็จะน้อยลง

หรือพูดง่ายๆว่า ยิ่งใช้สายสั้นๆ ยิ่งถูกคลื่นรบกวนน้อย แต่ถ้าเป็นงาน Live บนเวทีใหญ่ๆ

ที่จำเป็นต้องลากสายแจ็คยาวๆ การมี DI Box มาเปลี่ยนสัญญาณเป็นแบบ BS ก็จะช่วย

ให้สัญญาณรบกวนลดน้อยลง อีกทั้งสัญญาณแบบ BS ยังช่วยลดการสูญเสียย่านความถี่

จากการใช้สายแจ็คยาวมากๆ ที่หลายๆคนเขาพูดว่าใช้ DI Box แล้วได้สัญญาณเต็มขึ้น

ในอีกความหมายก็เป็นเพราะสัญญาณนั้นไม่มีการสูญเสียย่านความถี่ใดๆ นั่นเอง


นอกจากนี้หน้าที่หลักอีกอย่างของ DI Box คือ การปรับสัญญาณจาก High Impedance

ให้กลายเป็น Low Impedance คือสัญญาณจากกีต้าร์หรือเบสนั้นจะเป็นแบบ High Imp

ซึ่งเราจะต้องปรับสัญญาณให้เข้ากับภาค Input ของ Mixer ที่เป็น Low Imp ซะก่อน

เพราะถ้ายิงเข้า Mixer โดยตรงอาจเกิด Mismatch Imp ซึ่งทำให้สัญญาณเกิดผิดเพี้ยน

เช่น เสียงเบา หรือ เกิดเสียงแตกซ่าๆตลอดเวลา


ทีนี้จากคำถามว่า ต่อ กับ ไม่ต่อ DI Box แตกต่างกันอย่างไร ต้องดูว่าปัจจุบันท่านจขกท.

ใช้อุปกรณ์อะไรอยู่บ้าง และมีปัญหาอะไรหรือไม่ เช่น อัดเสียงได้สัญญาณเต็มไหม หรือ

เกิดสัญญาณรบกวนอะไรหรือเปล่า ถ้าไม่ได้มีปัญหาอะไรแล้วต่อ DI Box เพิ่มเข้าไป

บางทีก็อาจจะแยกความแตกต่างได้ไม่ชัดเจน อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับระบบการฟังของเราด้วย

หู(ผู้ใช้)ทำงานปกติหรือไม่ ลำโพง หูฟัง สภาพห้องหลอกหูให้เราได้ยินแต่ละย่านความถี่

ผิดเพี้ยนไปหรือเปล่า อันนี้ต้องว่ากันยาว


แนะนำว่า สำหรับงานอัดเสียงใน Home Studio ทั่วไป ถ้าไม่ได้ใช้สายแจ็คยาวเกินไป

และไม่มีปัญหาเรื่องของการสูญเสียย่านความถี่ หรือ เกิดสัญญาณรบกวนจากคลื่นต่างๆ

ไม่จำเป็นต้องใช้ DI Box ก็ได้ ยกเว้นอยากลองก็ตามศรัทธา แต่ไหนๆจะเสียเงินทั้งที

ลองดูอุปกรณ์ Pre Mic ที่ใช้กับไมค์และเครื่องดนตรี ที่ทำหน้าที่เป็น DI Box ในตัวด้วย

แบบนั้นจะใช้งานได้หลากหลายกว่าครับ แต่ถ้าไม่ได้คิดจะอัดเสียงร้องด้วย ก็ DI Box

ตัวธรรมดาที่ใช้กับเครื่องดนตรีอย่างเดียวก็ได้ครับ ประหยัดดีจ้ะ -0-


จาก POD HD500 ไปเข้า Audio Interface ควรต่อเข้าที่ช่องไหนครับ(ตามรูปด้านบนครับ)

ถ้าเป็นรุ่นตามรูปให้ต่อเข้าที่ช่องขวาที่มีรูปกีต้าร์ และปรับไปที่ Inst ครับ เพราะรุ่นนี้

ตัว Input แบ่งเป็น Mic Input (ช่องซ้าย) ซึ่งมีภาคสัญญาณเป็น Low Impedance

ส่วนช่องขวาเป็น Instrument / Line Input (สามารถเลือกปรับได้ตรง Inst / Line)

ซึ่งช่องนี้มีภาคสัญญาณเป็น High Impedance ดังนั้น ต่อให้ถูกช่องจะได้ป้องกันอาการ

Mismatch Imp อย่างที่อธิบายไว้ข้างบน ยกเว้นว่า ท่าน จขกท. เปลี่ยนไปใช้รุ่นอื่นที่มี

Input แบบ Combination (Combo Input) คือ ช่องเดียวต่อได้ทั้งไมค์และเครื่องดนตรี

เช่น Focusrite Scarlett 2i2 2i4 etc....หรือพวกตระกูล Saffire Series ลองพิมพ์คำว่า

Combo Input ดูภาพได้จากกูเกิ้ล จะเห็นว่าช่องเสียบต่างจากรูปที่ท่าน จขกท.โพสมา

ส่วนการต่อภาค Output คงไม่มีปัญหาเพราะรุ่นนี้มีเฉพาะ Line Output ก็ตามนั้น - - V


เรื่อง DI Box เท่าที่ทราบก็ประมาณนี้ครับ แต่ยังไงก็อย่าเพิ่งเชื่อผมมาก - -a

เพราะสิ่งที่ผมรู้อาจจะผิดก็ได้ ถ้ายังไงรอพี่ๆน้องๆท่านอื่นมาช่วยเสริมละกัน โชคดีเด้อ

   สมาชิกแบบพิเศษ      Regnarts      11 ก.ย. 58   เวลา 10:29:00    IP = 58.8.191.29
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 9  
 
ขอบคุณพี่ Regnarts มากๆ เลยครับ
ความรู้ทั้งนั้นเลยครับ ^_^

   ไม่ดูดบุหรี่      11 ก.ย. 58   เวลา 17:04:00    IP = 183.89.208.200
 


  คำตอบที่ 10  
 
ผมก็เคยลองอัดเสียงกีตาร์ จากเอเฟเฟค เป็น อินเตอร์เฟส เลยมันก็โอเคนะครับ เราก็ปรับได้อีกในโปรแกรม เท่าที่ลองมาเสียงมันจะทึบกว่าหน่อยแต่รายละเอียดของเสียงสมูทกว่าค่อยไปปรับความดังกับเสียงแหลมขึ้นหน่อยแล้วแต่ชอบครับ ส่วนต่อจากเอฟเฟคเข้า Audio Interface อีกทีผมต่อจากช่อง Output L R ของท่านก็เป็น Balanced output Left Right ต่อเข้า Audio interface ของผมใช้เป็น Mixer interface ผมต่อทั้ง L R เข้า คนละแชแชนลใช้สองแชแนล ครับเพราะผมคิดว่าเสียงพวก Flanger Phaser Auto Pan มันจะทำงานเป็นสเตอริโอ แต่เสียบแล้วก็งั้นๆอิอิ สงสัยเอฟเฟคผมมันจะไม่สเตอริโอแท้ ถ้าท่านจะลองต่อแบบผมก็ต้องใช้ช่อง XLR ช่องนึงเป็น Left ช่องที่เสียบแจ๊คโมโน intsrument อีกช่องเป็น Right ครับก็ต้องอลงว่าเอฟเฟคท่านจะออกเป็นสเตอริโอแบบที่ผมอยากได้ในเสียงเอฟเฟคที่บอกไว้รึปล่าวนะครับ ผมต่อเพราะต้องการแค่นั้นเรื่องเสียงเอฟเฟคครับ ลองดูครับ ส่วนเรื่องเสียงผมว่ามันปรับได้ดังกว่านะครับที่ต่อในแบบที่ 2 นี้แล้วก็จะออกเสียงแหลมกะกลางมากกว่าเบส ในแบบแรกแต่อัดออกมาพอ Mix เสียงแล้วก็แทบไม่แตกต่างกันเลยครับ เพราะเราปรับออกมาได้ตามที่เราต้องการอีกอยู่ดี สรุปว่าสะดวกกว่าผมต่อเข้า เอฟเฟคเป็นอินเตอร์เฟสโดยตรงเลยครับ....

   suradet      11 ก.ย. 58   เวลา 19:44:00    IP = 171.96.238.52
 


  คำตอบที่ 11  
 
ขอบคุณพี่ suradet มากครับ
ข้อมูลมีประโยชน์มากครับพี่ ^_^

   ไม่ดูดบุหรี่      13 ก.ย. 58   เวลา 10:21:00    IP = 27.55.170.46
 
 

Bigtone.in.th Online Music Store

Yamaha



ตั้งกระทู้ Login ก่อน Click ที่นี่
ผู้ตอบ :
รูปภาพ:  ( ไม่เกิน 150 K )
ข้อความ :
 

any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2015. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket