Home | Login | คอร์ด/เนื้อเพลง | Webboard | Classifieds | Music Jobs (หางาน) | TV / Video









(เพจ: โรงเรียนกีตาร์ไทย)


(เพจ: Guitarthai.com)
  ขอถามเกี่ยวกับ telecaster เรื่อง bridge กับ string retainer หน่อยครับ  
 
อยากทราบว่า bridge แบบ vintage ที่มี saddle แบบแท่งกลมๆ 3 อัน กับแบบ modern ที่มี saddle แบบเหลี่ยม 6 อัน อย่างไหนใช้งานดีกว่ากันครับ แล้วมันจะให้ต่างกันไหมครับ ถ้า saddle ทำจากวัสดุเดียวกัน

แล้ว string retainer เห็นมีอยู่ 2 แบบ คือแบบแท่งกลมๆคล้ายๆ saddle กับแบบที่เป็นแผ่นแบบ vintage แบบไหนดีกว่ากันครับ แล้วมันมีผลต่อเสียงไหมครับ

ขอบคุณครับ


The Naive   25 พ.ค. 59   เวลา 2:32:00       พิมพ์   แจ้งลบ      IP = 125.25.96.182
 


  คำตอบที่ 1  
 
แบบ modern (saddle 6 อัน) สามารถตั้ง intonation ได้ตรงกว่า
แบบ vintage (3อัน) สมัยนี้ก็มีแบบที่ทำชดเชยintonation ให้ดีขึ้น แบบ 6 อันก็ตั้ง intonation ได้ตรงกว่าอยู่ดี

ต้องดู เรื่องรู และ ระยะสาย ระยะ saddle ด้วย เพราะ vintage กะ modern มันไม่เท่ากัน

นอกจากเรื่อง แบบ modern หรือ vintage แล้ว ต้องดูเรื่องวัสดุที่ทำของแบบนั้น ๆ ด้วย เพราะมีผลต่อเสียงสุด ๆ ทั้งวัสดุของ bridge plate และ วัสดุของ Saddle มีผลหมด

คหสต. ผมชอบ vintage มากกว่า modern ตอนนี้ใช้ bridge callaham เปลี่ยนแล้วดีกว่าเดิมชัดเจน คำว่าดีกว่าคือ resonance ดีขึ้น โน๊ตโฟกัสดีขึ้น

   TaWatta      25 พ.ค. 59   เวลา 10:03:00    IP = 125.26.191.87
 


  คำตอบที่ 2  
 
แบบสามเสาหัวแซดเดิลเป็นทองเหลืองมันโอดีแต่ตั้งอินโทเนชั่นยาก
รุ่นใหม่ๆอย่างวิลคินสันเขาทำมาชดเชยเรียบร้อย ราคาไม่สูงมาก ใช้ดีครับ ผมใช้อยู่

   bbling      25 พ.ค. 59   เวลา 10:23:00    IP = 27.130.80.133
 


  คำตอบที่ 3  
 
ผมขอรบกวนถามเพิ่มจากเจ้าของกระทู้หน่อยครับ
ว่าถ้าเราเปลี่ยนยกชุดทั้งเพรทมันเลย ในแบบโมเดรินกะบแบบวินเทจ มันใส่ด้วยกันได้เลยมั้ยครับ


   songamnart      25 พ.ค. 59   เวลา 11:51:00    IP = 27.55.16.124
 


  คำตอบที่ 4  
 
แบบ 6 เสาใช้งานง่ายกว่า เล่นถนัดกว่าเยอะครับ....แต่ผมชอบแบบ 3 เสา มันดู vintage ดีครับ

   Fenderism      25 พ.ค. 59   เวลา 12:27:00    IP = 58.137.69.172
 


  คำตอบที่ 5  
 
Bridge แบบ modern กับ vintage ระยะห่างระหว่างสายไม่เท่ากันครับ
1.ระยะห่างระหว่างสาย แบบ vintage จะแคบกว่า (มักจะเป็น 10.3 มม หรือ 10.5 มม)
2.ระยะห่างระหว่างสาย แบบ modern จะกว้างกว่า (มักจะเป็น 10.8 หรือ 11.3)
3.สุดท้าย คือ ใส่ได้แต่ไม่พอดี ที่เห็นชัด คือ สาย 1 กับ สาย 6 จะตกขอบ หรือไม่ก็เอียงจนน่าเกลียด
4.ตั้ง Intonation บางสายไม่ได้ เพราะระยะห่างระหว่างสายที่ nut ไม่สัมพันธุ์กับระยะห่างระหว่างสายที่ bridge (มักจะเป็นที่สาย 1 กับ สาย 6)
5.จับคู่ให้ถูกสายพันธุ์ ลงตัวกว่าด้วยประการทั้งปวง วัสดุเปลี่ยน เสียงก็เปลี่ยนครับ ลองเล่นด้วยตัวเองจะสัมผัสได้อย่างชัดเจนครับ

   Assembly guitar  25 พ.ค. 59   เวลา 17:44:00    IP = 202.44.4.251
 


  คำตอบที่ 6  
 
ขอบคุณมากครับสำหรับทุกคำตอบ ได้ความรู้มากเลยครับ

อยากขอถามคุณ Assembly guitar หน่อยครับว่า แล้วเราจะดูยังไงหรือมีวิธีดูไหมว่าเราควรจะต้อง bridge ที่มี spring space เท่าไหร่ ในกรณีที่เราไม่มี bridge เก่า หรือเป็นกีต้าร์ประกอบใหม่ ต้องดูที่คอหรือป่าวครับ ผมมือใหม่ครับ อยากได้เป็นความรู้ครับ เพิ่งจะรู้ด้วยว่ามันมี string space หลายขนาด นึกว่ามันเท่าๆกันหมด

   The Naive  25 พ.ค. 59   เวลา 18:38:00    IP = 125.25.109.232
 


  คำตอบที่ 7  
 
1.วัดระยะระหว่างรูสาย 6 กับ รูสาย 1 ที่สายแทงทะลุมาจากด้านหลังแล้วหารด้วย 5 ครับ จะได้ระยะห่างระหว่างสาย (ดูตัวอย่างวิธีการวัดได้จาก siamluthiers หรือไม่ก็ วิธีการวัดระยะ เพื่อระบุขนาดของอุปกรณ์ จาก guitarshopthailand )
2.ความกว้างคอที่ nut ก็พอบอกได้ แต่ก็ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ยิ่งพวกกีต้าร์จดประกอบด้วย บางที คอ vintage จับคู่มากับ body แบบ modern ก็มี หรือบางทีก็ในทางตรงข้ามกันก็มีครับ (ทางที่ดี ถ้าเป็นไปได้วัดทั้งคู่เลยครับ)
3. คอ vintage ความกว้างคอ ที่ nut ประมาณ 42mm./ modern ประมาณ 43 mm.
4.ระยะห่างระหว่างสายที่ bridge สำหรับ vintage อยู่ที่ 10.3 หรือ 10.5 mm.
5.ระยะห่างระหว่างสายที่ bridge สำหรับ modern อยู่ที่ 10.8 หรือ 11.3 mm.
6. neck pocket สำหรับ vintage อยู่ที่ประมาณ 55 mm.
7.neck pocket สำหรับ modern อยู่ที่ประมาณ 56 mm.
เป็นข้อมูลคร่าวๆ ครับ หาจับ หาดูบ่อยๆ ถ้าซนๆหน่อย ถอดมาวัดเล่น ถอดตัวนั้น มาประกอบตัวนี้ เดี๋ยวก็เข้าใจครับ



   Assembly guitar  25 พ.ค. 59   เวลา 19:13:00    IP = 202.44.4.251
 


  คำตอบที่ 8  
 
ขอบคุณมากครับคุณ Assembly guitar
ไป google เพื่อหารูปดูแล้วอ่านที่คุณ Assembly guitar เขียนไว้ทำให้เข้าใจขึ้นมากเลยครับ
อยากจะขอรบกวนอีกเรื่องนึงครับ ไม่ทราบว่าคุณ Assembly guitar พอจะให้ความรู้เรื่อง string retainer หน่อยได้ไหมครับ ว่าต้องดูยังไงหรือใช้แบบไหนดี

   The Naive  25 พ.ค. 59   เวลา 20:33:00    IP = 125.25.109.232
 


  คำตอบที่ 9  
 
ขอบคุณมากครับคุณ Assembly guitar
ไป google เพื่อหารูปดูแล้วอ่านที่คุณ Assembly guitar เขียนไว้ทำให้เข้าใจขึ้นมากเลยครับ
อยากจะขอรบกวนอีกเรื่องนึงครับ ไม่ทราบว่าคุณ Assembly guitar พอจะให้ความรู้เรื่อง string retainer หน่อยได้ไหมครับ ว่าต้องดูยังไงหรือใช้แบบไหนดี

   The Naive  25 พ.ค. 59   เวลา 21:23:00    IP = 125.25.109.232
 


  คำตอบที่ 10  
 
1.string tree หรือ string guide หรือ string retainer ถ้าเป็นแบบ vintage จะค่อนข้างคม (สายมีโอกาสขาดง่ายกว่า ถ้าพันสายไม่ดี หรือเล่นแนว ซาดิสท์)
2.พัฒนาการต่อมา คือ แบบกลม ซึ่งไม่คม แต่ก็ยังคงความผืดอยู่บ้าง การคืนตัวของสายเวลาดันสาย ดีขึ้น (แต่ก็ยังมีเพี้ยนบ้าง เนื่องจากยังมีความฝืด)
3.แบบ เทฟล่อน /กราไฟท์/โลหะ มีแกนหมุนเป็นลูกปืน (ความฝืดแทบไม่มี สายคืนตัวดี เพราะมันลื่น) แต่รูปลักษณ์ รูปร่าง สีสรร อาจไม่เข้ากันกับ อุปกรณ์ส่วนควบอื่น
4.ใส่ลูกบิดล็อคสาย และ ใช้ nut เป็นแบบ Roler nut (ไม่ต้องใส่เลย อุปกรณ์ ในข้อ 1-3) มีอยู่ใน Fender AM Duluxe HSS เป็นต้น

   Assembly guitar  25 พ.ค. 59   เวลา 22:27:00    IP = 49.48.141.53
 


  คำตอบที่ 11  
 
ขอบคุณมากครับคุณ Assembly guitar

   The Naive  26 พ.ค. 59   เวลา 13:45:00    IP = 125.25.109.232
 


  คำตอบที่ 12  
 
มาเก็บข้อมูลครับ เล็ง fender AMERICAN VINTAGE '52 TELECASTER®
Search Showcase Dealers

   SawitPlug      28 พ.ค. 59   เวลา 23:47:00    IP = 118.174.65.156
 
 

Bigtone.in.th Online Music Store

Yamaha



ตั้งกระทู้ Login ก่อน Click ที่นี่
ผู้ตอบ :
รูปภาพ:  ( ไม่เกิน 150 K )
ข้อความ :
 

any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2015. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket